ต่ำกว่าปราณจิตขั้นสี่มิแพ้พ่าย
!
ผลการตัดสินของการประเมินวันนี้จะตัดสินด้วยโทเค็น
ต่อให้จี้เทียนซิงถอดรหัสค่ายกลและทำลายข่ายปราณมาแล้วนับไม่ถ้วนก็ตาม
แต่ถ้าเขากลับออกไปโดยไร้ซึ่งโทเค็นประจำตัว เขาจะถูกตัดสินว่าล้มเหลวในที่สุด
เขายืนอยู่บนแท่นสูงและมองไปรอบๆเพื่อค้นหาลู่หมิงหยาง
แน่นอน
ทันทีที่เขามองไปยังทะเลทรายสีทองที่อยู่ทางทิศตะวันออกก็เห็นเงาหลังหลัดๆของลู่หมิงหยาง
เขามีปฏิกิริยาและทะยานร่างลงจากแท่นสูงมุ่งหน้าไปยังโซนทะเลทรายสีทองอย่างรวดเร็ว
“ฟุ่บ !”
ในช่วงเวลาสั้นๆจี้เทียนซิงก็มาถึงพื้นที่ใกล้เคียงของทะเลทรายสีทองและรีบมุ่งหน้าไปหาอีกฝ่าย
ลู่หมิงหยางกำลังยืนอยู่บนขอบทะเลทรายสีทองและจ้องมองจี้เทียนซิงด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
สีหน้าของมันแสดงออกชัดเจนว่ากำลังรอคอยการแสดงที่ดี
“ลู่หมิงหยาง !
เจ้ามันชั่วช้าต่ำทรามนัก มอบโทเค็นของข้าคืนมาซะ !”
จี้เทียนซิงยืนอยู่นอกเขตทะเลทรายห่างออกไปสิบก้าวและตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ลู่หมิงหยางเริ่มคลี่ยิ้มและหัวเราะอย่างไม่แยแส
“ฮ่าๆๆ
จี้เทียนซิง
เจ้าก็นับว่ามีความสามารถทางด้านข่ายปราณไม่น้อยเลยทีเดียว เจ้าตามหลังข้ามาติดๆตลอด น่าเสียดายที่ยังเทียบผู้เชี่ยวชาญชั้นสูงอย่างข้ามิได้ ข้าพบโทเค็นเป็นคนแรก !”
กล่าวจบลู่หมิงหยางก็ชี้ไปที่ม่านแสงสีทองด้านหลังและกล่าวเย้ยหยันว่า
“ถ้าเจ้าต้องการโทเค็นคืนก็เข้าไปเอาในข่ายปราณกระบี่ทางนั้นได้เลย
!”
จี้เทียนซิงเบนสายตาไปมองและพบว่าภายในม่านแสงสีทองที่อยู่กลางทะเลทรายมีโทเค็นสีดำอันหนึ่งวางอยู่
เขาขมวดคิ้ว
ดวงตาทอประกายเย็นชาพลางกล่าวว่า “ลู่หมิงหยาง
เจ้าวอนเจ็บตัวเสียแล้ว !”
ตูม !!
เมื่อสิ้นเสียง
ร่างสูงโปร่งของจี้เทียนซิงก็พุ่งทะยานเข้าหาลู่หมิงหยางพลางกำหมัดเหวี่ยงเข้าหาอีกฝ่าย
หมัดของเขาส่องประกายด้วยแสงสีทองและก่อรูปเป็นเงาหมัดอันพร่างพราวสีทองที่ฉาบเคลือบไว้ด้วยพลังปราณอันหนาแน่น
เมื่อเห็นภาพนี้
มุมปากของลู่หมิงหยางก็เชิดโค้งขึ้นด้วยสีหน้าเหยียดหยามพลางกล่าวอย่างดูแคลนว่า “จี้เทียนซิง เจ้าเลือดขึ้นหน้าจนสมองกลับไปแล้วหรือ ? ด้วยพลังในขอบเขตปราณแท้อย่างเจ้า กล้าโจมตีข้าด้วยพลังกา.......ย เอ๋...... ? อ้ากกกกก !!”
ปึงง ! !
ในขณะที่พูดลู่หมิงหยางก็ยกกำปั้นขึ้นหมายจะต้านรับพลังหมัดที่จี้เทียนซิงเหวี่ยงเข้าหา
มันโคจรพลังปราณในขอบเขตปราณจิตหมายจะสยบอีกฝ่ายด้วยขอบเขตพลังที่เหนือกว่า
แต่ทว่า พูดยังไม่ทันจบประโยคดี
คำพูดครึ่งหลังกลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ลู่หมิงหยางถูกชกกระเด็นกระแทกลงไปในทะเลทราย
ไถรูดไปกับพื้นทรายไกลถึงห้าเมตรกว่าจะหยุดลงได้
มันกลิ้งโคโร่หลายตลบจนทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเม็ดทราย
มันพยายามชันกายลุกขึ้นยืน แต่กลับพบว่าข้อมือหักสะบั้นจนไม่อาจขยับได้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้
ลู่หมิงหยางไม่อาจยอมรับได้ !
มันไม่สามารถทำใจให้เชื่อได้ว่าตนเองพ่ายแพ้ด้วยหมัดเดียวจากจี้เทียนซิง มันไม่เพียงถูกชกกระเด็นเท่านั้น
แม้แต่ข้อมือก็ยังหักอีกด้วย
“เป็นไปไม่ได้ ! เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร
? ข้าไม่เชื่อโว้ย !”
“จี้เทียนซิง ! เจ้ามีพลังยุทธ์ในขอบเขตปราณแท้นี่นา
ส่วนข้ามีพลังในขอบเขตปราณจิต
เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าได้อย่างไร ?!”
ลู่หมิงหยางคำรามลั่น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความสับสน
ความไม่เข้าใจและความโกรธแค้น
จี้เทียนซิงเดินเข้าหาอย่างสงบและยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“ลู่หมิงหยาง เจ้ามันทะนงตนเกินไป !”
“อย่าว่าแต่เจ้ามีพลังยุทธ์เพียงแค่ขอบเขตปราณจิตขั้นแรกเลย
ต่อให้เป็นยอดฝีมือในขอบเขตปราณจิตขั้นที่สี่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าในยามนี้ !”
เมื่อเสียงลดลง
ชายหนุ่มก็ยังคงเดินไปหาลู่หมิงหยางด้วยสีหน้าเย็นชา
ลู่หมิงหยางหน้าถอดสีและตัวสั่นเทาพลางตะโกนออกมาว่า
“จะ จี้เทียนซิง เจ้าต้องการอะไร ?”
“พวกเราอยู่ในข่ายปราณแม่ลูก
อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายจะดีกว่า มิฉะนั้นครูฝึกฮั่นจะไม่ยกโทษให้เจ้าแน่ !”
การพูดจาข่มขู่ของลู่หมิงยางยิ่งทำให้จี้เทียนซิงเดือดมากขึ้นเท่านั้น
“เฮอะ ! สวะอย่างเจ้านี่มันน่าหัวเราะเสียจริง
สู้ไม่ได้ก็เอาครูฝึกมาบังหน้า ไร้สาระ !”
จี้เทียนซิงแสยะยิ้ม
จากนั้นก็ยกเท้าขวาขึ้นถีบกดเข้าที่ยอดอกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
"ปัง !"
โลหิตสีแดงฉาดฉีดพุ่งออกจากปากของลู่หมิงหยางทันที
ร่างของมันจมลึกลงไปในกองทรายสีทอง
มันพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างหนัก
แต่ทว่าหน้าอกของมันถูกเท้าขวาของจี้เทียนซิงเหยียบกดจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย
ปากของมันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต
มันคำรามใส่อีกฝ่ายว่า "จี้เทียนซิง ! ไอ้ระยำเอ้ย
เจ้าฉีกหน้าข้า เจ้ากล้าทำให้ข้าอัปยศขายหน้า นี่มันฆ่ากันทั้งเป็นชัดๆ !”
จี้เทียนซิงนวดหว่างคิ้วด้วยความเอือมระอาและกล่าวว่า
“ข้าไม่เคยไปหาเรื่องเจ้าก่อน หากเจ้าไม่ยุแหย่ข้า
ข้าก็คงไม่ลงมือทำร้ายเจ้าในวันนี้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะลู่หมิงหยาง หากข้าคิดจะฆ่าเจ้าจริงๆ ข้าทำไปนานแล้ว"
“เจ้าหยิบฉวยโทเค็นของข้ามาและโยนเข้าไปในค่ายกลกระบี่งั้นหรือ
? ฉลาดน้อยเสียจริง !”
“ในเมื่อเจ้าเล่นข้าแบบนี้
ข้าก็จะทำให้เจ้าได้สำนึก ข้าจะทำให้เจ้าเสียหน้าจนไม่มีหน้าอยู่ในหอยุทธ์ฟงอวิ๋นได้อีกเลย
!”
ท้ายที่สุดแล้วจี้เทียนซิงก็ก้มลงไปกระชากคอเสื้อของลู่หมิงหยางและหยิบฉวยโทเค็นของมันมา
จากนั้นก็ลากอีกฝ่ายที่มีสภาพราวกับสุนัขตายเดินไปยังม่านแสงสีทองที่ค่ายกลกระบี่ทำงานอยู่
ลู่หมิงหยางรู้สึกเสียใจและอัปยศอดสูถึงขีดสุด มันได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถหนีรอดจากการลากจูงของจี้เทียนซิงได้เลย
จากนั้นจี้เทียนซิงก็ลากอีกฝ่ายโยนเข้าไปในม่านแสงสีทองค่ายกลกระบี่ทันที
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ !”
ค่ายกลทำงานอย่างรวดเร็ว
คลื่นกระบี่สีทองอันแข็งกร้าวดุดันมากกว่าสี่สิบสายเริ่มโอบล้อมคนทั้งสองอย่างมืดฟ้ามัวดิน
ศาสตร์ลับอวี้เจี้ยน !
จี้เทียนซิงกระตุ้นปราณกระบี่แปดเล่มยาวครึ่งเมตรออกมาและควบรวมพวกมันเป็นตาข่ายกระบี่ที่ปกป้องร่างกายทั่วทุกส่วน
“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว !”
ตาข่ายกระบี่เกาะกลุ่มหนาแน่นดั่งลูกบอลแสงสีทองกว้างสามเมตรและปิดกั้นการโจมตีของคลื่นกระบี่จากค่ายกลในทุกทิศทาง
ถึงแม้ว่าค่ายกลนี้จะถูกลู่หมิงหยางปรับแต่งจนพลังทำลายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
แต่มันก็มิได้ทำให้จี้เทียนซิงต้องลำบากแต่อย่างใด
เขาเดินอย่างมั่นคงไปที่กลางค่ายกลและหยิบโทเค็นขึ้นมา
จากนั้นก็ทิ้งลู่หมิงหยางที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไว้ในค่ายกลกระบี่และเดินออกมาเพียงลำพัง
“จี้เทียนซิง.... นี่เจ้า... !”
ลู่หมิงหยางตกตะลึงอย่างโง่งมและหน้าถอดสี ใบหน้าของมันจมลงสู่ความสิ้นหวังพลางเหม่อมองคลื่นกระบี่ที่กวัดแกว่งออกมาจากทุกทิศทางด้วยแววตาสั่นระริก
“อา ! จี้เทียนซิง เจ้ามันชั่วช้าอำมหิต เจ้าต้องไม่ตายดีแน่ !”
ลู่หมิงหยางคำรามอย่างรุนแรงและกรีดร้องโหยหวนพลางโคจรพลังอย่างทุลักทุเลเพื่อต้านรับคลื่นกระบี่ที่โอบล้อมเข้ามาจากทุกทาง
แต่ทว่าพลังของค่ายกลกระบี่นั้นทรงพลังมากจนก่อเกิดเป็นคลื่นกระบี่มหาศาล
ลู่หมิงหยางที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในตอนนี้ไม่อาจต้านรับพวกมันได้เลย
“ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ
!”
ผ่านไปสิบลมหายใจ
ลู่หมิงหยางก็ถูกคลื่นกระบี่สามเล่มแทงทะลุเป็นรูโหว่สามรู
จี้เทียนซิงยืนกอดอกอยู่ขอบพื้นที่ทะเลทรายสีทองและมองดูการดิ้นรนหลบหนีอันทุลักทุเลของลู่หมิงหยางพลางตะโกนออกมาว่า
“ลู่หมิงหยาง เห็นได้ชัดว่าเจ้าคิดร้ายต่อข้าอย่างน่ารังเกียจ
เจ้าปรับแต่งค่ายกลกระบี่พวกนี้หมายจะทำร้ายข้าสินะ ตอนนี้หอกนั้นคืนสนองแล้ว
พึ่งพาตัวเองเอาตัวรอดให้ได้ก็แล้วกัน !”
ลู่หมิงหยางขบกรามกรอดด้วยโทสะ
มันเดินสะเปะสะปะไปมาอย่างบ้าคลั่ง มันโกรธแค้นจนแทบจะเสียสติ
มันก้นด่าสาปแช่งจี้เทียนซิงอย่างบ้าคลั่งในขณะที่พยายามหลบหนีจากค่ายกลกระบี่และคลื่นกระบี่สีทองจำนวนมากที่ตามพัวพัน
อย่างไรก็ตาม
หายนะที่เริ่มขึ้นแล้วย่อมมิอาจหยุดได้ง่ายๆ
ฉึก
! ฉึก ! ฉึก
! ฉึก !
มันถูกคลื่นกระบี่อีกสี่เล่มแทงทะลุร่างจนเกิดหลุมลึกที่มองทะลุไปอีกฝั่งได้
หลังจากถูกกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ลู่หมิงหยางทั้งโกรธแค้นและมึนงง ในที่สุดมันก็มิอาจอดทนต่อไปได้
มันอาเจียนโลหิตกองโตออกมาและล้มลงกลางทะเลทราย
ในขณะเดียวกัน
คลื่นกระบี่จำนวนมากของค่ายกลก็โอบล้อมร่างของมันไปทุกส่วน
และเตรียมจะเฉือดเฉือนมันให้เป็นชิ้นๆ
ทันใดนั้นเองค่ายกลกระบี่กลางทะเลทรายก็หยุดทำงานและถูกปิดตัวลงในพริบตา ม่านแสงสีทองหายวับไปทันทีราวกับไม่เคยมีอยู่
ทะเลทรายสีทองกลับมาสงบลง
มีเพียงลู่หมิงหยางที่จมกองเลือดนอนอยู่บนพื้นทรายด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส
จี้เทียนซิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นค่ายกลกระบี่ถูกระงับอย่างฉับพลัน
เขาเดาออกได้ในทันทีว่าฮั่นเฉียวเซิงดูอยู่
ทันทีที่เห็นเหล่าศิษย์มีอันตรายถึงชีวิตก็จะปิดการทำงานของค่ายกล
“เฮอะ ! ถือว่าวันนี้ให้บทเรียนแก่เจ้า
หากวันหน้ายังกล้ามาตอแยหาเรื่องข้าอีก ข้าจะเอาชีวิตสุนัขของเจ้าซะ !”
จี้เทียนซิงเหลือบมองลู่หมิงหยางที่สลบไปแล้ว
จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เขากลับไปที่แท่นสูงและเริ่มเคลื่อนอาคมที่โต๊ะหิน ประตูแสงสีขาวสว่างจ้าปรากฏขึ้นในทันที
“วูบ !”
จี้เทียนซิงสาวเท้าก้าวผ่านประตูแสงสีขาวเพื่อออกจากข่ายปราณแม่ลูกและกลับมาถึงลานกว้างด้านหลังหอยุทธ์ฟงอวิ๋นในพริบตา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved