ตอนที่ 422

USB:บทที่ 422 อธิบาย

ฮวงเฟิงไม่ต้องการเก็บบัตรประชาชนของเจียงเมิ่งหานไว้กับตัวเนื่องจากเขาเชื่อใจในตัวเธอ ในขณะเดียวกันเขาเองก็ไม่กลัวว่าเธอจะกลับคำพูดเช่นกัน เพราะการกระทำของเขาในครั้งนี้สามารถทำให้เจียงเมิ่งหานรู้สึกขอบคุณเขามากยิ่งขึ้นไปอีก

เวลาต่อมา พวกเขาได้รับประทานอาหารร่วมกัน มื้อนี้เป็นมื้อที่เจียงเมิ่งอาหารกินอาหารได้อย่างค่อนข้างสบายใจ ความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อฮวงเฟิงทำให้เธอดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี เธอทั้งรินไวน์และตักอาหารให้กับเขา แต่ที่เธอทำไปทั้งหมดก็เป็นเพราะเธอนึกเสียใจไม่น้อยที่ทำตัวไม่ดีกับฮวงเฟิงในตอนแรก

เนื่องจากมีเจียงเมิ่งหานดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ฮวงเฟิงจึงไม่รู้ตัวว่าตนนั้นได้ดื่มไวน์มากเกินไปจนเมื่อกลับถึงบ้านของตนเองก็เริ่มรู้สึกมีอาการเวียนหัวเล็กน้อย

“ ทำไมวันนี้คุณดื่มเยอะจัง” เมื่อเปิดประตู ไป๋เสี่ยวโหรวมองไปที่ฮวงเฟิงที่กำลังเมาพร้อมขมวดคิ้ว

“คุณนี่ยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนแม่บ้านขึ้นทุกทีเลยนะ” ฮวงเฟิงกล่าวพลางหัวเราะ

คำพูดของฮวงเฟิงทำให้ไป๋เสี่ยวโหรวรู้สึกอายและรำคาญเล็กน้อย เธอจ้องไปที่ฮวงเฟิงอย่างคาดโทษแต่จากนั้นก็เมินใส่เขาและเดินไปที่ห้องนั่งเล่นแทน

ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปแต่เป็นผู้หญิงที่เก่งกาจที่สังหารคนมานับไม่ถ้วน แต่หลังจากที่เขาได้ติดต่อกับเธอมาช่วงระยะเวลาหนึ่งมันจึงทำให้เขาลืมด้านนี้ของเธอไปสะแล้วและวันนี้เธอก็ยังเล่นตลกกับเขาอีก

"จะ เจ็บนะ ผมก็แค่ล้อเล่นเอง" ฮวงเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มประจวบกับตอนนี้หัวของเขาก็รู้สึกโล่งขึ้นมาบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามไป๋เสี่ยวโหรวก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาและยังคงดูทีวีต่อไป ฮวงเฟิงคิดว่าตนไม่ควรทำให้เธอเกลียดเพราะในตอนนี้เธอยังเป็นที่เหนือกว่าเขา

ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและพูดต่อว่า"คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ผมจะไปทำอาหารให้คุณ"

เมื่อฮวงเฟิงนำบะหมี่มาวางไว้ตรงหน้าเธอ เธอก็เริ่มกินมันโดยไม่สนใจใครจนสีหน้าของเธอดีขึ้น

“พรุ่งนี้ฉันขอกินอาหารดี ๆ นะ กินบะหมี่มาหลายวันแล้ว” ไป๋เสี่ยวโหรวกล่าว แม้ว่าบะหมี่ของฮวงเฟิงจะรสชาติดีแค่ไหน แต่การที่ต้องมากินบะหมี่ทุกแม้มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่มันก็ทำให้เบื่อได้เช่นกัน

"ไม่มีปัญหา"ฮวงเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะรู้ว่าเขาปล่อยใหไป๋เสี่ยวโหรวใจเย็นลงได้แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาจึงได้ตัดสินใจทำบะหมี่ให้เธอทานทุกวัน

หลังจากซักพักฮวงเฟิงก็คิดถึงเรื่องของตัวเอง "เกี่ยวกับเรื่องนั้น หัวหน้ากลุ่ม ผมมีบางอย่างจะถามคุณ"

“เป็นอะไรไปล่ะ? พูดต่อสิ”นอกเหนือจากคืนนี้ที่ฮวงเฟิงดูมีท่าทีที่ผ่อนคลาย แม้แต่เวลาอื่นเขาก็ดูผ่อนคลายเช่นกัน จึงเป็นผลทำให้ไป๋เสี่ยวโหรวพอใจเขาเป็นอย่างมาก

ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เพื่อน้องสาวของเขาตอนนี้เขาจึงได้กลายเป็นพวกอันธพาล เขามีลูกน้องอยู่เพียงไม่กี่คนแต่ไม่ต้องกังวลไปเขาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ฮวงเฟิงกล่าว เขารู้ว่าหากเขาไม่พูดเกริ่นขึ้นมา การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ ดังนั้นมันจะดีกว่าหากเขาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยตนเอง

"อ๋อ บอกไม่ได้สินะแสดงว่ามีคนมองหาคุณให้ช่วยหนุนหลังให้สินะ" ไป๋เสี่ยวโหรวกล่าวขณะที่เขามองไปที่ฮวงเฟิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ นั่น เขาเป็แค่เพื่อนธรรมดา ๆ คนนึงของผม ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่ง่ายสำหรับเขา” ฮวงเฟิงกล่าวจากนั้นเขาจึงเล่าเกี่ยวกับน้องสาวของเทียนจุ้นให้ไป๋เสี่ยวโหรวฟัง

รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋เสี่ยวโหรวหายไปมันถูกแทนที่ด้วยสีหน้าของความเห็นอกเห็นใจแทน

“อันที่จริง นายทำได้นะ” ไป๋เสี่ยวโหรวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวต่อว่า "ก็อย่างที่นายพูดเพื่อนของนายคนนี้ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เขาดูไม่มีพิษมีภัยด้วยซ้ำ แม้ว่าเพื่อนของนายคนนี้ยังมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดีต่อสังคม มันก็ย่อมมีเหมือนกันทุกเมืองเพราะอย่างไรโดยปกติแล้วรัฐบาลท้องถิ่นจะควบคุมกองกำลังตนไว้ในมือเพื่อป้องกันไม่ไห้พวกอันธพาลสร้างปัญหาให้กับสังคมมากเกินไป หากพวกเขาสามารถควบคุมได้ทั้งหมดผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน.

ไป๋เสี่ยวโหรวไม่มีเจตนาที่จะโกหกฮวงเฟิงแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงอาจกล่าวได้ว่าเป็นบุคคลในระดับล่าง แต่ตอนนี้เขาได้เข้าร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติแล้วแม้ว่าจะในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

อันที่จริงพวกอันธพาลในโลกของวรยุทธ ตราบใดที่พวกเขามีพลังแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานรัฐบาลได้ จากนั้นพวกเขาก็จะโจมตีหรือไม่ก็รับพวกเขาเขามาร่วมกับหน่วยงานเพื่อป้องกันไม่ให้รอดพ้นจากการควบคุมของพวกเขาและเพื่อสร้างกิจกรรมทางสังคมที่ยิ่งใหญ่

แน่นอนว่าคนในรัฐบาลไม่สามารถใช้พวกเขาเพื่อทำสิ่งที่ผิดกฎหมายได้ พวกเขาทำได้เพียงยับยั้งพวกเขาไว้ หากฮวงเฟิงสามารถรับคนจากกลุ่มนี้ได้จริงก็คงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเพราะมีหลายครั้งที่ความสามารถของพวกเขาสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันและเป็นประโยชน์ต่องานของพวกเขาได้

“ งั้น ผมรับได้ใช่ไหม” ฮวงเฟิงถาม หากเป็นไปได้จริงการเพิ่มกองกำลังเพิ่มเติมภายใต้คำสั่งของเขาจะเป็นประโยชน์ต่อเขา

"แน่นอนว่าคุณทำได้ แต่คุณไม่สามารถใช้มันทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือแม้แต่ยับยั้งพวกเขาได้ แน่นอนว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงดินแดนไม่ใช่หนึ่งในเหตุผลเช่นกัน ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบทางสังคมจนเลวร้ายเกินไปก็ย่อมทำได้ " ไป๋เสี่ยวโหรวกล่าว ที่จริงพวกเขาที่เหลือยังคงปรารถนาให้คนเหล่านั้นกลืนกินคนอื่น ๆที่มีอิทธิพล ไปด้วยและ ด้วยวิธีนี้จะทำเหลือเพียงคนอย่างพวกเขาแค่คนเดียวซึ่งมันจะควบคุมได้ง่ายกว่ามาก

ในที่สุดฮวงเฟิงก็เข้าใจความหมายของไป๋เสี่ยวโหรว การรับคนเหล่านั้นไว้ไม่ได้เป็นปัญหาและจะไม่มีปัญหาแม้ว่าเขาจะต้องการช่วยพวกเขาต่อสู้เพื่อดินแดนของพวกเขาก็ตาม อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถตายได้และไม่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบมากเกินไป

อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงตัวตนของเขาในฐานะสมาชิกของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติมันมีบางอย่างแปลก ๆ ท้ายที่สุดเขามี "ใบอนุญาตการฆ่า" ถ้าเขาฆ่าพวกเขาจริงๆเมื่อถึงเวลาใครจะรู้ว่าเป็นเพราะเขาที่ไปที่นั่นเพื่อแย่งชิงดินแดนหรือเป็นเพราะว่าเขาอยู่ในภารกิจงั้นหรือ?

ดังนั้นในเวลานี้ ฮวงเฟิงจึงตระหนักมากขึ้นว่าการระบุตัวตนของสมาชิกหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาตินั้นถือเป็นประโยชน์ เห็นได้ชัดว่า ไป๋เสี่ยวโหรวเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้มีเจตนาที่จะหยุดฮวงเฟิง

ในความเป็นจริงสิ่งที่ไป๋เสี่ยวไหลวไม่ได้บอกฮวงเฟิงก็คือสายลับบางคนในหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มของคนร้ายคนนี้ พวกเขาปิดบังตัวตนไว้และบางครั้งอาจทำในสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

ไป๋เสี่ยวโหรวไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เพิ่งเข้ามาในหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติเช่น ฮวงเฟิงจะมีใครบางคนเริ่มที่จะยอมจำนนต่อเขา อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับเธอ เนื่องจากอันธพาลอย่างเขาจะไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถหายไปได้ตลอดกาล ดังนั้นมันเห็นได้ชัดว่าการที่สามารถควบคุมคนเหล่านี้ไว้ในมือได้ย่อมดีกว่าทำลายล้างให้หายไป

ในใจของเขาของฮวงเฟิงรู้สึกดีกับคำพูดของไป๋เสี่ยวโหรว หลังจากที่เทียนจุ้นและคนอื่นๆ ยังอยู่ เขาก็จะปล่อยให้คนพวกนี้จัดการในสิ่งที่เขาสามารถลงมือได้ด้วยตนเอง

หลังจากได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ฮวงเฟิงจึงตัดสินใจทำอาหารดีๆ ให้กับไป๋เสี่ยวโหรวในวันพรุ่งนี้เพื่อเป็นรางวัล