ในขณะที่หยุนเหยาและหลงหยุนเซียวเปิดปากกระตุ้นเตือน
จี้เทียนซิงได้ถอยห่างออกไปไกลสิบเมตรอย่างรวดเร็ว
"ฟุ่บ !"
เขาพุ่งผ่านชายชุดดำหลายคนและหลบหนีจากวงล้อมของคนนับสิบไปได้อย่างน่าหวาดเสียว
ถึงกระนั้นกรงเล็บของพวกมันหลายคนก็สัมผัสถูกเสื้อคลุมและผมบางส่วนของเขา
เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ
มีเพียงรอยแหว่งหลายจุดในเสื้อคลุมสีขาว
ถึงตอนนี้จี้เทียนซิงก็ยังมิอาจเห็นใบหน้าของผู้จู่โจมทั้งสิบหกคนได้ชัดตา
ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนสูงของชายชุดดำเหล่านี้
รวมไปถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็แปลกพิลึก
"วูบ !"
เมื่อการโจมตีของชายชุดดำทั้งสิบหกพลาดเป้า
พวกมันมีปฏิกิริยาในทันที
หันหน้ากลับไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงและดิ่งเข้าหาจี้เทียนซิงด้วยความเร็วยิ่งกว่าครั้งแรก
ตอนนี้จี้เทียนซิงตั้งหลักและเตรียมพร้อมไว้แล้ว
คนกระตุ้นปราณแท้ในทันที ปลดปล่อยคลื่นกระบี่ทองคำสามสายออกมา, ร่ายเพลงกระบี่ดาราเหินกระบวนท่าแรก
"คมมีดขนนกพันเล่ม !!"
คลื่นกระบี่สามสายแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันคมชัด
มันครอบคลุมไปทั่วและพุ่งเข้าหาชายชุดดำด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า
"ฟุ่บ
ฟุ่บ ฟุ่บ ...... !"
สามคลื่นกระบี่แยกเป็นเก้า จู่โจมออกไปมากกว่าสองร้อยครั้งในชั่วพริบตา
กระหน่ำทิ่มแทงชายชุดดำอย่างรัวถี่ยิบ
ลำแสงกระบี่ส่องแสงเป็นระยะรัศมีกว่า 20 เมตรและเปล่งประกายบนท้องฟ้าสลัว
ภายใต้แสงสะท้อน ในที่สุดจี้เทียนซิงก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาของชายชุดดำเป็นสีเขียวทั้งหมด
เขาตื่นตระหนกในทันที
แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยวูบหนึ่ง
"คนชุดดำพวกนี้ ... ไม่ใช่มนุษย์!"
ในเวลาเดียวกัน ชายชุดดำอีกหกคนที่มิได้ถูกปกคลุมด้วยคลื่นกระบี่ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับภูตผี
ปิดล้อมจี้เทียนซิงอย่างไม่หวั่นเกรง
จี้เทียนซิงกำลังจะใช้เพลงกระบี่ดาราเหินเพื่อต่อต้านการโจมตีของพวกมันทั้งหก
แต่ในเวลานั้นเองหยุนเหยาและหลงหยุนเซียวก็ตามติดมาถึงด้านข้างของเขา
มาสมทบได้ทันเวลาพอดี
หลงหยุนเซียวยกฝ่ามือขึ้น
ซัดออกไปก่อเกิดเป็นหัตถ์เพลิงข้างหนึ่ง
เผยให้เห็นพลังล้างปฐพีที่ฟาดกระหน่ำเข้าใส่ชายชุดดำเหล่านั้น
ปง !
ด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง
พวกมันสองคนถูกซัดกระแทกด้วยหัตถ์เพลิง ร่างระเบิดเป็นเปลวไฟ ณ จุดนั้นทันที
ในเสี้ยวพริบตา ชายชุดดำสองคนถูกเผาเป็นเถ้าถ่านสีดำ
โรยไปบนทุ่งหญ้า
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้
จี้เทียนซิงก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าคนชุดดำทั้งหมดมิใช่มนุษย์
แต่เป็นภูตผีวิญญาณหรือไม่ก็หุ่นเชิด !
ในเวลานี้เอง หยุนเหยาและหลงหยุนเซียวลงมือพร้อมกัน
กระแทกซัดเข้าใส่ชายชุดดำอีกสี่คนที่พุ่งเข้ามา
หลังจากสี่คนล่าสุดถูกโจมตี พวกมันก็กลายเป็นแสงไฟและลุกลามเป็นเถ้าถ่านสีดำกระจายรอบๆทุ่งหญ้า
ภายในพริบตาก็เหลือชายชุดดำอีกเพียงสิบคนจากทั้งหมดสิบหกคน
ที่ถูกคมมีดขนนกพันเล่มพัวพันอยู่
ทั้งสิบคนคนนั้นต่างก็รับคลื่นกระบี่นับพันสายที่กำลังจู่โจมไม่หยุด
ผลลัพธ์ของพวกมันอนาถเป็นอย่างมาก
หกจากสิบถูกคลื่นกระบี่ทำร้าย
ร่างกายลุกไหม้กลายเป็นขี้เถ้าและสลายไป
หนึ่งในสี่ยังไม่สลาย มีท่าทีลังเล
มันหันหลังกลับพุ่งตัวหายวับไปในทุ่งหญ้า
อีกสามคนสุดท้ายไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย แต่พวกมันก็ไม่เข้ามาโจมตีจี้เทียนซิงอีก
จากนั้นหยุนเหยาและหลงหยุนเซียวก็ตามเก็บกวาดจนพวกมันสลายเป็นเถ้าถ่าน
กล่าวได้ว่าชายชุดดำสิบห้าถูกทำลายจนสลายไป
เหลือหนึ่งเดียวที่หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
จี้เทียนซิงและพรรคพวกมิได้ตามล่าคนที่เล็ดรอด
แต่พวกเขามองไปยังขี้เถ้าสีดำบนพื้นหญ้าเพื่อหาเบาะแส
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
หยุนเหยาเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาว่า “ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแล้ว
ชายชุดดำทั้งสิบหกคนนั้นมิใช่มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ มีใครบางคนใช้คุณไสยเวทย์สร้างหุ่นเชิดขึ้นมาจากความเคียดแค้น”
จี้เทียนซิงและหลงหยุนเซียวต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก
"เป็นเช่นนี้นี่เอง"
"มิน่าเล่า พวกมันถึงได้น่ากลัวนัก
จู่โจมได้อย่างไม่กลัวการบาดเจ็บล้มตายใดๆ"
ในระหว่างถูกโจมตี
จี้เทียนซิงได้ใช้สัมผัสญาณเพื่อสำรวจรายละเอียดของผู้ที่อยู่ในชุดดำเหล่านั้น
แต่น่าเสียดาย เขาไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของพวกมันได้แม้แต่น้อย
เพียงแต่จับความรู้สึกได้เท่านั้น
เขาขมวดคิ้วและกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ไม่รู้ว่าผู้ใดคิดทำร้ายพวกเรา
หุ่นเชิดพวกนี้เกิดจากความชั่วร้ายและเคียดแค้น พลังของพวกมันสมควรสูงกว่าปราณจิตขั้นที่เจ็ดเลยทีเดียว"
สีหน้าของหลงหยุนเซียวกลายเป็นมืดมนเล็กน้อย
คนแค่นเสียงเย็นกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “คงมีเพียงพวกมารปีศาจเท่านั้นที่รู้ตัวว่าพวกเรากำลังมาที่นี่
ดังนั้นพวกมันจึงซุ่มโจมตี !”
"เรานึกไม่ถึงเลยว่าเหล่ามารชั่วที่โหดร้ายกระหายเลือดจะไม่เพียงแค่สร้างปัญหาให้กับจ้งโจวเท่านั้น
แต่พวกมันยังแทรกซึมอยู่ภายในอาณาเขตปกครองของเรา !”
หยุนเหยาขบคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะส่ายหัวพลางกล่าวว่า
“ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปในตอนนี้”
“วิชาลึกลับที่สามารถสร้างหุ่นเชิดขึ้นมาจากวิญญาณที่เคียดแค้นเช่นนี้สมควรเป็นวิชาประเภทคำสาป
ซึ่งมิได้มีเพียงแค่ยอดฝีมือเผ่ามารเท่านั้นที่เชี่ยวชาญ แต่กองกำลังชั่วร้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีใช้เช่นกัน"
จี้เทียนซิงพยักหน้าเห็นด้วย
กล่าวว่า “ที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดมาก็มีเหตุผล
นี่เป็นกุญแจสำคัญ พวกเราสามารถตามแกะรอยโดยเริ่มจากการสอบสวนจากผู้ที่เชี่ยวชาญในเวทย์คาถาประเภทนี้
... ... "
หยุนเหยาพยักหน้า “โชคดีที่วิชาประเภทนี้มีผู้ใช้น้อยมาก
ตราบเท่าที่พวกเราตรวจสอบอย่างละเอียด มันก็ไม่ยากที่จะพบความจริง”
หลงหยุนเซียวเห็นทั้งคู่สะท้อนมุมมองของกันและกันได้เป็นอย่างดี
เข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย มันก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้แสดงอาการผ่านสีหน้า
เพียงเก็บงำไว้ในใจและระงับความคิดฟุ้งซ่านในหัวอย่างรวดเร็ว
มุ่งเน้นไปที่การหาเบาะแสและทำลายล้างพวกมารปีศาจเป็นอันดับแรก
จี้เทียนซิงรีบนำหยุนเหยาและหลงหยุนเซียวไปที่แผ่นศิลาหินสีดำในทุ่งหญ้า
เขาหยิบป้ายคำสั่งสวรรค์ออกมาวางลงบนศิลาหิน
โคจรปราณแท้เข้าไปอย่างเงียบงัน
ทันใดนั้นศิลาหินพลันเปล่งแสง
ปลดปล่อยบรรยากาศที่ผันผวนรุนแรงออกมา
ในไม่ช้าการก่อตัวของข่ายปราณพิทักษ์เมืองวิญญาณเพลิงก็ถูกเปิดขึ้น
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของทั้งสามก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
บนทุ่งหญ้าว่างเปล่ากลายเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่เบาบาง
และมีประตูขนาดใหญ่ที่ถูกปิดอยู่
จี้เทียนซิงพยักหน้า จากนั้นก็เดินนำ มุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองวิญญาณเพลิง
………..
ในเวลาเดียวกัน ณ ลานผีสิงในเขตซีเฉิง ภายในเมืองวิญญาณเพลิง
"วูบ!"
ชายร่างผอมในชุดสีดำโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินและปรากฏตัวในห้องมืดด้านหลัง
กุ้ยโปโปและอ๋องมารโลหิตกำลังรออยู่ในห้องด้านหลังอย่างเงียบงัน
ทันทีที่ได้เห็นหุ่นเชิดปรากฏตัว
แววตาของอ๋องมารโลหิตพลันปะทุความคาดหวังที่เอ่อล้นออกมา
“กุ้ยโปโป ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
กุ้ยโปโปพยักหน้า จากนั้นร่ายอาคมด้วยมือซ้าย
สั่นไม้เท้าในมือขวา เสกเวทย์คาถาออกมา
ทันใดนั้นเปลวไฟจากดวงตาของหุ่นเชิดชุดดำก็ลุกโหมอย่างรุนแรง
ราวกับมันกำลังจะสื่อสารบางอย่างกับนาง
กุ้ยโปโปเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นส่ายหัวไปมา
ทอดถอนใจกล่าวว่า “เดรัจฉานน้อยสามตัวนั้นฝีมือมิใช่ชั่ว
พวกมันแข็งแกร่งมากและเหล่าหุ่นเชิดของข้าก็ล้มเหลวในภารกิจ ถูกพวกมันทำลายหมดสิ้น"
ในขณะที่พูดนางก็เขย่าหัวงูที่ไม้เท้าเล็กน้อยเพื่อร่ายเวทย์
หุ่นเชิดชุดดำบิดตัวในทันทีและกลับคืนเป็นหุ่นฟางบนโต๊ะหินตามเดิม
อ๋องมารโลหิตจ้องมองหุ่นฟาง
สีหน้าทอประกายผิดหวังอย่างลึกล้ำ
ทันใดนั้นมันก็เหลือบไปเห็นเส้นสีดำๆที่แซมอยู่ในหุ่นฟางสีเหลืองจึงเอ่ยปากด้วยความสงสัย
"นี่ อะไร?"
มันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและก้มศีรษะลงไปมองหุ่นฟาง
พบว่ามีเส้นผมสีดำยาวแทรกอยู่
มันเอื้อมมือลงไปหยิบเส้นผมสีดำขึ้นมาและกล่าวพึมพำว่า
“เส้นผมกระจุกนี้ของใคร
?”
เมื่อได้ยินคำพูดของอ๋องมารโลหิต
ดวงตาสลัวของกุ้ยโปโปพลันเปล่งประกายสีเขียวจางๆพลางกล่าวว่า
"เจ้าอยากรู้ว่าเส้นผมนี้เป็นของผู้ใด ? ไม่ยาก เราแม่เฒ่ามีวิธี !”
**
(ขอเปลี่ยนราชามารโลหิตเป็นอ๋องมารโลหิตนะครับ ต้นฉบับคือ 血魔王
เสวี่ยโม่หวัง ซึ่งหวัง = king แต่ภาษาจีนมันแปลว่าอ๋องด้วย ดังนั้นใช้อ๋องน่าจะเหมาะกว่า
เพราะมันเป็นลูกน้องของจักรพรรดิมารอีกทีนึง)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved