ตอนที่ 473

USB: บทที่ 473 คนรู้จัก

“อื้ม! อร่อยจังเลย! นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้กินของอร่อยๆแบบนี้”

ในย่านที่ครื้นเครงแห่งหนึ่ง ฮวงเฟิงและหลี่ปิงอวิ้นเดินเตร่ไปตามทางพลางกินขนมในมือ ในตอนนี้ หลี่ปิงอวิ้นไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ได้เล่นสนุก

"เธอเป็นดาราดัง ก็ต้องทำงานหนักละนะ" เมื่อเห็นหลี่ปิงอวิ้นกำลังกินขนมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ฮวงเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าไม่มีทางที่ดาราอย่างเธอจะได้กินขนมตามที่ใจต้องการ

"อืม เรื่องอื่นไม่ค่อยเท่าไหร่ มีแค่เรื่องอาหาร ฉันกินมันในปริมาณที่มากไม่ได้ ฉันต้องคอยระวังเรื่องหุ่น บ่อยครั้งที่ฉันต้องอดทนและทำได้มองดูมัน..." หลี่ปิงอวิ้นว่า

"ฉันเห็นรูปถ่ายและวิดีโอของพวกดารานั่งกินข้าวบนอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยๆ แถมบนโต๊ะก็มีของเธอกินได้อยู่ไม่กี่อย่างเอง" ฮวงเฟิงตอบ

"เขาเรียกว่าถ่ายรูปอวดยังไงล่ะ!" หลี่ปิงอวิ้นกลอกตาแล้วพูดต่อว่า "พอผู้ช่วยถ่ายภาพกับวิดีโอเสร็จ อาหารพวกนั้นก็จะถูกยกออกไปทันที ฉันไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นสักหน่อย"

ฮวงเฟิงได้ฟังหลี่ปิงอวิ้นพูดถึงงานของตัวเองแล้วถึงกับพูดไม่ออก ในฐานะที่เป็นดารา พวกเธอไม่ลืมที่จะแสดงบทบาทของตัวเองเลยจริงๆ

“อา..วันนี้ฉันกินเยอะเกินไปแล้ว ฉันขอไปยิมสักหน่อยก่อนกลับ” หลี่ปิงอวิ้นกล่าวด้วยใบหน้าที่ขมขื่น

“เธอไม่สนใจยาลดความอ้วนของทางบริษัทเหรอ? ฉันว่ามันน่าจะได้ผลนะ ทำไมไม่ลองดูล่ะ” ฮวงเฟิงว่า

"ผลของยาลดความอ้วนยังไม่ได้รับการรับรองเลย บริษัทของนายถือว่าใช้ได้ มันไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่ก็ยังมีผลข้างเคียง แต่ว่า นายคิดว่าการทานยาลดความอ้วนจะได้ผลดีกว่าการออกกำลังกายได้ยังไง?"

"นอกจากนายจะลดน้ำหนักได้แล้ว ยังสร้างหุ่นที่ผอมเพียวและร่างกายแข็งแรงได้อีกด้วย ของแบบนี้ไม่ได้ทำได้ด้วยการทานอาหารเสริมนะ" หลี่ปิงอวิ้นกล่าว

“ที่เธอพูดมันก็จริงแหะ” ฮวงเฟิงพยักหน้า แม้ว่าการทานยาลดความอ้วนจะช่วยลดไขมัน แต่ไม่ใช่กับเนื้อส่วนที่เหลือ มันยากที่จะรับประกันว่าทานเข้าไปแล้วจะทำให้หุ่นดีได้จริงๆ

เดิมทีฮวงเฟิงต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จากมุมนอกสายตา จู่ๆเขาก็เห็นแสงสว่างวาบขึ้นมาจากมุมหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ดูเหมือนว่ามันจะส่องมาทางพวกเขา

"เธอเดินเล่นไปก่อนได้เลยนะ ฉันมีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา" ฮวงเฟิงพูดกับหลี่ปิงอวิ้น

"หืม นายจะไปไหนเหรอ?" หลี่ปิงอวิ้นถามอย่างสงสัย

"ไปทักทายคนรู้จักน่ะ ไม่ต้องห่วง ฉันจะรีบไปรีบกลับ" ฮวงเฟิงตอบ

"อ้อ ได้เลย ฉันจะไปรอนายข้างหน้านะ" หลี่ปิงอวิ้นตอบขณะพยักหน้ารับ เธอรู้ดีว่าตัวตนของเธอไม่สามารถเปิดเผยให้คนอื่นรู้ได้ เธอจึงไม่ขอตามฮวงเฟิงไป

ฮวงเฟิงเห็นว่าหลี่ปิงอวิ้นเดินนำไปแล้ว ก็หันกลับมาแล้วหายไปในฝูงชน

หึหึ ในที่สุดฉันก็ได้รูปมาแล้ว คิดไว้แล้วว่าหลี่ปิงอวิ้นรีบมาที่เมืองเจียงแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ คราวนี้เรารวยเละแน่ ว่าแต่เขียนพาดหัวข่าวพรุ่งนี้ว่าอะไรดีนะ?

ที่มุมหนึ่งไม่ไกลจากฮวงเฟิงและหลี่ปิงอวิ้น ชายวัยกลางคนมองดูกล้องราแพงที่คล้องคอตัวเองพลางหัวเราะเบา ๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“อ้าว ทำไมเหลือแค่เธอคนเดียวซะแล้วละ? ผู้ชายคนนั้นหายไปไหนแล้ว?” ในตอนที่ชายวัยกลางคนโผล่หัวออกมาจากมุมอีกรอบ เขากลับพบว่าหลี่ปิงอวิ้นยืนอยู่ตรงหน้าเขาเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างเธอก่อนหน้านี้ได้หายตัวไปแล้ว มันทำให้เขารู้สึกเสียดายจริงๆ

“ถ้าเราได้รูปมาเยอะกว่านี้ก็คงจะดีสิ เสียดายที่ไม่เห็นหน้าตาของผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้น ข่าวนี้ต้องดังเป็นพลุแตกแน่” ชายวัยกลางคนพึมพำพลางมองไปที่ร่างของหลี่ปิงอวิ้นจากทางด้านหลัง เขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขา

ปัง!

ชายวัยกลางคนรู้สึกเหมือนศีรษะของตัวเองถูกกระแทกอย่างแรง เขาตระหนักได้ถึงลางร้าย แต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ความมืดเข้าครอบงำ จากนั้นเขาก็หมดสติไปทันที

“ไม่เห็นจะอยากนับคนแบบนี้เป็นคนรู้จักเลย” เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าเขากับหลี่ปิงอวิ้นถูกสะกดรอยตาม เขาเลยหาข้ออ้างบอกเธอไปว่าเขาเห็นคนรู้จัก นี่คือสิ่งที่เขาพอจะนึกออกในตอนนั้น

คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากมาถึงตรวจแล้ว คนที่สะกดรอยตามพวกเขามาดันเป็นคนที่เขารู้จักจริงๆ เพราะในตอนที่เขาไปรับหลี่ปิงอวิ้น เขาเคยพบชายคนนี้ที่สนามบิน เขาก็คือ ‘ผู้อาวุโส’ ปากร้ายที่ชอบด่าผู้อื่นนั่นเอง

ฮวงเฟิงก้มตัวลงและหยิบกล้องของอีกฝ่ายขึ้นมา ในนั้นมีรูปถ่ายของหลี่ปิงอวิ้นกับเขา โชคดีของเขาแล้วที่ได้มาต่างเมือง แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงมุมกล้องด้านหลังและมองไม่เห็ยใบหน้าของเขา

"ไม่เลวเลยแหะ ฉันจะยึดมันไว้แล้วกัน ไหนๆคุณก็มีของแบบนี้อยู่แล้ว ฉันไม่ใจร้ายยึดของคุณไปทั้งหมดหรอก" ฮวงเฟิงพึมพำพลางเก็บกล้องของอีกฝ่ายไว้ในแหวนมิติ

ฮวงเฟิงจะมั่นใจได้ยังไงว่าในฐานะคนที่ยังไม่มีชื่อเสียงและยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นคนสะกดรอยตาม การขอกล้องจากอีกฝ่ายมาดูแบบนี้นั้นทำได้ยาก แต่เพราะเขายังทำไม่สำเร็จ หากเขาทำกล้องหาย เขาก็จะเอาผิดอีกฝ่ายไม่ได้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าฮวงเฟิงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น สำหรับพวกที่ชอบแอบสะกอดรอยตามผู้อื่นแล้ว ฮวงเฟิงไม่มีทางสงสารพวกเขาแน่

“ทำไมกลับมาไวนักล่ะ”

ในตอนที่ฮวงเฟิงกลับไปหาหลี่ปิงอวิ้น หลี่ปิงอวิ้นก็เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ เธอคิดว่าฮวงเฟิงจะใช้เวลาทักทายคนรู้จักสักพัก

"เขาขอตัวกลับไปก่อนน่ะ" ฮวงเฟิงตอบ เขาจ้องมองหลี่ปิงอวิ้นที่ยือยู่ตรงหน้า แม้อีกฝ่ายจะปลอมตัวอยู่ จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครมองออกว่าเธอคือดาราดัง แต่ในสายตาของพวกปาปารัสซี่มืออาชีพนั้นกลับมองออกได้อย่างง่ายดาย

“ดูเหมือนว่าเราต้องคอยระวังตัวแล้วสิ” ฮวงเฟิงลอบคิดในใจ เขาไม่ต้องการให้ข่าวลือเกี่ยวกับเขาและหลี่ปิงอวิ้นแพร่งพรายออกไปไม่ต่างจากไฟป่า หลังจากที่เขากับหลี่ปิงอวิ้นเดินเตร่ไปตามที่สาธารณอยู่ครึ่งค่อนวัน

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่มันกลับทำให้ฮวงเฟิงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก นั่นก็เพราะหลี่ปิงอวิ้นยังคงพักผ่อนที่เมืองเจียงต่ออีกสองวัน และถ้าเธอยังคงถูกเพ่งเล็งต่อไปเรื่อยๆ เธอก็คงออกเดินเล่นอีกไม่ได้แล้ว

ในขณะที่ฮวงเฟิงยังคงเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารของหลี่ปิงอวิ้น กลับมีคนที่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น