หลังจากนิ่งอึ้งไปอยู่นาน
เทียนเจี้ยนจงรั้งสติกลับมาโดยพลัน คนจ้องมองเทียนจี้เจิ้นเหรินด้วยดวงตาแดงก่ำพลางถามอย่างกระวนกระวายว่า
“เจิ้นเหริน
นี่มันเรื่องอันใด ?
ไหนท่านบอกว่าหลังจากเหวินหยูกินยาแกล้งตายของท่านแล้ว
หากได้รับการรักษาทันเวลามันจะกลับมาเป็นปกติโดยไร้ซึ่งปัญหาใดๆ”
"แล้วที่ท่านพูดมาว่าช่วยไม่ทันแล้วคืออะไร
!?"
เทียนจี้เจิ้นเหรินเผยสีหน้ากลัดกลุ้มเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายพลางส่ายหัวทอดถอนใจ
“เฮ้อ.....
ท่านประมุข พวกเราล่าช้าเสียเวลาจนเกินไป
ท่านต้องเข้าใจว่าพวกเราให้การรักษาเหวินหยูช้าเกินกว่าจะแก้ไข"
"นอกจากนี้
เจ้าเด็กจี้เทียนซิงนั่นก็ยากจะจัดการให้อยู่หมัด
กว่าพวกเราจะกลับมาให้การรักษาโดยมิให้ผิดสังเกตมันก็สายเกินไปแล้ว...."
"ท่านประมุข โปรดระงับความเศร้าของท่านไว้เถิด"
เทียนเจี้ยนจงหน้าเผือดสีราวกับคนตาย
ดวงตาสั่นระริกไปด้วยความโศกเศร้าและความสิ้นหวัง
คนเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งกระด้าง
จ้องมองไปที่ร่างไร้วิญญาณของซื่อเหวินหยูและทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง
ยอดฝีมือระดับปราณฟ้าผู้สง่างามของนิกายกระบี่ฟ้า
ทอดสายตาเหม่อลอยมองร่างที่เย็นเฉียบของซื่อเหวินหยู และแม้กระทั่งมีน้ำตาไหลออกมา
"อ้าา
เหวินหยู ! อาจารย์แค่ตั้งค่าวางแผนใช้เจ้าเป็นเหยื่อล่อ
มิคาดว่ามันจะทำร้ายเจ้าจนถึงชีวิต ! อาจารย์ผิดต่อเจ้า......."
เทียนจี้เจิ้นเหรินและหวงฟู่คนสนิทเห็นเทียนเจี้ยนจงหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้า
พวกมันจึงค่อยๆล่าถอยออกจากห้องลับอย่างเงียบงัน
เทียนเจี้ยนจงกุมมือเย็นเยียบของซื่อเหวินหยูพลางกล่าวทอดถอนใจด้วยเสียงแผ่วเบา
“เหวินหยู บิดาเจ้ากับข้าเป็นสหายสนิทกัน
มันได้สละชีวิตเพื่อช่วยข้าและไว้วางใจฝากฝังเจ้าไว้กับข้าก่อนที่จะสิ้นใจ...
"
"ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมาข้ารู้สึกละอายใจนัก
ข้าจึงปฏิบัติต่อเจ้าบุตรชายแท้ๆ
หมั่นบ่มเพาะเลี้ยงดูเจ้าด้วยความสามารถทั้งหมดของข้า"
"สวรรค์ไม่มีตา !
ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายเจ้ากลับต้องตกตายอย่างอนาถด้วยฝีมือของเจ้าเด็กจี้เทียนซิง ข้าไม่มีหน้าจะไปขอขมาบิดาเจ้าในปรโลก !”
เทียนเจี้ยนจงตวัดปลายแขนเสื้อเพื่อสลัดคราบน้ำตา
เผยให้เห็นดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย สีหน้าบิดเบี้ยวน่าสยดสยองเต็มไปด้วยจิตสังหารปะทุซ่าน
คนคำรามด้วยเสียงดุร้าย
“เหวินหยู
วางใจเถอะ ! อาจารย์จะไม่ยอมให้เจ้าต้องตายเปล่า อีกไม่นานอาจารย์จะต้องทำลายนิกายพันธมิตรสวรรค์
ถลกหนังหัวจี้เทียนซิง สับหยุนเหยาเป็นหมื่นชิ้นด้วยมือของข้า ข้าจะเอาหัวกะโหลกของพวกมันเซ่นดวงวิญญาณเจ้า !”
"อาจารย์จะทำให้นิกายพันธมิตรสวรรค์ต้องชดใช้เป็นหมื่นเท่าพันทวี
!"
ตูม !!
สิ้นเสียง เทียนเจี้ยนจงพลันระเบิดปราณสังหารอันดุเดือดรุนแรง
แสงเย็นวาบราวกับสัตว์ร้ายพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของมัน
.............
ด้านหลังยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์มีตำหนักแห่งหนึ่งที่ห้อยอยู่ใกล้หน้าผา
ในห้องที่อยู่บนชั้นที่สาม เสวี่ยเยวี่ยจวินจู้ในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ข้างหน้าต่าง
ดวงตาที่ดุร้ายจ้องมองออกไปยังรัตติกาลที่อยู่ด้านนอก
ในขณะนี้เองประตูห้องถูกเปิดออก
ชายชราผมขาวก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เสวี่ยเยวี่ยจวินจู้หันหลังมามองอีกฝ่ายทันทีและถามด้วยความคาดหวังว่า
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง
? แผนการของท่านสำเร็จหรือไม่
?"
เทียนจี้เจิ้นเหริน ..... ไม่สิ มหาปุโรหิต แสยะยิ้มเย้ยหยันและพยักหน้ากล่าวตอบว่า
"ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี"
เสวี่ยเยวี่ยจวินจู้เลิกคิ้วขึ้นและถามด้วยความสับสน
“เม็ดยาซูฉิงที่ท่านมอบให้ซื่อเหวินหยูก่อนการประลองเป็นยาผนึกลมปราณและบั่นทอนความแข็งแกร่ง ทำไมท่านถึงได้โป้ปดพวกมันด้วยการใช้โอสถปลอม ?
หากข้าเดาไม่ผิดซื่อเหวินหยูคงตกตายไปแล้วกระมัง ?"
มหาปุโรหิตพยักหน้าและแสยะยิ้มกล่าวว่า “ซื่อเหวินหยูเป็นเพียงหมากเล็กๆตัวหนึ่งที่ไม่สลักสำคัญอันใด
มีเพียงการตายของมันนี่แหละที่จะแสดงคุณค่าของตัวมันเองได้ดีที่สุด”
"เฮอะ ! เผ่าพันธุ์มนุษย์ล้วนแต่เจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกน่าแขยง
เห็นชัดๆว่าทั้งสองฝ่ายเกลียดชังกันดั่งน้ำกับไฟ
แต่เจ้าเทียนเจี้ยนจงกลับยังคิดวางมาดรักษาศีลธรรมอันดีของปุถุชน ชวนอาเจียนนัก
!"
"ในเมื่อมันลีลากันนัก
ข้าจึงช่วยเติมเชื้อไฟ บีบคั้นมันให้ก่อสงครามกับนิกายพันธมิตรสวรรค์อย่างมีเหตุมีผลในทางอ้อม"
"มีเพียงซื่อเหวินหยูตกตายแท้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถกระตุ้นโทสะเทียนเจี้ยนจงให้ลงมืออย่างไม่หวั่นเกรง และจะเป็นการปะทุสงครามระหว่างสองนิกายใหญ่”
ทันใดนั้นเสวี่ยเยวี่ยจวินจู้พลันตระหนักถึงแผนการและเจตนาแท้จริงของมหาปุโรหิต
พลางพยักหน้าและเอ่ยชมอีกฝ่ายว่า "มหาปุโรหิตช่างเป็นจ้าวแผนการยิ่งนัก”
"จี้เทียนซิงพลั้งมือสังหารซื่อเหวินหยูในงานฉลองวันเกิดของเทียนเจี้ยนจงต่อหน้าเหล่าชาวยุทธ์ทุกคน ซื่อเหวินหยูมีความสำคัญแทบจะเป็นอันดับสองของนิกายกระบี่ฟ้า
ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเทียนเจี้ยนจงจะทนความอัปยศครั้งนี้ได้ !"
มหาปุโรหิเชิดศีรษะขึ้นพลางแสยะยิ้มเล็กน้อย
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งมันก็กล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
"จวินจู้ โปรดอดทนรออีกไม่นาน"
"นิกายกระบี่ฟ้าจะเปิดสงครามกับนิกายพันธมิตรสวรรค์ในไม่ช้า
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน
เมื่อนั้นจะเป็นโอกาสและถึงเวลาลงมือของพวกเราในการช่วยจักรพรรดิมารออกมา”
“องค์เหนือหัวถูกผนึกมานานนับพันปี
หลังจากท่านทลายผนึกออกมา ระดับพลังยุทธ์สมควรอ่อนโทรมไปหลายส่วนและจำเป็นต้องสูบกินเลือดอย่างไร้สิ้นสุดเพื่อทำให้กายแท้จักรพรรดิมารกลับมามั่นคงดังเดิม"
“เฮอะๆ เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนในนิกายพันธมิตรสวรรค์และกระบี่ฟ้าจะต้องอุทิศตนเพื่อให้องค์จักรพรรดิมารรวมกายแท้สำเร็จ
!”
เสวี่ยเยวี่ยจวินจู้พยักหน้าพลางกล่าวด้วยความคาดหวัง
“ข้าหวังว่าวันนั้นจะมาถึงโดยเร็ว"
"อีกไม่นานหรอกจวินจู้"
มหาปุโรหิตฉีกยิ้มกว้างหัวเราะและเดินออกจากห้องไป
.............
ยี่สิบไมล์ห่างจากนิกายกระบี่ฟ้า ที่เชิงเขาสูงตระหง่านแห่งหนึ่ง
ในค่ำคืนที่มืดมิดพลันปรากฏลำแสงสีขาวก็กระพริบขึ้น
หลังจากแสงสีขาวแตกสลาย
หนุ่มสาวคู่หนึ่งในอาภรณ์สีขาวได้ปรากฏตัวขึ้นบนพื้นหญ้าเชิงเขา
หนุ่มสาวสองคนนี้ก็คือจี้เทียนซิงและหยุนเหยา
หลังจากออกมาแล้วทั้งสองก็หันศีรษะไปมองรอบๆเพื่อสังเกตภูมิประเทศและสถานการณ์โดยรอบ
หยุนเหยาหันไปมองหลังเขา
ทางทิศที่ตั้งของนิกายกระบี่ฟ้าและยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏแสงไฟสว่างจ้า
นางจึงกล่าวว่า
"เทียนซิง ที่นี่อยู่ใกล้กับยอดเขากระบี่ฟ้าศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป
เพียงยี่สิบไมล์เท่านั้น"
"เทียนเจี้ยนจงย่อมส่งยอดฝีมือจำนวนมากออกตามล่า
พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด !"
ในขณะเดียวกันจี้เทียนซิงก็เห็นภูมิประเทศโดยรอบอย่างชัดเจนเช่นกัน
เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมพล่างกล่าวว่า “ศิษย์พี่หญิง มันยังไม่สายเกินไป
พวกเรารีบกลับนิกายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และรายงานเรื่องนี้ต่อท่านอาจารย์"
ขณะที่พูดเขาก็หยิบถุงมิติออกมาและเตรียมจะปลุกเฉียนเยวี่ย
ในเวลานี้เองหยุนเหยาถอดชิ้นส่วนหยกออกจากเอวของนาง
ปลดปล่อยกระเรียนสีขาวขนาดใหญ่ออกมาจากหยกชิ้นนั้น
"เทียนซิง พวกเรากลับพร้อมกัน
กระเรียนวิญญาณของข้ารวดเร็วกว่าสัตว์วิญญาณของเจ้า มาเถอะ"
จี้เทียนซิงก็ยอมรับว่าเฉียนเยวี่ยบินไม่ได้เร็วเท่ากระเรียนวิญญาณ
เขาจึงพยักหน้าตกลงโดยดี
หลังจากนั้นทั้งสองก็กระโดดขึ้นหลังกระเรียนวิญญาณและโบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
กระเรียนวิญญาณสยายปีกอย่างงดงามเหนือเวหายามราตรี
มันพาพวกเขาทั้งสองมุ่งหน้ากลับนิกายพันธมิตรสวรรค์
จี้เทียนซิงยืนกำหมัดแน่นอยู่บนด้านหลังของกระเรียนวิญญาณ
คนหันศีรษะกลับไปมองยังนิกายกระบี่ฟ้า
ดวงตารวมศูนย์เปล่งแสงเจิดจ้าเพ่งไปยังยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์
“เอี๋ยนเอ๋อร์เจ้าไม่ห่วง
ข้าจะไปช่วยเจ้าเร็วๆนี้ !””
เขาแค่นเสียงเย็นอย่างเงียบงัน
ในใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
...............
สองชั่วยามต่อมากระเรียนวิญญาณก็พาทั้งสองกลับมาถึงนิกายพันธมิตรสวรรค์โดยปลอดภัย
ในเวลานี้เป็นเวลาเที่ยงคืน
หยุนเหยาจึงสั่งให้กระเรียนวิญญาณลงจอดบนยอดเขาชื่อเซี่ยวโดยตรง
หลังจากลงจอดแล้วจี้เทียนซิงและหยุนเหยาก็กระโดดลงและมุ่งหน้าไปยังที่พักของฉู่เทียนเซิงทันที
เมื่อมาถึงทั้งสองก็แจ้งเจตนาต่อผู้พิทักษ์ชุดดำและยืนรออยู่ในห้องตำรา
หลังจากนั้นไม่นาน ฉู่เทียนเซิงก็เข้ามา
ทันทีที่เข้าสู่ห้องตำรา
สีหน้าของมันก็กลายเป็นเคร่งขรึมพลางไตร่ถามด้วยเสียงเป็นกังวลว่า “หยุนเหยา เทียนซิง เกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ทำไมพวกเจ้าถึงได้รีบๆร้อนๆกลับมาดึกดื่นป่านนี้เล่า
?"
หยุนเหยารีบตอบไปตามความจริงทันทีว่า “ท่านอาจารย์คะ
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเทียนเจี้ยนจงในวันนี้เป็นแผนการที่พวกมันวางเอาไว้
พวกมันใส่ความศิษย์น้องเทียนซิงว่าเป็นผู้สังหารซื่อเหวินหยู”
“พวกเราหนีออกมาได้
แต่ศิษย์น้องเอี๋ยนเอ๋อร์ถูกทำร้ายสาหัสและถูกเทียนเจี้ยนจงจับตัวไป... "
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved