ตอนที่ 57

แค๊ก!! แค๊ก!!

เสียงไอที่ดูรุนแรงดังขึ้นจากดินแดนที่รกร้าง

“หัวหน้า!! กลิ่นพวกมันอยู่ข้างหน้า”

เจ้าของเสียงไอได้พูดขึ้น และชี้ไปยังเขาหิน

“ส่งคนสองคนขึ้นไปสำรวจ”

เซียฮูนั้นยืนมองพร้อมกับลูบเคราของตัวเอง

หลังจากที่ติดตามมาหลายวันหลายคืน เคราที่เคยสีแดงเหมือนย้อมไปด้วยเลือดก็เปลี่ยนกลายเป็นสีเทาของฝุ่น

เซียฮูนั้นคิดถึงตอนที่ติดกับดักในหุบเขาก่อนหน้านี้ จึงระวังตัวมากขึ้น

“เย่ฉาย พาคนของแกขึ้นไปด้วย”

“รับทราบ”

สีหน้าของเย่ฉายนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนที่จะกัดฟันแล้วนำคนของเขาขึ้นไปสำรวจ

ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเซียฮูสักคน เพราะคนที่กล้าขัดคำสั่ง หรือสงสัยในคำสั่งที่เซียฮูพูดนั้น ได้กลายเป็นก้อนเนื้อเย็นๆ อยู่ข้างทางหมดแล้ว

หลังจากที่กลุ่มเย่ฉายออกไปสำรวจไม่นาน

“อ๊าาา!!”

เสียงกรีดร้องก็ดังกึกก้องขึ้น

กี้ กี้!!

เย่ฉายที่ขึ้นไปสำรวจเมื่อครู่ก็วิ่งกลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่น พร้อมกับกุมแขนที่เต็มไปด้วยเลือด

“กับดักอีกแล้วงั้นหรอ!”

เซียฮูพูดขึ้นหลังจากเห็นเชือกสีขาวที่ดูคุ้นตาจากแขนของเย่ฉาย

“ไม่ใช่ นี้มันใยแมงมุม….”

เย่ฉายกัดฟันแน่นก่อนที่จะกระชากใยแมงมุมออกจากแขน

“ใยแมงมุม…งั้นแปลว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เชือก”

“อย่าบอกนะว่าพวกเราเสียเวลาเพื่อไล่ตามแมงมุม!”

น้ำเสียงของเซียฮูนั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาล ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งพล่าน

เขาแทบจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่อีกแล้ว

“หัวหน้าเดี๋ยวก่อน…นี้ไม่ใช่หมายความว่าแมงมุมตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของหัวขโมยงั้นหรอ?”

หมาล่าเนื้อพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว และพยายามบอกความเป็นไปได้

“หากว่าเป็นอย่างที่คิดทุกอย่างจะลงตัว ทำไมหัวขโมยนี้ถึงปีนเข้ามาจากทางหน้าผาได้ และหลบหนีออกไปได้โดยที่ไม่มีใครเห็น ทุกอย่างเป็นเพราะหัวขโมยนี้ได้รับการช่วยเหลือจากแมงมุมอสูรตัวนี้”

“แล้วไอ้หัวขโมยมันอยู่ไหน?”

เซียฮูถามอย่างเกรี้ยวกราด

“มีอีกสองสามกลิ่นที่เบาบางมากๆ และกลิ่นมันมาจากทางนั้น”

หมาล่าเนื้อสูดดมกลิ่นก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง

“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์?”

เซียฮูมองไปยังทิศทางที่หมาล่าเนื้อชี้ไป และเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นที่ตั้งของค่ายกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

เขากัดฟันและเค้นเสียงพูดออกมา

“หรือว่า….หัวขโมยนั้นจะเป็นคนจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์!”

“หัวหน้าบางทีมันอาจจะมาแค่ขึ้นรางวัลก็ได้”

เฉียวหูเสนอความคิดขึ้น

“ขึ้นรางวัล…”

แล้วเซียฮูก็ดูใจเย็นลงก่อนที่จะคิดถึงตอนที่มีตัวแทนจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มายังค่ายของเขา

ตอนนั้นเขามาเพื่อยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับปลาอัญมณี

มันได้ทำให้เซียฮูโกรธจัดจนเคราของเขาตั้งขึ้น ก่อนที่เขาจะลงมือสังหารตัวแทนคนนั้น

“หัวหน้า เราตรวจสอบก่อนดีไหมว่ามันได้เอาปลาอัญมณีไปขึ้นรางวัลแล้วหรือยัง ถ้าไม่เราก็ยังพอมีโอกาสเอาปลาอัญมณีคืนกลับมาได้”

การที่พบแมงมุมยักษ์เช่นนี้ มันก็สื่อความหมายได้หลายอย่าง

“บางทีหัวขโมยนั้นอาจจะยังไม่ได้เอาปลาอัญมณีไปขึ้นรางวัล และอาจจะให้แมงมุมตัวนั้นเฝ้าปลาเอาไว้ เพื่อรอเวลาขึ้นของรางวัลก็ได้”

“หากเป็นเช่นนั้น แกก็จงไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ซะ และสืบหาความจริงเรื่องนี้”

เซียฮูออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่แหบและแห้ง

ถ้าหัวขโมยยังไม่ขึ้นของรางวัล ก็แปลว่าปลาอัญมณีอยู่บนเขาหินลูกนี้

หากว่าปลายังอยู่เขาจะขึ้นไปเอาปลาอัญมณีกลับคืนมา โดยไม่สนว่าหัวขโมยจะอยู่หรือไม่

“เข้าใจแล้ว”

เฉียวหูพูดขึ้นพร้อมกับหมาล่าเนื้อที่ก้าวออกมาข้างหน้าและรับคำสั่ง ก่อนที่ทั้งสองจะมุ่งหน้าไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

ระหว่างทางที่เดินไป

เฉียวหูกับหมาล่าเนื้อพูดคุยกันเบาๆ ตลอดทาง

“แกจะออกจากกลุ่มตอนนี้เลยไหม?”

เฉียวหูถามขึ้น

“ยัง แต่นี้จะเป็นงานสุดท้ายที่ฉันจะทำให้”

หมาล่าเนื้อตอบ ก่อนที่จะหันกลับไปมองยังกลุ่มสมุนที่ติดตามพวกเขามาด้วย และพูดด้วยน้ำเสียงที่กระซิบ

“ถ้าปลาอัญมณีอยู่ในมือของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์แแล้ว มันก็ยากมากที่เราสองคนจะไปอธิบายให้เซียฮูฟัง”

เฉียวหูโบกมือปฏิเสธ และพูดอย่างเรียบเฉย

“อุสาแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนี้นานถึงห้าปี โดยที่ไม่มีใครจับได้ แต่ใครจะไปคิดว่าปลาอัญมณีจะถูกคนอื่นเอาไปโดยที่ไม่ใช่เราสองคน”

หมาล่าเนื้อเองก็พูดออกมาอย่างสิ้นหวัง

แท้จริงแล้วทั้งสองนั้นมาจากสถานที่อื่น แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน และบังเอิญรู้ความลับของกันและกันเข้า จึงแข่งกันที่จะขโมยปลาอัญมณี

พวกเขายอมอดทนอยู่ในกลุ่มเคราโลหิตมาเป็นปีๆ แม้แต่เงาของปลาก็ยังไม่เคยเห็น แต่กลับมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้เข้ามาขโมยปลาอัญมณีไป

“เซียฮูไม่ไว้ใจใครเลย แล้วดูผลสุดท้าย เราสองคนเสียเวลาเปล่า”

เฉียวหูพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

“แกคิดจะไปจริงๆ หรืออยากจะลองดูอีกสักครั้ง?”

หมาล่าเนื้อถามขึ้น ด้วยความสงสัยว่าเฉียวหูจะละทิ้งความตั้งใจ และจากไปเลยรึป่าว

“ลองดูกับผีนะสิ การขโมยของจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ไม่ต่างจากหาเรื่องตาย”

เฉียวหูตอบพร้อมกับโบกมือปฏิเสธ

“หรือว่า แกมาจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์?”

หมาล่าเนื้อถามอีกครั้งพร้อมกับมองเฉียหูด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“ลองเดาดูสิ”

แล้วเฉียวหูก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา

“ไม่….แกไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน”

สีหน้าของหมาล่าเนื้อเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก่อนที่จะเดินต่อไป

“อะไรทำให้แกรู้”

เฉียวหูถามขึ้นอย่างเฉยชา

“ถ้าแกมาจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จริง แกคงไม่สนใจคำสั่งของเซียฮูอีกแล้ว และคงหนีไปเงียบๆ”

ในวินาทีที่หมาล่าเนื้อกำลังพูดอยู่ๆ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับมีความคิดอะไรแล่นเข้ามาในหัว

“อีกอย่าง แกมีโอกาสมากมายที่จะหนีออกไป และเอาข่าวนี้ไปบอกนายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แกดูถูกเซียฮูเกินไป แม้ว่าภายนอกของเซียฮูจะดูอารมณ์ร้อน แต่แท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่นิสัยของเขา”

เฉียวหูพูดขึ้นในขณะที่แววตาของเขาฉายออกถึงความกลัว

“ก็จริง และที่แกยังไม่ไปไหนก็เพราะต้องการปลาอัญมณี”

หมาล่าเนื้อหันกลับมามองเฉียวหูพร้อมกับแสยะยิ้ม

“....”

เฉียวหูหรี่ตาลง และมองไปยังหมาล่าเนื้อด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เขาไม่กล้าที่จะประมาทชายคนนี้แม้แต่วินาทีเดียว ชายคนนี้สามารถหลบเลี่ยงโทสะของเซียฮูได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วๆ ไปจะทำได้

“เรามาร่วมมือกันดีกว่าไหม หมาล่าเนื้อ”

เฉียวหูถามขึ้นทันที

“แล้วจะให้ร่วมมือกันทำอะไร?”

หมาล่าเนื้อตอบพร้อมกับมองไปยังค่ายทะเลสาบพระจันทร์ด้วยสายตาที่มีแผนการร้าย

“เราช่วยกันสร้างความวุ่นวายให้กับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ โดยพาเซียฮูไปยังที่นั่น และใช้โอกาสนั้นเอาปลาอัญมณีออกมา”

หมาล่าเนื้อฟังด้วยท่าทางเฉยชา

“เราจะต้องป่าวประกาศเรื่องปลาอัญมณีไปให้ทั่ว สร้างจุดสนใจขึ้น”

เฉียวหูพูดต่อ

“ไม่….นั้นมันสิ้นคิดเกินไป”

หมาล่าเนื้อส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ

“ถ้าข่าวนี้ออกไป เกิดว่าหัวขโมยมันไหวตัวทัน แล้วแกจะทำยังไงต่อ? มันคงเลือกระหว่างหนีไปพร้อมกับปลาอัญมณีหรือรีบเอาปลาอัญมณีขึ้นรางวัล”

เฉียวหูคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น

“แล้วแกคิดว่ามันจะเป็นแบบไหน”

หมาล่าเนื้อถามต่อพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก

“มีโอกาสที่หัวขโมยนั้นจะรีบเอาปลาอัญมณีไปขึ้นรางวัลสูงมาก”

เฉียวหูนั้นรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยังพูดต่อไป

“เพราะงั้นเราจะต้องพาเซียฮูเข้าไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เพื่อให้เขาอาละวาด และเราจะใช้จังหวะนั้นเอาปลาอัญมณีหนีออกไป”

หมาล่าเนื้อฟังด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบแต่ก็ยังมีรอยยิ้มที่มุมปาก

พวกเขารู้ดีว่าไม่สามารถหนีจากการตามล่าของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้ เพราะงั้นเขาจึงจะใช้เซียฮูเป็นตัวล่อสร้างความสนใจระหว่างที่เขาเอาปลาอัญมณีหนีออกไป

ไม่งั้นทั้งคู่จะต้องเผชิญหน้ากับเซียฮู และกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์พร้อมกัน

ทั้งสองมาถึงประตูทางเข้าเมืองก่อนที่จะจ่ายภาษีเพื่อเข้าไปข้างใน

“คิดว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะหยุดเซียฮูได้ไหม?”

เฉียวหูพูดด้วยแววตาที่เป็นกังวล

ถ้าหากว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์หยุดเซียฮูไม่ได้ก็คงหมดหวังที่จะชิงตัวปลาอัญมณี

“เซียฮูรับมือไม่ไหวหรอก นายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์แข็งแกร่งอย่างแท้จริง”

หมาล่าเนื้อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ

“ก็อาจจะ….”

เฉียวหูตอบด้วยสีหน้าที่ไม่มั่นใจเท่าไร

“ถ้าเป็นอย่างนั้นเรามาสนใจเรื่องที่ว่า ใครจะจัดการหัวขโมยคนนี้ได้ก่อนจะดีกว่า”

หมาล่าเนื้อพูดขึ้นก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่มีกลิ่นของหัวขโมยที่เขาตามหาอยู่

“ทำไมเราไม่ไปเอาปลาอัญมณีมาตอนนี้แทนละ”

เฉียวหูพูดอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับหางคิ้วที่ยกสูงขึ้น

“แล้วแกคิดว่าจะหนีจากเงื้อมมือของเซียฮูได้ไหมล่ะ หลังจากที่ได้ปลาอัญมณีไปแล้ว”

หมาล่าเนื้อนั้นพูดขึ้นอย่างเยาะเย้ย

“หรือว่าแกคิดจะจัดการกับหัวขโมยคนนี้ได้แบบเงียบๆ โดยที่ไม่ให้คนในค่ายแห่งนี้รู้ตัว?”

ตอนนี้ไม่ว่าจะกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์หรือเซียฮู พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้

ทั้งสองต้องใช้ประโยชน์จากตอนที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์กำลังสู้กับกลุ่มของเซียฮู พวกเขาถึงจะพอมีโอกาสเอาปลาอัญมณีออกไปได้

“....”

เฉียวหูเหล่ตามมองหมาล่าเนื้อ ถ้าหากว่าข้างนอกค่ายนี้ไม่มีเซียฮูอยู่ละก็ เขาคงจะลองเสี่ยงจัดการหัวขโมยแล้วเอาปลาอัญมณีไปแล้ว

“กลับไปรายงานหัวหน้าว่าเราเจอที่พักของหัวขโมยแล้ว และให้หัวหน้าแอบเข้ามาตอนเที่ยงคืน”

หมาล่าเนื้อสั่งลูกสมุนที่ติดตามมาด้วยให้กลับไปรายงานเรื่องนี้

“รับทราบ”

“เราต้องล่อให้หยูจู กับเซียฮูมาเจอกันก่อน”

“สงสัยคงต้องปล่อยข่าวลือสักหน่อย