รุ่งเช้าเมื่อความมืดจางหายไป ท้องฟ้าก็สว่างขึ้น แม้จะถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาก็ตาม
แอ๊!!!
เกิดเสียงร้องของสัตว์อสูรดังไปทั่วเมืองปักษา ทำให้นกทุกตัวหมอบและหดตัวอยู่กับพื้น
บึ้ม!!!
ที่ไกลออกไปจากเมืองปักษาหนึ่งกิโลเมตร เต่าทมิฬเริ่มมีการเคลื่อนไหว
ดวงตาที่เคยหลับสนิทของมันตอนนี้ได้เปิดขึ้น และแผ่กลิ่นไอที่เหมือนกับสัตว์อสูรโบราณออกมา ก่อนที่แขนและขาของมันจะดันตัวขึ้นราวกับยกทั้งภูเขา
พรึ้บๆ!
ปีกสีส้มถูกกางออกและบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ชาหลัวมองดูทุกอย่างจากบนชั้นสองของเมืองปักษา
เธอเห็นเมืองเต่าทมิฬกำลังเคลื่อนไหว และพร้อมที่จะเดินทางต่อ
“เมืองเต่าทมิฬจะไปแล้ว”
ชาหน่าปรากฏตัวขึ้นข้างๆ น้องสาวของเขา
“รู้สึกใจหายเหมือนกัน”
ชาหลัวหันไปมองพี่ชายด้วยสายตาเศร้าสร้อย
เพราะต่อจากนี้จะหาซื้อหมี่เปรี้ยวเผ็ดได้ยากแล้ว
ชาหน่ากระพือปีกเล็กน้อยและมองออกไปนอกกำแพงกระจก
ก่อนที่จะเอียงหัวเล็กน้อยและพูดปลอบใจน้องสาว
“พวกเรามีนกส่งของอยู่ ไว้พี่จะส่งคนไปเมืองเต่าทมิฬแล้วซื้อของที่น้องอยากได้กลับมา”
เมื่อได้ยินชาหลัวถึงกับแสดงสีหน้าดีใจ
“พี่อย่าลืมหมี่เปรี้ยวเผ็ดกับมันเผาด้วยนะ!”
“...อ้า..ใช่ๆ พี่ไม่ลืมแน่”
ชาหน่าไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเศร้าใจดี ที่น้องสาวของเขาคิดแต่เรื่องกินแบบนี้
ทั้งสองมองดูเต่าทมิฬจากระยะไกล และเห็นว่ามันกำลังมุ่งหน้าลงไปทางใต้ แต่ละก้าวของมันได้สร้างหลุมลึกเอาไว้ แต่เมืองเต่าทมิฬที่อยู่บนหลังกับนิ่งและมั่นคงราวกับอยู่บนพื้นดิน
ตูม!!
ในทิศทางที่เต่าทมิฬก้าวเดิน มันได้ทำลายเสาหินมากมายลง และกลายเป็นถนน
“นี้มันจะอลังการไปแล้ว”
ชาหน่าถึงกับมุมปากกระตุก
ที่ปลายสุดสายตาของเขาเป็นถนนขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เต่าทมิฬเดินผ่านไป และมันจะกลายเป็นทางที่เชื่อมต่อกับเมืองปักษาต่อไปในอนาคต
“พวกเราควรต้องขอบคุณพวกเขาด้วยสินะ”
ชาหลัวหัวเราะเบาๆ
ถนนเส้นนี้จะตรงมาสู่เมืองปักษา ทำให้คนที่อยู่ภายนอกป่าแห่งนี้เข้ามาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น และเมืองปักษาจะยิ่งมีชีวิตชีวามากกว่านี้ และทำให้ตลาดค้าขายใน-เมืองครึกครื้นขึ้น
แต่แบบนี้จะทำให้ธุรกิจขนส่งทางนกของเมืองปักษาได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง
แต่ก็ไม่มากนัก เพราะจุดที่จะได้รับผลกระทบก็คงมีแต่เมืองที่อยู่ในเส้นทางที่เมืองเต่าทมิฬผ่านไปเท่านั้น
ห้านาทีต่อมา สัตว์อสูรตัวยักษ์ก็ได้หายไปพร้อมกับพายุฝุ่นกับทราย ทิ้งไว้เพียงเงาที่ใหญ่โตและจางหายไปเรื่อยๆ
เมืองปักษากลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ท้องฟ้าก็ยังเต็มไปด้วยทรายกับกระแสลมที่รุนแรงอยู่ดี
บนเนินสูงเมืองเต่าทมิฬ มู่เหลียงกำลังตรวจดูค่าสถานะของเขาอยู่
ผู้ฝึก : มู่เหลียง
อายุขัย 24 / 4910 ปี
ถึกทน 300.3
ว่องไว 301.9
กำลัง 305.3
ปราณ 320.6
แต้มฝึกฝน 310
ความสามารถ: ระเบิดระดับ 7 บงการสายฟ้าระดับ 7 (ซ่อน…)
…..
สิ่งที่ฝึกฝน
ต้นผลระเบิด(ระดับ 7) ทักษะระเบิด ระดับ 7
อสูรจิตอัสนี(ระดับ 7) ทักษะบงการสายฟ้า ระดับ 7
ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 7) ทักษะน้ำตานางฟ้า ระดับ7
(ซ่อน….)
…..
“มีแต้มพอที่จะเพิ่มเป็นระดับ 8 แล้ว”
แววตาของมู่เหลียงเป้นประกาย
ตอนนี้เขามีแต้มวิวัฒนาการ 27 ล้าน
ในบรรดาแต้มทั้งหมด 13 ล้านแต้มมาจากการเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูรที่ได้มาจากการสร้างกำแพงแก้วและสร้างบ่อน้ำให้กับเมืองปักษา
และภายในสิบวันถนนการค้าเองก็สร้างรายได้ให้วันละหลายแสนแต้มวิวัฒนาการ
มู่เหลียงเวลานี้กำลังตั้งตารอเลยว่าเต่าทมิฬน้อยระดับ 8 จะตัวใหญ่ขึ้นขนาดไหน
“มู่เหลียง ต้องการให้ฉันทำอะไรถึงเรียกหาแบบนี้”
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาในห้องทำงานของมู่เหลียง
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ไปประกาศให้หน่อย ว่าตอนเที่ยงนี้เมืองเต่าทมิฬจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 3 ให้ทุกคนอยู่ในบ้านและอย่าแตกตื่น”
“มู่เหลี่ยงจะวิวัฒนาการเต่าทมิฬน้อยงั้นหรอ”
หยู่ฉินหลานถามอย่างรวดเร็ว
“ใช่ถึงเวลาแล้วที่เต่าทมิฬน้อยจะต้องโตขึ้น”
มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน
“แล้วเต่าทมิฬน้อยจะตัวใหญ่ขึ้นขนาดไหน”
-ริมฝีปากอมชมพูของหยู่ฉินหลานเปิดออกเล็กน้อย
เธอจำได้ว่าตอนที่เต่าทมิฬน้อยวิวัฒนาการนั้น ขนาดของมันใหญ่โตหลายเท่า
“มันจะใหญ่กว่านี้อีกสิบเท่า”
มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น
เขาลองคาดเดาจากทุกครั้งที่ผ่านมา เต่าทมิฬนั้นมีการขยายใหญ่ขึ้นถึง 10 เท่าที่จากระดับ 6 ไประดับ 7 เพราะงั้นระดับ 8 ก็น่าจะเท่ากัน
“โตขึ้น 10 เท่า!”
นัยน์ตาของหยู่ฉินหลานเบิกกว้าง
“ใช่แล้ว”
มู่เหลียงพูดและยิ้มออกมาทางดวงตาของเขา
ก่อนที่เขาจะหัวเราะเล็กน้อย และพูดต่อ
“ไปเถอะรีบไปประกาศข่าวนี้โดยเร็ว สั่งให้สายตรวจและทหารช่วยกันประกาศ และควบคุมชาวเมืองให้อยู่ในความสงบด้วย”
“เข้าใจแล้ว”
หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างจริงจัง และหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว! ประกาศด้วยว่าวันนี้ทุกโรงงานและร้านค้าจะต้องปิด แต่ยังจ่ายค่าจ้างให้เหมือนเดิม”
มู่เหลียงตะโกนตามหลังไป
เขากลัวว่าเวลาที่เต่าทมิฬกำลังวิวัฒนาการจะเกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังจนทำให้คนตกใจได้ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนทำงาน
“เข้าใจแล้ว”
หยู่ฉินหลานตอบกลับมา ก่อนที่จะปิดประตูห้องทำงาน
“ตั้งตารอไม่ไหวแล้วจริงๆ”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับเปิดหน้าต่างแสดงค่าสถานะขึ้นมาดูอย่างสบายใจ และมองไปยังแต้มวิวัฒนาการของเขา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประกาศนี้ได้ประจายไปทั่วเมือง
เยี่ยลี่ยี่ได้อ่านดูเนื้อหาอย่างแผ่วเบา
“เมืองเต่าทมิฬจะมีการปรับปรุงครั้งที่ 3 ในตอนเที่ยง ขอให้ชาวเมืองทุกคนอยู่แต่ในที่พักอาศัย และอย่าออกมาข้างนอก….”
“เมืองเต่าทมิฬจะปรับปรุงครั้งที่ 3 หมายถึงอะไร?”
เธอกระพริบตาหลายครั้งด้วยความสงสัย
ชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นก็หยุดดู และกลุ่มคนที่กำลังจะไปทำงานที่โรงงานด้วย
“เมื่อกี้ฉันไปโรงงานมา พวกเขาบอกว่าวันนี้โรงงานปิด มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่รู้เหมือนกันโรงงานทำเครื่องเรือนก็เหมือนกัน”
“ทุกคน โปรดกลับไปยังที่พักก่อน”
หยู่ฉินหลานปรากฏตัวขึ้นที่ลานกว้าง
นำเสียงของเธอดังกังวาลไปทั่วลาน
“วันนี้งานทุกอย่างหรือกิจกรรมชุมนุมจะถูกยกเลิกทั้งหมด แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนให้เช่นเดิม”
“ท่านหยู่ นี่เป็นเรื่องจริงงั้นหรอ?”
มีคนตะโกนถาม
“นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมือง”
หยู่ฉินหลานพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“เข้าใจแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”
“ใช่ๆ อย่าสร้างปัญหาให้ท่านเจ้าเมืองเลย”
“พี่ฉินหลาน การปรับปรุงครั้ง 3 คืออะไรงั้นหรอ”
เยี่ยลี่ยี่ก้าวออกไปด้านหน้าและถามอย่างรวดเร็ว
“สิ่งนั้นเธอจะเข้าใจเองเมื่อเห็น”
หยู่ฉินหลานพูดอย่างสง่าผ่าเผย
“แต่ยังไงก็ตาม ตอนเที่ยงเธอต้องอยู่ในที่พัก และอย่าออกไปไหนก็พอ
หยู่ฉินหลานก็ไม่รู้จะพูดอธิบายยังไงให้คนอื่นเข้าใจ เพราะมันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินไป การได้เห็นกับตาคงจะดีกว่า
“เข้าใจแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่เม้มปากเล็กน้อย
วันนี้เธอไม่ต้องเข้าสอนที่ชั้นเรียน และไม่ต้องไปโรงพิมพ์อีกด้วย
หลังจากนั้นเวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง
เมืองเต่าทมิฬเวลานี้ก็เริ่มกลายเป็นเมืองร้างขึ้นมาทันที และมีเพียงไม่กี่คนบนท้องถนน
นั้นเพราะมีบางคนไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“รีบกลับเข้าบ้านได้แล้ว อย่ามาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้”
เฉิงเหมาตะโกนด้วยสีหน้าจริงจัง
พวกเขากำลังออกสำรวจตามท้องถนนว่าทุกคนเข้าบ้านหมดแล้ว และแจ้งข่าวให้กับคนที่ยังไม่รู้เรื่อง และแนะนำให้อยู่แต่ในบ้าน
“เอ๋…เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”
อาหลี่ย่าถึงกับสับสน
“ทำไมอยู่ๆ ถนนก็ร้างคนแบบนี้”
อาหลี่เช่อเองก็สงสัย เธอไม่เคยเห็นถนนที่ถูกทิ้งให้ร้างอย่างกระทันหันแบบนี้มาก่อน
“เจ้าเมืองได้มีประกาศลงมาว่า จะทำการปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬครั้งที่ 3 ในตอนเที่ยง”
เฉิงเหมาอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง
“เพราะงั้นเลยขอให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านด้วย เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงเมืองได้อย่างปลอดภัย”
แม้ว่าตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าการปรับปรุงนี้คืออะไร แต่คำสั่งของเจ้าเมืองถือว่าเป็นที่สุด
“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ”
อาหลี่ย่าตอบกลับอย่างรวดเร็ว
แต่อาหลี่เช่อกลับตั้งคำถามมากขึ้น
“งั้นมีอะไรให้พวกเราช่วยไหม?”
พี่สาวของเธอเป็นคนจิตใจดีและชอบช่วยเหลือ และที่พวกเธอออกมาเดินเล่นแบบนี้เพราะการสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงออกมาเดินเพื่อหาแรงบันดาลใจ
“ไม่ล่ะ ช่วยอยู่ในที่พักก็ถือว่าเป็นการช่วยที่ดีที่สุดแล้ว”
สีหน้าของเฉิงเหมาดูอ่อนลงเล็กน้อย
“งั้นกลับกันเถอะ”
อาหลี่ย่าดึงแขนของพี่สาวและเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved