ตอนที่ 37

เช้าวันใหม่มาถึง

“หือ?”

ลี่เยว่ลืมตาขึ้นก็รู้สึกว่าภาพที่เห็นมันไม่คุ้นเคย ทำให้เธอรีบลุกขึ้นมาทันที

เธออยู่ในท่านั่ง ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในกองซากปรักหักพังหรือป่าหินอีกแล้ว

“นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้หลับสบายแบบนี้”

ลี่เยว่บิดตัวไปมาเล็กน้อย ก่อนที่สายตาของเธอจะเริ่มสำรวจห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทุกอย่างในห้องนี้ถูกจัดอย่างง่ายๆ มีอาวุธมากมายแขวนอยู่บนผนังด้วยใยแมงมุมอย่างเป็นระเบียบ และก็ไม่มีสิ่งอื่นอีกเลยนอกจากเตียงนอน

“นี้คือของผู้ชายงั้นหรอ ดูไม่เห็นจะพิเศษอะไรเลย”

ลี่เยว่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับยืดเท้าของเธอลงมาแตะพื้น และมองไปยังผนังที่มีอาวุธแขวนอยู่

ใช่แล้ว มันไม่ได้ดูมีอะไรพิเศษเลยนอกจากกำแพงนี้

ลี่เยว่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง

เธอเห็นว่ามู่เหลียงกำลังวาดอะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะ

มินโฮเองก็อยู่ใกล้ๆ และกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่

“อรุณสวัสดิ์”

ลี่เยว่กล่าวทักทายทั้งสอง

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นและหันไปมองที่ต้นเสียง ก่อนที่จะถามขึ้น

“เป็นไง….เมื่อคืนนอนสบายไหม?”

“ก็สบายดี”

ลี่เยว่หน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป

“สบายก็ดี งั้นมากินข้าวเช้ากันก่อนเถอะ”

มู่เหลียงกวักมือเรียกลี่เยว่ให้มานั่งที่โต๊ะ

มินโฮเอาจานช้อนมาจัดวาง และเอาหม้อเหล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะ

เนื่องจากชามมีไม่พอทำให้มู่เหลียงต้องใช้ถาดเหล็กของเขาเป็นชามแทนวันนี้ วันนี้มื้อเช้าเป็นซุปและเนื้อย่างชิ้นใหญ่

“เอ้า!! อย่ามัวแต่จ้องกินสิ!”

มู่เหลียงเห็นว่าทั้งสองสาวไม่เริ่มกินสักที จึงพูดเรียกสติก่อนที่เขาจะตักซุปขึ้นมากินก่อน

เมื่อเห็นว่ามู่เหลียงกินแล้วทั้งสองก็เริ่มกินตามทันที

“อื้มม!!”

เมื่อลี่เยว่ตักน้ำซุปเข้าปากเธอก็อุทานออกมาอย่างพึงพอใจ

“อืม!!”

มินโฮก็เช่นเดียวกัน และกินน้ำซุปอย่างเอร็ดอร่อย

มู่เหลียงยิ้มเล็กๆ และมองไปที่มินโฮกับลี่เยว่ที่ตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างออกรสออกชาติ

“มู่เหลียง…ไม่คิดว่าตอนนี้ควรจะไปจากที่นี่แล้วงั้นหรอ”

ลี่เยว่พูดขึ้นหลังจากซดน้ำซุปหมด และเลียที่มุมปาก

“นายไปขโมยของมาต้องเยอะ หากไม่รีบไปจากที่นี่ เมื่อไรเซียฮูกลับมาถึง พวกมันจะออกตามล่านายทันที”

“แล้วพวกมันจะหาฉันเจองั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามขึ้นก่อนที่จะกัดเนื้อย่างชิ้นใหญ่

“ตอนนี้กลุ่มของเซียฮูยังออกไปไม่ไกล และเขามีความสามารถที่จะค้นหาตัวนายได้”

ลี่เยว่อดไม่ได้ที่จะจ้องเขม็งไปทางมู่เหลียง

“ก็แค่อาจจะแหละ”

มู่เหลียงมุมปากยกสูงขึ้นเล็กน้อย

ก่อนที่เขาจะจิบน้ำซุปและพูดต่อ

“งั้นลี่เยว่ เธอรู้วิธีไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ไหม?”

“ตั้งใจจะไปยังทะเลสาบพระจันทร์งั้นหรอ?”

ลี่เยว่ตอบกลับมาทันที พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

“ทำไม? มันเกิดอะไรขึ้นที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

มู่เหลียงเห็นถึงการแสดงออกของลี่เยว่ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที มันต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นที่นั้นแน่

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนการจะไปที่นั่นคงไม่ใช่ปัญหา”

ลี่เยว่นั้นเริ่มแสดงท่าทีที่จริงจังขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ

“ตอนนี้มู่เหลียงมีปลาอัญมณีอยู่กับตัว การไปยังทะเลสาบพระจันทร์คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ”

“แล้วเขาจะรู้ได้ไงว่าฉันมีปลาตัวนี้?”

มู่เหลียงถามด้วยความประหลาดใจ

“ถึงไม่รู้ตอนนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่รู้ภายหลัง”

สีหน้าของลี่เยว่เริ่มเคร่งเครียดขึ้น

ก่อนที่เธอจะพยายามจัดเรียงคำพูดในหัวของเธอและพูดออกมา

“กลุ่มใหญ่แบบนี้มักมีสายอยู่ในกลุ่มโจร และไม่ช้าเขาจะรู้ว่าปลาอัญมณีของกลุ่มเคราโลหิตถูกขโมยไป”

“เธอจะหมายความว่าพวกเขาจะสืบสาวเรื่องปลานี้จนมาถึงฉันสินะ”

มู่เหลียงเข้าใจได้ทันทีว่าลี่เยว่จะสื่ออะไร

“ใช่”

ลี่เยว่พยักหน้าหลายครั้ง

“ผู้กลายพันธ์มีความสามารถค้นหาแบบนี้ด้วยงั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามอีกครั้ง และมองไปยังมินโฮ

“ถูกแล้ว”

ลี่เยว่ตอบพร้อมกับกัดเนื้อย่างไปหนึ่งคำ

ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ชัด

“อิ่งที่อายอ้องอำ….อึก!!...สิ่งที่นายต้องทำในตอนนี้คือรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อย่าหยุดอยู่กับที่กลุ่มเคราโลหิตมีผู้กลายพันธ์ที่สามารถแกะรอยได้ เมื่อไรที่เซียฮูกลับมายังฐานของมัน เขาจะเอาคนออกไล่ล่านายทันที”

ลี่เยว่กลืนเนื้อลงคอ และมองอย่างจริงจังไปทางมู่เหลียง

“จะไปเลยก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก แต่บอกทางไปยังทะเลสาบพระจันทร์ให้แล้วกัน”

มู่เหลียงมุมปากยกสูงขึ้น

“มู่เหลียง! นี้นายยังคิดจะไปที่นั้นอีกงั้นหรอ!!”

มินโฮคว้าแขนของมู่เหลียงเอาไว้ และดึงสองสามที

มินโฮเองพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมมู่เหลียง

“เราไปอยู่ในที่ห่างไกลก็ได้ เดินทางไปเรื่อยๆ จนพวกโจรเคราโลหิตตามหาเราไม่เจอ”

“มันยากมากเลยนะมู่เหลียง….ที่จะหลบให้พ้นจากพวกเคราโลหิต นอกจากว่านายจะมีวิธีเดินทางอย่างแนบเนียน”

ลี่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น

ก่อนที่ลี่เยว่จะมองไปรอบๆ และเห็นของมากมายที่มู่เหลียงเอามาจากฐานของกลุ่มเคราโลหิต

ลี่เยว่เกิดเสียดายว่าอาจจะต้องทิ้งของถึง 9 ใน 10 จากทั้งหมดนี้

น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาแยกของเพราะเมื่อคืนเกิดเรื่องขึ้นมากมาย

“รู้แล้ว เราก็ไม่เอาปลาอัญมณีเข้าใกล้ทะเลสาบพระจันทร์ก็พอ”

มู่เหลียงตบลงไปที่หลังมือของมินโฮเบาๆ เพื่อทำให้เธอใจเย็นลง

“ลืมไปแล้วหรอว่าเรามีเต่าทมิฬอยู่”

การไปยังทะเลสาบพระจันทร์นั้นไม่ใช่แค่ตามหาพี่สาวของมินโฮ แต่เขาต้องหาวิธีเก็บรวบรวมผลึกสัตว์อสูรด้วย

เมื่อคืนที่ผ่านมาเต่าทมิฬถูกวิวัฒนาการเป็นระดับ 4 ทำให้แต้มฝึกฝนที่มีเหลือแค่พันเดียว

มู่เหลียงเริ่มที่จะกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มระดับต่อจากนี้

“แต่…พวกโจรกำลังจะมาไล่ล่าเรานะ”

มินโฮพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

มินโฮนั้นมีนิสัยพอใจอะไรง่ายๆ และไม่ชอบความเสี่ยง หากว่าการไปทะเลสาบพระจันทร์อันตรายเกินไป เด็กน้อยก็ไม่ต้องการที่จะไป และรอคอยโอกาสอื่นก็ได้

“อย่ากลัวไป เดียวฉันทำให้พวกมันไม่กล้ามายุ่งกับพวกเราอีกเลย”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับแววตาที่ฉายออกถึงความเย็นชา

ลี่เยว่ก็อดไม่ได้ที่จะทักท้วงขึ้น

“อย่าดูถูกเซียฮูหัวหน้าของพวกเคราโลหิตเด็ดขาด อย่างน้อยๆ เขาคงเป็นผู้ทรงพลังขั้น 4”

“แล้วลี่เยว่เป็นผู้ทรงพลังขั้นไหน”

มู่เหลียงมองไปยังลี่เยว่ด้วยสายตาที่สงสัย

เขาไม่เคยได้ยินการอ้างอิงถึงระดับพลังมาก่อน จนกระทั้งลี่เยว่พูดขึ้น

“ฉันเป็นนักธนูขั้น 4”

ลี่เยว่เชิดคางขึ้นด้วยความภูมิใจ เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งของเธอ

ก่อนที่เธอจะสงบเสงี่ยมและพูดต่อ

“แต่หากเป็นการต่อสู้ระยะประชิด ก็พอจะเทียบเท่ากับผู้ทรงพลังขั้น 3”

“ถ้างั้นเธอก็พอใช้ได้”

มู่เหลียงตอบด้วยแววตาที่ซับซ้อน เพราะสำหรับเขาแล้ว เขารู้สึกได้เลยว่าเขาสามารถฆ่าลี่เยว่ได้ด้วยมือข้างเดียว

“อะไร!! นี้มู่เหลียงพอใช้ หมายความว่าไงห้ะ!”

คิ้วของลี่เยว่กระตุกสองสามครั้ง ก่อนที่จะพูดอย่างไม่สบอารมณ์

มู่เหลียงไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มๆ และถามอย่างไม่สนใจ

“แล้วทางไปทะเลสาบพระจันทร์มันทางไหน”

“ไปทางนั้น!!”

ลี่เยว่ชี้ออกไปทางหนึ่งด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

“งั้นการเดินทางครั้งนี้ ลี่เยว่เป็นคนนำทางแล้วกัน”

มู่เหลียงตัดสินใจแล้วว่าการมอบหน้าที่นำทางให้ลี่เยว่นั้นจะดีกว่า

เมื่อลี่เยว่เห็นว่าไม่สามารถโน้มน้าวใจของมู่เหลียงได้ เธอก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“มู่เหลียงแล้วจะเอายังไงกับของพวกนี้ แล้วจะเดินทางไปยังทะเลสาบพระจันทร์ยังไง”

“ก็เอาไปทั้งหมด แล้วตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าไปอยู่”

“.?? ? ?”

ลี่เยว่มองไปยังมู่เหลียงด้วยใบหน้าที่สงสัย และคิดไม่ออกว่าสิ่งที่ชายคนนี้พูดคืออะไร