ตอนที่ 465

USB:บทที่ 465 เคล็ดวิชา

“เคล็ดวิชาราชสีห์คำราม?”

ฮวงเฟิงมองตัวหนังสือขนาดใหญ่สามคำที่ปรากฏบนปกหนังสือแล้วพลิกดูหนังสือกลับไปมา

ถ้าเขาเดาไม่ผิดเคล็ดวิชาราชสีห์คำรามนี้อาจเป็นวิชาที่ปรมาจารย์กงหมิงใช้ในตอนที่อีกฝ่ายตะโกนใส่เขา ตอนนั้นเขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตะโกนออกมาเฉยๆ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นวิชาต่อสู้แขนงหนึ่งจริงๆ

ฮวงเฟิงรู้จักชื่อของเคล็ดวิชาราชสีห์คำรามเพราะมันปรากฏในนิยายที่เกี่ยวกับพวกศิลปะการต่อสู้ ดูเหมือนมันจะเป็นหนึ่งในสุดยอดเจ็ดสิบสองวิชาของวัดเส้าหลิน

นอกจากนี้เคล็ดวิชาราชสีห์คำรามยังรับมือยากกว่าอาวุธเร้นลับทั่วไปเสียอีก เนื่องจากอาวุธเร้นลับหรือแม้แต่ปืนล้วนมีการโจมตีที่แน่ชัด

ด้วยเหตุนี้ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงจึงไม่ได้ใช้มือซ้ายต่อหน้าปรมาจารย์กงหมิง เพราะสำหรับยอดฝีมือระดับนี้แล้ว ปืนไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ต้องอาศัยการลอบโจมตีเหมือนอย่างตอนสุดท้ายถึงจะสำเร็จ

หากในตอนนั้นเขานำอาวุธเร้นลับออกมา ปรมาจารย์กงหมิงอาจรู้สึกตัวและซ่อนจุดอ่อนไม่ให้เขารู้

ทว่าเคล็ดวิชาราชสีห์คำรามกลับต่างออกไปเพราะเคล็ดวิชานี้ไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ฮวงเฟิงไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกโจมตีแล้ว มันทำให้เขาได้รู้ว่าเคล็ดวิชานี้ทรงพลังมากขนาดไหน

ดังนั้นหากเขาสามารถเลือกที่จะเก็บของสิ่งหนึ่ง ฮวงเฟิงจึงไม่ลังเลและเลือกที่จะเก็บเคล็ดวิชาราชสีห์คำรามไว้

หลังจากนั้น ฮวงเฟิงก็เห็นสิ่งของบนพื้นที่เขาได้รับมาหายไปต่อหน้าต่อตา ทว่าฮวงเฟิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นักเพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการแบบนี้

แต่จู่ๆฮวงเฟิงก็รู้สึกประหลาดใจเพราะหลังจากที่สิ่งของหายไปแต่เงินห้าพันยังอยู่ มันเริ่มเปล่งแสงออกมาจากนั้นค่อยๆลอยไปหากล่องจักรวาลที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ราวกับว่ามันกำลังถูกดูดเข้าไปในกล่องจักรวาล และหายไปในกล่องจักรวาล

“หืม เกิดอะไรขึ้น?”

ฮวงเฟิงมองไปที่กล่องจักรวาลของด้วยความสงสัย ทุกอย่างหายไปตามปกติ แต่ว่าทำไมเงินถึงลอยเข้าไปในกล่องจักรวาลล่ะ?

ฮวงเฟิงหยิบกล่องจักรวาลขึ้นมา จากนั้นเขาก็เห็นตัวอักษรขนาดเล็กลอยอยู่เหนือกล่องจักรวาล ตัวอักษรขนาดเล็กเหล่านี้กำลังเปร่งแสงกระพริบอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันกำลังส่งสัญญาณให้ฮวงเฟิง

"เปิดใช้งานตู้ฝากเงินเรียบร้อย คุณสามารถเก็บเงินจากต่างมิติไว้ในกล่องจักรวาล (ไม่ต้องใช้โควต้าในการรับไอเทม กล่องจักรวาลสามารถใช้งานได้แม้จะไม่ได้อยู่กับผู้ใช้) โดยจะอยู่ในรูปแบบของสกุลเงินจีน นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกธนบัตรหรือเหรียญในตอนที่นำเงินออกมาใช้ได้อีกด้วย"

ฮวงเฟิงอ่านตัวอักษรที่กำลังเปร่งแสงก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่ามันหมายถึงอะไร หลังจากนี้กล่องจักรวาลไม่เพียงเก็บสิ่งของทุกชนิดได้เท่านั้น ยังสามารถเก็บเงินได้ทุกรูปแบบอีกด้วย

และในตอนนี้เงินห้าพันตำลึงก็ถูกเก็บไว้ในกล่องเรียบร้อยแล้ว แต่ในตอนที่มันเข้าไปในกล่องจักรวาลมันกลับไม่ใช่เงินตำลึง แต่เป็นเงินหยวนที่สามารถใช้จ่ายบนโลกที่เขาอยู่ได้

ฮวงเฟิงเปิดกล่องจักรวาล นอกจากเขาจะเห็นสิ่งของมากมายข้างในแล้ว เขายังมองเห็นตัวเลขที่ลอยอยู่เหนือสิ่งของพวกนั้นอีกด้วย

"ดูท่ากล่องจักรวาลจะแปลงเงินตำลึงเป็นเงินหยวน มันน่าจะค่าประมาณหนึ่งถึงห้าร้อยหยวน อย่างน้อยเงินตำลึงพวกนั้นก็ยังพอมีค่าละนะ" ฮวงเฟิงคิดพลางมองดูตัวเลขในกล่อง

ตอนแรกฮวงเฟิงคิดว่ามันคงไม่มีประโยชน์หากเขาได้รับเงินมาจากต่างมิติ เพราะหลังจากที่เขากลับมา เขาต้องเลือกว่าจะนำของชิ้นไหนติดตัวมาเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเลือกเงินเด็ดขาด

ด้วยเหตุนี้ ตู้ฝากเงินที่ถูกเปิดใช้งานทำให้เงินที่เขาได้รับมาจากต่างมิตินั้นมีค่าขึ้นมาในทันที

หลังจากนั้นฮวงเฟิงก็ลองนำเงินที่เขาได้รับออกมา ทันใดนั้นธนบัตรสีแดงสดก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา และตัวเลขที่อยู่บนกล่องจักรวาลก็มีการเปลี่ยนแปลง

ฮวงเฟิงลองโบกมือหนึ่งครั้ง จากนั้นเงินก็ได้หายไปและกลับเข้าไปอยู่ข้างในกล่องจักรวาล เขาจะเก็บเงินหรือนำออกมาใช้ตอนไหนก็ได้ตามต้องการ

"นึกว่ามันจะไม่น่าสนใจซะแล้ว ที่ไหนได้ ของวิเศษแต่ละอย่างไม่เลวเลยจริงๆ" ฮวงเฟิงคิด

ด้วยฟังก์ชั่นนี้ หลังจากนี้ไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องคิดมากเหมือนก่อนหน้านี้ที่เขาเข้าไปในต่างมิติแล้ว

หากเขาไม่ได้พบกับหลิวหมิงเจี๋ยและหลี่เต๋อหยูแล้วล่ะก็ ฮวงเฟิงก็นึกไม่ออกเลยว่าคนที่สิ้นเนื้อประดาตัวอย่างเขาจะแก้ปัญหาเรื่องอาหารและที่พักได้อย่างไร

“สงสัยจังว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? หลิวหมิงเจี๋ยกับหลี่เต๋อหยูจะปลอดภัยรึเปล่านะ? ถึงสองคนนั้นจะอ่อนแอแต่ยามรบกลับกล้าหาญมาก” ฮวงเฟิงยังคงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอาณาจักรสายลมและอาณาจักรเรือสวรรค์ แต่ต่อให้เขารู้สึกเป็นห่วงหลิวหมิงเจี๋ยมากขนาดไหน เขาก็ไม่สามารถไปที่นั่นได้

เช้าวันรุ่งขึ้น ฮวงเฟิงกับไป๋เสี่ยวโหรวกำลังรับประทานอาหารด้วยกัน ไป๋เสี่ยวโหรวก็ได้ถามถึงเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นในห้องของฮวงเฟิงเมื่อคืน ฮวงเฟิงถึงกับอึ้ง เขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง

หลังจากทานอาหารเสร็จ ฮวงเฟิงไม่ได้ไปที่บริษัทแต่ไปรับหลี่ปิงอวิ้น เพราะในช่วงไม่กี่วันนี้เขาไม่จำเป็นต้องไปบริษัทแต่ต้องไปกับหลี่ปิงอวิ้น

“ช่วงเช้า เราต้องไปที่ไหนบ้างครับ?” ทันทีที่ได้พบกับหลี่ปิงอวิ้น ฮวงเฟิงก็ถามอีกฝ่ายทันที

วันนี้หลี่ปิงอวิ้นสวมชุดเดรสสีขาวที่มีระบายลูกไม้ที่สวยงามดุจเทพธิดา น่าเสียดายที่บนใบหน้าอันเลอโฉมของหญิงสาวกลับมีแว่นกันแดดปิดบังดวงตาที่สดใส

"เช้านี้ ฉันต้องไปถ่ายโฆษณา" หลี่ปิงอวิ้นขึ้นรถและพูดว่า คนที่ตามเธอมาในวันนี้ยังคงเป็นผู้ช่วยคนเดิม

"ครับ" ฮวงเฟิงไม่ได้คัดค้าน

หลังจากนั้นฮวงเฟิงก็ขับรถไปยังจุดนัดพบ โดยที่ตรงนั้นมีคนสองสามคนรออยู่ก่อนแล้ว

ตามที่หลี่ปิงอวิ้นคาด คนที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการถ่ายทำโฆษณาในครั้งนี้เป็นผู้กำกับตัวเล็ก ส่วนนักแสดงก็ไม่ได้มีแค่หลี่ปิงอวิ้นคนเดียวเท่านั้น เพราะเซี่ยเมิ่งเจียวได้เชิญนักแสดงชายอีกคนมาด้วย เพียงแต่ชื่อเสียงของเขาไม่ได้โด่งดังเท่าหลี่ปิงอวิ้นและไม่ใช่คนในบริษัทของเธอ

ฮวงเฟิงไม่เคยพบเจอนักแสดงคนนี้มาก่อน เขาเลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไรหรือมีฝีมือขนาดไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้คืออีกฝ่ายต้องเป็นคนที่เอาแต่ใจแน่ ๆ เพราะจนตอนนี้แม้ว่าจะเลยเวลานัดไปแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย

“เกิดเรื่องขึ้นกับเขาหรือเปล่าครับ? ทำไมเขาถึงยังไม่มาล่ะ” ฮวงเฟิงหันไปถามรองผู้จัดการของเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปที่อยู่ข้างๆเขา อีกด้านหนึ่งคือผู้จัดการของเซี่ยเมิ่งเจียวเป็นคนจัดการทุกอย่างให้พวกเขา

เพราะสุดท้ายแล้ว โฆษณาในครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อบริษัทของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องมีคนประสานงาน แม้ว่าฮวงเฟิงจะมาด้วย แต่สำหรับเซี่ยเมิ่งเจียวกับซูหยูโม่มีงานที่สำคัญมากกว่าการตามหลี่ปิงอวิ้นมาที่นี่

"ไม่รู้สิ ฉันเพิ่งโทรไปถามเมื่อกี้ เขาบอกว่ากำลังมา..." แม้ว่าฮวงเฟิงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับเขาและไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของเขา แต่เขาก็รู้ว่าซูหยูโม่กับเซี่ยเมิ่งเจียวให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายมาก เขาจึงไม่กล้าไม่ให้เกียรติฮวงเฟิง