ตอนที่ 298

อันดับที่สี่ของรายชื่อ

?

เสียงกัปนาทที่ดังกึกก้องราวกับปฐพีถล่ม

สะท้อนกังวาลอยู่ในจัตุรัสเป็นเวลานานก่อนที่มันจะสลายไป

ในจัตุรัสหลายร้อยเมตร

พื้นดินสั่นสะเทือนไปด้วยรอยปริแตกมากมาย

ศิษย์สาวกของนิกายพันธมิตรสวรรค์หลายร้อยคน

ตลอดจนผู้ดูแลและผู้อาวุโสจำนวนมากล้วนแต่จ้องมองไปที่เวทีอย่างไม่กระพริบตา

จนถึงขณะนี้

แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทุกคนก็ยังไม่ได้สติกลับมา

ผู้คนไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่า

ฝ่ามือขนาดใหญ่สีแดงชาดราวกับดวงอาทิตย์ที่ปกคลุมทั่วฟ้านั้นจะถูกสำแดงออกมาด้วยน้ำมือของจี้เทียนซิง

ในไม่ช้า

เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงภายในเวทีและบนท้องฟ้าก็สลายไป

ฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศก็จางลงเช่นกัน

ทุกคนต่างได้เห็นสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายแล้วในขณะนี้

จี้เทียนซิงยืนตะหง่านแผ่นหลังเหยียดตรงด้วยใบหน้าเฉยชา เสื้อคลุมสีขาวของเขายังคงเหมือนขาวเหมือนหิมะและไร้ซึ่งฝุ่นละอองเปรอะเปื้อน

เปลวไฟที่โหมกระหน่ำไปทั่วรัศมีร้อยเมตรในม่านพลังนั้นมิได้มีผลใดๆต่อเขา

ในขณะนี้เขาเป็นเหมือนเทพอัคคีจากสวรรค์ที่ยืนสูงตะหง่านอย่างเฉยชาและสง่างาม

ศิษย์สาวกของนิกายหลายร้อยคนเงยหน้าขึ้นจ้องมองแผ่นหลังของเขา

สีหน้าแววตาแสดงออกถึงความหวั่นเกรง

ไม่ไกลจากจุดที่จี้เทียนซิงยืน

พื้นหินแข็งเกิดหลุมรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ขึ้น

หลุมขนาดใหญ่ที่อยู่รอบๆยื่นออกมาเป็นรอยร้าวหนาแน่นเหมือนใยแมงมุม

และพื้นดินโรยไปด้วยเศษหินดินทรายจำนวนมากซึ่งทั้งหมดถูกทำให้เป็นสีดำเกรียมจากอิทธิฤทธิ์ของหัตถ์เปลวอัคคี

หลุมขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนฝ่ามือนั้นมีความลึกมากกว่าสี่เมตรและมีก้อนสีดำที่ไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่านอยู่ที่ก้นหลุม

อีกทั้งยังมีควันดำที่ลอยออกมาจากในหลุมอีกด้วย

หากเรามองอย่างใกล้ชิดจะพบว่าก้อนถ่านสีดำนั้นคือร่างของมนุษย์

มันคือไป๋หวู่เชิน !

ส่วนผมของเขามีหลายจุดที่กลายเป็นหงิกงอจากการถูกเผา

เสื้อผ้าที่เคยสีขาวดำกระรุ่งกระริ่งเหมือนผ้าขี้ริ้ว เกราะอ่อนที่สวมทับไว้แตกหักบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าใจหาย

และไม่ไกลจากร่างของเขายังมีกระบี่ที่แตกหักผุผังเล่มหนึ่งกองอยู่

เขาถูกฟาดด้วยหัตถ์เปลวเพลิงที่ตกลงมาจากท้องฟ้า

แต่สภาพของเขาตอนนี้ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดผ่าซ้ำหลายสิบครั้งและกำลังจะตาย

เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในอาการเป็นตายเท่ากัน

ร่างกายของเขายังคงไร้ซึ่งสติ แต่มันกลับชักกระตุกอย่างรุนแรงโดยไม่รู้ตัว

เหล่าผู้อาวุโสและผู้ดูแลที่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของไป๋หวู่เชินในหลุมขนาดใหญ่  พวกเขาหน้าถอดสีและรู้สึกหวาดผวาในทันที

ในเวลานั้นมีสตรีอาวุโสสวมเสื้อคลุมสีม่วงนางหนึ่ง

ทะยานออกมาจากที่นั่งผู้ชมและมุ่งหน้าไปที่เวทีอย่างรวดเร็ว

นางเพิกเฉยต่อสายตาของทุกคนและอุ้มร่างของไป๋หวู่เชินที่บาดเจ็บสาหัสขึ้นมา

ดวงตาของนางจ้องมองจี้เทียนซิงอย่างไร้อารมณ์พลันหันหลังลงไปจากเวที

เหล่าศิษย์แทบทุกคนรู้จักนางดี

นางคือผู้อาวุโสห้าซึ่งเป็นอาจารย์ของไป๋หวู่เชินนั่นเอง

ถึงแม้ว่าอาวุโสห้าจะทำผิดกฎที่เข้ามาในพื้นที่การประลองโดยที่ยังมิได้มีการตัดสิน

แต่ทุกคนก็เข้าใจอารมณ์ของนางดีเมื่อได้เห็นสภาพอันน่าสังเวชของไป๋หวู่เชินที่หมดสตินอนพะงาบราวกับปลาตาย

โชคดีที่ผู้ที่ทำร้ายไป๋หวู่เชินจนปางตายก็คือจี้เทียนซิง

ศิษย์สายตรงของประมุขนิกาย

หากเปลี่ยนคนลงมือเป็นศิษย์อื่น

เกรงว่าอาวุโสห้าคงมีโทสะอาละวาดไปนานแล้ว

สายตาของทุกคนตกลงบนร่างของอาวุโส

พวกเขาจ้องมองนางอุ้มไป๋หวู่เชินหายไปจากจัตุรัสอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งร่างของนางลับสายตาไป

ศิษย์ทั้งหลายถึงคืนสติกลับมาได้และเริ่มพูดคุยกันอย่างเอิกเกริก

หลายๆคนที่ได้เห็นสภาพอันน่ากลัวของไป๋หวู่เชินและอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกพลางส่งเสียงเสียงอุทานอย่างไม่น่าเชื่อออกมา

"สวรรค์ ! นี่เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณจิตสามารถกระทำได้งั้นหรือ

?”

“จี้เทียนซิงผู้นี้…ผิดปรกติไปแล้ว !”

“เหลือเชื่อนัก! พลังฝ่ามือของจี้เทียนซิงเมื่อครู่นี้เทียบได้กับพลังของผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตปราณโอสถด้วยซ้ำ

!”

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมจี้เทียนซิงถึงกล้าเดิมพันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ในที่สาธารณะ

มันคิดว่าสามารถล้มไป๋หวู่เชินในสามกระบวนท่าได้จริงๆ !”

"ซู้ด.....!

ถูกต้องเลย

ก่อนหน้านี้พวกเราทุกคนยังหัวเราะที่เขาไม่ประเมินความสามารถตัวเอง ที่ไหนได้เขากลับใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้นเอาชนะไป๋หวู่เชินจนอยู่ในสภาพน่าสังเวช

!”

“จี้เทียนซิงผู้นี้ไม่เพียงแค่เหยียบย่ำไป๋หวู่เชิน

แต่เขายังตบหน้าพวกเราทุกคนอีกด้วย !”

“ปัดโธ่ ใครจะไปคิดว่ามันจะร้ายกาจเยี่ยงนี้เล่า ! อย่าว่าแต่พวกเราเลย แม้กระทั่งผู้อาวุโสและผู้ดูแลก็ยังต้องประเมินความสามารถของมันใหม่”

เหล่าศิษย์หลายร้อยคนระเบิดเสียงพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

แม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนและผู้ดูแลที่คอยดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นก็ยังถกเถียงกันไม่หยุด

การแสดงออกของทุกคนนั้นกลายเป็นซับซ้อนมาก

สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกเหลือเชื่อ เอาชนะได้ยังพอว่า แต่นี่เขากลับเอาชนะในกระบวนท่าเดียว

!

บัลลังก์ทางทิศเหนือของจัตุรัส

ดวงตาของฉู่เทียนเซิงแสดงสีสันแปลกๆ เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ถึงแม้ฉู่เทียนเซิงจะพอรู้ว่าคนอย่างจี้เทียนซิงนั้น

หากกล่าวกล้าคำพูดโฉ่งฉ่างเช่นนี้ในที่สาธารณะก็ย่อมแสดงว่าเขามีความมั่นใจที่มากพอ

แต่สิ่งที่ฉู่เทียนเซิงคาดไม่ถึงก็คือ

จี้เทียนซิงกลับมีวิชาที่สามารถตบหน้าไป๋หวู่เชินจนไม่เหลือชิ้นดีได้

เรื่องนี้มันเกินความคาดหมายของเขาไปไกลโข

!

ท่ามกลางฝูงชนในจัตุรัส

ฮ่าวเมิ่งแสดงรอยยิ้มอันขมขื่นและถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

“เหอะๆ…ข้าเดาถูกจริงๆ จี้เทียนซิงหายตัวไปหนึ่งเดือนเต็มและมันก็ได้รับไพ่ตายที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

หมอนี่ยิ่งดูผิดปกติมากกว่าแต่ก่อนหน้าเท่า !”

“ศิษย์พี่ไป๋ ก่อนหน้านี้ข้าก็เตือนท่านแล้วแท้ๆ

เหตุใดท่านถึงได้ดื้อรั้นไม่ยอมฟังข้าบ้างเล่า....... ?”

“หรือว่าท่านหน้ามืดตามัวด้วยความหึงหวงและเกลียดชัง

จนมองไม่ออกถึงพลังและพรสวรรค์โดยกำเนิดของจี้เทียนซิงเลยหรือไง ?”

เฉินซู่และถังอี้ลั่วที่ยืนอยู่ข้างๆฮ่าวเมิ่งก็มีสีหน้าตื่นตะลึง

เมื่อทั้งสองได้เห็นฝ่ามือเพลิงขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากฟากฟ้า

เมื่อได้เห็นว่าไป๋หวู่เชินถูกทุบจนไหม้เกรียมเป็นก้อนถ่านนอนพะงาบๆ  พวกเขาก็นิ่งอึ้ง ปากอ้าตาค้างด้วยความตกใจ

กว่าจะได้สติกลับมา

ทั้งสองก็ยังหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พวกเขาตกใจและหันไปมองหน้ากัน

ต่างก็ได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสยดสยองของกันและกันอย่างชัดเจน

หากมิได้เห็นกับตา

พวกเขาย่อมไม่มีทางเชื่อว่าจี้เทียนซิงจะสามารถเอาชนะไป๋หวู่เชินได้เพียงหนึ่งฝ่ามือ

!

ในใจของคนสองคนรวมกันด้วยความคิดเดียวที่ผุดขึ้นด้วยคำถามที่ว่า

“หากเปลี่ยนเป็นข้าที่ต้องต่อสู้กับจี้เทียนซิง

ข้าจะสามารถยืนหยัดต่อฝ่ามือเปลวเพลิงที่ตกลงมาจากฟากฟ้าอันยิ่งใหญ่ข้างนั้นได้หรือไม่

?”

เมื่อพวกเขาคิดถึงประโยคนี้ก็ได้รับคำตอบในใจทันทีและอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวถอนหายใจอย่างเงียบงัน

ความมั่นใจ

ความภาคภูมิใจที่เคยมี พังทลายอย่างไม่มีชิ้นดี !

.........

การนัดหมายต่อสู้ที่กินเวลามาร่วมเดือนสิ้นสุดลงในที่สุด  อีกทั้งยังสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วยิ่ง.....

เดิมทีทุกคนเคยคิดว่านี่จะต้องเป็นการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านระหว่างพยัคฆ์มังกร  จี้เทียนซิงและไป๋หวู่เชินสมควรสัประยุทธ์กันอย่างรุนแรงเป็นเวลานานกว่าจะได้ผู้ชนะ

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็วและผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าทึ่งยิ่งนัก

!

ในขณะนั้น

ใบหน้าชราของอาวุโสเย่หงก็กลับมาสำรวมดังเดิมและประกาศด้วยเสียงดังว่า “ข้าขอประกาศว่าการต่อสู้ระหว่างจี้เทียนซิงและไป๋หวู่เชินได้จบลงแล้ว  จี้เทียนซิงเป็นผู้ชนะ !”

“นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จี้เทียนซิงจะเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของไป๋หวู่เชินในรายชื่อขั้นสวรรค์อันดับที่สี่

!”

“ส่วนไป๋หวู่เชินผู้แพ้จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลง อัตลักษณ์และศักดิ์ฐานะของศิษย์ฝ่ายในจะถูกลบทิ้งชั่วคราว

กลายเป็นศิษย์รับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี !”

เมื่อเสียงของเย่หงลดลง

ศิษย์สาวกหลายร้อยคนในจัตุรัสก็ส่งเสียงอึกทึกกันด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้ง

เย่หงหันศีรษะไปมองจี้เทียนซิงด้วยสีหน้าราบเรียบพลางกล่าวว่า

“จี้เทียนซิง การประลองสิ้นสุดลงแล้ว

เจ้าลงไปพักผ่อนได้”

อย่างไรก็ตาม

จี้เทียนซิงมิได้ลงจากลานประลอง

ชายหนุ่มกำหมัดคาระให้กับเย่หงและกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“ท่านผู้อาวุโสเย่หง

การจัดอันดับรายชื่อขั้นสวรรค์จะยังดำเนินต่อไปหรือไม่ขอรับ ?”

เย่หงอึ้งไปวูบหนึ่งและไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายคิดจะทำ

เขาพยักหน้าตอบกลับโดยไม่รู้ตัวว่า “ถูกต้อง”

จี้เทียนซิงผงกศีรษะและกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า

“หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องการเสียเวลา

ข้าต้องการท้าทายอันดับที่สามในรายชื่อขั้นสวรรค์ตอนนี้เลย !”