ลูกเต่าน้อยลู่หมิงหยาง
ศิษย์นิกายกระบี่ฟ้าทั้งสามกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้อันร่มรื่นปกคลุมอยู่สองข้างทาง
ฮั่งเชินเดินนำหน้าโดยมีหยินเฟยหยางและหยานตงไหลอยู่ข้างหลังด้วยสีหน้ามืดครึ้มเล็กน้อย
หยานตงไหลขมวดคิ้วและอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“ฮึ่ม ! ก่อนนี้ข้าก็พูดไปแล้วว่าแผนนี้ไม่เหมาะ
การทะเล่อทะล่าวิ่งไปกลางจัตุรัสอย่างโจ๋งครึ่มเพื่อฝึกเพลงกระบี่อย่างอวดดีนั้นต้องทำให้ฝูงชนเดือดดาลอย่างแน่นอน”
“ข้าไม่รู้ว่าครูฝึกคิดอะไรอยู่
ให้พวกเราทำเรื่องน่าอายแบบนี้ก็ต้องเป็นเป้าสายตาประชาชีชัดๆ !”
หยินเฟยหยางไม่เข้าใจเหตุผลแต่ก็ยังคงยิ้มและให้คำปลอบใจว่า
“ฮ่ะๆ ศิษย์น้อง ผู้อาวุโสให้เราทำเช่นนี้
แน่นอนว่าท่านต้องมีเจตนาแฝง อย่าบ่นไปเลย”
ฮั่งเชินกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า
“ข้าได้ยินว่านิกายเราไม่ได้ส่งศิษย์มาเยี่ยมเยียนนิกายพันธมิตรสวรรค์มาหลายปีแล้ว
แต่จู่ๆปีนี้ท่านประมุขกลับส่งพวกเรามา”
“ฮึ !
จะให้พวกเราไปแลกเปลี่ยนชี้แนะอะไรกับเศษสวะพวกนี้ ?”
“ท่านประมุขฉลาดหลักแหลมและมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี
การกระทำของท่านต้องมีความหมาย พวกเราไม่จำเป็นต้องรู้มาก ทำตามที่ท่านสั่งก็พอ”
“เมื่อถึงงานประลองหลงซาน
พวกเราก็แค่บดขยี้ขยะพวกนั้นให้สิ้น เท่านี้ภารกิจของเราก็เป็นอันจบ”
หยานตงไหลและหยินเฟยหยางพยักหน้าอย่างเย้ยหยัน
......
หลังจากเหล่าสมาชิกหอยุทธ์ฟงอวิ๋นกลับมาที่หอ
พวกเขาก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้อง
จี้เทียนซิงเข้าห้องไปไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขารีบเดินไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วและพบว่าผู้มาเยือนก็คือฮั่นเฉียวเซิง
“ครูฝึกฮั่น ? ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือ ?”
ภายใต้สถานการณ์ปกติ
ฮั่นเฉียวเซิงจะสั่นระฆังเรียกรวมพลให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่
จี้เทียนซิงไม่ได้คาดคิดว่าฮั่นเฉียวเซิงจะมาหาเขาถึงหน้าประตู
ฮั่นเฉียวเซิงไม่ได้เข้าไปในห้อง
เพียงพยักหน้าและกล่าวว่า “จี้เทียนซิง เจ้าตามข้ามา อาวุโสชูต้องการพบเจ้า”
“ผู้อาวุโสชูต้องการพบข้า ?” จี้เทียนซิงเลิกคิ้วขึ้นและคาดเดาได้ทันทีว่าการที่ชูไฮว่ซานต้องการพบเขาย่อมเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการประลองหลงซานแน่นอน
เขาพยักหน้าและเดินตามฮั่นเฉียวเซิงออกจากหอยุทธ์ฟงอวิ๋น
ส่วนลู่หมิงหยางรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว
ดังนั้นพวกเขาทั้งสามจึงมุ่งหน้าไปยังตำหนักแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังหอยุทธ์
ตำหนักแห่งนี้เป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าสำหรับมอบเป็นรางวัลให้ศิษย์ฝ่ายนอกที่มีผลงานและคุณงามความดี
มันเต็มไปด้วยอาวุธและสมุนไพรล้ำค่ามากมาย
หอสมบัติแห่งนี้เป็นสถานที่หวงห้ามโดยมียามมากมายคอยเฝ้าดูแลตลอดเวลา
โดยปกติจะไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้
ฮั่นเฉียวเซิงพาทั้งสองไปถึงหน้าตำหนักสมบัติและได้เห็นผู้อาวุโสนิกายฝ่ายนอกชูไฮว่ซานยืนรออยู่ที่หน้าประตู
“คารวะอาวุโสชู
ข้าน้อยได้พาศิษย์ทั้งสองที่ท่านต้องการพบมาแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
ฮั่นเฉียวเซิงกล่าวด้วยความเคารพ
จากนั้นก็พยักหน้าให้คนทั้งสองและล่าถอยจากไป
ชูไฮว่ซานมองจี้เทียนซิงและลู่หมิงหยางด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า
“พวกเจ้าทั้งสองยอดเยี่ยมมาก !”
“ถึงแม้จะรู้ว่าศิษย์ตัวแทนทั้งสามของนิกายกระบี่ฟ้านั้นแข็งแกร่งกว่ามาก
แต่พวกเจ้าก็ยังกล้ายืนหยัดต่อสู้ พวกเจ้าทำให้ข้าชื่นชมและมีความสุขมาก”
จี้เทียนซิงและลู่หมิงหยางโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว
ชูไฮว่ซานพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“โบราณว่าไว้ หากต้องการให้ผลงานออกมาดี อันดับแรกต้องลับคมเครื่องมือที่ใช้งานเสียก่อน
เช่นเดียวกัน จอมยุทธ์ต้องมีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งและต้องมีอาวุธดีๆไว้ใช้งานด้วย”
“ที่ข้าเรียกหาพวกเจ้าทั้งสองในวันนี้ก็เพื่อจะเปิดคลังสมบัติของฝ่ายนอกให้พวกเจ้าเข้าไปหยิบเลือกอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อสร้างโอกาสในการประลองครั้งนี้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้จี้เทียนซิงมีสีหน้าเรียบเฉย
ส่วนลู่หมิงหยางดวงตาเปล่งประกายไปด้วยความสุขและตื่นเต้นยินดี
ก่อนหน้านี้มันเคยขอความร่วมมือจากจี้เทียนซิงให้มาร้องขออาวุธและสมบัติล้ำค่าจากชูไฮว่ซาน
แต่ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
ลู่หมิงหยางจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ?
จากนั้นชูไฮว่ซานก็เข้าไปในหอสมบัติโดยมีจี้เทียนซิงและลู่หมิงหยางตามหลัง
ชั้นแรกเป็นห้องโถงใหญ่ที่กว้างและเต็มไปด้วยตู้เก็บสมุนไพรมากมาย
ตลอดจนวัตถุดิบในการปรุงยา ส่วนอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆถูกเก็บไว้บนชั้นสองที่ชั้นวางรอบๆกำแพง
หลังจากเข้าสู่คลังแสงบนชั้นสอง
ชูไฮว่ซานก็หยุดอยู่ที่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ข้าให้เวลาพวกเจ้าสองคนครึ่งชั่วโมงในการเลือกอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะสม”
จี้เทียนซิงและลู่หมิงหยางกล่าวขอบคุณและเดินเข้าไปในคลังแสงทันที
เมื่อพวกเขาทั้งสองเดินผ่านชั้นวาง
ดวงตาก็กวาดผ่านอาวุธอุปกรณ์แทบทุกชนิดและเลือกเฟ้นอย่างละเอียดรอบคอบ
อาวุธและอุปกรณ์ในหีบสมบัติและชั้นวางนั้นมีทั้งดาบและกระบี่
กระบี่หนัก ธนู ขวานและอาวุธอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายกันทั้งหมดถึง
18 ชนิด
นอกจากอาวุธที่หลากหลายแล้วก็ยังมีอุปกรณ์ป้องกันที่หลากหลาย
เช่น เกราะหนา เกราะอ่อน เกราะโซ่ เกราะหนัง
แม้แต่อาวุธลับอันร้ายกาจเช่นมีดบิด
เข็มพิษก็ยังมีให้เลือกเฟ้น
อาวุธส่วนใหญ่มีคุณภาพต่ำกว่าระดับล้ำลึก
และเป็นเพียงสิ่งของที่ศิษย์ทั่วๆไปใช้งาน แต่ก็ยังมีสมบัติล้ำลึกหลายชนิดที่ปนๆกันอยู่
นับเป็นวาสนาของจี้เทียนซิงและลู่หมิงหยางที่มีสิทธิ์เข้ามาเลือกสรรอุปกรณ์เป็นการส่วนตัว ในเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
แน่นอนว่าพวกมันก็สามารถเลือกได้อย่างอิสระ
คุณภาพยิ่งสูงก็ยิ่งดี
จี้เทียนซิงยังคงสงบเยือกเย็น
เขาไม่สนใจอาวุธใดๆเพียงแค่เลือกชุดเกราะที่เหมาะสม
เนื่องจากก่อนหน้านี้เกราะอ่อนมังกรน้ำแข็งของเขาได้รับความเสียหายจากฝีมือของนังแม่มดเผ่าปีศาจผู้นั้น
ลู่หมิงหยางตื่นเต้นและดวงตาทอประกายเจิดจ้าในขณะที่มองดูอาวุธและชุดเกราะอันน่าตื่นตา
มันมองดูกระบี่พักหนึ่ง
จากนั้นก็หันไปมองธนู ต่อมาก็เดินไปดูชุดเกราะ ในระยะเวลาสั้นๆสายตาก็มันก็กวาดมองไปยังอาวุธและชุดเกราะนับพันๆชิ้น
ตราบใดที่เป็นอุปกรณ์ระดับล้ำลึก มันต้องการแทบทั้งหมด !
ครึ่งชั่วโมงใกล้เข้ามาโดยไม่รู้ตัว
จี้เทียนซิงเดินออกมาจากคลังแสงและไปหาชูไฮว่ซานพลางกล่าวว่า
“อาวุโสชู ศิษย์เลือกได้แล้วขอรับ”
ชูไฮว่ซานเหลือบมองไปเห็นเกราะอ่อนสีทองเข้มในมือของอีกฝ่ายจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า
“เหอๆเจ้าเด็กน้อย สายตาเจ้าไม่เลวทีเดียว”
“เกราะอ่อนจินหยางนี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันขั้นสูง ไม่เพียงแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณที่ทำให้พลังป้องกันแข็งแกร่ง
แต่มันยังทำให้พลังปราณของผู้สวมใส่โคจรได้ดียิ่งขึ้น”
“ว่าแต่
เจ้าแน่นะว่าต้องการเพียงเกราะอ่อนนี้ชิ้นเดียว ? ไม่สนใจอาวุธอื่นเลยหรือ
?”
จี้เทียนซิงยิ้มเล็กน้อยและอธิบายว่า
“ขอรับ ศิษย์มีกระบี่คู่กายที่ชินมืออยู่แล้ว”
ชูไฮว่ซานพยักหน้าและไม่ได้ซักไซ้ใดๆอีก
ในเวลานี้เองลู่หมิงหยางก็เดินออกมาและเพิ่งได้ยินคำพูดของจี้เทียนซิง
มันอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาว่า “จี้เทียนซิง เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ? ศิษย์ทั้งสามของนิกายกระบี่ฟ้าแข็งแกร่งกว่าเจ้ามากมาย
เจ้าไม่เลือกอาวุธที่ทรงพลังไปรบกับพวกมันแล้วจะเอาอะไรไปชนะ ?!”
“เหอๆ หรือเจ้ารู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่
เลยไม่เลือกอาวุธใช่ไหม ?”
เมื่อได้ยินเสียงของลู่หมิงหยาง
ทั้งจี้เทียนซิงและชูไฮว่ซานก็หันไปมองทันที
“นิ.....นี่เจ้า !?”
ชูไฮว่ซานอ้าปากกว้างเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของลู่หมิงหยาง
แม้แต่จี้เทียนซิงก็ยังแสดงสีหน้าเหยเก
ลู่หมิงหยางมือกระบี่ไว้มือหนึ่ง
อีกมือถือคันธนู รอบเอวแขวนลูกศรไว้
ที่มือซ้ายสวมเกราะแขนและโอบเกราะหมวกนักรบไว้ในอ้อมแขน
แม้แต่รองเท้าก็ยังเปลี่ยนเป็นเกราะเท้า !
สารรูปของมันตอนนี้ดูเหมือนกับเตรียมไปออกรบเป็นตายด้วยอาวุธครบมือ
!
นอกจากนี้อุปกรณ์ทั้งหมดล้วนเป็นระดับสุดยอดที่ดีที่สุดในคลังสมบัติแห่งนี้อีกด้วย
ชูไฮว่ซานนวดหว่างคิ้วและรู้สึกกระอักกระอ่วน
เขากล่าวว่า “เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอ นี่เจ้าคิดจะยกเค้าคลังสมบัติของนิกายหรือไง ?!”
จี้เทียนซิงเห็นสารรูปอันน่าขันของลู่หมิงหยางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและกล่าวแซวว่า
“ลู่หมิงหยาง เจ้าเลือกสมบัติมามากมายเช่นนี้
คิดจะห่อหุ้มตัวเองเหมือนแมงป่องหรือไง ?”
“หรือว่าเจ้าประหม่า ? กลัวจะแพ้หมดรูปใช่ไหม ?”
ลู่หมิงหยางหันขวับไปมองจี้เทียนซิงด้วยสีหน้าบูดบึ้งพลางตะโกนเสียงต่ำ
“เพ้ย
! กลัวที่ไหน
ข้าแค่เตรียมพร้อมเพื่อการประลองต่างหาก
ข้ามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะเพื่อสร้างเกียรติยศให้กับตนเองและนิกาย !”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved