USB:บทที่ 541 เร่งเครื่อง
"เอ๊ะ นี่มันรถยนต์ยี่ห้ออะไรกัน? ทำไม่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย?"
"แม้กระทั่งแผ่นป้ายทะเบียนรถก็ยังไม่มี ดูท่าแล้วน่าจะเป็นรถใหม่ มันสวยมากเลย"
"รถนั่นเหมาะกับผู้ชายมาก มันเป็นรถสปอร์ตของแท้เลย"
เช่นเดียวกับที่รถของฮวงเฟิงออกสู่ท้องถนนมันก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยรอบได้ทันที เสียงคันเร่งดังก้องดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างอย่างต่อเนื่องและทุกคนที่ได้ยินมันรู้สึกได้ถึงอะดรีนาลีนของพวกเขาที่สูบฉีดและดวงตายังคงจ้องมองไปยังรถของฮวงเฟิง
แม้ว่าฮวงเฟิงจะยังอยู่ในรถ แต่เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความอิจฉาและสายตาตื่นตะลึงจากผู้คนโดยรอบ โดยปกติแล้วเมื่อเขาเห็นรถสปอร์ตสุดหรูเขาเพียงแค่มองมันอย่างให้ความสนใจเท่านั้น แต่คราวนี้เขาเป็นคนที่นั่งอยู่ในรถเพลิดเพลินกับสายตาของผู้อื่น ไม่นานจากนั้นฮวงเฟิงก็เห็นรถของชิวหนิงซวงขับมาตามถนน ขณะที่ชิวหนิงซวงกำลังขับรถมาอย่างช้า ๆ เพื่อรอฮวงเฟิง แต่แล้วเธอเห็นรถของฮวงเฟิงขับมาด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ว่าสภาพถนนจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม ฮวงเฟิงเลือกที่จะขับรถด้วยตัวเอง ท่าทางของเขาไม่ต่างจากนักขับมืออาชีพที่มีความชำนาญสูง และนั่นทำให้ฮวงเฟิงสามารถไล่ตามชิวหนิวชวงได้ทัน
"ปรี้น ปรี้น ปรี้น!" ทันทีที่รถของฮวงสามารถวิ่งมาจนเทียบรถของชิวหนิงซวงได้ทัน เขาก็บีบแตรทักทายหล่อน และเป็นการเตือนว่าตอนนี้เธอควรจะแร่งความเร็วได้แล้ว ในตอนแรกชิวหนิงซวงไม่รู้เลยว่าเสียงแตรรถนั่นจะพุ่งเป้ามาที่เธอ แต่ต่อมาเธอก็สามารถรู้ได้เมื่อเห็นว่ารถคันดังกล่าวนั้นขับตามเธอมาตลอดทาง ชิวหนิงซวงมองผ่านกระจกหน้าต่าง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับรถสปอร์ตสีแดงข้าง ๆ เธอ มันช่างเป็นรถที่สวยมากจริง ๆ และไม่เพียงแต่ผู้ชายเท่านั้นที่สนใจรถคันนี้ แม้แต่ผู้หญิงอย่างเธอเองก็ไม่อาจละสายตาจากรถคันนั้นได้เลย
แต่อย่างไรก็ตามชิวหนิงซวงไม่คิดว่าฮวงเฟิงคือคนที่อยู่ในรถคันนั้น เธอคิดว่าคนที่ขับรถหรูนั่นน่าจะเป็นหนุ่มเศรษฐีกำลังเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาว และเธอก็พบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ดังนั้นชิวหนิงซวงจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก แต่ดูเหมือนว่ารถสปอร์ตนั่นจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เสียงแตรยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นแล้วชิวหนิงซวงยังคงถูกติดตามมาโดยตลอด
"รถสปอร์ตนั่นวิเศษอะไรหนักหนา นายถึงได้ไล่ตามฉันอยู่ได้ แต่ถ้าขืนยังตามฉันอยู่อีกละก็ ระวังตัวไว้เลย ฉันจะไม่ยกโทษให้แกแน่" ชิวหนิงซวงคิดในใจ อย่างไรก็ตามเจ้าของรถคันนั้นก็มิอาจรู้ถึงความคิดของเธอได้ หลังจากที่ขับตามเธอมาได้ครู่หนึ่ง ในที่สุดความอดทนของชิวหนิงซวงก็สิ้นสุดลง เธอไขกระจกรถลง ตั้งใจจะให้บทเรียนกับเจ้าของรถหรูนั่นซะหน่อย แต่เมื่อหน้าต่างของรถหรูนั่นถูกเลื่อนลง
"ฮวงเฟิง ทำใมถึงเป็นคุณได้?!" ชิวหนิงซวงอุทานขึ้นอย่างประหลาดใจ หากแต่ฮวงเฟิงไม่ตอบกลับแต่อย่างใด นอกจากเป็นเพราะรถทั้งสองกำลังขับเคลื่อนอยู่แล้ว ระยะห่างของรถทั้งสองคันนั้นให้ฮวงเฟิงไม่สามารถได้ยินเสียงของเธอ หลังจากที่ฮวงเฟิงแน่ใจแล้วว่าชิวหนิงซวงต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างกับ ดังนั้นเขาจึงให้สัญญาญให้เธอ จากนั้นเขาก็หยุดไล่ตามเธอ แล้วหันกลับมาให้โฟกัสการขับขี่ เนื่องจากช่วงนี้กำลังเข้าใกล้เขตชุมชน มีรถยนต์มากมายสัญจรผ่านไปมา
ในเมื่อเขานั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ เขาก็ไม่กล้าวอกแวกแต่ออย่างใด และนั่นก็ทำให้ชิวหนิงซวงจำต้องยับยั้งความสงสัยไว้ก่อน แต่เธอจะต้องซักถามเขาเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง และรถทั้งสองคันก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่เขาพวกเขาขับผ่านไป เมื่อจอดรถแล้วชิวหนิงซวงก็รีบเดินเข้าไปหาฮวงเฟิงทันที
"ฮวงเฟิง นี่รถคุณเหรอคะ?" ชิวหนิงซวงถามขึ้นขณะที่สายตาของเธอจับมองที่รถสปอร์ตของฮวงเฟิง แม้กระทั่งในตอนนี้เธอยังไม่หายประหลาดใจ ชิวหนิงซวงเข้าใจถึงฐานะของฮวงเฟิงดี นอกจากเขาจะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว เขายังมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นของตัวเอง แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร อีกทั้งโรงงานของเขาเพิ่งจะเปิดได้ไม่นานนัก นอกจากนั้นแล้วฐานะทางครอบครัวของเขาก็ธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยอะไร ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากฮวงเฟิงต้องการซื้อรถสักคัน เขาคงทำได้แค่เพียงหาซื้อรถสภาพดี ๆ สักคัน แต่คงไม่ใช่รถหรูเช่นนี้
ถึงแม้ว่าโรงงานของเขาจะได้ผลกำไรจากการประกอบการมากมาก แค่ซื้อรถราคาประมาณหนึ่งแสนหยวนได้ก็นับว่าดีมากแล้ว และนั่นทำให้เธอไม่คิดว่าฮวงเฟิงเป็นคนขับรถสปอร์ตหรูนี่ ถึงแม้ว่าเธอชิวหนิงซวงจะไม่รู้ว่ามันเป็นรถยี่ห้ออะไร แต่ดูจากรูปโฉมของมันแล้วเธอค่อนข้างแน่ใจว่าราคาของมันต้องไม่น้อยเลย
แต่เมื่อเธอเห็นห้องโดยสารภายในรถแล้ว ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่ารถคันนี้ต้องราคาของมันอย่างต่ำต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านหยวน หรือแม้แต่อาจจะราคาสูงถึง สอง สามล้านเลยก็เป็นได้ เธอเคยเห็นรถของเศรฐีที่มีฐานะร่ำรวยเป็นอันสองมาบ้าง แต่มันก็ไม่ยังไม่สวยและหรูหราเท่ารถของฮวงเฟิง
"ใช่ เป็นไงบ้าง? ไม่เลวเลยใช่ไหม?" ฮวงเฟิงพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ตลอดทางเขาสัมผัสได้ถึงกระแสตอบรับของรถยนต์คันใหม่ดี และเขาก็พึงพอใจกับมันมาก แน่นอนว่ามันเป็นรถยนต์ชั้นดี ยิ่งไปกว่านี้ฮวงเฟิงต้องอาศัยอยู่ที่โลกแห่งนั้นถึงหนึ่งปี เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมรถยนต์ของที่นั่น นอกจากนั้นแล้วเขายังคิดว่าถ้าหากรถคันนี้อยู่ที่นั่น ในเวลานั้นก็ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดี แต่ตอนนี้ในโลกแห่งความจริงเขาเป็นเจ้าของรถแบบนี้เพียงคนเดียว
"มันวิเศษมาก" ชิวหนิงซวงตอบ พร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์มากนัก แต่เธอก็สามารถบอกได้เลยวามันไม่เลวเลยทีเดียว "คุณชื้อมาจากไหน?"
"เรื้องนี้ต้องอุบไว้เป็นความลับ" ฮวงเฟิงพูดขึ้นอย่างมีลับลมคมใน เขาไม่มีทางเลือก รถนี้ไม่ใช่รถจากโลกแห่งความจริงนี่ เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าโรงงานผลิตรถยนต์นี่อตั้งอยู่ที่ไหน
"น่าเสียดายจริง" ชิวหนิงซวงช้อนสายตาขึ้นมองฮวงเฟิง แต่แล้วเธอก็ไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ จากนั้นเธอก็เดินนำฮวงเฟิงเข้าไปด้านใน
หลังจากที่เข้ามาแล้วพนักงานบางคนก็เอ่ยทักทายเธออย่างไม่เป็นทางการนัก เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นเพราะงานของเธอต้องมีการติดต่อที่นี่อยู่บ่อยครั้ง ทำให้พนักงานหลายคนของที่นี่จึงรู้จักและคุ้นเคยกับเธอเป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วชิวหนิงซวงยังถือว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่ง
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนพวกนี้จะจดจำเธอได้ การได้รับความช่วยเหลือจากชิวหนิงซวงเพียงแค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้ฮวงเฟิงสามารถหาจดทะเบียนรถได้ หลังจากนี้เขายังต้องจัดการเรื่องของประกันรถยนต์ให้เรียบร้อย ต่อจากนั้นรถของเขาก็พร้อมที่จะออกสู่ท้องถนน
"ขอบคุณมากครับ" ฮวงเฟิงกล่าวขอบคุณชิวหนิงซวงหลังจากออกสำนักงานควบคุมรถยนต์
"ถ้าคุณยังรักษามารยาทกับฉันแบบนี้อีกละก็ ฉันจะโกรธคุณแล้วนะ" ชิวหนิงซวงพูดขึ้น และเธอก็ไม่ได้เกินจริงเลย ฮวงเฟิงสุภาพกับเธอมากจนกเกินไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอต้องการให้เขาปฏิบัติติต่อเหมือนเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้นพอ
"ตกลง งั้นผมจะไม่พูดแบบนั้นอีก" ฮวงเฟิงยักไหล่แล้วพูดขึ้น หลังจากนั้นฮวงเฟิงก็เลือกที่จะจัดการกับส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยจัดการเรื่องของประกันรถยนต์ขณะที่ทานมื้อค่ำกับชิวหนิงซวงเพื่อเป็นการขอบคุณเธอ เมื่อเขาจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ในเวลานั้นอีกเหลือเวลาอีกไม่นานนักท้องฟ้าก็ตกอยู่ภายใต้ความมืด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved