USB:บทที่ 599 ความแค้น
เมื่อเห็นว่าหนิงจื่อหาวสิ้นสุดลมหายใจเฮือกสุดท้าย ที่ปรึกษาโกวก็ยืนขึ้นก็ยืนขึ้นแล้วพูดกับทหารทุกคนเสียงดังฟังชัดว่า "นักโทษสำคัญได้ถูกตัดสินโทษแล้ว ส่วนคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ส่งตัวไปขังไว้ก่อนรอการคำพิพากษาจากท่านผู้นำ"
เมื่อได้ยินคำสั่งของที่ปรึกษาโกว ทุกคนในตระกูลรวมถึงคนรับใช้ทั้งหมดของตระกูลหนิงก็เริ่มร้องให้คร่ำครวญ พวกเขารู้ตัวดีว่าทุกคนในตระกูลกำลังจะถูกคุมตัวไปยังเรือนจำ จากนี้ต่อไปชีวิตของพวกเขาต้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะพวกเขาจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้แต่พวกเขาก็ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เฉกเช่นเดียวกันกับที่ทหารพวกนี้ได้กระทำต่อหนิงจื่อหาว ทุกคนต่างรู้สึกหวาดหวั่นต่ออนาคตของตัวเองเป็นที่สุด
ส่วนทางด้านบุตรสาวของหนิงจื่อหาว หนิงอู๋ซวงเมื่อนางได้เห็นบิดาถูกโบยด้วยความทารุณจนต้องตายไปต่อหน้าต่อตานั้น หญิงสาวได้จ้องมองที่ปรึกษาโกวด้วยสายตาโกรธแค้นเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งในยามที่นางไม่ได้สติใบหน้างามของก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก หลังจากนั้นที่ปรึกษาโกวและเหล่าทหารกบฏพวกนั้นได้กระทำสิ่งที่ยิ่งกว่าไร้ซึ่งศีลธรรมด้วยการ ด้วยการป้ายความผิดทุกอย่างให้กับหนิงจื่อหาวจนเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป
แม้ว่าหนิงจื่อหาวจะไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ทุกคนในเมืองเม่ยต่างรู้ดีว่าความจริงนั้นเป็นเช่นไร หลังจากนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตระกูลหนิ่งได้ถูกแพร่กระจายไปทั่วเมืองเม่ย ซึ่งเรื่องนี้ผู้คนจำนวนมากต่างมีวิสัยทัศน์เป็นของตนเอง ผู้คนที่เคยไปมาหาสู่กับตระกูลหนิง ย่อมรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่หนิงจื่อหาวจะลักลอบติตต่อกับศัตรู เนื่องจากเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น หรือพูดอีกนัยได้ว่า ถ้าหากจะติดต่อกับกองทัพของทางการจริง เขาจะทำก็ต่อเมื่อกองทัพของทางการสามารถยึดเมืองเม่ยได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่เวลลานี้ อีกอย่างหนิงจื่อหาวก็ไม่ใช่คนเขลาเช่นนั้น
นอกจากนี้แล้วทุกคนต่างคิดว่าผู้ที่ต้องการใส่ร้ายหนิงจื่อหาวแท้จริงแล้วก็คือท่านผู้นำฉีอู่นั่นเอง เนื่องจากเห็นกันอยู่ว่าระหว่างพวกเขานั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ในเวลานี้เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับตระกูลหนิง ไม่เพียงแต่ผู้นำฉีอู่จะไม่ยอมออกหน้าแล้วเขายังไม่สืบสวนหาความจริง มิหนำซ้ำยังทำร้ายหนิงจื่อหาวผู้นำของตระกูลจนถึงแก่ความตาย การกระทำของผู้นำฉีอู่ที่กระทำต่อผู้ที่เคยให้สนับสนุนเขาเช่นนี้ สร้างความความหวาดระแวงให้กับผู้คน พวกเขาเริ่มไม่เชื่อมั่นในตัวท่านผู้นำฉีอู่อีกต่อไป
แม้ว่าทุกคนจะไม่พอใจกับการกระทำของท่านผู้นำฉีอู่แต่ก็ไม่มีใครกล้ากระโตกกระตาก เพราะถึงอย่างไรแล้วเมืองเม่ยก็ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของเขา ซึ่งไม่แน่ว่าพวกเขอาจต้องพบกับโชคชะตาที่ร้ายแรงกว่าตระกูลหนิงก็เป็นได้หากสร้างความไม่พอใจให้กับท่านผู้นำฉีอู่ เกือบทุกคนในเมืองรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีท่านผู้นำเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง และพวกเขาก็ไม่อยากเป็นหนิงจื่อหาวคนต่อไป
แต่เนื่องจากในเวลานี้เมืองเม่ยของพวกเขาได้ถูกศัตรูล้อมเอาไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ยังพอมีคนบางกลุ่มมีความคิดเห็นแตกต่างกันเอาออกไป ถูกต้องพวกเขาคิดว่าในเวลานี้ท่านผู้นำต้องกำลังยุ่งวุ่นวายในการศึกคงไม่มีเวลาจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลมั่งคั่งภายในเมือง ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายกำแพงป้องกันของเมือง เห็นทีคนที่ยุแยงใส่ความคิดลงไปในหัวท่านผู้นำก็คงไม่แคล้วสุนัขเฒ่าเท่าคนเดิมอีกเป็นแน่? เมื่อได้ยินสิ่งที่ท่านผู้นำได้กระทำต่อตระกูลหนิงจากคำบอกเล่าของหวังต้าเหนียว
ภายในบ้านพักของตัวเอง ซูเป่ยก็ตะโกนเสียงดังขึ้นพร้อมด้วยสีหน้าไม่พอใจและความชิงชัง ไม่เข้าใจเลยว่าท่านผู้นำกำลังคิดอะไรอยู่ ในเวลาที่บ้านเมืองกำลังถูกศัตรูล้อมไว้เช่นนี้ ท่านผู้นำยังมีอารุมณ์ทำเรื่องคุกคามคนในเมืองอยู่อีก ถึงแม้ว่าเขาจะคิดจะทำจริงก็ต้องไม่ใช่เวลานี้ น่าเสียดายที่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วต่อให้ซูเป่ยจะวิตกมากแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์ และถึงแม้ว่าเขาจะระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อน แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตระกูลหนิงได้
เนื่องจากท่านผู้นำต้องการใส่ป้ายความผิดฐานกบฏให้หนิงจื่อหาวมานานแล้ว และนี่ก็เป็นเวลาเหมาะสมที่สุด ถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเขาก็ยังต้องการสืบหาถึงต้นสายปลายเหตุ อย่างไรก็ตามครั้งนี้ซูเป่ยได้มองที่ปรึกษาโกวผิดไป เนื่องจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ความคิดของที่ปรึกษาโกวแต่อย่างใดหากแต่เป็นความคิดของท่านผู้นำฉีอู่เอง
"นายพลซู เรื่องที่เกิดขึ้นกับบ้านหนิง ท่านว่าจะส่งผลกระทบร้ายแรงเป็นวงกว้างหรือไม่?" หวังต้าเหนียวถามขึ้น ขณะที่เกาหัวแกรก ๆ อย่างสับสน แม้เขาจะรู้ดีว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้จะต้องส่งผลกระทบบางอย่างแน่ แต่เขาก็ยังคิดไม่ตกว่ามันจะส่งผลกระทบเช่นไร
"แน่นอน! ยิ่งไม่กว่านั้น มันจะส่งผลร้ายแรงอย่างที่ท่านคาดไม่ถึงเลยที่เดียว!" ซูเป่ยพูดขึ้นอย่างมั่นใจ "พวกเขาเพิ่งจะยึดเมืองเม่ยได้ไม่นาน ยังมีผู้คนในเมืองอีกมากที่ยังไม่ยอมเข้าร่วมกับพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลผู้ดีเก่าแก่ในเมือง พวกเขาล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าหากท่านผู้นำค่อย ๆ เป็นค่อยไป ไม่ช้าก็จะสามารถเอาชนะใจพวกเขาได้"
ซูเป่ยรู้จักหนิงจื่อหาวดี อีกทั้งยังนับถือคนผู้นี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องถูกใส่ร้ายจนถึงแก่ความตายเช่นนี้ "ตอนนี้เมืองเม่ยถูกกองทัพของทางการล้อมไว้ ถึงแม้ว่าท่านผู้นำและคนอื่น ๆ จะคิดว่าพวกเขาจะสามารถขับไล่ข้าศึกไปได้อย่างแน่นอน แต่ข้ากลับไม่มั่นใจนัก อีกทั้งยังมาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในเวลานี้อีก ยิ่งทำให้การป้องกันไม่ให้ผู้คนในเมืองทำการติดต่อกับกองทัพศัตรูภายนอกเป็นไปได้ยากขึ้น ถ้าหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงการป้องกันบ้านเมืองยิ่งเป็นไปได้ยากเช่นกัน" เป่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้าวิตกกังวล เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกกังวลที่เรื่องนั้นจริง ๆ
ถ้าหากไม่มีกองทัพของทางการตั้งค่ายอยู่นอกเมือง ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะรู้สึกไม่พอใจในตัวท่านผู้นำ สิ่งที่พวกเขาจะทำใด้ก็เพียงแค่รอโอกาส อย่างไรก็ตามสิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ศัตรูกำลังล้อมอยู่นอกเมือง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดี
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรีบไปเตือนท่านเจ้าเมืองถึงข้อสงสัยของท่าน" หวังต้าเนียวที่สามารถเข้าใจได้ถึงสถานการณ์ตึงเครียด จึงรีบพูดขึ้นอย่างร้อนใจ
"ไปเถอะ ถึงแม้ว่าข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะไม่ใส่ใจมากนัก แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ได้เตือนให้รู้ไว้" ซูเป่ยกล่าว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved