ตอนที่ 470

USB:บทที่ 470 แก้ปัญหาลุล่วง

"ได้เลยครับ" เนื่องจากหลี่ปิงอวิ้นเป็นฝ่ายถาม หลี่ชวี่รู้สึกดีใจจนแทบจะสำลักในตอนที่คิดว่าตัวเองกำลังจะได้กอบโกยเงินมากมายจากการถ่ายโฆษณา

ก่อนหน้านี้ เขาแค่คิดว่าให้นามบัตรมือใหม่อย่างฮวงเฟิงก็พอ ไม่ได้คิดถึงหลี่ปิงอวิ้นเลยสักนิด เพราะเขาเป็นแค่ผู้กำกับที่ไร้ชื่อเสียงหรือดาราดังอย่างหลี่ปิงอวิ้น

ขนาดดาราที่ดังน้อยกว่าหลี่ปิงอวิ้นในอดีตยังรู้สึกภูมิใจแทนเขาเลย ไม่คิดว่าหลี่ปิงอวิ้นจะพูดแบบนั้นออกมาจริงๆ!

เท่านั้นยังไม่พอ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลี่ปิงอวิ้นจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแสดงหนังกับเขาอีกครั้ง เรื่องนี้นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขามาก

เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาแสดงความหวังดีต่อฮวงเฟิงก่อนหน้านี้ หลี่ปิงอวิ้นก็เข้ามาทักเขาในที พอคิดๆดูแล้ว ตอนถ่ายทำเมื่อกี้ หลี่ปิงอวิ้นดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบฮวงเฟิงเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าหากเขารู้ความจริง เขาก็คงไม่พูดอะไรแบบนั้นออกมา ในวงการบันเทิง หลี่ปิงอวิ้นมีอำนาจมากกว่าเขามาก เว้นแต่เขาจะไม่ต้องการอยู่ในวงการนี้แล้ว การแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

"คิดไม่ถึงเลยว่าการถ่ายทำในวันนี้จะราบรื่นขนาดนี้" หลังจากมองดูผู้กำกับหลี่พาคนของเขาจากไป ฮวงเฟิงก็หันไปพูดกับหลี่ปิงอวิ้นที่ยืนอยู่ข้างๆ

"อืม" หลี่ปิงอวิ้นพยักหน้าตอบ ตอนแรกเธอแพลนถ่ายโฆษณานี้ให้เสร็จภายในสองวัน แต่มันกลับถ่ายทำเสร็จโดยใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น เธอจึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาอย่างมาก

จากนั้นหลี่ปิงอวิ้นก็หันไปมองฮวงเฟิงแล้วพูดว่า "ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนายเลย ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านอกจากนายจะมีความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แล้วยังมีความสามารถในด้านการถ่ายโฆษณาด้วย"

ทันทีที่ได้เห็นความชื่นชมใบหน้าของหลี่ปิงอวิ้นแล้ว ฮวงเฟิงก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

“สุดยอดเลย ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอย่างนั้นได้ยังไง ฉันแค่แสดงไปตามความรู้สึก คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่สั่งคัทระหว่างถ่ายทำ แถมยังเล่นผ่านอีกด้วย”

"นั่นเป็นเพราะนายเล่นได้เยี่ยมมากยังไงล่ะ เขาไม่มีทางสั่งคัทหรอก" หลี่ปิงอวิ้นว่า

"ผู้จัดการฮวง ในเมื่องานเสร็จแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" จากนั้นผู้ช่วยผู้จัดการก็เดินมาหาฮวงเฟิงแล้วพูดกับเขา

ผู้ช่วยผู้จัดการไม่ได้คาดหวังว่าฮวงเฟิงมีฝีมือด้านการถ่ายโฆษณา ไม่เพียงเท่านั้น ในตอนที่ฮวงเฟิงและผู้กำกับหลี่กำลังพูดคุยกัน ผู้ช่วยผู้จัดการได้บอกเรื่องนี้กับเซี่ยเมิ่งเจียว ในตอนนั้นเซี่ยเมิ่งเจียวยังไม่รู้เรื่องนี้และกำลังหานักแสดงคนอื่นอยู่

ผู้ช่วยผู้จัดการสามารถจำได้ขึ้นใจว่าตอนที่เซี่ยเมิ่งเจียวรู้เรื่องนี้เธอยังตกใจมาก ขนาดเขาไม่ได้อยู่กับเธอ เขาก็ยังดูออกว่าเซี่ยเมิ่งเจียวกำลังตกใจมาก

เซี่ยเมิ่งเจียวรู้สึกประหลาดใจมาก เธอหาตัวแทนมาเล่นแทนตัวเอกชายคนก่อนได้แล้ว และกำลังจะติดต่ออีกฝ่าย

แต่กลับกลายเป็นว่าเขาให้ฮวงเฟิงถ่ายโฆษณา เธอคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดล้อเล่น คิดไม่ถึงเลยว่าฮวงเฟิงจะถ่ายโฆษณาจริงๆ ถึงขนาดที่ผู้กำกับและหลี่ปิงอวิ้นก็ยังพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา

แต่ลึกๆแล้วเซี่ยเมิ่งเจียวก็ยังรู้สึกสงสัย เธอยังไม่เชื่อว่าฮวงเฟิงจะเล่นโฆษณาได้จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คัดค้านอีกฝ่ายทันที

“ครับ คุณกลับไปก่อนก็ได้ครับ” ฮวงเฟิงบอกอีกฝ่าย

หลังจากนั้นผู้ช่วยผู้จัดการก็กลับไปก่อน ส่วนคนที่เหลืออยู่ตรงนี้มีแค่ฮวงเฟิง หลี่ปิงอวิ้นและก็ผู้ช่วยของเธอ

“ไปกันเถอะ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง” ฮวงเฟิงพูดกับหลี่ปิงอวิ้น "อยากกินอะไรก็บอกมาได้เลย เดี๋ยวทางบริษัทจะออกเงินให้เอง"

ฮวงเฟิงแทบไม่คิดที่จะประหยัดเงินให้บริษัทอยู่ในหัว ไม่ว่ายังไง เงินนี้ก็มีไว้เพื่อเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าเซี่ยเมิ่งเจียวกลับทนไม่ได้ที่เขาทำแบบนั้น เพราะมันสิ้นเปลือง

ในทางกลับกัน หลี่ปิงอวิ้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เธอรู้มาว่าฮวงเฟิงและเซี่ยเมิ่งเจียวมีปัญหานิดหน่อย นี่คือเหตุผลที่เธอรู้สึกว่ามันตลกในตอนที่ได้เห็นท่าทางของฮวงเฟิงที่กำลังจะสื่อว่า "ฉันรวยมาก"

แต่อย่างไรก็ตาม หลี่ปิงอวิ้นไม่ได้ปฏิเสธ เธอเสร็จธุระที่เมืองเจียงแล้ว ส่วนเวลาที่เหลือเธอจะอยู่ที่นี่เพื่อพักผ่อนและเที่ยวเล่นให้หนำใจ การที่ฮวงเฟิงมากับเธอในครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่ดีมาก

ในตอนที่ฮวงเฟิงและหลี่ปิงอวิ้นไปทานอาหาร มีอีกคนหนึ่งที่อารมณ์เสียมากจนแทบกินอะไรไม่ลง คน ๆ นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหนุ่มหน้าหวานที่กลับไประหว่างการถ่ายทำก่อนหน้านี้

"เป็นไงบ้าง? เฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปโทรมาบ้างรึยัง? พวกนั้นยอมแพ้แล้วยัง?" หนุ่มหน้าหวานหันไปถามหนึ่งในผู้ช่วยของเขา

ผู้ช่วยคนนี้ทำหน้าที่ถือโทรศัพท์ให้เขาโดยเฉพาะ โดยปกติแล้วเธอจะช่วยเขาถ่ายภาพและโพสต์ลงโซเชียลออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันกับแฟน ๆ

ผู้ช่วยคนนั้นมองดูโทรศัพท์ในมือที่ยังคงเงียบสนิท นี่เป็นครั้งที่สามที่อีกฝ่ายถามคำถามนี้ เธอรู้ว่าเขากังวลมากขนาดไหน จึงตอบกลับไปว่า "ทางนั้นยังไม่ส่งข้อความอะไรมาเลยค่ะ"

หากว่ากันตามหลักความเป็นจริงแล้ว หลังจากที่พวกเขาเดินออกจากกองถ่าย พวกเขาก็ไม่ได้กลับทันที พวกเขาไปที่โรงแรมและรอเวลาเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปมาขอโทษพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็จะใช้โอกาสเสนอเงื่อนไขและขึ้นค่าตัวซะเลย

คิดไม่ถึงว่าว่าตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่เฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปก็ยังไม่ติดต่อกลับมา

ตอนแรกพวกเขาคิดว่านั่งรออยู่เฉยๆเดี๋ยวเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปก็มาชดใช้บาปที่ตัวเองก่อแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขากลับเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

ด้วยเหตุนี้ หนุ่มหน้าหวานคนนี้จึงถามคำถามนี้กับเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่เขาต้องการสักทีทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจมากขึ้น

แต่เธอก็ยังคงเชื่อว่าหากเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปฉลาดพอก็จะโทรกลับมา และเงื่อนไขที่เธอเสนอจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง

"ลองบอกสิ ว่าเธอคิดว่ารปภ.คนนั้นจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปรายงานกับทางบริษัทไหม" ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ช่วยคนหนึ่งทำลายความเงียบในห้อง

"อือ ก็อาจจะเป็นไปได้!" ดวงตาของผู้ช่วยอีกคนสว่างวาบ “ถ้ารปภ.คนนั้นกล้าหาเรื่องเราจริงๆ แสดงว่าเขาคงเป็นคนที่กล้าและโง่มาก บางทีเขาอาจไม่ได้รายงานเรื่องนี้กับทางบริษัทก็ได้นะ”

"อืม ก็คงงั้น เขาคงคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุและไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับทางบริษัท ฉันคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่!"

"ฮึ! เขาจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง? ถึงเขาจะคุกเข่าต่อหน้าฉันและขอร้องให้ฉันกลับไปโฆษณา ฉันก็จะไม่ไปเด็ดขาด! "หนุ่มหน้าหวานที่กำลังวิตกได้ยินผู้ช่วยคุยกัน เขาก็โยนความกังวลก่อนหน้านี้ออกไปและทำตัววางก้ามทันที