USB:บทที่ 235 ลาออก
"อ่า? ผู้จัดการหยวนคงไม่เข้าใจความหมายที่ฉันกำลังจะสื่อสินะคะ สิ่งที่ฉันกำลังจะสื่อก็คือฉันยอมแพ้การประมูลในครั้งนี้ ฉันไม่กล้าพอที่จะเสียเงินถึงสองล้านให้เพียงแค่ภาพวาดรูปนี้หรอกค่ะ" ซูหยูโม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ผู้ชมตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ในห้องนี้ไม่มีใครโง่เง่าเกินกว่าจะคิดไม่ออกเพียงแต่พวกเขาต้องใช้เวลาในการคิดเพื่อทำความเข้าใจความหมายที่ซูหยูโม่ต้องการจะสื่อ
อันที่จริง ซูหยูโม่ไม่ได้ต้องการภาพวาดนั้น แต่เธอแค่ต้องการล่นเกมส์กับผู้จัดการหยวน และตั้งใจทำให้เขาเลือดตกยางออกเท่านั้น
ในตอนนี้ ผู้จัดการหยวนเหมือนเริ่มเข้าใจขึ้นมา เขาสัมผัสได้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่กำลังมองมาที่ตัวเอง
สายตาพวกนั้นไม่ต่างกับสายตาที่กำลังมองคนโง่เลยแม้แต่น้อย ภายในใจของเขาจึงถูกเติมเต็มด้วยความโกรธทันที
เดิมทีผู้จัดการหยวนต้องการเปิดเผยความมั่งคั่งและความแข็งแกร่งของตนเอง แต่ตอนนี้เขาในสายตาของคนอื่นกลับมองเขาเป็นแค่คนงี่เง่าที่มีเงินเยอะที่ยอมใช้เงินสองล้านหยวนเพื่อซื้อภาพวาด
จริงๆแล้ว เขาควรหยุดประมูลตั้งแต่ราคาเจ็ดหรือแปดแสนหยวนแล้ว แล้วแบบนี้คนอื่นจะมองเขาเป็นอะไรไปได้อีกนอกเสียจากไม่ใช่ไอ้หน้าโง่
แม้ว่าผู้จัดการหยวนจะรู้สึกเสียใจอยู่ในใจ แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าเขาไม่ต้องการประมูลต่อแล้ว ไหนจะเรื่องราคาประมูลที่เขาเสนอในตอนนี้อีก หากเขาพูดออกมาแบบนั้นจริง ๆ ไม่เพียงแต่เขาจะทำผิดกฎบริษัทประมูลชั้นนำแห่งยุค แต่เรื่องวันนี้จะกลายเป็นเรื่องตลกของคนทั้งวงการ แถมยังเป็นเรื่องตลกที่ไม่มีวันหายไปเสียด้วย!
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าเขาจะเกลียดซูหยูโม่แทบขาดใจแค่ไหน เขายังคงต้องฝืนปั้นยิ้มออกมาและบอกกับซูหยูโม่ว่า
"ขอบคุณครับ ผู้อำนวยการซูที่รัก"
“ผู้จัดการหยวนสุภาพเกินไปแล้วค่ะ พวกเราทุกคนต่างเป็นพวกเดียวกัน เราควรต้องดูแลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว” ซูหยูโมม่กล่าวอย่างไม่แยแส
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะดูถูก ซูหยูโม่ เพราะเธอไม่เพียงแต่จะสวยเท่านั้น แต่เธอยังเป็นเหมือนจิ้งจอกแก่เจ้าเล่ห์เช่นเดียวกับผู้จัดการหยวน ในอนาคตหากใครประมาทคนอย่างเธอแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องพ่ายแพ้ต่อเธอแน่นอน
"พี่หยูโม่ พี่ดูเหมือนผู้มีอำนาจมาก ผู้ชายพวกนั้นดูเหมือนจะร้องไห้กันใหญ่เลย" เซี่ยเมิ่งเจียวพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ อยู่ข้างๆ เห็นๆอยู่ว่าหญิงสาวอารมณ์ดีมาก
แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้จัดการหยวนไม่พอใจ แต่เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างเป็นศัตรูกันอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้
อย่างไรก็ตาม ฮวงเฟิงแอบคิดในใจว่าซูหยูโม่น่าจะเป็นคนวางแผนหลอกลวงผู้จัดการหยวน ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงเองก็คาดเดาไว้บ้างแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าแผนการหลอกผู้จัดการหยวนจะล้ำลึกถึงเพียงนี้
แน่นอนว่าในฐานะเจ้าของภาพวาดนั้น ฮวงเฟิงนั้นพึงพอใจเป็นอย่างมากเนื่องยิ่งราคาสูงเท่าไหร่เขาก็จะได้เงินมากขึ้นเท่านั้น
จากนั้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประมูลถามถึงสามครั้งก็ไม่มีใครเสนอราคาอีก ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ประมูลได้เคาะประมูลราคาสุดท้ายลงเพื่อยืนยัน
ผู้จัดการหยวนซึ่งเดิมทีหวังว่าจะมีคนมาประมูลอีกครั้งทำได้เพียงแค่ฝืนยิ้มและแสร้งยอมรับการแสดงความยินดีของคนรอบข้าง แต่ในความเป็นจริงทุกคนอาจกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ในใจก็เป็นได้
ผู้จัดการหยวนรู้ว่าเขาพ่ายแพ้ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เขาต้องใช้เงินจำนวนมากโดยเปล่าประโยชน์แต่เขายังถูกคนอื่นล้อเลียนว่ารวยแต่โง่อีกด้วย
หลังจากนั้นการประมูลก็ดำเนินต่อไป ฮวงเฟิงก็ดูการประมูลต่อไปด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลายและสบอารามณ์ แม้ว่าภาพวาดของฮวงเฟิงจะถูกประมูลด้วยเงินมูลค่ากว่าสองล้านเหรียญ แต่ก็ยังมีหลายรายการที่ประมูลได้ในราคาที่สูงกว่าเขา
เมื่อการประมูลสิ้นสุดลง ในกลุ่มสี่คนของฮวงเฟิงมีเพียงถังมู่เสวี่ยเท่านั้นที่สามารถประมูลชนะได้หนึ่งรายการ ส่วนอีกสามคนประมูลไม่ชนะสักรายการ
เนื่องจากการแข่งขันประมูลภาพวาดระหว่างซูหยูโม่และผู้จัดการหยวน แม้ว่าซูหยูโม่จะไม่ชนะการประมูล แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าดูถูกเธอ
แม้ว่าเบื้องหน้าฮวงเฟิงดูเหมือนจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ แต่ในใจของเขาตอนนี้กลับนึกอารมณ์ดี
ครู่ต่อมาซูหยูโม่ก็ถามฮวงเฟิงว่าเขาชอบหรือยากได้ของชิ้นไหนไหม ซึ่งคำถามพวกนั้น ฮวงเฟิงก็ได้ตอบครบทุกคำถามแล้ว ซูโยโม่จึงไม่ถามอะไรเพิ่มอีก
"นายอยากให้พวกเราไปส่งรึเปล่า?" ซูหยูโม่พูดกับฮวงเฟิง เมื่อถึงทางเข้างานประมูล
ใบหน้าของเซี่ยเมิ่งเจียวก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันทีที่ได้ยินคำถามของซูหยูโม่ แม้ว่าปกติแล้วฮวงเฟิงไม่ทำอะไรให้เธอรำคาญใจก็ตาม
"ไม่ต้องหรอก ผมนั่งแท็กซี่กลับเองได้" ฮวงเฟิงกล่าว
“อ่อ โอเค” ซูหยูโม่ไม่บังคับเขา
เมื่อมองไปที่ซูหยูโม่กับอีกสองที่กำลังขึ้นรถไป ฮวงเฟิงถอนหายใจออกมา: "ดีจังที่มีรถ!"
แม้ว่าเงินที่เขาหามาได้วันนี้จะสามารถซื้อรถได้ แต่ฮวงเฟิงก็ต้องใช้กับสิ่งที่สำคัญกว่า
สุดท้ายฮวงเฟิงก็ยังไม่ได้กลับบ้านเพราะเขาได้รับโทรศัพท์จากกัวเหลียงเพื่อนสนิทของเขา
“ เป็นอะไรรึเปล่า?” ฮวงเฟิงนั่งลงข้างทั้งคู่และถาม เขาพอเดาได้รางๆว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับงานของเขา ท้ายที่สุดกัวเหลียงก็บอกกับเขาเกี่ยวกับเรื่องงานเมื่อสองวันก่อน
“อย่าพูดถึงเรื่องน่ารำคาญนั้นก่อนเลย มาดื่มกับฉันดีกว่า” กัวเหลียงกล่าว เมื่อก่อน หากกัวเหลียงหรือฮวงเฟิงอารมณ์ไม่ดีหรือเมื่อพวกเขาเครียด ทั้งสองคนมักจะโทรหาเพื่อนัดมาดื่มและพูดคุยกัน แม้ว่าพวกเขาจะเมากันจนเละแต่ในวันที่สองพวกเขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ
ฮวงเฟิงได้ดื่มกับกัวเหลียงไปหนึ่งแก้วก่อนจะมองไปที่โจวหรูหราน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการถามโจวหรูหรานว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขา
โจวหรูหรานไม่ได้ปิดบังอะไรเพราะเธอรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกัวเหลียงกับฮวงเฟิงนั้นดีมาก
จากคำอธิบายของโจวหรูหราน ฮวงเฟิงจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมกัวเหลียงถึงโทรเรียกเขามา
ความจริง วันนี้กัวเหลียงได้ลาออกจากงาน และนอกจากเขาแล้วก็ยังมีโจวหรูหรานเองก็ลาออกด้วย แต่ทั้งสองคนไม่ได้ต้องการลาออกจริงๆ การที่กัวเหลียงจะได้รับเลื่อนตำแหน่งเพียงช่วงสั้น ๆ มันก็ถือได้ว่าอนาคตของเขานั้นดูไม่เลวร้ายสักเท่าใด
แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ลาออกมาแล้ว สาเหตุก็คือหัวหน้าคนใหม่ที่กัวเหลียงพูดถึงเมื่อครั้งที่แล้ว
หัวหน้าคนนั้นเป็นคนนิสัยเสียและชอบยุ่งกับพนักงานหญิงในบริษัท เช่นนั้นโจวหรูหรานคนสวยจึงไม่สามารถรอดพ้นจากสายตาของชายผู้นี้ได้ แม้ว่าเขาจะได้รับคำเตือนจากกัวเหลียงก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาก็ดูไม่สนใจกับคำเตือนนั้นสักเท่าไหร่
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นสำหรับเขาในวันนี้ก็คือ หัวหน้าคนใหม่ต้องการเอาเปรียบโจวหรูหรานจนทำให้เธอถึงกับต้องตบหน้าเขาเลยทีเดียว
เนื่องจากโจวหรูหรานไม่ใช่คนประเภทที่ต้องเก็บความรู้สึกและอดทนเวลาถูกเอาเปรียบโดยที่ไม่เต็มใจอย่างแน่นอน
อีกอย่างคือ เจ้านายของกัวเหลียงคนนี้ไม่ได้คิดว่าโจวหรูหรานจะตบเขาต่อหน้าทุกคนจริง ๆ ซึ่งนั้นทำให้เขารู้สึกอับอาย เขาโกรธและอับอายจนอยากจะตบโจวหรูหรานคืน ทว่าความคิดนั้นกลับทำให้เขาชะงัก
เนื่องจากกัวเหลียงได้ผลักเขาล้มลงพื้นไปก่อน ไม่เพียงเท่านั้นกัวเหลียงกลับตบไปที่หน้าของเขาไปอีกหนึ่งฉาด
ในฐานะที่ชอบโน้มตัวเข้าหาแฟนเขาอยู่บ่อยๆ และต้องการที่จะเอาเปรียบแฟนของเขาอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเกินกว่าที่จะคาดถึง เพื่อนของเขาคนนี้ได้กระหน่ำตบหัวหน้าใหม่คนนี้อย่างต่อเนื่องเพราะโดยปกติเขาก็ไม่ใช่คนจะปล่อยเรื่องแบบนี้ไปได้ง่ายๆ
นี่มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่มีพื้นเพอย่างกัวเหลียงที่อยู่ภายใต้การดูแลของเยว่หยาง
ในสถานการณ์เช่นนี้ทั้งกัวเหลียงและโจวหรูหรานจึงคิดเป็นฝ่ายที่ขอลาออกก่อน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved