อันดับที่สี่ของรายชื่อ
?
เสียงกัปนาทที่ดังกึกก้องราวกับปฐพีถล่ม
สะท้อนกังวาลอยู่ในจัตุรัสเป็นเวลานานก่อนที่มันจะสลายไป
ในจัตุรัสหลายร้อยเมตร
พื้นดินสั่นสะเทือนไปด้วยรอยปริแตกมากมาย
ศิษย์สาวกของนิกายพันธมิตรสวรรค์หลายร้อยคน
ตลอดจนผู้ดูแลและผู้อาวุโสจำนวนมากล้วนแต่จ้องมองไปที่เวทีอย่างไม่กระพริบตา
จนถึงขณะนี้
แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทุกคนก็ยังไม่ได้สติกลับมา
ผู้คนไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่า
ฝ่ามือขนาดใหญ่สีแดงชาดราวกับดวงอาทิตย์ที่ปกคลุมทั่วฟ้านั้นจะถูกสำแดงออกมาด้วยน้ำมือของจี้เทียนซิง
ในไม่ช้า
เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงภายในเวทีและบนท้องฟ้าก็สลายไป
ฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศก็จางลงเช่นกัน
ทุกคนต่างได้เห็นสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายแล้วในขณะนี้
จี้เทียนซิงยืนตะหง่านแผ่นหลังเหยียดตรงด้วยใบหน้าเฉยชา เสื้อคลุมสีขาวของเขายังคงเหมือนขาวเหมือนหิมะและไร้ซึ่งฝุ่นละอองเปรอะเปื้อน
เปลวไฟที่โหมกระหน่ำไปทั่วรัศมีร้อยเมตรในม่านพลังนั้นมิได้มีผลใดๆต่อเขา
ในขณะนี้เขาเป็นเหมือนเทพอัคคีจากสวรรค์ที่ยืนสูงตะหง่านอย่างเฉยชาและสง่างาม
ศิษย์สาวกของนิกายหลายร้อยคนเงยหน้าขึ้นจ้องมองแผ่นหลังของเขา
สีหน้าแววตาแสดงออกถึงความหวั่นเกรง
ไม่ไกลจากจุดที่จี้เทียนซิงยืน
พื้นหินแข็งเกิดหลุมรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ขึ้น
หลุมขนาดใหญ่ที่อยู่รอบๆยื่นออกมาเป็นรอยร้าวหนาแน่นเหมือนใยแมงมุม
และพื้นดินโรยไปด้วยเศษหินดินทรายจำนวนมากซึ่งทั้งหมดถูกทำให้เป็นสีดำเกรียมจากอิทธิฤทธิ์ของหัตถ์เปลวอัคคี
หลุมขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนฝ่ามือนั้นมีความลึกมากกว่าสี่เมตรและมีก้อนสีดำที่ไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่านอยู่ที่ก้นหลุม
อีกทั้งยังมีควันดำที่ลอยออกมาจากในหลุมอีกด้วย
หากเรามองอย่างใกล้ชิดจะพบว่าก้อนถ่านสีดำนั้นคือร่างของมนุษย์
มันคือไป๋หวู่เชิน !
ส่วนผมของเขามีหลายจุดที่กลายเป็นหงิกงอจากการถูกเผา
เสื้อผ้าที่เคยสีขาวดำกระรุ่งกระริ่งเหมือนผ้าขี้ริ้ว เกราะอ่อนที่สวมทับไว้แตกหักบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าใจหาย
และไม่ไกลจากร่างของเขายังมีกระบี่ที่แตกหักผุผังเล่มหนึ่งกองอยู่
เขาถูกฟาดด้วยหัตถ์เปลวเพลิงที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
แต่สภาพของเขาตอนนี้ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดผ่าซ้ำหลายสิบครั้งและกำลังจะตาย
เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในอาการเป็นตายเท่ากัน
ร่างกายของเขายังคงไร้ซึ่งสติ แต่มันกลับชักกระตุกอย่างรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
เหล่าผู้อาวุโสและผู้ดูแลที่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของไป๋หวู่เชินในหลุมขนาดใหญ่ พวกเขาหน้าถอดสีและรู้สึกหวาดผวาในทันที
ในเวลานั้นมีสตรีอาวุโสสวมเสื้อคลุมสีม่วงนางหนึ่ง
ทะยานออกมาจากที่นั่งผู้ชมและมุ่งหน้าไปที่เวทีอย่างรวดเร็ว
นางเพิกเฉยต่อสายตาของทุกคนและอุ้มร่างของไป๋หวู่เชินที่บาดเจ็บสาหัสขึ้นมา
ดวงตาของนางจ้องมองจี้เทียนซิงอย่างไร้อารมณ์พลันหันหลังลงไปจากเวที
เหล่าศิษย์แทบทุกคนรู้จักนางดี
นางคือผู้อาวุโสห้าซึ่งเป็นอาจารย์ของไป๋หวู่เชินนั่นเอง
ถึงแม้ว่าอาวุโสห้าจะทำผิดกฎที่เข้ามาในพื้นที่การประลองโดยที่ยังมิได้มีการตัดสิน
แต่ทุกคนก็เข้าใจอารมณ์ของนางดีเมื่อได้เห็นสภาพอันน่าสังเวชของไป๋หวู่เชินที่หมดสตินอนพะงาบราวกับปลาตาย
โชคดีที่ผู้ที่ทำร้ายไป๋หวู่เชินจนปางตายก็คือจี้เทียนซิง
ศิษย์สายตรงของประมุขนิกาย
หากเปลี่ยนคนลงมือเป็นศิษย์อื่น
เกรงว่าอาวุโสห้าคงมีโทสะอาละวาดไปนานแล้ว
สายตาของทุกคนตกลงบนร่างของอาวุโส
พวกเขาจ้องมองนางอุ้มไป๋หวู่เชินหายไปจากจัตุรัสอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งร่างของนางลับสายตาไป
ศิษย์ทั้งหลายถึงคืนสติกลับมาได้และเริ่มพูดคุยกันอย่างเอิกเกริก
หลายๆคนที่ได้เห็นสภาพอันน่ากลัวของไป๋หวู่เชินและอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกพลางส่งเสียงเสียงอุทานอย่างไม่น่าเชื่อออกมา
"สวรรค์ ! นี่เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณจิตสามารถกระทำได้งั้นหรือ
?”
“จี้เทียนซิงผู้นี้…ผิดปรกติไปแล้ว !”
“เหลือเชื่อนัก! พลังฝ่ามือของจี้เทียนซิงเมื่อครู่นี้เทียบได้กับพลังของผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตปราณโอสถด้วยซ้ำ
!”
“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมจี้เทียนซิงถึงกล้าเดิมพันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ในที่สาธารณะ
มันคิดว่าสามารถล้มไป๋หวู่เชินในสามกระบวนท่าได้จริงๆ !”
"ซู้ด.....!
ถูกต้องเลย
ก่อนหน้านี้พวกเราทุกคนยังหัวเราะที่เขาไม่ประเมินความสามารถตัวเอง ที่ไหนได้เขากลับใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้นเอาชนะไป๋หวู่เชินจนอยู่ในสภาพน่าสังเวช
!”
“จี้เทียนซิงผู้นี้ไม่เพียงแค่เหยียบย่ำไป๋หวู่เชิน
แต่เขายังตบหน้าพวกเราทุกคนอีกด้วย !”
“ปัดโธ่ ใครจะไปคิดว่ามันจะร้ายกาจเยี่ยงนี้เล่า ! อย่าว่าแต่พวกเราเลย แม้กระทั่งผู้อาวุโสและผู้ดูแลก็ยังต้องประเมินความสามารถของมันใหม่”
เหล่าศิษย์หลายร้อยคนระเบิดเสียงพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
แม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนและผู้ดูแลที่คอยดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นก็ยังถกเถียงกันไม่หยุด
การแสดงออกของทุกคนนั้นกลายเป็นซับซ้อนมาก
สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกเหลือเชื่อ เอาชนะได้ยังพอว่า แต่นี่เขากลับเอาชนะในกระบวนท่าเดียว
!
บัลลังก์ทางทิศเหนือของจัตุรัส
ดวงตาของฉู่เทียนเซิงแสดงสีสันแปลกๆ เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ถึงแม้ฉู่เทียนเซิงจะพอรู้ว่าคนอย่างจี้เทียนซิงนั้น
หากกล่าวกล้าคำพูดโฉ่งฉ่างเช่นนี้ในที่สาธารณะก็ย่อมแสดงว่าเขามีความมั่นใจที่มากพอ
แต่สิ่งที่ฉู่เทียนเซิงคาดไม่ถึงก็คือ
จี้เทียนซิงกลับมีวิชาที่สามารถตบหน้าไป๋หวู่เชินจนไม่เหลือชิ้นดีได้
เรื่องนี้มันเกินความคาดหมายของเขาไปไกลโข
!
ท่ามกลางฝูงชนในจัตุรัส
ฮ่าวเมิ่งแสดงรอยยิ้มอันขมขื่นและถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
“เหอะๆ…ข้าเดาถูกจริงๆ จี้เทียนซิงหายตัวไปหนึ่งเดือนเต็มและมันก็ได้รับไพ่ตายที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
หมอนี่ยิ่งดูผิดปกติมากกว่าแต่ก่อนหน้าเท่า !”
“ศิษย์พี่ไป๋ ก่อนหน้านี้ข้าก็เตือนท่านแล้วแท้ๆ
เหตุใดท่านถึงได้ดื้อรั้นไม่ยอมฟังข้าบ้างเล่า....... ?”
“หรือว่าท่านหน้ามืดตามัวด้วยความหึงหวงและเกลียดชัง
จนมองไม่ออกถึงพลังและพรสวรรค์โดยกำเนิดของจี้เทียนซิงเลยหรือไง ?”
เฉินซู่และถังอี้ลั่วที่ยืนอยู่ข้างๆฮ่าวเมิ่งก็มีสีหน้าตื่นตะลึง
เมื่อทั้งสองได้เห็นฝ่ามือเพลิงขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
เมื่อได้เห็นว่าไป๋หวู่เชินถูกทุบจนไหม้เกรียมเป็นก้อนถ่านนอนพะงาบๆ พวกเขาก็นิ่งอึ้ง ปากอ้าตาค้างด้วยความตกใจ
กว่าจะได้สติกลับมา
ทั้งสองก็ยังหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พวกเขาตกใจและหันไปมองหน้ากัน
ต่างก็ได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสยดสยองของกันและกันอย่างชัดเจน
หากมิได้เห็นกับตา
พวกเขาย่อมไม่มีทางเชื่อว่าจี้เทียนซิงจะสามารถเอาชนะไป๋หวู่เชินได้เพียงหนึ่งฝ่ามือ
!
ในใจของคนสองคนรวมกันด้วยความคิดเดียวที่ผุดขึ้นด้วยคำถามที่ว่า
“หากเปลี่ยนเป็นข้าที่ต้องต่อสู้กับจี้เทียนซิง
ข้าจะสามารถยืนหยัดต่อฝ่ามือเปลวเพลิงที่ตกลงมาจากฟากฟ้าอันยิ่งใหญ่ข้างนั้นได้หรือไม่
?”
เมื่อพวกเขาคิดถึงประโยคนี้ก็ได้รับคำตอบในใจทันทีและอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวถอนหายใจอย่างเงียบงัน
ความมั่นใจ
ความภาคภูมิใจที่เคยมี พังทลายอย่างไม่มีชิ้นดี !
.........
การนัดหมายต่อสู้ที่กินเวลามาร่วมเดือนสิ้นสุดลงในที่สุด อีกทั้งยังสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วยิ่ง.....
เดิมทีทุกคนเคยคิดว่านี่จะต้องเป็นการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านระหว่างพยัคฆ์มังกร จี้เทียนซิงและไป๋หวู่เชินสมควรสัประยุทธ์กันอย่างรุนแรงเป็นเวลานานกว่าจะได้ผู้ชนะ
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็วและผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าทึ่งยิ่งนัก
!
ในขณะนั้น
ใบหน้าชราของอาวุโสเย่หงก็กลับมาสำรวมดังเดิมและประกาศด้วยเสียงดังว่า “ข้าขอประกาศว่าการต่อสู้ระหว่างจี้เทียนซิงและไป๋หวู่เชินได้จบลงแล้ว จี้เทียนซิงเป็นผู้ชนะ !”
“นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จี้เทียนซิงจะเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของไป๋หวู่เชินในรายชื่อขั้นสวรรค์อันดับที่สี่
!”
“ส่วนไป๋หวู่เชินผู้แพ้จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลง อัตลักษณ์และศักดิ์ฐานะของศิษย์ฝ่ายในจะถูกลบทิ้งชั่วคราว
กลายเป็นศิษย์รับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี !”
เมื่อเสียงของเย่หงลดลง
ศิษย์สาวกหลายร้อยคนในจัตุรัสก็ส่งเสียงอึกทึกกันด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้ง
เย่หงหันศีรษะไปมองจี้เทียนซิงด้วยสีหน้าราบเรียบพลางกล่าวว่า
“จี้เทียนซิง การประลองสิ้นสุดลงแล้ว
เจ้าลงไปพักผ่อนได้”
อย่างไรก็ตาม
จี้เทียนซิงมิได้ลงจากลานประลอง
ชายหนุ่มกำหมัดคาระให้กับเย่หงและกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ท่านผู้อาวุโสเย่หง
การจัดอันดับรายชื่อขั้นสวรรค์จะยังดำเนินต่อไปหรือไม่ขอรับ ?”
เย่หงอึ้งไปวูบหนึ่งและไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายคิดจะทำ
เขาพยักหน้าตอบกลับโดยไม่รู้ตัวว่า “ถูกต้อง”
จี้เทียนซิงผงกศีรษะและกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า
“หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องการเสียเวลา
ข้าต้องการท้าทายอันดับที่สามในรายชื่อขั้นสวรรค์ตอนนี้เลย !”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved