ตอนที่ 463

USB:บทที่ 463 ส่งศิษย์ไป

ปัง!

เป็นดังคาดหมัดของทั้งสองปะทะกันก่อให้เกิดคลื่นพลังรุนแรง คลื่นพลังนั้นกระจายไปทุกสารทิศและปัดเป่าจอมยุทธ์สองคนจากอาณาจักรวายุโชยกระเด็นออกไป

ทั้งสองฝ่ายต่างถอยกลับไปคนละสองก้าว เพียงแต่ฮวงเฟิงถอยออกไปอีกเล็กน้อย ใบหน้าของเขาขึ้นสี มุมปากของเขามีเลือดสีสดไหลซึมออกมา แต่ไม่นานมันก็ถูกเขากลืนลงคอ

“เขาเป็นยอดฝีมือ!” ฮวงเฟิงคิดในใจ ยังดีที่เมื่อกี้เขาไม่ได้รับการโจมตีเต็มๆ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นยอดฝีมือระดับสอง เขาก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับถอยกลับไปเพียงไม่กี่ก้าวอกีทั้งระยะยังสั้นกว่าเขาอีกด้วย

“ไม่แน่เขาอาจจะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรวายุโชย” ฮวงเฟิงมองไปที่ชายหัวโล้นตรงหน้าเขาแล้วคิดไตร่ตรองด้วยความสงสัย

“ระวังตัวด้วยนะ พี่ฮวง! นักพรตหัวโล้นคนนั้นคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรวายุโชย กงหมิง!”

เช่นเดียวกับที่ฮวงเฟิงกำลังสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เสียงของหลิวหมิงเจี๋ยก็ดังขึ้น คนๆนี้ฉลาดมากที่รู้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าฮวงเฟิงคือปรมาจารย์กงหมิง!

"อยากตายงั้นรึ! นี่เจ้ากล้าดูหมิ่นท่านปรมจารย์ได้อย่างไร!" ทันทีที่หลิวหมิงเจี๋ยพูดจบก็มีคนตะโกนสวนกลับมาทันที

ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็พุ่งไปหาหลิวหมิงเจี๋ยเพื่อที่จะสังหารคนที่ทำให้ปรมาจารย์กงหมิงต้องอับอายและต้องการแสดงฝีมือต่อหน้ากงหมิง

เจ้าสำนักท่านนี้ทราบดีว่าเขาทำหน้าที่ได้ไม่ดีในตำแหน่งที่เขารับผิดชอบ และทิ้งความรู้สึกแย่ๆไว้ในใจ ในอนาคตภายพากหน้า หากเขายึดครองอาณาจักรสำเภาสวรรค์แล้วเขาอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการกระจายอำนาจได้

แต่คำพูดของหลิวหมิงเจี๋ยได้ทำให้เขาได้โอกาส นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของหลิวหมิงเจี๋ยนั้นอ่อนแอมากดังนั้นเขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปง่ายๆเด็ดขาด

ยังดีที่มีจอมยุทธ์คนอื่นอยู่ใกล้ๆหลิวหมิงเจี๋ย ไม่อย่างนั้นหลิวหมิงเจี๋ยคงไม่สามารถรับการโจมตีจากชายตรงหน้าได้ จริงอยู่ที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่หากอีกฝ่ายเพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์และต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนัก มันต้องไม่ดีแน่

ไม่ว่าฮวงเฟิงจะอยากยื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่ายขนาดไหน เขาก็ทำไม่ได้เพราะตรงหน้าเขายังมีศัตรูที่แข็งแกร่งยืนขวางอยู่ ฮวงเฟิงได้แต่ภาวนาให้หลิวหมิงเจี๋ยปลอดภัยจนกว่าเขาจะจัดการศัตรูได้สำเร็จ

ฮวงเฟิงทึ่งในพลังของปรมาจารย์กงหมิง ขณะที่ปรมาจารย์กงหมิงเองก็ทึ่งกับฝีมือของฮวงเฟิงเช่นกัน

แต่ดูจากท่าทางของฮวงเฟิงแล้ว อีกฝ่ายไม่ใช่ยอดฝีมือระดับหนึ่ง ทว่าลมปราณของเขาเหมือนจะบริสุทธิ์มากอีกทั้งพลังในการโจมตีเมื่อครู่เรียกได้ว่าทรงพลังไม่น้อย

การต่อสู้ในครั้งนี้ แม้เขาจะดูเหมือนเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่เขาก็ไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายเพราะฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้ยังรับบาดเจ็บถึงชีวิต

"เป็นอย่างที่คิด คนที่สามารถปลิดชีพยอดฝีมือระดับสองได้ถึงสองคนในคราเดียวนั้นฝีมือไม่ธรรมดาเลย" กงหมิงขบคิดกับตัวเอง ทว่ามือของเขากลับไม่หยุดโจมตี

ชั่วพริบตา ทั้งสองก็เริ่มต่อสู้อีกครั้ง หมัดของทั้งสองถูกปกคลุมไปด้วยเงาสีดำและร่างของทั้งสองก็เปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา แม้แต่คนนอกที่ได้เห็นฉากต่อสู้ก็ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้

ในระหว่างการต่อสู้ ฮวงเฟิงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บและเมื่อรวมกับท่าเท้าท่องคลื่นแล้ว แม้ว่าปรมจารย์กงหมิงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่การทำให้ฮวงเฟิงได้รับบาดเจ็บกลับเป็นเรื่องยาก

ยิ่งปรมจารย์กงหมิงได้ต่อสู้กับอีกฝ่ายนานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความสามารถของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่ว่าในสำนักของเขาจะไม่มียอดฝีมือระดับสอง แต่ยอดฝีมือพวกนั้นกลับไม่มีคนที่สามารถต่อสู้กับเขาได้นานเท่านี้มาก่อน

เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของฮวงเฟิงคือยอดฝีมือระดับสอง แต่แท้จริงความสามารถในการต่อสู้ของเขากลับทัดเทียมกับยอดฝีมือระดับหนึ่ง

"ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้ารอดไปได้เด็ดขาด!" ปรมาจารย์กงหมิงมองเห็นความสามารถที่แท้จริงของฮวงเฟิงว่า

หากวันนี้เขาไว้ชีวิตชายคนนี้ วันข้างหน้าเขาจะต้องเป็นศัตรูตัวฉกาจของอาณาจักรวายุโชยและจอมยุทธ์สกุลหลินอย่างแน่นอน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่สามารถทนต่อไปได้ ใบหน้าของเขามืดครึ้มพลางท่องบทสวด ทันใดนั้นเขาก็เปิดปากและตะโกนว่า "ฮ่า!"

ฮวงเฟิงที่อยู่ตรงหน้าปรมาจารย์กงหมิง จู่ ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าหัวของเขาถูกของแข็งกระแทกด้วยเข้าอย่างจัง เขารู้สึกปวดหัวมากจนมองเห็นภาพตรงหน้าพล่ามัว

"แย่แล้ว!"

ฮวงเฟิงที่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกพยายามใช้สายตามองภาพตรงหน้า แต่การทำอย่างนั้นกลับทำได้ยาก เพราะตอนนี้ตรงอกของเขาถูกฝ่ามือของอีกฝ่ายทำให้เลือดสีสดไหลออกมาจากปาก

ฮวงเฟิงรวมรวมลมปราณตามร่างกายมาไว้ที่อกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีใครอนุญาติให้เขาตาย เขาจะตายไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

แต่อย่างไรก็ตามร่างของฮวงเฟิงถูกการโจมตีเมื่อครู่ส่งออกไป ชนเข้ากับคนสามคนจนล้มลงที่พื้น ในตอนนี้เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงมากพอที่จะลุกขึ้นมาได้ในทันที

ปรมาจารย์กงหมิงมองร่างของฮวงเฟิงที่ถูกส่งออกไป ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ทว่าเขาไม่คิดจะหยุดเพียงเท่านั้นและตามฮวงเฟิงโดยหมายจะเอาชีวิตของฮวงเฟิงมาให้ได้

ทันทีที่เขาไปถึงตำแหน่งฮวงเฟิง เขาก็ได้พบความจริงที่ว่าร่างของฮวงเฟิงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายลอยมาทางนี้ แต่เมื่อมาถึงกลับเหลือเพียงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในสายตาของปรมาจารย์กงหมิงเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าภายในเวลาอันสั้น ฮวงเฟิงกลับไม่อยู่ที่นี่แล้ว

ใบหน้าของปรมาจารย์กงหมิงมืดครึ้มลงทันที พลังฝ่ามือของเขาเมื่อครู่นับว่ารุนแรงไม่น้อย หากเป็นคนอื่นที่ถูกฝ่ามือของเขาล่ะก็คงมีแต่ตายสถานเดียว ทว่าอีกฝ่ายกลับเป็นฮวงเฟิง เขารู้ว่าฮวงเฟิงได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ถึงตาย เมื่อรู้ดังนี้ เขาจึงรีบตามมาจัดการอีกฝ่ายในทันที

คิดไม่ถึงเลยว่าพอมาถึง ฮวงเฟิงจะหายตัวไปแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก จริงอยู่ที่ฝ่ามือของเขานั้นทรงพลัง แต่มันก็ไม่สามารถทำให้คู่ต่อสู้หายไปได้

แม้ว่าจริงๆแล้ว ตอนนี้ฮวงเฟิงจะยังคงนอนอยู่บนพื้นแต่ก็ไม่กล้าขยับตัว ในตอนนี้เขาใช้ผ้าคลุมล่องหน ทำให้เขาสามารถหายไปจากสายตาของปรมาจารย์กงหมิงได้

ฮวงเฟิงพยายามเรียกสติ เขาเข้าใจแล้วว่าเสียงตะโกนของปรมาจารย์กงหมิงก่อนหน้านี้ไม่ใช่เสียงตะโกนธรรมดา หากแต่เป็นเคล็ดวิชาที่ไม่ต่างกับการใช้ ‘พลังเสียง’ ในการโจมตี

ยังดีที่ตอนนี้ ร่างกายของฮวงเฟิงยังพอมีพลังหลงเหลืออยู่ เขาจึงฟื้นพลังให้กลับมาโดยเร็ว เขามองดูปรมาจารย์กงหมิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล ฮวงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและรอจังหวะโจมตี

ในตอนนี้ปรมาจารย์กงหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะไม่สามารถมองเห็นฮวงเฟิงได้ และในขณะเดียวกันนี้ก็มีจอมยุทธ์จำนวนไม่น้อยจากทั้งสองฝั่งอยู่บนกำแพงเมือง

เป็นไปได้ว่าฝั่งอาณาจักรสำเภาสวรรค์ทราบเรื่องที่เขามาที่นี่จึงส่งคนจำนวนหนึ่งมาเป็นกำลังเสริม

ในเมื่อเขาไม่พบร่องรอยของฮวงเฟิง ปรมาจารย์กงหมิงจึงเตรียมสั่งสอนบทเรียนให้กับจอมยุทธ์คนอื่น ๆ ในอาณาจักรสำเภาสวรรค์

ทว่าทันทีที่เขาหันหลังกลับ เขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัวมันก็สายเกินไปเสียแล้ว!