ตอนที่ 679

USB:บทที่ 679 ลงมือ

หลังจากที่ได้ผันตัวเข้ามาอยู่ในวงการนี้ เทียนจุ้นรู้ดีว่าในวงการงานของเขา อาวุธปืนไม่อาจที่จะนำมาใช้ได้อย่างอิสระ ตราบใดที่เขาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ตำรวจก็จะทำเป็นหูหนวกตาบอดบ้างเป็นบางครั้งแต่ทันทีที่เขาใช้ปืน ธรรมชาติของปืนก็จะเปลี่ยนไปและตำรวจก็ไม่มีทางปล่อยปะละเลยเรื่องนี้ได้

ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีผู้คนมากมายที่มีอาวุธปืนเอาไว้ในครอบครองแต่นั่นก็ล้วนแต่มาจากตลาดมืด และก็มีเพียงคนส่วนน้อยจริงๆ เท่านั้นที่กล้าใช้ปืน เทียนจุ้นเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าหัวหน้าใหญ่ฟางจะกล้าบ้าบิ่นใช้ปืน

“ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว” ฮวงเฟิงกล่าว “ตั้งแต่ห้วหน้าใหญ่ฟางไปแล้ว นายต้องนำคนของนายมายืดครองพื้นที่ของเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ อย่าได้ปล่อยโอกาสที่จะเติบโตนี้ไป

ฮวงเฟิงเข้าใจถึงประโยชน์ของการมีลูกน้องแล้ว ในกาลอวกาศอื่น เขามีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคน และตราบใดที่เขาออกคำสั่ง คนจำนวนมากก็จะทำงานแทนเขา นี่มันทำให้สะดวกมากจริงๆ

ทว่าในความเป็นจริง ฮวงเฟิงยังไม่คิดที่จะรับเทียนจุ้นเป็นลูกน้อง แต่ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้เขาขยับขยาย เขาเชื่อว่าตราบใดที่เขาไม่ล้ำเส้นระหว่างสถานะของเขาและความสัมพันธ์ของเขากับผู้กำกับชิวและท่านหวัง เทียนจุ้นก็จะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

"เรียบร้อยแล้วครับ" เทียนจุ้นกล่าว อันที่จริง ในทันทีที่เขาได้รับการยืนยันว่าหัวหน้าใหญ่ฟางได้ออกไปจากจังหวัดชิงแล้ว เทียนจุ้นก็ได้ขยับขยายอาณาเขตเรียบร้อยแล้ว การจากไปอย่างกะทันหันของหัวหน้าใหญ่ฟางก็ทำให้ลูกน้องของเขาเคว้งคว้าง สถานการณ์ที่เขาเข้าไปควบคุมก่อนหน้านี้วุ่นวายมาก นอกจากเทียนจุ้นแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อครอบครองอาณาเขตของหัวหน้าใหญ่ฟางเช่นกัน

ดังนั้นจึงอาจที่จะทำนายได้ว่า ในช่วงเวลาสั้นๆ อาณาเขตที่เคยเป็นของหัวหน้าใหญ่ฟางจะถูกแบ่งให้คนเหล่านั้น ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าใครจะเร็วกว่ากัน และการดำเนินการของเทียนจุ้นก็รวดเร็วมากอย่างเห็นได้ชัด

“เอาล่ะ ถ้างั้นฉันจะไปหาฉ่ายเถียนก่อน ถ้านายต้องการอะไรก็โทรบอกฉันได้” ฮวงเฟิงกล่าว

“ครับ” ตอนนี้เขายิ่งรู้สึกชื่นชมฮวงเฟิงมากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็รู้สึกอยากจะติดตามฮวงเฟิงด้วยความเต็มใจจากก้นบึ้งของหัวใจ

ฮวงเฟิงได้รับข้อความจากเทียนจุ้นอย่างรวดเร็ว เขาจึงได้ขับรถสปอร์ตของเขาออกไปเพื่อเตรียมที่จะไปพบกับฉ่ายเถียน

ทั้งสองคนอยู่ภายในห้องส่วนตัวที่หรูหราและภายในห้องส่วนตัวนั้น พยาบาลคนนั้นที่เขาเคยห็นที่โรงพยาบาลก่อนหน้านั้นก็อยู่ภายในห้องนั้นด้วยแต่วันนี้เธอไม่ได้สวมชุดพยาบาล แต่สวมชุดของเธอเองที่ดูเปิดเผยมาก หน้าอกที่ขาวนวลของเธอกระเพื่อมไม่หยุดซึ่งนั่นก็ดึงดูดความสนใจของฉ่ายเถียนได้

อย่างไรก็ตาม ฉ่ายเถียนนั้นก็ไม่กล้ามองเพราะว่าเธอคนนั้นกำลังอยู่ในอ้อมกอดของเผิงเฉิงฟู่และมือของเผิงเฉิงฟู่นั้นก็กำลังลูบคลำอยู่ข้างในเสื้อผ้าของเธอ

ฉ่ายเถียนมองดูด้วยความเสน่หา และมือของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมเข้าไปในเสื้อผ้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเขา ทันใดนั้นหญิงสาวคนนั้นก็ทรุดลงในอ้อมกอดของเขาและไม่เพียงแต่เธอจะไม่รู้สึกรังเกียจแต่เธอยังบิดร่างกายของเธอซึ่งทำให้ฉ่ายเถียนลูบคลำเธอได้ง่ายขึ้นเพราะเธอรู้ดีว่าฉ่ายเถียนเป็นใคร

มือของเผิงเฉิงฟู่ยังไม่หายดีนักและหากเขาต้องการที่จะดื่มเหล้า หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดเขาก็จะเป็นคนป้อนเขา แต่ทว่าด้วยวิธีการที่สวยงามโดยเธอใช้ปากของเธอส่งต่อเหล้าใส่ปากของเผิงเฉิงฟู่ทีละคำๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เผิงเฉิงฟู่พอใจกับบริการของเธอมาก

“ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจังหวัดชิงของคุณจะมีพยาบาลแบบนี้ด้วย” เผิงเฉิงฟู่กล่าวขณะที่เขาออกแรงที่ฝ่ามือของเขาทำให้หญิงสาวร้องเสียงแหลมออกมาและมองเขาด้วยสายตาเย้ายวน ซึ่งเกือบจะทำให้เขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้และปะทะเข้าไปที่จุดสำคัญของเธอ

“นี่เป็นเพราะคุณเลยนะเนี่ยนายน้อยเผิงช่างดีจริงๆ” เขาพูดขณะที่มองดูหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเผิงเฉิงฟู่อีกครั้ง พูดกันตามตรงเขาเองก็อยากที่จะลิ้มลองผู้หญิงแบบนี้แต่ในตอนนี้เขายังไม่มีโอกาส และแน่นอนว่าในอนาคตเขาก็คงจะไม่มีโอกาสได้ลอง

ถึงแม้ว่าเผิงเฉิงฟู่จะมีความสุขกับการบริการของสาวสาวในอ้อมกอดของเขาแต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ลืมเรื่องที่เขาได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงมองไปที่ฉ่ายเถียนและถามว่า “แล้วเรื่องที่ฉันของให้คุณทำน่ะเป็นยังไงบ้าง?”

ฉ่ายเถียนละสายตาจากหญิงสาวคนนั้นและกล่าวกับเผิงเฉิงฟู่ว่า “นายน้อยเผิง เรื่องนี้มันค่อนข้างยุ่งยาก เจ้าฮวงเฟิงคนนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นคนมีฝีมือแต่ยังไงเสียคุณก็วางใจได้ ผมจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน”

เมื่อเขานึกถึงอาการบาดเจ็บของเขา เผิงเฉิงฟู่ก็รู้ดีว่าฮวงเฟิงต้องเป็นคนมีฝีมือ ในเวลานั้นเขาไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าเขาจะรู้ว่าฮวงเฟิงเป็นคนมีฝีมือแต่เขาก็ยังไม่พอใจกับงานของฉ่ายเถียน “แกนี่มันมีแค่นี้เองเหรอ? การสั่งสอนบทเรียนให้ไอ้คนคน นั้นมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ไม่ต้องห่วง นายน้อยเผิง ผมจะทำให้เขามาคุกเข่าต่อหน้าคุณเพื่อขอโทษ!” เขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าหากเขายังไม่สามารถจัดการฮวงเฟิงได้ในตอนเช้า เขาก็คงจะต้องหาคนอื่นมาทำให้ฮวงเฟิงพิการให้ได้

แม้ว่าหัวหน้าใหญ่ฟางจะออกจากเมืองชิงไปแล้วตั้งแต่ตอนเที่ยง แต่ฉ่ายเถียนนั้นยังไม่ทราบข่าวนี้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดียวกันตั้งแต่แรก และเมื่อหัวหน้าใหญ่ฟางออกไป เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน ดังนั้นจนถึงขณะนี้ฉ่ายเถียนก็ยังไม่รู้ว่าหัวหน้าใหญ่ฟางได้ล้มเหลวอีกครั้งและหนีไปไกลแล้ว

“ก็ได้ ฉันจะเชื่อแก พรุ่งนี้แกต้องให้ฉันได้เห็นฮวงเฟิงมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน แม่งเอ้ย มันช่างกล้ามาทำร้ายฉัน ฉันจะทำให้มันต้องเสียใจ!” เผิงเฉิงฟู่คิดถึงตอนที่เขาร้องขอความเมตตาจากฮวงเฟิงด้วยความโมโหสุดขีด เขาไม่เคยถูกทำให้อับอายเช่นนี้มาก่อนและก็ไม่มีคนร่ำรวยคนไหนในเมืองหลวงที่จะแข็งแกร่งไปกว่าเขาและเขาก็ไม่เคยต้องเจ็บปวดกับการพ่ายแพ้เช่นนี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในเมืองเล็กๆ อย่างจังหวัดชิงนี้เขาจะต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้

“ฮวงเฟิงคนนี้มันคงจะเบื่อโลกแล้วแน่ๆ ที่มากล้าทำร้ายนายน้อยเผิง มันช่างกล้าเสียจริงๆ” เขาได้คาดโทษฮวงเฟิงให้ถึงแก่ความตายเอาไว้แล้ว ในใจเขาแล้วการที่เป็นศัตรูกับเผิงเฉิงฟู่ก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย

“ฉันได้ยินมาว่าแกกำลังตามหาฉันอยู่งั้นเหรอ?”

ขณะที่เผิงเฉิงฟู่และฉ่ายเถียนกำลังหารือกันว่าจะจัดการฮวงเฟิงอย่างไร ทันใดนั้นประตูของห้องนั้นก็ถูกเปิดออก มีเสียงที่คุ้นเคยลอยมาเข้าหูของพวกเขา

เผิงเฉิงฟู่และฉ่ายเถียนมองไปที่ประตูโดยที่ไม่รู้เลยว่าได้มีใครอีกคนหนึ่งปรากฎตัวอยู่ที่นั่นแลวและพวกเขาก็ยังรู้จักคนๆ นี้อีกด้วย

“ฮวงเฟิง? แกช่างกล้าดีนักที่มาถึงที่นี่!” เผิงเฉิงฟู่ลุกขึ้นยืนทันทีและตะโกนออกมา

“ฮวงเฟิง แกนี่เอง?” ฉ่ายเถียนเองก็ลุกขึ้นด้วยความตกใจและกล่าวออกมา เขาไม่คิดว่าคนที่เผิงเฉิงฟู่ต้องการที่จะให้ไปสั่งสอนนั้นจะเป็นฮวงเฟิงจริงๆ และคนๆ นั้นก็เคยเป็นคนที่เคยทำให้เขาต้องอับอาย!