USB:บทที่ 667 สงครามเย็น
เมื่อเห็นว่าสาวทั้งสามคนกำลังใช้สายตาเข้าฟาดฟันกัน ฮวงเฟิงก็ยิ่งพูดอะไรไม่ออก
“อ้อ นี่คุณได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ?” ไป่เสี่ยวโหรวถามด้วยความประหลาดใจ ครั้งนี้เธอหันหน้ากลับมามองฮวงเฟิง
“พี่ฮวง นี่พี่ได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ในตอนนี้กัวเมิ่งหานถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วฮวงเฟิงนั้นได้รับบาดเจ็บ
“ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ แต่ถ้าพวกเราช้ากว่านี้อีกสักหน่อยก็คงจะพูดยากล่ะ” ฮวงเฟิงกล่าว
ถึงแม้ว่าถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานจะเดินเข้าไปหา ถึงแม้ว่าถังมู่เสวี่ยจะรู้อยู่แล้วฮวงเฟิงได้รับบาดเจ็บและเสียเลือดไปมาก แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วฮวงเฟิงนั้นเจ็บมากแค่ไหน
“แล้วคุณเจ็บตรงไหนล่ะ?” ไป่เสี่ยวโหรวถาม
ฮวงเฟิงค่อยๆ ถอดเสื้อแจ๊คเกตออกและเมื่อเห็นว่าเขาขยับตัวไม่ค่อยสะดวก ถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานจึงรีบเข้าไปช่วยเขาในทันทีซึ่งในจุดนี้ไป่เสี่ยวโหรวถึงกับกลอกตามอง
อย่างไรก็ตามเมื่อฮวงเฟิงถอดเสื้อแจ๊คเกตออกแล้ว มันก็เผยให้เห็นบาดแผลที่น่าตกใจ
“พี่ฮวง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมีเลือดออกมากมายขนาดนี้?” กัวเมิ่งหานมองไปที่ไหล่ของฮวงเฟิงซึ่งเต็มไปด้วยเลือดและแผลเหวอะหวะ จากนั้นน้ำตาของเธอก็เริ่มร่วงอย่างควบคุมไม่ได้
ถึงแม้ว่าดวงตาของถังมู่เสวี่ยจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำแต่เธอก็เก็บซ่อนเอาไว้ได้ลึกกว่ากัวเมิ่งหาน เพราะว่าฮวงเฟิงนั้นได้รับบาดเจ็บก็เพราะว่าเขานั้นเอาตัวเข้าบังกระสุนให้กับเธอ ไม่เช่นนั้นแล้วคนที่จะต้องได้รับบาดเจ็บก็คงจะไม่ใช่ฮวงเฟิงแต่เป็นเธอนั่นเอง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า” ฮวงเฟิงปลอบใจ
“นี่นายยังจะอวดดีอีกงั้นเหรอ? ทำไมนายไม่รีบบอกตั้งแต่ตอนแรกที่เข้ามาล่ะ?” ไป่เสี่ยวโหรวกลับไปยังห้องของเธอ เขาเองก็ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มาจากที่ไหนแต่เธอก็ได้ไปหยิบเอากระเป๋ายาออกมา ฮวงเฟิงสาบานได้เลยว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของเขา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าของสิ่งนี้เป็นของที่ไป่เสี่ยวโหรวเอามาเพื่อจุดประสงค์บางอย่างได้ทันเวลา
“คุณสองคน ถอดเสื้อเขาออกทีสิ” ไป่เสี่ยวโหรวสั่งถังมู่เสวี่ยและคนอื่นๆ ขณะที่ถือคีมและอุปกรณ์อื่นๆ
ในเวลานี้ถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหาน ทั้งสองสาวไม่กล้าที่จะเพิกเฉยต่อคำพูดของไป่เสี่ยวโหรว เห็นได้ชัดว่าเธอนั้นมีประสบการณ์ทางด้านนี้ดังนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันถอดเสื้อของฮวงเฟิงออก
“ช้าๆ หน่อย” ไป่เสี่ยวโหรวกำกับ เพราะว่าเขาเสียเลือดไปมาก เสื้อผ้าและเลือดที่อยู่บริเวณหัวไหล่ของเขานั้นเกรอะกรังไปหดและทำให้เสื้อนั้นติดอยู่ที่ผิวหนังของเขา ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้มันยากที่จะถอดออกได้
จริงๆ แล้วถึงแม้ว่าจะปราศจากการกำกับของไป่เสี่ยวโหรว กัวเมิ่งหานและถังมู่เสวี่ยก็ไม่กล้าที่จะถอดเสื้อเขาออกเร็วจนเกินไปเพราะเมื่อเห็นสภาพที่ไหล่ของฮวงเฟิงแล้วพวกเธอก็เกรงว่าจะทำให้ฮวงเฟิงต้องเจ็บปวด
“ไม่เป็นอะไรหรอก คุณถอดมันออกได้เลย” ฮวงเฟิงกล่าวเมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนกำลังเป็นกังวลอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม หญิงสาวทั้งสองคนกลับไม่ได้เชื่อฟังเขาเลยในตอนี้แต่กลับเชื่อฟังไป่เสี่ยวโหรวแทน และความเร็วของพวกเธอก้ไม่เร็วเลย
เมื่อหญิงสาวทั้งสองถอดเสื้อของฮวงเฟิงออกได้แล้ว ก็เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แน่นของเขา วิธีการจับไหล่ของเขาถูกมองเห็นโดยคนหลายคนแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นรูปร่างหน้าตาของเขา แม้แต่ไป่เสี่ยวโหรวก็ยังขมวดคิ้ว
“โชคดีนะที่กระสุนทะลุเข้าไปไม่ลึกมากนัก ไม่งั้นล่ะก็กระดูกไหล่ของคุณต้องแตกแน่นอนเลย” ไป่เสี่ยวโหรวกล่าวขณะที่ฆ่าเชื้อที่คีมและเครื่องมืออื่นๆ
ฮวงเฟิงพยักหน้า ในตอนที่กระสุนทะลุเข้าไปนั้น ศาสตร์เวทย์มนต์ในร่างกายของเขาก็ได้หมุนเวียนเป็นกลไกป้องกันให้แก่เขา ป้องกันกระสุนไม่ให้ทะลุเข้าไปลึกและยังป้องกันไม่ให้เขาเจ็บปวดมากมายนัก
“อดทนไว้นะ ฉันจะเอากระสุนออกแล้ว” ไป่เสี่ยวโหรวกล่าวกับฮวงเฟิง
“ตามสบายเลย” ฮวงเฟิงกล่าว
“เดี๋ยวก่อน” ถังมู่เสวี่ยกล่าวออกมาทันที “เอาออกมาทั้งอย่างนั้นเลยเนี่ยนะ คุณไม่ต้องดมยาสลบก่อนงั้นเหรอ?” กัวเมิ่งหานเองก็พยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ค่อยสบายใจกับท่าทางสบายๆ ของไป่เสี่ยวโหรวเช่นกัน
“ที่นี่ไม่มียาสลบหรอกนะ ถ้าเขาจะต้องดมยาสลบเขาจะต้องไปที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ ไม่ใช่ที่นี่” ไป่เสี่ยวโหรกล่าว เธอนั้นมีเพียงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและเธอเองก็ไม่มียาสลบด้วย
ฮวงเฟิงนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้แต่ในเมื่อมันออกมาในรูปนี้แล้วเขาก็คงจะทำได้เพียงกัดอดทนเอา
“ไม่เป็นไร ลงมือได้เลย” ฮวงเฟิงกล่าว จริงๆ แล้วในกาลอวกาศก่อนหน้านี้ ก็อย่างกับว่าเขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บมากก่อน ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่ใช่การบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงสามารถที่จะอดทนต่อความเจ็บปวดได้
ไป่เสี่ยวโหรวพยักหน้าและเตรียมพร้อมที่จะลงมือ ถึงแม้ว่าถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานจะยังอยากที่จะพูดอะไร แต่เมื่อเห็นว่าไป่เสี่ยวโหรวนั้นได้เตรียมตัวที่จะลงมือแล้ว ทั้งสองคนจึงไม่กล้าที่จะส่งเสียงดังด้วยกลัวที่ไป่เสี่ยวโหรวกำลังจะลงมือแล้ว
เห็นได้ชัดว่าไป่เสี่ยวโหรวนั้นมีประสบการณ์ทางด้านนี้ การเคลื่อนไหวของเธอนั้นดูคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้และมือของเธอก็ไม่สั่นอีกด้วย และสีหน้าของเธอก็ยังจริงจังมากอีกด้วย
“ฮวงเฟิงถ้าคุณทนไม่ได้ก็กัดมือฉันได้เลยนะ” ในเวลานี้ในที่สุดถังมู่เสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาดังๆ ในเวลาเดียวกันเธอก้ได้เหยียดแขนที่ขาวและบอบบางของเธอออกมาและกัวเมิ่งหานก็ได้ทำเช่นเดียวกันอยู่อีกข้างหนึ่ง
ฮวงเฟิงพยักหน้า แต่เขาไม่ได้คิดที่จะกับแขนของพวกเธอทั้งสองคน อย่างไรก็ตามถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานนั้นต่างก็พากันกังวลอยู่นิดหน่อย ทั้งสองคนต่างก็พากันคว้ามือของฮวงเฟิงเอาไว้และบีบเอาไว้แน่น
ฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้คิดที่จะ “นอนรอความตาย” เช่นกัน เมื่อไป่เสี่ยวโหรวกำลังจะแคะเอากระสุนปืนออกมาเขาก็ได้หมุนเวียนศาสตร์เวทย์มนต์ในร่างกายของเขา
ไป่เสี่ยวโหรวนั้นไม่ได้มีอารมณ์อ่อนไหวเหมือนกับถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหาน เมื่อเตรียมการทุกอย่าพร้อมแล้ว เธอก็เตือนฮวงเฟิงและมีดที่แหลมคมก็กรีดเข้าไปในเนื้อของเขา
“ฮึบ!” ทันใดนั้น ฮวงเฟิงก็เปล่งเสียงฮึดฮัดออกมา เส้นเลือดบนมือของเขาก็ปูดโปน และเขาก็กำมันแน่นโดยไม่รู้ตัว พร้อมด้วยพลังมหาศาลที่คว้ามือของถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานเอาไว้ อย่างไรก็ตาม หญิงสาวทั้งสองคนก็กัดฟันและอดทนไม่ส่งเสียงออกมา
ขณะที่ไป่เสี่ยวโหรวกำลังลงมือนั้น เหงื่อบนหน้าผากของฮวงเฟิงก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเจ็บปวดทวีขึ้น หากไม่ใช่เพราะว่าเขามีพลังใจที่เพียงพอและได้ไหลเวียนศาสตร์เวทมนตร์ในร่างกายของเขา เขาก็อาจจะเป็นลมไปแล้วเพราะความเจ็บปวด
“เอาล่ะ” หลังจากที่ใช้เวลาไปไม่รู้ว่านานเท่าไร เสียงของไป่เสี่ยวโหรวก็ดังขึ้นอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันกระสุนปืนและเลือดบางส่วนก็ถูกนำออกมาวางไว้ที่ข้างตัวเขา
“ขอบคุณนะ” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด และในเวลานี้ เขาก็ตระหนักว่าเขายังคงบีบมือของถังมู่เสวี่ยและกัวเมิ่งหานเอาไว้แน่นและทันทีที่คลายมือออก เขาก็ขอบคุณทั้งสองสาวอีกครั้ง
หญิงสาวทั้งสองคนเห็นว่าฮวงเฟิงไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ พวกเธอก็รู้สึกดีใจมากถึงแม้ว่าพวกเธอจะเจ็บมือแต่พวกเธอก็ยิ้มได้
“บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?” ไป่เสี่ยวโหรวถามขณะที่เธอพันแผลให้กับฮวงเฟิง
“มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันทำให้ฮวงเฟิงต้องมาพัวพันกับเรื่องนี้” ก่อนที่ฮวงเฟิงจะทันได้พูดอะไร ถังมู่เสวี่ยได้ออกตัวแสดงความรับผิดชอบ “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ฮวงเฟิงก็คงไม่ต้องได้รับบาดเจ็บแบบนี้”
ขณะที่เธอพูดนั้น สีหน้าของถังมู่เสวี่ยก็เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและเศร้าสร้อย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved