ตอนที่ 252

รุ่งเช้าเมื่อความมืดจางหายไป ท้องฟ้าก็สว่างขึ้น แม้จะถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาก็ตาม

แอ๊!!!

เกิดเสียงร้องของสัตว์อสูรดังไปทั่วเมืองปักษา ทำให้นกทุกตัวหมอบและหดตัวอยู่กับพื้น

บึ้ม!!!

ที่ไกลออกไปจากเมืองปักษาหนึ่งกิโลเมตร เต่าทมิฬเริ่มมีการเคลื่อนไหว

ดวงตาที่เคยหลับสนิทของมันตอนนี้ได้เปิดขึ้น และแผ่กลิ่นไอที่เหมือนกับสัตว์อสูรโบราณออกมา ก่อนที่แขนและขาของมันจะดันตัวขึ้นราวกับยกทั้งภูเขา

พรึ้บๆ!

ปีกสีส้มถูกกางออกและบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ชาหลัวมองดูทุกอย่างจากบนชั้นสองของเมืองปักษา

เธอเห็นเมืองเต่าทมิฬกำลังเคลื่อนไหว และพร้อมที่จะเดินทางต่อ

“เมืองเต่าทมิฬจะไปแล้ว”

ชาหน่าปรากฏตัวขึ้นข้างๆ น้องสาวของเขา

“รู้สึกใจหายเหมือนกัน”

ชาหลัวหันไปมองพี่ชายด้วยสายตาเศร้าสร้อย

เพราะต่อจากนี้จะหาซื้อหมี่เปรี้ยวเผ็ดได้ยากแล้ว

ชาหน่ากระพือปีกเล็กน้อยและมองออกไปนอกกำแพงกระจก

ก่อนที่จะเอียงหัวเล็กน้อยและพูดปลอบใจน้องสาว

“พวกเรามีนกส่งของอยู่ ไว้พี่จะส่งคนไปเมืองเต่าทมิฬแล้วซื้อของที่น้องอยากได้กลับมา”

เมื่อได้ยินชาหลัวถึงกับแสดงสีหน้าดีใจ

“พี่อย่าลืมหมี่เปรี้ยวเผ็ดกับมันเผาด้วยนะ!”

“...อ้า..ใช่ๆ พี่ไม่ลืมแน่”

ชาหน่าไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเศร้าใจดี ที่น้องสาวของเขาคิดแต่เรื่องกินแบบนี้

ทั้งสองมองดูเต่าทมิฬจากระยะไกล และเห็นว่ามันกำลังมุ่งหน้าลงไปทางใต้ แต่ละก้าวของมันได้สร้างหลุมลึกเอาไว้ แต่เมืองเต่าทมิฬที่อยู่บนหลังกับนิ่งและมั่นคงราวกับอยู่บนพื้นดิน

ตูม!!

ในทิศทางที่เต่าทมิฬก้าวเดิน มันได้ทำลายเสาหินมากมายลง และกลายเป็นถนน

“นี้มันจะอลังการไปแล้ว”

ชาหน่าถึงกับมุมปากกระตุก

ที่ปลายสุดสายตาของเขาเป็นถนนขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เต่าทมิฬเดินผ่านไป และมันจะกลายเป็นทางที่เชื่อมต่อกับเมืองปักษาต่อไปในอนาคต

“พวกเราควรต้องขอบคุณพวกเขาด้วยสินะ”

ชาหลัวหัวเราะเบาๆ

ถนนเส้นนี้จะตรงมาสู่เมืองปักษา ทำให้คนที่อยู่ภายนอกป่าแห่งนี้เข้ามาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น และเมืองปักษาจะยิ่งมีชีวิตชีวามากกว่านี้ และทำให้ตลาดค้าขายใน-เมืองครึกครื้นขึ้น

แต่แบบนี้จะทำให้ธุรกิจขนส่งทางนกของเมืองปักษาได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง

แต่ก็ไม่มากนัก เพราะจุดที่จะได้รับผลกระทบก็คงมีแต่เมืองที่อยู่ในเส้นทางที่เมืองเต่าทมิฬผ่านไปเท่านั้น

ห้านาทีต่อมา สัตว์อสูรตัวยักษ์ก็ได้หายไปพร้อมกับพายุฝุ่นกับทราย ทิ้งไว้เพียงเงาที่ใหญ่โตและจางหายไปเรื่อยๆ

เมืองปักษากลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ท้องฟ้าก็ยังเต็มไปด้วยทรายกับกระแสลมที่รุนแรงอยู่ดี

บนเนินสูงเมืองเต่าทมิฬ มู่เหลียงกำลังตรวจดูค่าสถานะของเขาอยู่

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

อายุขัย 24 / 4910 ปี

ถึกทน 300.3

ว่องไว 301.9

กำลัง 305.3

ปราณ 320.6

แต้มฝึกฝน 310

ความสามารถ: ระเบิดระดับ 7 บงการสายฟ้าระดับ 7 (ซ่อน…)

…..

สิ่งที่ฝึกฝน

ต้นผลระเบิด(ระดับ 7) ทักษะระเบิด ระดับ 7

อสูรจิตอัสนี(ระดับ 7) ทักษะบงการสายฟ้า ระดับ 7

ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 7) ทักษะน้ำตานางฟ้า ระดับ7

(ซ่อน….)

…..

“มีแต้มพอที่จะเพิ่มเป็นระดับ 8 แล้ว”

แววตาของมู่เหลียงเป้นประกาย

ตอนนี้เขามีแต้มวิวัฒนาการ 27 ล้าน

ในบรรดาแต้มทั้งหมด 13 ล้านแต้มมาจากการเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูรที่ได้มาจากการสร้างกำแพงแก้วและสร้างบ่อน้ำให้กับเมืองปักษา

และภายในสิบวันถนนการค้าเองก็สร้างรายได้ให้วันละหลายแสนแต้มวิวัฒนาการ

มู่เหลียงเวลานี้กำลังตั้งตารอเลยว่าเต่าทมิฬน้อยระดับ 8 จะตัวใหญ่ขึ้นขนาดไหน

“มู่เหลียง ต้องการให้ฉันทำอะไรถึงเรียกหาแบบนี้”

หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาในห้องทำงานของมู่เหลียง

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ไปประกาศให้หน่อย ว่าตอนเที่ยงนี้เมืองเต่าทมิฬจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 3 ให้ทุกคนอยู่ในบ้านและอย่าแตกตื่น”

“มู่เหลี่ยงจะวิวัฒนาการเต่าทมิฬน้อยงั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานถามอย่างรวดเร็ว

“ใช่ถึงเวลาแล้วที่เต่าทมิฬน้อยจะต้องโตขึ้น”

มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน

“แล้วเต่าทมิฬน้อยจะตัวใหญ่ขึ้นขนาดไหน”

-ริมฝีปากอมชมพูของหยู่ฉินหลานเปิดออกเล็กน้อย

เธอจำได้ว่าตอนที่เต่าทมิฬน้อยวิวัฒนาการนั้น ขนาดของมันใหญ่โตหลายเท่า

“มันจะใหญ่กว่านี้อีกสิบเท่า”

มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น

เขาลองคาดเดาจากทุกครั้งที่ผ่านมา เต่าทมิฬนั้นมีการขยายใหญ่ขึ้นถึง 10 เท่าที่จากระดับ 6 ไประดับ 7 เพราะงั้นระดับ 8 ก็น่าจะเท่ากัน

“โตขึ้น 10 เท่า!”

นัยน์ตาของหยู่ฉินหลานเบิกกว้าง

“ใช่แล้ว”

มู่เหลียงพูดและยิ้มออกมาทางดวงตาของเขา

ก่อนที่เขาจะหัวเราะเล็กน้อย และพูดต่อ

“ไปเถอะรีบไปประกาศข่าวนี้โดยเร็ว สั่งให้สายตรวจและทหารช่วยกันประกาศ และควบคุมชาวเมืองให้อยู่ในความสงบด้วย”

“เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างจริงจัง และหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยว! ประกาศด้วยว่าวันนี้ทุกโรงงานและร้านค้าจะต้องปิด แต่ยังจ่ายค่าจ้างให้เหมือนเดิม”

มู่เหลียงตะโกนตามหลังไป

เขากลัวว่าเวลาที่เต่าทมิฬกำลังวิวัฒนาการจะเกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังจนทำให้คนตกใจได้ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนทำงาน

“เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานตอบกลับมา ก่อนที่จะปิดประตูห้องทำงาน

“ตั้งตารอไม่ไหวแล้วจริงๆ”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับเปิดหน้าต่างแสดงค่าสถานะขึ้นมาดูอย่างสบายใจ และมองไปยังแต้มวิวัฒนาการของเขา

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประกาศนี้ได้ประจายไปทั่วเมือง

เยี่ยลี่ยี่ได้อ่านดูเนื้อหาอย่างแผ่วเบา

“เมืองเต่าทมิฬจะมีการปรับปรุงครั้งที่ 3 ในตอนเที่ยง ขอให้ชาวเมืองทุกคนอยู่แต่ในที่พักอาศัย และอย่าออกมาข้างนอก….”

“เมืองเต่าทมิฬจะปรับปรุงครั้งที่ 3 หมายถึงอะไร?”

เธอกระพริบตาหลายครั้งด้วยความสงสัย

ชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นก็หยุดดู และกลุ่มคนที่กำลังจะไปทำงานที่โรงงานด้วย

“เมื่อกี้ฉันไปโรงงานมา พวกเขาบอกว่าวันนี้โรงงานปิด มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่รู้เหมือนกันโรงงานทำเครื่องเรือนก็เหมือนกัน”

“ทุกคน โปรดกลับไปยังที่พักก่อน”

หยู่ฉินหลานปรากฏตัวขึ้นที่ลานกว้าง

นำเสียงของเธอดังกังวาลไปทั่วลาน

“วันนี้งานทุกอย่างหรือกิจกรรมชุมนุมจะถูกยกเลิกทั้งหมด แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนให้เช่นเดิม”

“ท่านหยู่ นี่เป็นเรื่องจริงงั้นหรอ?”

มีคนตะโกนถาม

“นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมือง”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

“เข้าใจแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”

“ใช่ๆ อย่าสร้างปัญหาให้ท่านเจ้าเมืองเลย”

“พี่ฉินหลาน การปรับปรุงครั้ง 3 คืออะไรงั้นหรอ”

เยี่ยลี่ยี่ก้าวออกไปด้านหน้าและถามอย่างรวดเร็ว

“สิ่งนั้นเธอจะเข้าใจเองเมื่อเห็น”

หยู่ฉินหลานพูดอย่างสง่าผ่าเผย

“แต่ยังไงก็ตาม ตอนเที่ยงเธอต้องอยู่ในที่พัก และอย่าออกไปไหนก็พอ

หยู่ฉินหลานก็ไม่รู้จะพูดอธิบายยังไงให้คนอื่นเข้าใจ เพราะมันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินไป การได้เห็นกับตาคงจะดีกว่า

“เข้าใจแล้ว”

เยี่ยลี่ยี่เม้มปากเล็กน้อย

วันนี้เธอไม่ต้องเข้าสอนที่ชั้นเรียน และไม่ต้องไปโรงพิมพ์อีกด้วย

หลังจากนั้นเวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง

เมืองเต่าทมิฬเวลานี้ก็เริ่มกลายเป็นเมืองร้างขึ้นมาทันที และมีเพียงไม่กี่คนบนท้องถนน

นั้นเพราะมีบางคนไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“รีบกลับเข้าบ้านได้แล้ว อย่ามาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้”

เฉิงเหมาตะโกนด้วยสีหน้าจริงจัง

พวกเขากำลังออกสำรวจตามท้องถนนว่าทุกคนเข้าบ้านหมดแล้ว และแจ้งข่าวให้กับคนที่ยังไม่รู้เรื่อง และแนะนำให้อยู่แต่ในบ้าน

“เอ๋…เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”

อาหลี่ย่าถึงกับสับสน

“ทำไมอยู่ๆ ถนนก็ร้างคนแบบนี้”

อาหลี่เช่อเองก็สงสัย เธอไม่เคยเห็นถนนที่ถูกทิ้งให้ร้างอย่างกระทันหันแบบนี้มาก่อน

“เจ้าเมืองได้มีประกาศลงมาว่า จะทำการปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬครั้งที่ 3 ในตอนเที่ยง”

เฉิงเหมาอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง

“เพราะงั้นเลยขอให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านด้วย เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงเมืองได้อย่างปลอดภัย”

แม้ว่าตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าการปรับปรุงนี้คืออะไร แต่คำสั่งของเจ้าเมืองถือว่าเป็นที่สุด

“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ”

อาหลี่ย่าตอบกลับอย่างรวดเร็ว

แต่อาหลี่เช่อกลับตั้งคำถามมากขึ้น

“งั้นมีอะไรให้พวกเราช่วยไหม?”

พี่สาวของเธอเป็นคนจิตใจดีและชอบช่วยเหลือ และที่พวกเธอออกมาเดินเล่นแบบนี้เพราะการสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงออกมาเดินเพื่อหาแรงบันดาลใจ

“ไม่ล่ะ ช่วยอยู่ในที่พักก็ถือว่าเป็นการช่วยที่ดีที่สุดแล้ว”

สีหน้าของเฉิงเหมาดูอ่อนลงเล็กน้อย

“งั้นกลับกันเถอะ”

อาหลี่ย่าดึงแขนของพี่สาวและเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว