ตอนที่ 159

ในห้องหนังสือของตำหนักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ

มู่เหลียงกำลังวางแผนที่จะสร้างกระแสข่าว เพื่อจะดึงดูดคนจากเมืองเซิงหยางให้ขึ้นมาซื้อขายในเมืองมากขึ้น

“จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครมายังถนนการค้าเลย”

มินโฮเดินเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชา และพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“มู่เหลียงฉันว่าพวกเขาอาจจะกลัวเราก็ได้”

“แน่นอนพวกเขากลัวอยู่แล้ว”

มู่เหลียงวางแปรงพู่กันลงและพูดต่อ

“เพราะอย่างงั้นเราจะต้องไปที่เมืองเซิงหยางเองและสร้างจุดสนใจขึ้น”

“งั้นจะทำยังไง”

มินโฮกระพริบตาด้วยความอยากรู้

เพราะเธอเองก็อยากจะลงไปเพื่อหาข่าวพี่สาวของเธอ

ในครั้งที่ไปยังเมืองสิบขั้นนั้นทุกอย่างมันชุนลมุนเกินไปจนไม่มีเวลาไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพี่สาวของเธอเลย

แต่คราวนี้คงต้องอยู่ที่เมืองเซิงหยางสักพัก น่าจะมีเวลาพอที่เธอจะตามหาพี่สาวของเธอได้

“คนของเราเองก็ไม่ค่อยมีคนรู้จักเมืองเซิงหยางดีนัก และยังมีกลุ่มคนแบบลี่เยว่ที่พิเศษมาก จนต้องระวังอีก”

มู่เหลียงใช้นิ้วชี้เคาะไปที่โต๊ะและกำลังครุ่นคิด

พวกของลี่เยว่รู้จักเมืองเซิงหยางดีที่สุด แต่หากว่ามู่เหลียงสร้างจุดสนใจเกินไป ตัวตนของลี่เยว่จะถูกเปิดเผยได้ง่าย

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคงถึงขั้นสู้รบกัน แล้วทีนี้จะไม่มีใครขึ้นมาค้าขายอีก

หรือว่าจะจัดการปล้นทั้งเมืองเซิงหยางเลยดี?

หากเป็นอย่างหลังชื่อเสียงของเมืองเต่าทมิฬจะดูแย่ลง และเมื่อไปยังเมืองใหญ่ต่อไปพวกเขาจะระวังตัวมากกว่าเก่า

“ทำไงดี”

มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

เธอรู้ว่ามู่เหลียงให้ความสำคัญกับถนนการค้ามาก และเขาทำงานหนักจนดึกดื่นทุกวัน

“ฉันกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่”

มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย

เขานึกถึงเยี่ยลี่ยี่จากเมืองสิบขั้น ที่บอกว่าจะมายังเมืองเซิงหยาง ถ้าหากว่าหาตัวผู้หญิงคนนี้เจอ เขาจะขอให้เธอช่วยกระจายข่าวให้ทุกคนสนใจเมืองเต่าทมิฬมากขึ้น

“ใครหรอ”

มินโฮถามอีกครั้งพร้อมกับแววตาที่ดูมีความหวัง

เพราะเธอจะสามารถขอให้คนนั้นช่วยตามหาข่าวพี่สาวของเธอได้ด้วยระหว่างที่กระจายข่าวเมืองเต่าทมิฬ

“เยี่ยลี่ยี่…ผู้หญิงที่มาทำข้อตกลงให้ช่วยตระกูลของเธอออกจากเมืองสิบขั้น”

มู่เหลียงพูดเบาๆ

“จริงด้วย!”

มินโฮเห็นด้วยพร้อมกับพยักหน้าครุ่นคิด

แล้วตอนั้นเอง

“มู่เหลียง! พวกเรากลับมาแล้ว”

เสียงอันเย็นชาของลี่เยว่ดังขึ้นจากนอกประตู

“เข้ามา”

มู่เหลียงตอบรับเบาๆ

ตั้งแต่เสี่ยวไกกลับมาถึงเมืองเต่าทมิฬ มู่เหลียงก็รู้แล้วว่าทั้งสองช่วยเพื่อนของเธอสำเร็จ

ครืด

ประตูเปิดออก พร้อมกับลี่เยว่ ลี่ลี่ ที่เดินเข้ามาโดยมีหยางปิงเดินตามท้าย

“มีใครเป็นอะไรไหม?”

มู่เหลียงถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ทุกอย่างเรียบร้อย”

ลี่เยว่ส่ายหัว ก่อนที่จะดึงหยางปิงขึ้นมาข้างๆ

“นี่คือหัวหน้าของกลุ่มเรา หยางปิง”

“ยินดีต้อนรับสู่เมืองเต่าทมิฬ หยางปิง”

มู่เหลียงยิ้มและกล่าวต้อนรับ

“ขอบคุณ”

นัยน์ตาสีม่วงของหยางปิงนั้นเปล่งประกายและขอบคุณออกมาจากใจ

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเรา”

“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”

มู่เหลียงโบกมือและพูดเบาๆ

“ต้องบอกเลยว่าเพื่อนๆ ของเธอช่วยงานฉันได้มากเหมือนกัน”

“มู่เหลียง เราได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาด้วย”

ลี่ลี่รีบนำของที่ขโมยมาได้ กองต่อหน้ามู่เหลียง

“นี้พวกเธอเอาอะไรกลับมาด้วย?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจ

“ขากลับเราผ่านบ้านของเฟ่ยฉี๋ เราก็เลยแวะไปหยิบของนิดหน่อย”

ลี่เยว่วางกล่องไม้ไว้บนโต๊ะทำงานมู่เหลียง

“แล้วนี่คือ?”

มู่เหลียงมองดูกล่องไม้ด้วยความสงสัย

“เป็นแมลงสองสามตัวที่เอามาจากบ้านของเฟ่ยฉี๋”

ลี่เยว่กล่าวพร้อมกับถอดหมวกชุดเกราะออก และสยายผมสีขาวของเธอ

“แมลง?”

เกิดร่องรอยความประหลาดใจบนใบหน้าของมู่เหลียงอีกครั้ง

หยางปิงนั้นยืนมองดูทุกอย่างอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะตอนที่ลี่เยว่ถอดหมวกออก

เธอไม่เห็นสีหน้าของความรังเกียจหรือเสแสร้งบนใบหน้าของมู่เหลียงเลยแม้แต่น้อย

“เปิดดูสิ มันมีกรงเล็กๆ ขังแมลงอยู่”

ลี่เยว่พูดไปพร้อมกับจัดทรงผมให้เข้าที่

กึก!

มู่เหลียงเปิดฝาออกก็เห็นแมลงที่มีน่าตาคุ้นเคยมากอยู่ด้านใน

บีซๆๆๆ

เขาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย และพูดอย่างประหลาดใจ

“นี้มันผึ้ง!”

แมลงที่ลี่เยว่พูดนั้นมันเหมือนกับผึ้งที่โลกเดิมของเขาทุกประการ!

ทั้งส่วนหัว ลำตัว สีสันทุกอย่างบ่งบอกว่าสิ่งนี้คือผึ้ง

ลี่ลี่เองก็ถอดหมวกชุดเกราะ แต่ก็ยังมีผ้าบางๆ ปิดหน้าเอาไว้

เธอยังไม่กล้าเท่าลี่เยว่ ที่เปิดเผยใบหน้าได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไร

“ผึ้งคืออะไร?”

ลี่ลี่พุ่งเข้ามาดูด้วยความสนใจ และมองดูแมลงที่บินอยู่ในกล่องไม้

“....”

หยางปิงเองก็มองดูท่าทางของลี่ลี่เหมือนกัน และเห็นว่าเธอดูผ่อนคลายอย่างมาก

มันยอมรับได้ยาก หากมองจากรูปลักษณ์ภายนอกของมู่เหลียงมันไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้

“ผึ้งเป็นสุดยอดแมลงเลย มันสามารถผลิตน้ำผึ้งให้เรากินได้ด้วย”

มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น เขาคิดมานานแล้วว่าการผสมเกสรนั้นวุ่นวายและยุ่งยาก แต่หากได้รับความช่วยเหลือจากผึ้ง จะทำให้ผลไม้ หรือดอกไม้ผลิบานได้ดีขึ้น และมีน้ำผึ้งไว้กิน

“แมลงตัวน้อยนี้เป็นที่มาของน้ำผึ้งงั้นหรอ”

มินโฮรู้จักน้ำผึ้งดี เพราะในสูตรอาหารที่มู่เหลียงมอบให้นั้นมักจะเขียนหรือเอ่ยถึงน้ำผึ้งอยู่บ่อยๆ แต่เธอไม่รู้ว่าน้ำผึ้งคืออะไร

“แล้วน้ำผึ้งที่พูดถึงมันเป็นเช่นไร?”

ลี่ลี่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

“มันเป็นน้ำที่มีรสชาติหวานมาก”

มู่เหลียงรู้ว่าในน้ำผึ้งมีน้ำตาลขนาดไหน

ในอดีตเขาและหน่วยรบพิเศษของเขารอดชีวิตจากป่าได้ เพราะกินน้ำผึ้งเพื่อฟื้นกำลัง

“หวานงั้นหรอ ฉันอยากลองกินดูจัง”

ลี่ลี่เลียริมฝีปากของเธออย่างน่าเอ็นดู

ไม่กี่วันก่อนเธอชอบกินมันเผาย่างมาก เพราะมันมีรสชาติที่หวาน และมักจะกินมันวันละหนึ่งลูก

“อีกไม่นาน พวกเราก็จะมีน้ำผึ้งไว้กินแล้ว”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับเปิดกรงให้ผึ้งบินออกมา

บีซๆๆๆ

ผึ้งบินออกมาและพยายามจะหนีทันที แต่ถูกใยแมงมุมของมู่เหลียงจับได้ก่อน

มู่เหลียงมองดูและเห็นว่ามีแต่ผึ้งอยู่ในนั้น เพราะงั้นเขาคงรับเลี้ยงมันได้ตัวเดียว

-ติ๊ง! ตรวจพบสัตว์อสูรเลี้ยงได้ ผึ้งดำระดับ 0 ต้องการรับเลี้ยงหรือไม่-

“รับเลี้ยง”

มู่เหลียงสั่งระบบทุกอย่างภายในใจ

“และเพิ่มระดับให้ไปถึงระดับ 5 ทันที”

-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มในการฝึกเลี้ยงสัตว์อสูร……ฝึกฝนสำเร็จ-

-ติ๊ง! ผึ้งดำระดับ 0 ทำการวิวัฒนาการเป็นระดับ 5 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 11,110 แต้ม-

-ผึ้งดำวิวัฒนาการเป็นนางพญาผึ้ง-

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถนางพญาผึ้ง:คำสั่งของนางพญา-

-ถ่ายทอดความสามารถสำเร็จ-

มู่เหลียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับชื่อความสามารถใหม่

และไม่ได้รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเหมือนครั้งก่อน

หลังจากรับความสามารถใหม่มาแล้ว มู่เหลียงจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับมองไปยังนางพญาผึ้งที่เพิ่มขนาดเป็นสองเมตร

บีซ บีซ!!

ตัวของมันเป็นสีทองอร่าม และมีวงแหวนสีดำที่ดูเด่นชัด เหล็กในของมันดูแหลมคมราวกับสามารถแทงทะลุผ่านได้ทุกอย่าง

“หยุด เลิกขยับปีกก่อน”

มู่เหลียงพูดออกมา

เพราะกระดาษบนโต๊ะทำงานของเขาจะปลิวหมดแล้ว

บีซ…บีซ

นางพญาผึ้งร่อนลงกับโต๊ะอย่างเชื่อฟัง

“ต่อไปแกสามารถไปสร้างรังแถวเชิงผาเนินสูงได้”

มู่เหลียงมองดูนางพญาผึ้งด้วยแววตาที่ซับซ้อน

เขารู้สึกโชคดีที่ไม่เพิ่มระดับพญาผึ้งเป็นระดับ 6 ทันที ไม่งั้นเขาคงมีแต้มวิวัฒนาการไม่เพียงพอกับการใช้ประจำวันแน่

นอกจากคำสั่งนางพญาที่ได้รับมา มู่เหลียงยังรู้อีกด้วยว่ามันสามารถให้กำเนิดลูกหลานได้เหมือนกับหิ่งห้อยน้อย

นางพญาผึ้งระดับ 5 สามารถให้กำเนิดผึ้งงานระดับ 4 ได้ 10 ตัว และจากนั้นจะให้กำเนิดผึ้งงานระดับ 3 อีก 100 ตัว และผึ้งงานระดับ 2 100 ตัวจนสุดท้ายผึ้งงานระดับ 1 10,000 ตัว

แต่ด้วยจำนวนผึ้งงานที่มากขนาดนี้ กับจำนวนดอกไม้ในสวนยังไม่สมดุลกันทำให้อาหารสำหรับผึ้งไม่เพียงพอ

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมู่เหลียงต้องใช้แต้มวิวัฒนาการเลี้ยงดูพวกมันไปก่อน ซึ่งเขามีแทบไม่พอด้วยซ้ำ

เว้นแต่ว่าเขาจะมีผลึกสัตว์อสูรมากพอจนวิวัฒนาการเต่าทมิฬน้อยให้ตัวใหญ่กว่านี้

และต้องปลูกดอกไม้จำนวนมากให้เพียงพอกับจำนวนของผึ้ง

“ต่อไปพวกมันจะเป็นกองทัพอากาศของเมืองเต่าทมิฬได้”

มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับถอนหายใจ

นางพญาผึ้งระดับ 5 มีลำตัวยาวถึง 2 เมตร มันแทบจะบินไปพร้อมกับแบกคนไปได้เลยด้วยซ้ำ

ถ้ามันวิวัฒนาการเป็นระดับ 6 ตัวของมันคงใหญ่กว่านี้ และให้กำเนิดผึ้งานออกมาจำนวนมาก จนสร้างเป็นกองทัพอากาศได้

ตอนนี้มู่เหลียงเริ่มคิดแล้วว่าจะใช้งานพวกผึ้งนี้อย่างไรดี