ตอนที่ 479

USB:บทที่ 479 แสดงตัว

ฮวงเฟิงที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาเองก็รู้สึกขอโทษอยู่ในใจเช่นกันเพราะสุดท้ายแล้วยังไงเขาก็เป็นคนที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นและแม้ว่าซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวจะไม่ได้ตำหนิเขาตรง ๆ เขาก็รู้ได้เองว่าเขาสมควรที่จะโดนว่าเสียด้วยซ้ำ

หากการแก้แค้นของอีกฝ่ายมุ่งไปที่เขาเพียงคนเดียว เขาก็คงมานั่งโทษตัวเองอยู่เช่นนี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากชื่อเสียงของเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปต้องมามัวหมองพราะเขาเป็นสาเหตุ เขาจึงยังรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

"เอาแบบนี้คุณจะประกาศต่อหน้าสาธารณะเหรอว่าผมเป็นแค่พนักงานชั่วคราว? หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น พวกคุณได้ไล่ผมออกแล้วอย่างนั้นดีไหม?”

“ จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง!” ทันทีที่ฮวงเฟิงพูดจบ เซี่ยเมิ่งเจียวก็ตอบกลับเสียงดังทันที: "นั่นไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้สักหน่อย ถ้าเรายอมรับผิด คนอื่น ๆ จะคิดว่ามันเป็นความผิดของเราจริง ๆ"

“ เมิ่งเจียวพูดถูก” ซูหยูโม่ : "ในเวลานี้ แม้ว่าเราจะไล่นายออกไป คนพวกนั้นก็คงไม่ยอมปล่อยบริษัทของพวกเราไปง่าย ๆ หรอก ในเมื่อพวกเขาจับนายได้แล้ว พวกเขาไม่มีทางหยุดแค่นี้เพียงเพราะไล่นายออกหรอก อีกอย่างเมิ่งเจียวกับฉันก็ไม่คิดว่านายทำอะไรผิด กลับกันถ้าเป็นพวกเราอยู่ที่นั่นอาจจะทำมากกว่าที่นายทำก็ได้"

"ใช่!” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยสีหน้าไม่ยินดีนัก: " ถ้าฉันอยู่ที่นั่นในเวลานั้น ฉันจะเตะหมอนั้นให้ขาเดี้ยงโดยไม่ทันตั้งตัวและทำให้หมอนั้นไม่หลงเหลือความเป็นชายอีกต่อไป! "

ฮวงเฟิงฮุบขาลงโดยอัตโนมัติเมื่อเขาได้ยินคำพูดของเซี่ยเมิ่งเจียว เซี่ยเมิ่งเจียวคนนี้ช่างกล้าหาญเสียจริง ตอนนี้ทัศนคติของฮวงเฟิงที่มีต่อเซี่ยเมิ่งเจียวเปลี่ยนไปมาก ถึงแม้ว่าเด็กสาวเกเรคนนี้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาและชอบจับผิดเขาอยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะสร้างปัญหาหรือทำอะไรโดยไร้เหตุผล ไม่เช่นนั้น เธอคงไม่แสดงออกเช่นนี้แน่

“ แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?” ฮวงเฟิงถาม

ในทางกลับกันทั้งซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวเองก็ยังไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ พวกเธอไม่คิดมาก่อนว่าเรื่องนี้จะทำให้พวกเธอโมโหได้ขนาดนี้

"ผู้อำนวยการเซี่ย ผู้อำนวยการซู แย่แล้วค่ะ" ทันใดนั้นเลขาของเซี่ยเมิ่งเจียวก็เดินเข้ามาพร้อมพูดกับคนที่เหลือ

"เกิดอะไรขึ้น?" เซี่ยเมิ่งถาม

"มีพวกเซเลปปรากฏตัวบนอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น พวกเขากล่าวหาว่าเราเคยโดนพวกเรากดขี่ด้วยวิธีต่าง ๆ มาก่อน" เลขาของเซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว

เซี่ยเมิ่งเจียวและซูหยูโม่เปิดแล็ปท๊อปของตัวเองในทันทีและก็อย่างที่พวกเธอคาดไว้เนื่องจากพบข่าวที่คล้ายคลึงกันมากมาย ในตอนแรกมีสื่อเพียงสองหรือสามเจ้าเท่านั้นที่รายงานเรื่องราวระหว่างหนุ่มหน้าหวานกับเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปและมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่คอยติดตามเรื่องนี้ ซึ่งบางคนถึงขั้นใช้เงินเพื่อปกปิดเรื่องนี้ในขณะที่คนอื่น ๆ กลับให้ความสนใจจนเป็นกลายเป็นกระแสในที่สุด

“ นี่มันช่างน่าโมโหจริง ๆ !” ไอ้คนพวกนี้ยังไม่รู้จักพวกเราด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาพูดอีกว่าเคยทำงานร่วมกับบริษัทเรา! คนพวกนี้ไม่ดูตัวเองเลยจริง ๆ  แล้วเราจะได้เห็นดีกัน! "เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวในขณะอ่านข่าว

ฮวงเฟิงก็มีท่าทีไม่ต่างจากเธอเช่นกัน เพราะเขาก็ไม่คิดว่าเรื่องเล็กน้อยจะเป็นประเด็นในโซเชียลจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้ในโซเชียลเต็มไปด้วยคอมเม้นจากคนมากมายที่พยายามที่จะเรียกร้องกับเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป ผู้ชมที่ต่างไม่ได้รู้ความจริงในตอนนี้ได้เอาแต่กล่าวโทษค่ายเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป

แต่ตอนนี้มีดวงดาวเล็ก ๆ จำนวนมากมาประณามพวกเขา

สีหน้าของซูหยูโม่ก็ไม่สู้ดีเช่นกัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีการนี้จัดการบริษัทพวกเธอด้วยการโจมตีเป็นระลอก ๆและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หยุดพักหายใจเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งพวกดาราเล็ก ๆพวกนี้ต่างออกมาพร้อมกันเพื่อนใส่ความเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป ถ้าให้บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีคนชี้นำพวกเขา ซูหยูโม่ไม่มีทางเชื่อแน่นอน

อย่างไรก็ตามซูหยูโม่เดาเรื่องนี้ออกได้เพียงครึ่งนึงเท่านั้น แม้ว่าจะมีดาราหลายคนออกมาแสดงตัวเพื่อใส่ร้ายเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปว่าเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป ไม่ควรใช้อำนาจของตัวเองกลั่นแกล้งผู้อื่นทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขาหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีบริษัทขนาดใหญ่เช่นนี้อยู่

โดยสาเหตุที่ดารากลุ่มนี้กำลังเป็นที่นิยมในเวลานี้ก็เพราะพวกเขาเห็นว่าข่าวที่เกิดขึ้นกำลังเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในเมื่อแสงสปอร์ตไลท์กำลังสาดส่องมายังเรื่องนี้แล้วทำไมพวกเขาจะไม่ใช้ประโยชน์จากกระแสนิยมในตอนนี้ล่ะ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักให้กับเอง เช่นนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวว่าจะมีคนจากเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปมาโจมตีกลับ เพราะหากเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะยิ่งรู้สึกยินดีกว่าเดิมเพราะการยิ่งตกเป็นประเด็นมันก็จะทำให้ดาราคนนั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก

ตราบใดที่พวกเขาได้มีจุดยืนในสังคมและเป็นที่รู้จักตามที่ต้องการแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือชื่อเสียงไม่ว่าเรื่องจะเกิดเช่นไร อย่างไรพวกเขาก็มีชื่อเสียงแล้วและคิดว่าค่อยกลับมาสะสางปัญหาในภายหลัง จากนั้นพวกเขาก็จะทิ้งเรื่องนี้ไป

"เอ่อ คุณหลี่ก็เข้าร่วมด้วย" ในเวลานี้ ทันทีที่ซูหยูโม่เปิดข่าวอ่าน เธอก็ตระหนักได้ทันทีว่าหลี่ปิงอวิ้นมีการเคลื่อนไหวบ้างแล้ว

ทุกคนในตอนนี้ค่อนข้างที่จะเข้าใจหลี่ปิงอวิ้นที่เธอไม่มารวมกับพวกเขาเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็เหมือนกับยิ่งตอกย้ำในสิ่งที่เธอเพิ่งเจอ ดังนั้นเวลานี้ซูหยูโม่คิดว่าเธอคิดพยายามช่วยเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปให้ได้มากที่สุดอยู่แน่

อย่างที่คาดเอาไว้ เมื่อหลี่ปิงอวิ้นออกมาเคลื่อนไหว เธอได้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอยังกล่าวอีกว่าเป็นเพราะพ่อหนุ่มหน้าหวานคนนั้นเจตนาจะเอาเปรียบเธอ คนของเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปจึงเข้ามาช่วยคุ้มกัน ที่เธอมาแสดงตัวที่นี้ก็เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปและในขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นการตำหนิถึงพฤติกรรมของหนุ่มหน้าหวานที่ไร้ยางอายยิ่ง

ท้ายที่แล้วยังไงหลี่ปิงอวิ้นก็เป็นถึงดาราเซเลบริตี้ระดับท็อปของประเทศและเธอเองก็ไม่ใช่คนที่ดาราบางคนที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าเธอมาเทียบได้ ถ้าให้พูดถึงเรื่องความนิยมในบรรดาแฟน ๆ ของเธอนั้น พูดได้เลยว่าถ้าวัดกันเพียงเรื่องนี้เธอก็ชนะขาดลอยแล้ว

และเนื่องจากการปรากฎตัวของหลี่ปิงอวิ้น ประเด็นนี้จึงน่าสนใจยิ่งขึ้นและบรรดาสื่อต่าง ๆ ก็ต่างรายงานประเด็นนี้เพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่าราวกับว่าประเด็นได้กระจายไปทั่วทุกที่บนโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว

ดาราเล็ก ๆ เพียงไม่กี่คนเทียบไม่ได้เลยกับอิทธิพลของหลี่ปิงอวิ้นที่มีอยู่ ดังนั้น ต่อมาจึงเริ่มมีคนจำนวนมากที่ย้ายมายืนอยู่ฝ่ายเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปและต่างพากันคิดว่าอาจมีบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งสิ่งนี้ซึ่งพ่อหนุ่มหน้าหวานและคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้พูดถึง