ตอนที่ 314

USB:บทที่ 314 บังเอิญ

พนักงานขายใหม่เหล่านี้คงไม่เคยคิดมาก่อนว่าโรงงานเล็กๆ แห่งนี้ซึ่งเพิ่งจะเปลี่ยนเจ้าของจะมีสิ่งที่ดีเช่นนี้ หากพวกเขาเพียงฟังสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญพูด พวกเขาอาจจะไม่เชื่ออย่างสิ้นเชิง

ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะสามารถเห็นผลลัพธ์ด้วยตาของพวกเขาเอง แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยสัมผัสกับเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียยี่ห้อรุ่ยเจี๋ยนั้นดีเพียงใด

เป็นผลให้พวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยพลัง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ดีใจที่มีทางเลือกเช่นนี้ โชคดีที่พวกเขาไม่ยอมแพ้กับงานนี้เหมือนคนอื่นๆ และแทนที่จะมีอนาคตที่ดีกว่ารอพวกเขาอยู่ข้างหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาว่าโรงงานแห่งนี้ยังไม่ใหญ่โตมากนัก และก็มีคนอยู่ไม่มาก พวกเขาต่างก็เป็นคนงานรุ่นแรกที่ถูกจ้างโดยบอสคนนี้ และผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโรงงานี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว จากนั้นโรงงานแห่งนี้ก็จะต้องมีการพัฒนาที่ดีขึ้นและเพิ่มกำลังการผลิต และในฐานะที่เป็นคนทำงานรุ่นแรกที่เข้ามา ตราบใดที่ความสามารถของพวกเขาไม่ต่ำเกินไปนัก พวกเขาก็จะยังได้รับประโยชน์จากที่นี่อย่างแน่นอน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็แทบจะอดทนรอเพื่อไปที่โรงงานและรีบขายของไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าวันนีี้ยังไม่ใช่วันที่ดีนัก วันนี้นอกจากจะเป็นการแสดงให้พวกเขาเห็นถึงอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียยี่ห้อรุ่ยเจี๋ย ยังต้องแสดงให้พวกเขาเห็นถึงอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียแบบอื่นๆ เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้เห็นข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ เมื่อพวกเขานำไปเสนอขายลูกค้า พวกเขาจะได้สามารถกล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมและมีทางชักชวนลูกค้าได้มากขึ้น

ยิ่งพวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียมากเท่าไร พวกเขาก็จะยิ่งมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และในตอนนี้ ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะคิดเช่นไร พวกเขาได้ตัดสินใจที่จะทำงานที่นี่แล้ว แล้วใครจะกล้าพลาดงานที่มีแววเช่นนี้กันล่ะ?

ฮวงเฟิงนั้นไม่ได้อยู่ที่โรงงานตลอดเวลา พนักงานขายเหล่านั้นได้ผู้เชี่ยวชาญเหอช่วยสอนให้เข้าใจถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และการประชุมเชิงปฏิบัติการก็อยู่ภายใต้การดูและของกัวเหลียง ดังนั้นจึงทำได้สบายมาก ส่วนในด้านของโจวหรูหรานนั้นก็เป็นคนที่รับผิดชอบในด้านของบุคลากรและอีกคนหนึ่งก็รับผิดชอบด้านการเงิน ดังนั้นฮวงเฟิงเองจึงไม่มีอะไรต้องทำ ดังนั้นเขาจึงปลีกตัวไปอยู่อย่างสงบได้

ความจริงแล้ว นอกเหนือจากที่โจวหรูหรานที่เคยมีประสบการณ์มาบ้างทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และอีกสองคนต่างก็มีประสบการณ์ในด้านของตัวเอง โชคดีที่โรงงานแห่งนี้ยังไม่ใหญ่มากนัก และก็มีคนงานอยู่ไม่มากซึ่งก็เป็นการง่ายที่จะให้ทั้งสองคนได้ฝึกอบรมพวกเขา ในอนาคตเมื่อโรงงานขยายกิจการขึ้นพวกเขาก็จะได้เริ่มงานของพวกเขาได้อย่างประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าฮวงเฟิงจะออกจากโรงงานไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะว่าง นั่นก็เป็นเพราะว่าเขายังคงมีงานอื่นอีก

ทันทีที่เขาออกจากโรงงาน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากซูหยูโม่โทรมาสอบถามเผื่อว่าเขาจะพอมีเวลา ซึ่งถ้าเขามีเวลาเขาก็คงจะออกไปหาเธอได้สักครู่

“เมิ่งเจียวออกไปทำธุระกับมู่เสวี่ยแล้ว แล้ววันนี้ฉันก็อยากจะไปเดินชอปปิ้งสักสองสามร้านน่ะ” เมื่อเห็นว่าฮวงเฟิงมาถึงแล้ว ซูหยูโม่ก็อธิบายให้เขาฟัง

จริงๆ แล้วซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งจียวนั้นได้นัดกันไว้เพื่อไปดูร้านค้าด้วยกัน แต่ถังมู่เสวี่ยนั้นกลับโทรเรียกให้เซี่ยเมิ่งเจียวออกไปหาและบอกให้เธอโทรหาฮวงเฟิงให้ไปเป็นเพื่อนแทน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับฮวงเฟิง ซึ่งซูหยูโม่เข้าใจในประเด็นนี้และถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเขินอายในใจเล็กน้อยแต่เเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถังมู่เสวี่ยนั้นมีเจตนาที่ดี

ฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใด เขาเองก็ไม่ได้มีธุระที่จะต้องไปหารือในวันนี้ และยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ป ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะไปและค้นหาร้านค้าของซูหยูโม่เพื่อที่จะเปิดร้านขายตรง

ยิ่งไปกว่านั้นฮวงเฟิงเองก็ได้วางแผนไว้ว่าจะไปตรวจสอบเพื่อดูว่ามีอะไรดีอยู่ทางฝั่งของเขาหรือไม่ แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่ต้องการสิ่งนั้น แต่ในอนาคตเขาอาจจะได้ไปดูกับซูหยูโม่ก็ได้

ร้านค้าเพียงไม่กี่แห่งที่ซูหยูโม่ไปดูล้วนแต่อยู่ในเมืองและไม่ไกลเกินไปนัก ดังนั้นการจราจรจึงสะดวก แน่นอนว่าด้วยร้านค้าประเภทนี้ค่าเช่าหนึ่งปีนั้นราคาไม่ถูกอย่างแน่นอนและหากขายไม่ดีก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคตของบริษัท ดังนั้น ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวจึงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

ทุกครั้งที่เธอมาที่ร้าน เธอจะอธิบายข้อดีและข้อเสียของร้านให้ ฮวงเฟิงฟัง แม้ว่าเขาจะจบการศึกษาเร็วกว่าเธอหนึ่งหรือสองปี แต่ประสบการณ์ของเขาเองก็ยังเทียบไม่ได้กับเธอ นอกจากนี้พรสวรรค์ของเขาก็ไม่ได้แย่นัก ดังนั้นฮวงเฟิงจึงยังคงต้องเรียนรู้วิธีการบริหารบริษัทอีกมากโข

แน่นอนว่าฮวงเฟิงเองเจียมเนื้อเจียมตัวมากเช่นกัน เขารู้ดีว่าเขานั้นยังไม่ดีพอ ดังนั้นเขาจึงไม่รังเกียจซูหยูโม่และรู้สึกขอบคุณมาก

"หยูโม่?!" ขณะที่ฮวงเฟิงและซูหยูโม่ออกมาจากร้านและกำลังจะไปอีกร้านก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น พวกเขาประหลาดใจและรู้สึกโมโหเล็กน้อย!

ฮวงเฟิงและซูหยูโม่หันหน้าไปมอง และพบว่าเป็นถงเฉียนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาพร้อมกับผู้คุ้มกันอีกสองสามคนที่เหมือนคนที่กำลังแบกสิ่งของบางอย่าง ในตอนนี้ถงเฉียนกำลังมองไปที่ทั้งสองคนอย่างโกรธเกรี้ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาจ้องไปที่ดวงตาของฮวงเฟิง ดวงตาของเขาดูเหมือนจะแผดเผาฮวงเฟิงได้

ฮวงเฟิงและซูหยูโม่ไม่คิดว่าจะมาเจอถงเฉียนที่นี่ ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้

เมื่อพูดถึงครั้งสุดท้ายที่ถงเจียนไปที่เฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปเพื่อไปหาซูหยูโม่และถูกฮวงเฟิงห้ามเอาไว้ เขาก็ไม่ได้กลับไปที่ เฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปอีกเลย ไม่ใช่เพราะเขาถอดใจจากซูหยูโม่แต่เป็นเพราะมีสิ่งอื่นๆ ที่ทำให้ล่าช้า

และฮวงเฟิงนั้นก็ยิ่งรู้ดีว่าเขาไม่ได้เลิกตามตอแยซูหยูโม่ แต่มีอีกสาเหตุหนึ่งและนั่นก็เป็นเพราะเขาขาหักและจำเป็นต้องพักฟื้นอาการบาดเจ็บก็เพียงเท่านั้น ฮวงเฟิงไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะกลับมาอีกครั้งและยิ่งไปกว่านั้นต้องบังเอิญมาพบกันในเมืองที่วุ่นวายแห่งนี้

ฮวงเฟิงและซูหยูโม่ไม่ได้คิดว่าจะได้พบกับถงเฉียน และถงเฉียนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับทั้งสองคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ฮวงเฟิงออกไป "ซื้อของ" กับซูหยูโม่

ขาของถงเฉียนยังไม่หายดีนักและพ่อของเขาก็กำลังเตรียมที่จะจัดการให้เขาเดินทางไปต่างประเทศในเร็วๆ นี้ แต่ด้วยเหตุผลบางประการเนื่องจากขั้นตอนยังไม่เสร็จสมบูรณ์จึงทำให้ล่าช้า ฉงเฉียนคิดว่าพิธีการไม่สำคัญขนาดนั้นและเขาจะเดินทางไปต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะไปเยี่ยมซูหยูโม่อีกครั้งก่อนที่จะไปต่างประเทศเพราะเขาจะไม่คว้าน้ำเหลวอย่างแน่นอน เขาไม่อาจที่จะสูญเสียคนๆ นั้นไปได้ เขาจึงออกมาซื้อของในวันนี้และพร้อมที่จะมอบให้กับซูหยูโม่เมื่อถึงเวลา

และเนื่องจากเหตุการที่ทำให้เขาขาหักเมื่อครั้งที่แล้ว ถงเฉียนจุ้นยังคงกังวลว่าลูกชายของเขาจะออกมาข้างนอกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขาของเขายังเดินไม่ค่อยสะดวก นั่นคือเหตุผลที่เขาจัดให้มีบอดี้การ์ดสองสามคนคอยติดตามเขา