ล้างบาง
จี้เทียนซิงกลับถึงตระกูลจี้ล่าช้าเนื่องจากหยุดสนทนากับหยุนเหยา เมื่อเขากลับมาถึงก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว
ในเวลานี้
ข่าวที่เขาเอาชนะองค์ชายจี้หลิงจนได้อันดับหนึ่งนั้นแพร่กระจายไปแล้วทั่วทั้งเมือง
ภายในตระกูลจี้ย่อมได้รับข่าวนี้แต่แรกเช่นกัน
สมาชิกภายในตระกูลจำนวนมากต่างก็ตื่นเต้นยินดีกันยกใหญ่
ทันทีที่จี้เทียนซิงสาวเท้าเข้ามาในตระกูล
พ่อบ้านก็พาสมาชิกตระกูลจี้จำนวนมากมารอคารวะด้วยความเคารพ
การได้มีโอกาสเห็นหน้าจี้เทียนซิงก็ทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน
พวกเขาสนทนากับสมาชิกเหล่านั้นไม่กี่คน
จากนั้นก็จากไป
หลังจากกลับมาถึงจวนของตัวเอง
เขาก็ส่งสาสน์ถึงรองหัวหน้ามู่ซานเพื่อเตรียมหารือเรื่องใหญ่ทันที
การทดสอบคัดเลือกเข้านิกายหนุนสวรรค์ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเขาก็ประสบความสำเร็จตามที่หวังด้วยการคว้าอันดับหนึ่งจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
บัดนี้ได้เวลาสะสางปัญหาของตระกูลจี้แล้ว
!
หลังจากนั้นไม่นานมู่ซานก็รีบเข้ามาที่จวนของชานหนุ่มอย่างรวดเร็วดั่งสายลมและเอ่ยปากทักทาย
“คารวะคุณชายน้อย !”
จี้เทียนซิงโบกมือให้ฝ่ายเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องมองพิธี
จากนั้นก็เอ่ยปากถามด้วยท่าทางที่สง่างามว่า “มู่ซาน
อาวุโสสองจี้หรูเฟิ่งอยู่ในตระกูลหรือไม่”
มู่ซานรีบรายงานอย่างรวดเร็วและตรงประเด็น
“เรียนคุณชาย เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน จี้หรูเฟิ่งและบุตรชายของมันจี้ห่าวได้หลบหนีออกจากเมืองจักรวรรดิอย่างลับๆไปแล้วขอรับ
!”
“แต่ว่า หากนายน้อยมีความประสงค์
ข้าจะรีบสั่งการเหล่าพี่น้องให้รีบติดตามพวกมันทันที”
จี้เทียนซิงขมวดคิ้ว
นัยน์ตาของเขาทอประกายเย็นชา “ข้าไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจี้หรูเฟิ่งกับจี้ห่าวจะหนีไป
!”
“ตอนนี้ข้าเป็นประมุขผู้กุมอำนาจเบ็ดเส็ดในตระกูล
อีกทั้งยังเป็นผู้ผ่านการทดสอบด้วยอันดับหนึ่ง ข้าเป็นศิษย์ของนิกายหนุนสวรรค์แล้ว
จี้หรูเฟิ่งไม่อยู่ในสายตาข้าอีกต่อไป”
“ข้าสั่งให้มันอยู่แต่ในบ้านเพื่อเตรียมหาจังหวะเหมาะๆลงโทษในความผิดของมันต่อหน้าสาธารณะชน
แต่มันกลับหนีไปพร้อมกับจี้ห่าวเสียได้ !”
มู่ซานรีบหยิบปึกกระดาษออกมาจากแขนเสื้อพร้อมกับขวดหยกขนาดเล็กขวดหนึ่งส่งมอบให้กับจี้เทียนซิงพลางกล่าวว่า “คุณชาย นี่คือหลักฐานบางส่วนที่ข้าพบในห้องลับของอาวุโสสอง โปรดตรวจสอบพวกมันดู”
จี้เทียนซิงรับสิ่งของทั้งสองมาและเพ่งพินิจ
กระดาษพวกนั้นคือบันทึกข้อความลับระหว่างจี้หรูเฟิ่งกับองค์ชายจี้หลิงและใบเสร็จการซื้อขายอาวุธ
ส่วนขวดหยกขนาดเล็กนั้นมีผงยาอยู่ครึ่งขวดที่ยังใช้ไม่หมด
จี้เทียนซิงสงสัยมานานแล้วว่ามีคนในตระกูลจี้ที่แอบวางยาพิษจี้ชางคงอย่างลับๆซึ่งนำไปสู่การพลาดพลั้งเสียทีให้แก่หลิงซือไห่ในวันที่พวกมันมาบุกตระกูลจี้
เมื่อตอนนี้ได้เห็นผงพิษที่เหลืออยู่ครึ่งขวด
ในที่สุดจี้เทียนซิงก็ฟันธงได้แล้วว่า ผู้ที่วางยาพิษบิดาของมันก็คือจี้หรูเฟิ่ง !
“ได้ข้อสรุปในแผนการทั้งหมดของมันเสียที ! จี้หรู่เฟิ่ง
ครั้งนี้ข้าจะให้เจ้าต้องชดใช้ด้วยเลือด !”
จี้เทียนซิงแค่นเสียงต่ำด้วยโทสะและสั่งการออกไปทันที
“มู่ชาน เจ้าสั่งการให้ยอดฝีมือสักหลายคนจับตาดูเหล่าผู้บริหารระดับสูงของตระกูล
อย่าให้พวกมันหนีไปได้แม้แต่คนเดียว !”
“ส่วนตัวเจ้า
รีบไประดมคนมาติดตามข้าไปตามล่าจี้หรูเฟิ่ง
ข้าจะล่ามันด้วยตัวเอง !”
“รับบัญชา !”
มู่ซ่านดีดปราดออกไปจากห้องทันทีและเรียกระดมเหล่ายอดฝีมือของหอเงากระบี่
ส่วนจี้เทียนก็ออกจากจวนของตัวเองขึ้นหาม้าและยืนรอมู่ซาน
วันนี้เขาสูญเสียพลังไปไม่น้อยจากการประลอง
แต่ทว่าอีกไม่นานเขาจะออกจากตระกูลเพื่อไปยังนิกายหนุนสวรรค์
ดังนั้นเขาต้องรีบสะสางทุกเรื่องในตระกูลให้จบโดยเร็ว
หากปล่อยจี้หรูเฟิ่งไปตอนนี้
ยามที่มันหวนกลับมาจะไม่มีใครคอยหยุดความทะเยอทะยานของมันได้
จี้เทียนซิงจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าวันนี้จี้หรูเฟิ่งต้องถูกกำจัด
ไม่นาน
จี้เทียนซิงก็ออกจากเคหะตระกูลจี้พร้อมกับมู่ซานและบรรดายอดฝีมือของหอเงากระบี่อีก
6 คน พวกเขาทั้งหมดออกจากเมืองจักรวรรดิไปทางทิศตะวันตก
ระหว่างทางมู่ซานจะได้รับสาสน์ลับจากผู้ใต้บังคับบัญชาจนสืบทราบร่องรอยของจี้หรู่เฟิ่ง
สามชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
พระอาทิตย์ตกดิน
รัตติกาลเริ่มย่างกรายเข้ามา
ในเวลานี้จี้เทียนซิงกับมู่ซานรวมไปถึงยอดฝีมืออีกหลายคนได้ตามล่าจี้หรูเฟิ่งมาเป็นระยะทางกว่า
300 ไมล์ห่างจากอาณาเขตเมืองจักรวรรดิ
พวกเขาเข้าสู่เขตชายแดนอิ๋วโจว
เห็นได้ชัดว่าจี้หรูเฟิ่งก็รับรู้ได้เช่นกันว่ามีคนกำลังไล่ล่ามันอยู่
แถมยังตามมาอย่างไม่ลดละ พวกมันจึงพยายามเดินทางอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
แต่หลังจากผ่านอีกไปหนึ่งชั่วโมง
จี้เทียนซิงกับมู่ซานก็ไล่ตามทันในที่สุด
กลางคืนที่มืดมิดภายในภูเขาสูงนับพันฟุต
จี้หรู่เฟิ่งและจี้ห่าวรวมไปถึงผู้คุ้มกันอีก
4 คนที่สวมชุดเกราะกำลังยืนอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งเพื่อเตรียมรับการปะทะ
สารรูปของจี้หรูเฟิ่งในยามนี้ดูทุลักทุเล
เสื้อผ้าอาภรณ์ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ
ดวงตาส่องประกายดุร้ายราวกับสุนัขจนตรอกที่คิดสู้ตาย
มันชี้ปลายกระบี่และจ้องเขม็งไปที่คนของหอเงากระบี่ที่อยู่รอบๆ
ส่วนจี้ห่าวหน้าดำเป็นขี้เถ้า ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาและหลบซ่อนอยู่ในกลุ่มคน
คนของหอเงากระบี่ทั้ง
8 ได้กระจายตัวออกไปล้อมรอบพวกมันทุกคนและเดินเข้าหาทีละก้าว
จี้เทียนซิงเดินเข้ามาพร้อมกับมู่ซานและยืนห่างจากจี้หรูเฟิ่งสิบเมตร เขามองไปที่จี้หรู่เฟิ่งด้วยแววตาเยือกเย็นและตะโกนว่า “จี้หรูเฟิ่ง เจ้ามันชั่วช้าสามานย์นัก คิดว่าจะหนีพ้นงั้นหรือ ?”
จี้หรูเฟิ่งจ้องกลับไปที่จี้เทียนซิงด้วยใบหน้ามืดมนและถามอย่างโกรธเกรี้ยวว่า
“จี้เทียนซิง ! ข้ามาอิ๋วโจวเพื่อจัดการเรื่องธุรกิจของตระกูล
ไฉนเจ้าถึงได้ส่งคนมาตามล่าข้า ?!”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
จี้เทียนซิงก็หัวเราะเยาะและกล่าวว่า “จี้หรูเฟิ่ง
เจ้าจะเสแสร้งไปจนตายเลยหรือไง ? ในเมื่อเจ้าก็เคยส่งมือสังหารมาตามล่าข้า
ทำไมข้าจะทำแบบเจ้าบ้างไม่ได้เล่า ?!”
“เจ้ามีเจตนาจะทำลายรากฐานของตระกูลจี้
เจ้าชักนำผู้บริหารระดับสูงให้บ่อนทำลายภายใน เจ้าวางยาพิษบิดาข้า
เจ้าลักลอบนำอาวุธของตระกูลไปขายให้กับองค์ชายจี้หลิง ความผิดมหันต์ขนาดนี้สมควรตายนับสิบครั้ง !”
“จี้หรูเฟิ่งความผิดบาปทั้งมวลที่เจ้าก่อขึ้น
ไม่ต้องรอศาลตระกูลตัดสิน ข้าก็สามารถปลิดชีวิตสุนัขของเจ้าได้ทันที !”
ทันใดนั้นสีหน้าของจี้หรูเฟิ่งก็เปลี่ยนไป
ดวงตาพวยพุ่งไปด้วยโทสะและความเกลียดชัง
อย่างไรก็ตาม
มันยังคงยืนกระต่ายขาเดียวปฏิเสธที่จะยอมรับความผิดและโต้แย้งว่า “จี้เทียนซิงนี่เป็นการใส่ความข้างเดียวของเจ้า เจ้ากล่าวหาข้าเช่นนี้เจ้ามีหลักฐานหรือไม่
!? ไร้ซึ่งหลักฐานแต่เจ้ากลับส่งคนของหอเงากระบี่มาฆ่าข้า
เจ้ามันบ้าอำนาจไปแล้ว !”
จี้เทียนซิงแสยะยิ้มและโยนปึกกระดาษบันทึกพร้อมกับขวดหยกไปให้อีกฝ่ายพลางกล่าวว่า
“นี่ไงหลักฐาน เบิ่งตาสุนัขของเจ้าดูซี่ !”
จี้หรูเฟิ่งเห็นปึกกระดาษและขวดหยกที่โยนมา
เขารู้ได้ทันทีว่าตนเองถูกสาวไส้หมดเปลือกจนเปลือยร่อนจ้อนไปแล้ว
ไม่จำเป็นต้องดูเนื้อหาและเปิดขวดหยกพิสูจน์อะไรอีกต่อไป
ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำและตะโกนออกมาอย่างคับแค้นใจ
“จี้เทียนซิง
ข้าประมาทเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าเกินไป ! เดิมทีข้าคิดว่าวันนี้เจ้าจะต้องตาย
ข้าวางใจจนคาดไม่ถึงว่าขยะอย่างเจ้าจะผงาดขึ้นมาได้อีกครั้งจนเอาชนะองค์ราชาไปได้
ข้าเสียใจและแค้นใจที่สุดที่ไม่ยอมหักใจสังหารเจ้าแต่เนิ่นๆจนปล่อยให้เจ้าปีกกล้าขาแข็งขนาดนี้
!”
“หากไม่มีเจ้าสักคนมาคอยทำลายแผนการ
ตำแหน่งประมุขตระกูลจี้ควรจะตกเป็นของข้าไปนานแล้ว !”
ใบหน้าของจี้เทียนซิงเย็นชาและตะโกนออกมาว่า
“จี้หรูเฟิ่ง
บิดาข้าหลับตาข้างเดียวเพราะเห็นแก่สัมพันธ์พี่น้องกับเจ้ามาโดยตลอด ท่านรู้ว่าเจ้าลักลอบเอาสินค้าของตระกูลไปขายและล่วงล้ำธุรกิจของตระกูลจนเกินพอดีแต่ท่านก็ไม่เคยว่ากล่าวหรือลงโทษเจ้า ส่วนข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเป็นลุงแท้ๆ แล้วดูแผนการทั้งหมดที่เจ้าทำซี่
เราพ่อลูกไม่เคยล่วงเกินเจ้าแต่เจ้ากลับคิดฆ่าพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า บาปของเจ้าความตายก็ยังไม่เพียงพอ !”
“คืนนี้ข้าจะชำระล้างสิ่งสกปรกในตระกูลจี้ให้หมดสิ้น
!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved