เมื่อชาเค่อฟูเห็นการเจรจาไปได้สวย เขาก็เริ่มพูดต่ออย่างช้าๆ
“ยังมีอีกเรื่องท่านมู่เหลียง”
มู่เหลียงลืมตาขึ้นและมองชาเค่อฟูราวกับว่ารอประโยคต่อไป
“ผมอยากจะให้ท่านช่วยสร้างกำแพงแก้วให้เมืองปักษาด้วย”
ชาเค่อฟูกล่าวอย่างจริงจัง
แววตาของมู่เหลียงถึงกับสั่นไหวเล็กน้อย ข้อเสนอใหญ่กำลังจะมา
แล้วมู่เหลียงก็ขมวดคิ้วและพูดขึ้น
“เกรงว่าจะลำบากสักหน่อย การสร้างกำแพงแก้วคลุมทั้งเมืองนั้นเป็นอะไรที่ใช้แรงและมีต้นทุนที่สูง”
ชาเค่อฟูถึงกับรู้สึกผิดหวัง และเข้าใจได้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่ทำง่ายๆ
ชาหน่าเลยถามขึ้นทันที
“ท่านมู่เหลียง แล้วจะต้องจ่ายเป็นสิ่งใด”
“เรื่องนี้พูดออกไปคงลำบาก มันเกี่ยวข้องกับความลับของเมืองเต่าทมิฬด้วย”
มู่เหลียงส่ายหัวทำหน้าตาหนักใจ
หยู่ฉินหลานกระพริบตาเล็กน้อย และพยายามที่จะกลั้นหัวเราะภายในใจ เธอรู้ว่ามู่เหลียงกำลังต้องการจะหลอกคนเหล่านี้
“หนึ่งพันผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด…”
ชาเค่อฟูเสนอราคาขึ้น
ตัวของชาเค่อฟูเองก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าเหมือนกันมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่น้อย เพราะงั้นไม่มีทางที่เขาจะตามเกมมู่เหลียงไม่ทัน
“หนึ่งหมื่น…”
มู่เหลียงตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยเลศนัย
“หนึ่งหมื่น….งั้นหรอ”
ชาเค่อฟูหรี่ตาลงและพยายามที่จะต่อรอง
เขากำลังคิดราคาต้นทุนกำไรภายในหัว และคิดว่ามันคุ้มค่าไหมที่จะใช้ผลึกสัตว์อสูรมากขนาดนี้กับกำแพงแก้ว
“ปัญหาใหญ่ของเมืองปักษาคือสภาพแวดล้อมที่แย่ ทำให้ผู้คนมาเมืองนี้น้อย หากว่ามันถูกแก้ไขผู้คนจะเริ่มหลั่งไหลมายังเมืองปักษามากขึ้น และจะสร้างกำไรให้เมืองอย่างมหาศาล”
“ท่านมู่เหลียง หนึ่งหมื่นมันไม่มากเกินไปหรอ”
ชาหน่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียด
“ผมว่าท่านชาเค่อฟูคงจะเข้าใจ ว่าราคาหนึ่งหมื่นผลึกสัตว์อสูรนั้นเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลแล้ว”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย
เขากำลังทดสอบอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายจ่ายไม่ไหว เขาก็พอที่จะลดให้ได้สักพันสองพันก้อน
แต่สถานการณ์ตรงหน้านี้ทำให้มู่เหลียงรู้สึกสนใจกับการตัดสินใจของชาเค่อฟูมาก
“ตกลง หนึ่งหมื่นก็หนึ่งหมื่น”
ชาเค่อฟูพยักหน้าช้าๆ
แม้ว่าจะต้องเสียผลึกสัตว์อสูรไปจำนวนมาก แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่อะไร
“ท่านพ่อ!”
ชาเลาต้องการจะหยุดพ่อของเขา
“ฉันมีเหตุผลของฉัน”
ชาเค่อฟูพูดขึ้นและมองไปยังลูกชายคนรอง
“ลูกเข้าใจแล้ว”
ชาเลาเองก็ทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป
เพราะผู้ที่มีอำนาจจัดการเรื่องการเงินทั้งหมดคือชาเค่อฟู และเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ในคลังตระกูลมีผลึกสัตว์อสูรมากน้อยแค่ไหน
ชาเค่อฟูผายมือไปทางมู่เหลียงและพูดขึ้น
“ถ้างั้นท่านมู่เหลียงจะเริ่มทำได้ตอนไหน”
“เมื่อตอนที่ท่านเตรียมผลึกสัตว์อสูรมาพร้อมจ่ายแล้ว ผมจะเริ่มทันที”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับความรู้สึกที่โล่งอก
ด้วยผลึกสัตว์อสูรขนาดนี้ เขาสามารถวิวัฒนาการเต่าทมิฬให้กลายเป็นระดับ 8 ได้ และยังเหลือแต้มอีก
“ให้เวลาทางเราหน่อย”
ชาเค่อฟูลุกขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ
“ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้”
มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น
และเหมือนมู่เหลียงจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดออกมา
“ท่านชาเค่อฟู ที่จริงผมเองสนใจนกในเมืองของท่านเหมือนกัน เป็นไปได้ไหมที่จะซื้อขายแลกเปลี่ยน”
มู่เหลียงต้องการเลี้ยงนกมาตลอด และนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก
“คงเป็นไปไม่ได้หรอกท่าน เพราะนกถือเป็นสมบัติของเมืองปักษา เราไม่ขายให้กับคนภายนอก”
ชาเลาตอบด้วยสีหน้าขึงขัง
“โห?”
มู่เหลียงเหลือบมองไปทางลูกชายคนรองของชาเค่อฟู
การมองครั้งนี้ทำให้ชาเลาถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว และหนาวไปถึงกระดูกดำ
“อะแฮ่ม!”
ชาเค่อฟูไอออกมาด้วยเสียงที่ดัง
แววตาของเขาเป็นประกายแต่ดูสุขุม
“มันก็พอจะแลกเปลี่ยนได้ ฉันจะให้นกสามตัวกับท่าน ตัวเมียตัวผู้อย่างละตัวกับลูกนกอีกตัว”
“แล้วท่านต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เดิมทีเขาคิดว่าการแลกเปลี่ยนนี้อาจจะเจรจายากกว่าที่คิด
“ได้ยินมาจากลูกสาวว่า เมืองเต่าทมิฬมีต้นไม้สีเขียวมากมายเต็มไปหมด ทางเราเองก็เลยอยากจะได้ต้นอ่อนของต้นไม้ผลบ้าง”
ชาเค่อฟูพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
“หกต้น”
มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น
ต้นอ่อนของไม้ผลหกต้นแลกกับนกสามตัวถือว่าเท่าเทียมกัน
หากว่านกที่ได้มาไม่มีความสามารถเฉพาะเหมือนกับนกในเมืองปักษา ข้อเสนอนี้อาจจะเหลือแค่ 3 ต้นเท่านั้น
“ตกลง”
ชาเค่อฟูคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะตอบ
และถามต่อทันที
“แล้วจะปลูกยังไงให้พืชผลเติบโตได้ดี”
เรื่องนั้นง่ายมาก เพียงแค่รดน้ำใส่ปุ๋ยให้เพียงพอ”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ
สิ่งที่เขาบอกไปนั้นก็แค่วิธีการปลูกต้นไม้แบบทั่วไป ไม่ใช่วิธีการแบบที่เมืองเต่าทมิฬทำ เพราะที่นี่ไม่มีต้นชาประกายแสง
“น้ำ…”
“เมืองปักษาของเราเองก็ขาดแคลนเรื่องน้ำเหมือนกัน”
ชาเค่อฟูพูดอย่างหนักใจ
“แล้วทำไมเราไม่คิดทำข้อเสนอใหม่กันล่ะ”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับหัวเราะ
“ข้อเสนออะไร?”
ชาเค่อฟูเริ่มสงสัย
“เรื่องน้ำ”
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้น
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ การขาดแคลนน้ำไม่ใช่เรื่องแปลก และไอน้ำในอากาศก็มีน้อยกว่านอกป่าหมื่นไพรศาลเป็นสองเท่า
“ข้อเสนอนี้เป็นเช่นไร”
ชาเค่อฟูถามด้วยความประหลาดใจ
มู่เหลียงกลับตอบอย่างใจเย็น
“ไม่ต้องคิดมาก เอาไว้ให้ข้อตกลงแรกจบก่อน”
“ถ้างั้นขอเวลาสักหน่อย”
เมื่อได้ยินแบบนี้ชาเค่อฟูหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป
มู่เหลียงลดสายตาลง และมองดูอาหารบนโต๊ะที่ไม่ได้ดูน่ากินเลยแม้แต่น้อย
“ค่อยกลับไปกินที่ตำหนักก็ได้”
หยู่ฉินหลานโน้มตัวมาข้างๆ มู่เหลียง ก่อนที่จะกระซิบเบาๆ ที่ใบหู
มันทำให้ใจของมู่เหลียงเต้นแรง และรู้สึกอุ่นๆ ที่ใบหู
“ก็ดีเหมือนกัน”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
สิบนาทีต่อมาชาเค่อฟูก็กลับมาพร้อมกับหีบไม้ในมือ
“ท่านมู่เหลียง นี้คือผลึกสัตว์อสูรหนึ่งหมื่นก้อน โปรดนับก่อน”
ชาเค่อฟูวางหีบไม้ลงบนโต๊ะและส่งให้มู่เหลียง
ภายในนั้นเต็มไปด้วยผลึกสัตว์อสูรชั้นกลางระดับต่ำ ซึ่งมันเทียบได้กับผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอดหนึ่งหมื่นก้อน
……
“ไม่ล่ะ เราเชื่อใจท่าน”
มู่เหลียงยกมือขึ้นและวางลงบนหีบไม้เบาๆ
การทำการค้าระหว่างกันหัวใจหลักคือการไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่งั้นการทำการค้าระยะยาวคงเป็นไปไม่ได้
“ถ้างั้น?”
ชาเค่อฟูพูดขึ้นราวกับอดทนรอไม่ไหว
“เราออกไปข้างนอกกันเถอะ”
มู่เหลียงลุกขึ้น และเดินออกไปนอกตำหนัก
หยู่ฉินหลานเองก็ลุกขึ้นและเดินตามมู่เหลียงไปติดๆ
“ลูกหน่า เตรียมนกให้ด้วย”
ชาเค่อฟูพูดขึ้น
“ครับท่านพ่อ”
ชาหน่ารับคำสั่งทันที
ชาหลัวเดินตามพ่อของเธอไป ที่นอกตำหนักเจ้าเมืองด้วย
มู่เหลียงเมื่อก้าวออกมาด้านนอกแล้ว เขาก็สร้างแท่นหินสูง 300 เมตรขึ้นไปมองภาพเมืองโดยรวมทั้งหมด
“จงปรากฏ”
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นก่อนที่นัยน์ตาสีดำของเขาจะเปลี่ยนกลายเป็นแก้วผลึก
แล้วตอนนั้นเองที่เกิดแสงวิบวับขึ้นไปทั่วเมืองปักษา และขยายตัวออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานผลึกกระจกขนาดใหญ่ก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินและสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนครอบไว้ทั้งหมด
หากมองจากบนท้องฟ้าจะเห็นเหมือนทั้งเมืองปักษาถูกชามแก้วครอบเอาไว้
“ที่นี่ไม่มีต้นไม้หรือพืชช่วยสร้างอากาศ งั้นเราต้องเปิดช่องรับลมมากขึ้น”
มู่เหลียงพูดกับตัวเองก่อนที่เขาจะสร้างรูบนกำแพงแก้ว มีหลายรูมีหลายขนาด นอกจากช่วยเรื่องรับอากาศแล้วยังทำรูให้นกบินเข้าออกอีกด้วย
ก่อนที่แท่นหินที่มู่เหลียงยืนอยู่จะลดตัวลงมาที่เดิม
“ยอดไปเลย ต่อจากนี้ก็ไม่มีฝุ่นกับลมอีกแล้ว”
ชาหลัวตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ และกระพือปีกไปมา
ที่ในเมืองปักษา
“นี้มันอะไร?”
“มันเหมือนกับผลึกแก้วที่กันลมและทรายในเมืองเต่าทมิฬเลย”
“เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันไม่ต้องโดนลมกับฝุ่นพัดเข้าหน้าแบบนี้”
ชาวเมืองเริ่มตื่นเต้นและตกใจกับสิ่งที่เห็น
“มันสร้างง่ายๆ แบบนี้เลยหรอ?”
ชาเลาพูดขึ้นอย่างตกตะลึง
“ง่ายๆ?”
หยู่ฉินหลานเหลือบมองชาเลาทันที และพูดด้วยมุมปากที่ยกสูง
“ถ้ามันง่ายจริง ทำไมท่านถึงไม่สร้างขึ้นมาเองล่ะ”
“....”
ชาเลาถึงกับปิดปากเงียบทันที ทำไมวันนี้ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปากพูดถึงโดนโจมตีทุกครั้ง
ชาเค่อฟูถึงกับตกตะลึงไปในทันที เมื่อกำแพงแก้วโผล่ขึ้นมาเป็นครั้งแรกที่เขาตกใจแบบนี้
“ตอนนี้ข้อตกลงแรกเสร็จสิ้นแล้ว”
ใบหน้าของมู่เหลียงดูอ่อนเพลียเล็กน้อย
กำแพงแก้วที่ครอบเมืองปักษาใหญ่กว่าของเมืองเต่าทมิฬ ดังนั้นทำให้เขาใช้พลังไปจำนวนมาก และรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย
หยู่ฉินหลานเห็นสีหน้ามู่เหลียงไม่ดี จึงรีบเข้ามาพยุง
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี”
มู่เหลียงตอบอย่างอ่อนโยน
ด้วยพลังในการฟื้นตัวของเขา เพียงแป๊บเดียวก็ฟื้นฟูได้แล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved