“ฮือ…”
ซิไป่ฉีลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกงวงเงีย และรู้สึกขี้เกียจอย่างมาก
เธอไม่อยากจะขยับตัวไปไหน และจมอยู่ในเตียงนุ่มๆ นี้ไปตลอด เหมือนกับแมวน้ำตัวหนึ่ง
นั้นก็เพราะเธอไม่เคยนอนหลับสบายแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ออกเดินทางมากับมิอา
โครกคราก
เสียงท้องคำรามด้วยความหิว
สีหน้าของซิไป่ฉีดูไม่สบายอย่างมาก และไม่สามารถหยุดคิดถึงมันได้
เธอดึงผ้าห่มออกอย่างไม่เต็มใจเท่าไร และลุกขึ้นนั่งมองไปทางมิอาที่นอนอยู่ข้างๆ
“จะปลุกดีไหมเนี้ย”
ซิไป่ฉีรู้สึกเห็นใจมิอาเหมือนกัน
เธอเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปด้านนอก ยังมีกลิ่นหอมลอยอยู่เต็มบรรยากาศ ซึ่งยิ่งทำให้เธอหิวมากขึ้นไปอีก
มิอารู้สึกตัวเมื่อมีบางสิ่งเคลื่อนไหว เธอลืมตาขึ้นมองด้วยความสงสัย
และเห็นว่าซิไป่ฉีนั้นเอามือกุมท้องพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าหิวโหย
“ตื่นแล้วหรอ?”
ซิไป่ฉีหันกลับมาเห็นว่ามิอาตื่นแล้ว และมองเธอด้วยแววตาที่มีความหวัง
“ไม่ต้องแต่งตัวอะไรมาก ออกไปกันเถอะ”
ซิไป่ฉีรวบผมเป็นหางม้า และแสดงท่าทางว่าเธอพร้อมจะไปแล้ว
“ถ้างั้นก็ไปกัน”
มิอาขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินนำออกไปจากห้อง
ทั้งสองเดินออกมาถึงแผนกต้อนรับและเห็นหญิงสาวคนเดิมกำลังกินอาหารอยู่
“ลูกค้าจะออกไปหาอะไรกินงั้นหรอค่ะ”
แม่มดพันหน้าถามขึ้น
“ใช่”
มิอาพยักหน้าอย่างเย็นชา
“ต้องการคำแนะนำไหมค่ะ”
แม่มดพันหน้าถามต่อ
“ก็ดี”
มิอาตอบ
“หอโภชนาการมีอาหารจานผักขายหลายอย่าง….แต่หากคิดว่ามันแพงเกินไป ก็ยังมีอาหารอย่างอื่นให้กินอยู่”
แม่มดพันหน้าเองก็ไม่เข้าใจ
ในหอโภชนาการมีอาหารต้องหลายอย่าง แต่คนกลับกินแต่อาหารจานผัก
“ขอบคุณ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าโบกมือให้ทั้งสองอย่างเป็นกันเอง
และกินมื้อดึกของเธอต่อ เธอรู้สึกว่าวันนี้อาหารอร่อยมาก
ถึงเธอจะไม่ชอบเมืองเต่าทมิฬก็ตาม แต่สิ่งที่เธอไม่พอใจเกี่ยวกับเมืองนี้คือเธอต้องสูญเสียอิสระภาพ
แต่กลับกันแม่มดพันหน้านั้นกลับชอบอาหารและที่อยู่อาศัยมาก
มิอาพาซิไป่ฉีออกจากหอสามดวงดาว แม้จะหัวค่ำแล้วแต่ถนนการค้าก็ยังดูมีชีวิตชีวาอยู่
“มันสว่างไปหมด”
ซิไป่ฉีกระพริบตาหลายครั้ง และประหลาดใจกับถนนการค้าในยามค่ำคืนที่มีแสงส่องสว่างตลอด
นี้ไม่ใช่แสงจากเปลวเพลิง แต่เป็นแสงสว่างที่เหมือนกับแสงจากดวงอาทิตย์
“ดูบนนั้น”
มิอาเงยหน้าขึ้นและพูด
เธอเห็นเสาไม้สูงสามเมตรและที่ปลายยอดของเสาไม้ก็มีแสงไฟส่องสว่างอยู่
“ฉันจะขึ้นไปดู”
ซิไป่ฉีนั้นอดความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่อยู่
“อย่าได้เปิดเผยตัวตนของเธอ”
มิอากดหัวของซิไป่ฉีไม่ให้เธอกระโจนบินขึ้นไป
“อย่ามาจับหัวฉันนะ!! ฉันไม่บินขึ้นไปแล้วก็ได้”
ซิไป่ฉีบ่นอย่างไม่พอใจ
เธอปัดมือของมิอาออก และมองไปรอบๆ ก็ยังเห็นว่าถนนการค้ายังมีผู้คนอยู่
“ไปหาของกินกันเถอะ”
มิอาเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามกับหอสามดวงดาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอโภชนาการ
เธอต้องการจะตรวจสอบเมืองเต่าทมิฬในช่วงดึก เพื่อหาวิธีการปลูกพืชผักของเมืองนี้
ถนนการค้าตอนดึกนั้นไม่ค่อยมีคนแออัดเหมือนตอนเช้า ทำให้หอโภชนาการมีที่ว่างให้กับทั้งสองคน
“ยินดีต้อนรับคุณลูกค้า!”
เซียวมี่ทักทายด้วยรอยยิ้ม
เดิมทีเซียวมี่สมัครมาเป็นสาวใช้ของตำหนักเจ้าเมือง แต่หยู่ฉินหลานให้เธอมาทำงานในหอโภชนาการอ้างว่าให้เธอมาเรียนรู้การทำอาหารและการจัดโต๊ะอาหาร
และหลังจากผ่านช่วงฝึกสอนไปแล้ว หยู่ฉินหลานบอกว่าจะส่งเธอกลับไปยังตำหนักเจ้าเมือง
แต่สิ่งที่หยู่ฉินหลานพูดนั้นก็แค่หลอกเซียวมี่เท่านั้น ความจริงแล้วถนนการค้านั้นขาดแคลนแรงงานอย่างมาก เพราะงั้นสาวใช้ฝึกหัดหยู่ฉินหลานก็ต้องดึงตัวมาใช้
“ลูกค้าต้องการจะนั่งที่ห้องโถงหรือห้องส่วนตัวดีค่ะ”
เซียวมี่ถามเบาๆ
“มันแตกต่างกันอย่างไง”
ซิไป่ฉีถามอย่างระมัดระวัง
เธอรู้แล้วว่าราคาที่จ่ายนั้นย่อมได้ของที่ดีกว่าอย่างแน่นอน เหมือนกับห้องพักของหอสามดวงดาว
“ห้องส่วนตัวนั้นจะต้องจ่ายค่าเปิดห้องเป็นผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูงสิบก้อน”
“งั้นกินในพื้นที่ปกติก็ได้”
ซิไปฉีรู้สึกว่าสิ่งนี้ค่อนข้างเกินตัวไป
ใครมันจะบ้าพอที่จะยอมจ่ายผลึกสัตว์อสูรเพื่อที่จะได้ห้องกินข้าวส่วนตัวมื้อเดียว?
“งั้นตามมาเลยเจ้าค่ะ”
เซียวมี่เดินนำทั้งสองมายังโต๊ะในห้องโถง
เธอวางแก้วน้ำสองแก้ว และเอา หนังสือเล่มเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเธอ
“นี้คือรายการอาหารเจ้าค่ะ”
เซียวมี่มองดูทั้งสองที่ท่าทางดูสับสน ด้วยรอยยิ้ม
“ลูกค้าลองเปิดดูรายการอาหาร และบอกได้ว่าอยากจะกินอะไรเจ้าค่ะ”
“รายการอาหาร?”
ซิไป่ฉีเปิดหนังสือเล่มเล็กอย่างสงสัย
ในหนังสือเล่มเล็กเธอเห็นรูปภาพอาหารหลายอย่าง และบอกรายการอาหารว่ามีอะไรบ้าง
“ดูราคาอาหารจานผักสิ”
มิอาพูดขึ้นอย่างตกใจ
“ไหน”
ซิไป่ฉีพลิกหน้ารายการอาหารไปดูหมวดหมู่ของอาหารจานผักในท้ายเล่ม
เมื่อเห็นแววตาของเธอฉายออกถึงความตกใจ
“ผัดเถามันเทศสิบผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูง”
“ผัดกะหล่ำปลีสิบผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูง”
“ซุปมะเขือเทศสิบผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูง”
ซิไป่ฉีไม่อยากจะอ่านอีกต่อไป เพราะมันแพงมากและยังเป็นอาหารจานเดียวอีก และกินได้ไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ
“อาหารพวกนี้ขายได้เยอะไหม?”
มิอาถามขึ้นด้วยความสงสัย”
“ขายดีมากค่ะ วันนี้ขายได้สามร้อยที่”
เซียวมี่กล่าวเบาๆ
“...”
แววตาของมิอาถึงกับหรี่เล็กลง และมองดูรายการอาหารผัก และไม่อยากจะเชื่อว่ามันขายได้ถึงสามร้อยที่
ผักบางชนิดเหมือนกับที่ปลูกในดินแดนเขียวขจี แต่ไม่ได้ถูกเรียกว่ากะหล่ำปลี
เธอคุ้นเคยหน้าตาของผักหลายชนิด แต่เธอเองก็ไม่เคยได้ยินว่าดินแดนเขียวขจีจะสามารถปลูกผลผลิตได้มากพอที่จะใช้ทำอาหารได้สามร้อยที่ต่อวัน
“ไม่คิดจะสั่งหน่อยหรอ”
ซิไป่ฉีมองไปยังมิอาด้วยความตกใจเหมือนกัน
ทั้งสองไม่ได้มีผลึกสัตว์อสูรมากเท่าไหร่ และคงสั่งอาหารจานผักได้ไม่เยอะ
“งั้นเอาผัดกะหล่ำปลีให้หนึ่งที่”
มิอาพูดอย่างเย็นชา
เธอคิดว่าจะได้ลองกินเปรียบเทียบกับกะหล่ำปลีที่ปลูกในดินแดนเขียวขจีว่ามันแตกต่างกันแค่ไหน
“ผัดกะหล่ำปลีหนึ่งที่ แล้วรับอะไรอีกไหมเจ้าค่ะ”
เซียวมี่มองทั้งสองหลังจากจดรายการอาหารเสร็จ
“เธอก็สั่งด้วยสิ”
มิอามองไปทางซิไป่ฉีเป็นการบอกว่าให้เธอเลือกสั่งอาหารสักอย่าง
“อืออ…”
ซิไป่ฉีเม้มปากด้วยเขี้ยวน้อยๆ ของเธอ เพราะเธอไม่เคยสั่งอาหารราคาแพงแบบนี้มาก่อน
“คุณหนู เป็นอะไรรึป่าวเจ้าค่ะ”
เซียวมี่มองไปยังซิไป่ฉีที่กำลังเม้มปากอยู่
“ไม่ๆ ไม่เป็นอะไร”
ซิไป่ฉีฝืนยิ้มออกมา
เธอพลิกดูรายการอาหารหลายครั้งก่อนที่จะสั่ง
“ขอเป็นทอดมันเนื้อที่หนึ่งแล้วกัน”
“ได้เลยค่ะ”
เซียวมี่รับรายการอาหารมาอย่างสุภาพ
เธอมองดูเด็กสาวมัดผมหางม้า ที่ถือรายการอาหารในมือแน่นไม่ยอมปล่อย แต่เซียวมี่เองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนี้ไม่ใช่ลูกค้าคนแรกที่ทำแบบนี้
“เฮ้อ…”
ซิไป่ฉีถอนหายใจ และส่งรายการอาหารคืนให้กับเซียวมี่
เธอเห็นว่าภาพที่วาดอยู่ในรายการอาหารนั้นไม่ได้ด๋อยไปกว่าภาพในแผนที่แนะนำเลย
“งั้นรอสักครู่นะเจ้าค่ะ อาหารจะมาในเร็วๆ นี้”
เซียวมี่เก็บรายการอาหารแล้วเดินเข้าไปในห้องครัววเพื่อสั่งอาหาร
“โถ้ๆ”
ซิไป่ฉีเปิดดูถุงที่ใส่ผลึกสัตว์อสูรของเธอด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“พรุ่งนี้เราคงต้องกินให้น้อยลง”
มิอาพูดอย่างใจเย็น
“ฮึ่ม!”
ซิไป่ฉีพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างไม่พอใจ
บางครั้งเธอก็ไม่สามารถเถียงอะไรมิอาได้เลย เพราะมิอานั้นไม่ฟังและเอาแต่ใจมาก
ทั้งคู่รออยู่ไม่นานอาหารก็มาจัดวางที่โต๊ะ
ผัดกะหล่ำปลีหนึ่งที่กับทอดมันเนื้อหนึ่งที่
“กินเถอะ”
มิอาหยิบส้อมขึ้นมาแทงใบกะหล่ำปลีแล้วส่งเข้าปาก
เมื่อเธอเริ่มเคี้ยวเธอรู้สึกถึงรสหวานอ่อนๆ และกลิ่นหอมของเครื่องปรุงที่ผัด
“อร่อย!!”
แววตาของซีไป่ฉีเป็นประกายเหมือนกันเมื่อได้ลองกินอาหารที่สั่งมา
ตอนนี้เธออยากจะไล่พวกพ่อครัวในเมืองจันทร์ดับออกไปให้หมด เพราะทำอาหารจากผักได้รสชาติห่วยแตกมาก
ง้้มๆ
ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตากินอย่างจริงจังภายในเวลาไม่ถึงนาทีผัดกะหล่ำปลีก็หมดลง
“หมดแล้วหรอ…”
ซิไป่ฉีรู้สึกเสียดายและอมส้อมของเธอ
และมองดูจานที่ว่างเปล่าเหลือแต่น้ำผักนิดหน่อยในจาน เธออดใจไม่ไหวยกจานขึ้นซดน้ำผัดผักที่เหลือทันที
อึ้กๆ
ซิไป่ฉีเลียริมฝีปาก เพราะแม้แต่รสชาติของน้ำผัดผักที่เหลือก็ยังหวาน และอร่อย
“ลองกินทอดมันเนื้อกัน”
มิอาใช้หลังมือเช็ดมุมปาก ก่อนที่จะตัดทอดมันเนื้อเล็กน้อย และส่งมันเข้าปากไป
แววตาของเธอถึงกับเป็นประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนที่เธอจะตัดแบ่งทอดมันเนื้อคำใหญ่กว่าเดิมและยัดเข้าปากไป
“เฮ้!! เหลือให้ฉันบ้างสิ!!”
ซิไป่ฉีเริ่มเปิดศึกแย่งอาหารกับมิอาทันที
“เนื้อพวกนี้สดมาก มันไม่เหมือนกับเนื้อที่อื่นเลย”
มิอายิ่งเคี้ยวเธอก็เริ่มสัมผัสรสชาติที่แตกต่างได้มากขึ้น มันแทบไม่มีกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์อสูรเลย
“ให้ตายเถอะ ถ้าพ่อครัวในเมืองจันทร์ดับทำได้แบบนี้หล่ะก็ ทุกคนในเมืองคงไม่สนใจที่จะกินแต่เลือดอย่างเดียว”
ซิไป่ฉีเคี้ยวทอดมันเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย และบ่นถึงอาหารบ้านเกิดของเธอ
“.....”
“หมดแล้ว?? เอาไงดีจะสั่งอีกดีไหม”
“อื้มม….เอามาอีกสักจานแล้วกัน”
…..
“ทำไมมันหมดอีกแล้วล่ะ งั้นเราลองกินอันนี้กัน”
“แล้วก็อันนี้ด้วย”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved