“หญ้าม้วนขาว? ไม่….น่าจะเป็นหญ้าเถาขาวมากกว่า”
“ไม่ๆๆ ตัวนี้ไม่น่าจะหมายความว่าเถาหรือหวาย”
ยิ่งลี่เยว่พยายามพูดมากเท่าไรเธอก็ยิ่งมั่นใจน้อยลงทุกครั้ง
เธอเริ่มจะคอตก และใบหน้าของเธอก็แสดงออกถึงความเขินอายอย่างหนัก
“เห้อ!!”
มู่เหลียงแกล้งทำเป็นถอนหายใจ พร้อมกับส่ายหัวและพูดขึ้นว่า
“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้สักคำ”
“ป–ปะ ป่าวสักหน่อยฉันแค่ไม่ได้อ่านตัวอักษรพวกนี้นาน”
ใบหน้าของลี่เยว่แดงก่ำและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่ำๆ
“ก็แค่ลืมไปแป๊บหนึ่งเท่านั้นเอง ให้เวลาฉันอีกหน่อย มั่นใจเลยว่าฉันอ่านมันออก”
“ได้”
มู่เหลียงประคองแก้มของลี่เยว่ด้วยมือข้างเดียวให้ยกขึ้น พร้อมส่งสายตาราวกับบอกว่า ฉันเชื่อใจเธอ
“แต่…โถ้เว้ย!”
อยู่ๆ ก็มีความรู้สึกหลายอย่างพุ่งเข้าไปในหัวของลี่เยว่ราวกับได้รับความรู้สึกที่น่ารำคาญจากมู่เหลียงเข้าไปในหัว
“ฮึ้ม!”
หญิงสาวนั่งลงบนโต๊ะ และกอดอกอย่างน่าเอ็นดู
“ข้าวเช้ามาแล้ว กินกันดีกว่า!”
มินโฮยกหม้อเหล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“เดี๋ยวฉันไปเอาจานมาเอง”
ลี่เยว่ลุกขึ้นโดยไม่สนใจเลยว่าเธอกำลังแสดงสีหน้าบูดบึ้งอยู่ และเดินไปหยิบจานชามมา
อาหารเช้ายังคงเหมือนเดิมเป็นน้ำซุปกับเนื้อย่าง
มู่เหลียงกินอาหารเช้าอย่างเหม่อลอย และคิดถึงแต่ตัวอักษรภาพเหล่านั้นในหัว
เขายังไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย แล้วเด็กสาวทั้งสองคนนี้ก็ไม่รู้เรื่องตัวหนังสืออีกด้วย
ดูเหมือนว่าต้องหาใครสักคนมาสอนอ่านหนังสือ มู่เหลียงคิดสิ่งนี้ในใจ
หากเขาต้องอยู่ในโลกแห่งนี้เขาจำเป็นต้องเข้าใจภาษา และประวัติศาตร์ วัฒนธรรมของโลกใบนี้ด้วย
เพราะงั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดคือการอ่านหนังสือออก
“ถึงฉันจะลืมการอ่านอักษรภาพไปแล้วก็เถอะ”
เมื่อเห็นสีหน้าที่เหม่อลอยของมู่เหลียง ลี่เยว่จึงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้
“แต่ฉันพอจะรู้ว่าสิ่งที่บันทึกอยู่ในนั้นคืออะไร”
“มันคืออะไร”
มู่เหลียงเงยหน้าถามทันที
“ถ้าดูไม่ผิดมันน่าจะเป็นสูตรในการทำยาเอาไว้เสริมพลังให้กับร่างกายมนุษย์”
ลี่เยว่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ห้ะ สูตรยาเพิ่มพลังงั้นหรอ? ยาที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์แข็งแกร่งขึ้นงั้นหรอ?”
มู่เหลียงถามต่อด้วยความสนใจอย่างมาก
“ใช่ ก็ถ้านายให้ฉันดูม้วนหนังที่เหลือ”
ลี่เยว่วางเนื้อย่างลงก่อนที่จะยื่นมือของเธอออกไป
“มันเป็นยาแบบไหนฉันจะพยายามรู้ให้ได้”
“เอานี่”
มู่เหลียงเอากระเป๋าสะพายที่เต็มไปด้วยม้วนหนังให้ลี่เยว่ ก่อนที่เธอจะคลี่เปิดออกดู
“อืม…สามอันนี้เป็นวัตถุดิบ ใส่เรียงลำดับกัน…”
ลี่เยว่พลิกดูม้วนหนังด้วยสีหน้านิ่งสงบ และมองหาสิ่งที่น่าจะเป็นหมายเลขบอกลำดับ
“แผ่นที่เจ็ดเป็นยาระดับสอง”
“หือ? แม้แต่สูตรยาเสริมกายามนุษย์ระดับสามก็มี”
แล้วเมื่อผ่านไปสักพักหนึ่ง
เด็กสาวก็ทำเสียงหลงออกมา
“อันนี้มัน!!....เป็นแผนที่บอกตำแหน่งวัตถุดิบทั้งหมด”
“ไม่มีทาง!?”
ลี่เย่ววางหนังบันทึกทั้ง 24 ผืนลง และมองไปนัวกองม้วนบันทึกอื่นๆ
ก่อนที่จะเงยหน้ามองไปยังทางมู่เหลียงและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก
“พวกนี้เป็นสูตรยาสำหรับทำยาเสริมกายามนุษย์ระดับ 5”
“ดูเหมือนว่าที่มาที่ไปของเซียฮูนั้นจะไม่ธรรมดาแล้ว”
เมื่อมู่เหลียงเห็นถึงการแสดงออกของลี่เยว่ก็รู้ทันทีว่ายาพวกนี้มีค่าขนาดไหน
กลุ่มเคราโลหิตที่มีคนมากกว่า 500 คนแถมยังมียังปลาอัญมณีไว้ในครอบครอง และยังมีสูตรยาเสริมกำลังตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 5
แค่นี้ก็น่าจะรู้ความหมายของทั้งหมดแล้ว
“มันเป็นสูตรยาที่เอาไว้เพิ่มพลังให้กับผู้ทรงพลังขั้น 5”
ลี่เยว่บ่นออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเก็บม้วนหนังทั้งหมด และมองหน้ามู่เหลียงโดยที่ไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใดต่อ
การที่เซียฮูนั้นมาเจอมู่เหลียงถือว่าเป็นความโชคร้ายที่สุดในชีวิตของเขา
“ลี่เยว่มองฉันแบบนี้หมายความว่าไง?”
มู่เหลียงผายมือออกอย่างคนไม่รู้เรื่อง
แต่เขาเป็นผู้เอาความมั่งคั่งและรากฐานของเซียฮูมาทั้งหมด
แล้วมู่เหลียงก็นึกขึ้นได้ว่ากลุ่มเคราโลหิตหากออกติดตามพวกเขา ปานี้ก็น่าจะไปถึงจุดกับดักที่วางเอาไว้แล้ว
ไม่คืนนี้ก็วันพรุ่งพวกมันจะเดินเข้าสู่ปากเหวของนรกทั้งหมด
โชคดีก็รอดโชคร้ายก็ตายเท่านั้น
“นายนี้มัน…”
ลี่เยว่ไม่รู้ว่าจะบ่นมู่เหลียงว่าอย่างไรดี แต่หากว่าเธอรองพูดคุยกับเขาดีๆ อาจจะได้ผลประโยชน์จากมู่เหลียงด้วย
เธอมองไปยังกองม้วนบันทึกด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน ก่อนที่จพูดด้วยเสียงต่ำ
“สูตรยาพวกนี้มูลค่าของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าปลาอัญมณีเลย”
“สิ่งนี้มันสำคัญมากสำหรับผู้ทรงพลัง มันจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น”
ลี่เยว่อธิบายถึงสรรพคุณของสูตรยาพวกนี้
อย่างที่รู้กันว่าลี่เยว่นั้นถูกโรคผีมายากัดกินร่างกายอยู่ ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้อีกครึ่งปี แต่เพราะพลังที่ได้จากโรคนี้ทำให้เธอเป็นนักธนูขั้น 4
“งั้นก็แจ๋วเลยสิ หากว่ารวบรวมวัตถุดิบครบ ก็สามารถทำยาเสริมพลังให้มินโฮได้”
มู่เหลียงหันหน้าไปมองทางมินโฮที่กำลังฟังด้วยสายตาใสซื่อ
สำหรับตัวเขาแล้ว ไม่รู้ว่ายาจะส่งผลกับเขาไหม จะรู้อีกทีก็ต่อเมื่อได้ลองแล้ว
“ฉัน?”
มินโฮถึงกับผงะไปเล็กน้อย
“ใช่ ก็เธอไง”
มู่เหลียงตอบ ก่อนจะพูดอย่างติดตลก
“ในอนาคตเธอจะต่อสู้ร่วมกับฉันได้ และจะกลายเป็นแม่ทัพหญิงของฉัน!”
“ได้ฉันจะเป็น!”
มินโฮตอบตกลงด้วยท่าทางตื่นเต้นทั้งที่ไม่รู้เลยว่าแม่ทัพหญิงคืออะไร
ก่อนที่หูกระต่ายของเธอจะตั้งตรงขึ้น และให้คำมั่นสัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง
“สักวันฉันจะเป็นยอดแม่ทัพหญิงที่แข็งแกร่งที่สุด”
“ถ้าอย่างงั้น มินโฮจะต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเลย อย่างเช่นทำมื้อเที่ยงของวันนี้ด้วย”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
“ห้ะ? ทำไมต้องกินมื้อเที่ยงด้วย?”
มินโฮถามด้วยความสงสัย
“หากมินโฮต้องการจะแข็งแรงกว่านี้ เธอจำเป็นต้องกินให้มาก และฝึกฝนบ่อยๆ”
มู่เหลียงเริ่มวางแผนที่จะฝึกมินโฮให้พอที่จะปกป้องตัวเองได้
ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของมินโฮนั้นถือว่าดีมากๆ จากการที่ลี่เยว่มักจะมองมินโฮด้วยสายตาอิจฉาเล็กๆ
“ตกลง”
มินโฮพยักหน้ารับเมื่อได้ยินว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นได้
เธอเองต้องการเป็นกำลังให้มู่เหลียง และไม่ต้องการได้รับการปกป้องอยู่ฝ่ายเดียว
“ดีจังเลยน้า.”
ลี่เยว่บ่นในใจ
เธออิจฉามินโฮที่เป็นผู้กลายพันธ์และมีพลังพิเศษ ตัวเธอเองก็มีพรสวรรค์อยู่แล้ว หากว่าได้รับยาที่ทำจากม้วนบันทึกพวกนั้น ในอนาคตเธอจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้กลายพันธ์ทั่วไปหลายเท่า
ผู้กลายพันธ์นั้นแข็งแกร่งจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่นการได้ยิน การรับกลิ่น และได้รับปฏิกริยาตอบสนองที่เหนือมนุษย์ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง
มีผู้กลายพันธ์บางส่วนที่สามารถวิวัฒนาการความสามารถเหล่านั้นให้กลายเป็นทักษะพิเศษส่วนตัวได้
แต่สำหรับผู้ทรงพลังนั้นมีเพียงแค่เสริมพลังให้กับร่างกายตัวเองเท่านั้น โดยเงื่อนไขการที่จะเติบโตได้นั้นต่างจากผู้กลายพันธ์มาก และไม่มีความสามารถพิเศษติดตัว
“ลี่เยว่เองต้องการยาเสริมพลังด้วยรึป่าว?”
อยู่ๆ มู่เหลียงก็หันกลับมาถามลี่เยว่
“เอะ…อะ อืม ฉันด้วย”
ลี่เยว่ไม่รู้ว่า จะตอบเช่นไรดี
“งั้นหรอ…ฉันก็คิดเหมือนกันว่าลี่เยว่ยังแข็งแกร็งไม่พอ”
“อืมก็ใช่ แต่ก็…”
ลี่เยว่ไม่รู้จะอธิบายเช่นไรว่า
ร่างของเธอถูกกัดกินจากโรคผีมายา และก็มาถึงได้แค่ผู้ทรงพลังขั้น 3
หากว่าใช้พลังพิเศษของตาเหยี่ยว จะทำให้เธอกลายเป็นนักธนูขั้น 4
“เธอกำลังคิดอยู่สินะ ว่าทำไมฉันถึงต้องการให้ลี่เยว่แข็งแกร่งขึ้นด้วย”
มู่เหลียงพูดออกมาพร้อมกับมุมปากที่ยกสูงเล็กน้อยแต่ไม่ได้บอกเหตุผลจริงๆ ไป
เขาเอื้อมมือลงไปตบแผ่นหนังทั้งหมด และพูดขึ้น
“เธอรู้จักคนที่สามารถทำยาพวกนี้ได้ใช่ไหม”
เพราะไม่งั้นไม่มีทางที่หญิงสาวผมขาวคนนี้จะรู้ว่านี้คือสูตรยา และประเภทของยาได้
“...ฉัน….ฉันพอจะรู้จักคนที่ทำยาพวกนี้ขึ้นมาได้”
แล้วตอนนั้นเองก็มีภาพของหญิงสาวที่น่าอกหน้าใจใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ
“เขาเป็นใคร ฉันอยากจะเจอเขา”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“เมื่อเราไปถึงกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ ฉันจะแนะนำให้”
ลี่เยว่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา
“เพื่อนของลี่เยว่อยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์งั้นหรอ?”
มู่เหลียงถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ไม่แน่ใจว่าเธอยังอยู่ไหม แต่หากจะหาเธอก็ต้องไปที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”
ลี่เยว่คิดว่าระยะเวลาสิบวันที่เธอกับหยู่เฟ่ยแยกจากกัน ไม่รู้ว่าปานี้หยู่เฟ่ยยังอยู่ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์อยู่ไหม
หรือบางทีหยู่เฟ่ยอาจจะออกไปตามหาน้ำตานางฟ้าเองแล้ว
เพราะสุดท้ายแล้วสถานที่นัดพบกันระหว่างสองคนไม่ใช่ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ และยังเหลือเวลาอีกสี่สิบวันที่จะถึงเวลานัดพบ
นี่เป็นเหตุผลที่ลี่เยว่ยังทำตัวสบายๆ และไม่ไปจากที่นี่ และรอให้ได้รับน้ำตานางฟ้าจากมู่เหลียงก่อน
“งั้นก็รอจนกว่าจะไปถึงกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”
มู่เหลียงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยอมจำนน
มันเป็นเรื่องยุ่งยากในโลกแห่งนี้ที่จะติดต่อสื่อสารกัน และจะหากันเจอขึ้นอยู่กับการนัดหมายเวลาและสถานที่ล่วงหน้า ไม่งั้นคงไม่มีทางติดต่อกันได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved