ในห้องหนังสือของตำหนักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ
มู่เหลียงกำลังวางแผนที่จะสร้างกระแสข่าว เพื่อจะดึงดูดคนจากเมืองเซิงหยางให้ขึ้นมาซื้อขายในเมืองมากขึ้น
“จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครมายังถนนการค้าเลย”
มินโฮเดินเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชา และพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“มู่เหลียงฉันว่าพวกเขาอาจจะกลัวเราก็ได้”
“แน่นอนพวกเขากลัวอยู่แล้ว”
มู่เหลียงวางแปรงพู่กันลงและพูดต่อ
“เพราะอย่างงั้นเราจะต้องไปที่เมืองเซิงหยางเองและสร้างจุดสนใจขึ้น”
“งั้นจะทำยังไง”
มินโฮกระพริบตาด้วยความอยากรู้
เพราะเธอเองก็อยากจะลงไปเพื่อหาข่าวพี่สาวของเธอ
ในครั้งที่ไปยังเมืองสิบขั้นนั้นทุกอย่างมันชุนลมุนเกินไปจนไม่มีเวลาไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพี่สาวของเธอเลย
แต่คราวนี้คงต้องอยู่ที่เมืองเซิงหยางสักพัก น่าจะมีเวลาพอที่เธอจะตามหาพี่สาวของเธอได้
“คนของเราเองก็ไม่ค่อยมีคนรู้จักเมืองเซิงหยางดีนัก และยังมีกลุ่มคนแบบลี่เยว่ที่พิเศษมาก จนต้องระวังอีก”
มู่เหลียงใช้นิ้วชี้เคาะไปที่โต๊ะและกำลังครุ่นคิด
พวกของลี่เยว่รู้จักเมืองเซิงหยางดีที่สุด แต่หากว่ามู่เหลียงสร้างจุดสนใจเกินไป ตัวตนของลี่เยว่จะถูกเปิดเผยได้ง่าย
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคงถึงขั้นสู้รบกัน แล้วทีนี้จะไม่มีใครขึ้นมาค้าขายอีก
หรือว่าจะจัดการปล้นทั้งเมืองเซิงหยางเลยดี?
หากเป็นอย่างหลังชื่อเสียงของเมืองเต่าทมิฬจะดูแย่ลง และเมื่อไปยังเมืองใหญ่ต่อไปพวกเขาจะระวังตัวมากกว่าเก่า
“ทำไงดี”
มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
เธอรู้ว่ามู่เหลียงให้ความสำคัญกับถนนการค้ามาก และเขาทำงานหนักจนดึกดื่นทุกวัน
“ฉันกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่”
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย
เขานึกถึงเยี่ยลี่ยี่จากเมืองสิบขั้น ที่บอกว่าจะมายังเมืองเซิงหยาง ถ้าหากว่าหาตัวผู้หญิงคนนี้เจอ เขาจะขอให้เธอช่วยกระจายข่าวให้ทุกคนสนใจเมืองเต่าทมิฬมากขึ้น
“ใครหรอ”
มินโฮถามอีกครั้งพร้อมกับแววตาที่ดูมีความหวัง
เพราะเธอจะสามารถขอให้คนนั้นช่วยตามหาข่าวพี่สาวของเธอได้ด้วยระหว่างที่กระจายข่าวเมืองเต่าทมิฬ
“เยี่ยลี่ยี่…ผู้หญิงที่มาทำข้อตกลงให้ช่วยตระกูลของเธอออกจากเมืองสิบขั้น”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
“จริงด้วย!”
มินโฮเห็นด้วยพร้อมกับพยักหน้าครุ่นคิด
แล้วตอนั้นเอง
“มู่เหลียง! พวกเรากลับมาแล้ว”
เสียงอันเย็นชาของลี่เยว่ดังขึ้นจากนอกประตู
“เข้ามา”
มู่เหลียงตอบรับเบาๆ
ตั้งแต่เสี่ยวไกกลับมาถึงเมืองเต่าทมิฬ มู่เหลียงก็รู้แล้วว่าทั้งสองช่วยเพื่อนของเธอสำเร็จ
ครืด
ประตูเปิดออก พร้อมกับลี่เยว่ ลี่ลี่ ที่เดินเข้ามาโดยมีหยางปิงเดินตามท้าย
“มีใครเป็นอะไรไหม?”
มู่เหลียงถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ทุกอย่างเรียบร้อย”
ลี่เยว่ส่ายหัว ก่อนที่จะดึงหยางปิงขึ้นมาข้างๆ
“นี่คือหัวหน้าของกลุ่มเรา หยางปิง”
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองเต่าทมิฬ หยางปิง”
มู่เหลียงยิ้มและกล่าวต้อนรับ
“ขอบคุณ”
นัยน์ตาสีม่วงของหยางปิงนั้นเปล่งประกายและขอบคุณออกมาจากใจ
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเรา”
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
มู่เหลียงโบกมือและพูดเบาๆ
“ต้องบอกเลยว่าเพื่อนๆ ของเธอช่วยงานฉันได้มากเหมือนกัน”
“มู่เหลียง เราได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาด้วย”
ลี่ลี่รีบนำของที่ขโมยมาได้ กองต่อหน้ามู่เหลียง
“นี้พวกเธอเอาอะไรกลับมาด้วย?”
มู่เหลียงเลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจ
“ขากลับเราผ่านบ้านของเฟ่ยฉี๋ เราก็เลยแวะไปหยิบของนิดหน่อย”
ลี่เยว่วางกล่องไม้ไว้บนโต๊ะทำงานมู่เหลียง
“แล้วนี่คือ?”
มู่เหลียงมองดูกล่องไม้ด้วยความสงสัย
“เป็นแมลงสองสามตัวที่เอามาจากบ้านของเฟ่ยฉี๋”
ลี่เยว่กล่าวพร้อมกับถอดหมวกชุดเกราะออก และสยายผมสีขาวของเธอ
“แมลง?”
เกิดร่องรอยความประหลาดใจบนใบหน้าของมู่เหลียงอีกครั้ง
หยางปิงนั้นยืนมองดูทุกอย่างอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะตอนที่ลี่เยว่ถอดหมวกออก
เธอไม่เห็นสีหน้าของความรังเกียจหรือเสแสร้งบนใบหน้าของมู่เหลียงเลยแม้แต่น้อย
“เปิดดูสิ มันมีกรงเล็กๆ ขังแมลงอยู่”
ลี่เยว่พูดไปพร้อมกับจัดทรงผมให้เข้าที่
กึก!
มู่เหลียงเปิดฝาออกก็เห็นแมลงที่มีน่าตาคุ้นเคยมากอยู่ด้านใน
บีซๆๆๆ
เขาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย และพูดอย่างประหลาดใจ
“นี้มันผึ้ง!”
แมลงที่ลี่เยว่พูดนั้นมันเหมือนกับผึ้งที่โลกเดิมของเขาทุกประการ!
ทั้งส่วนหัว ลำตัว สีสันทุกอย่างบ่งบอกว่าสิ่งนี้คือผึ้ง
ลี่ลี่เองก็ถอดหมวกชุดเกราะ แต่ก็ยังมีผ้าบางๆ ปิดหน้าเอาไว้
เธอยังไม่กล้าเท่าลี่เยว่ ที่เปิดเผยใบหน้าได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไร
“ผึ้งคืออะไร?”
ลี่ลี่พุ่งเข้ามาดูด้วยความสนใจ และมองดูแมลงที่บินอยู่ในกล่องไม้
“....”
หยางปิงเองก็มองดูท่าทางของลี่ลี่เหมือนกัน และเห็นว่าเธอดูผ่อนคลายอย่างมาก
มันยอมรับได้ยาก หากมองจากรูปลักษณ์ภายนอกของมู่เหลียงมันไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้
“ผึ้งเป็นสุดยอดแมลงเลย มันสามารถผลิตน้ำผึ้งให้เรากินได้ด้วย”
มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น เขาคิดมานานแล้วว่าการผสมเกสรนั้นวุ่นวายและยุ่งยาก แต่หากได้รับความช่วยเหลือจากผึ้ง จะทำให้ผลไม้ หรือดอกไม้ผลิบานได้ดีขึ้น และมีน้ำผึ้งไว้กิน
“แมลงตัวน้อยนี้เป็นที่มาของน้ำผึ้งงั้นหรอ”
มินโฮรู้จักน้ำผึ้งดี เพราะในสูตรอาหารที่มู่เหลียงมอบให้นั้นมักจะเขียนหรือเอ่ยถึงน้ำผึ้งอยู่บ่อยๆ แต่เธอไม่รู้ว่าน้ำผึ้งคืออะไร
“แล้วน้ำผึ้งที่พูดถึงมันเป็นเช่นไร?”
ลี่ลี่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“มันเป็นน้ำที่มีรสชาติหวานมาก”
มู่เหลียงรู้ว่าในน้ำผึ้งมีน้ำตาลขนาดไหน
ในอดีตเขาและหน่วยรบพิเศษของเขารอดชีวิตจากป่าได้ เพราะกินน้ำผึ้งเพื่อฟื้นกำลัง
“หวานงั้นหรอ ฉันอยากลองกินดูจัง”
ลี่ลี่เลียริมฝีปากของเธออย่างน่าเอ็นดู
ไม่กี่วันก่อนเธอชอบกินมันเผาย่างมาก เพราะมันมีรสชาติที่หวาน และมักจะกินมันวันละหนึ่งลูก
“อีกไม่นาน พวกเราก็จะมีน้ำผึ้งไว้กินแล้ว”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับเปิดกรงให้ผึ้งบินออกมา
บีซๆๆๆ
ผึ้งบินออกมาและพยายามจะหนีทันที แต่ถูกใยแมงมุมของมู่เหลียงจับได้ก่อน
มู่เหลียงมองดูและเห็นว่ามีแต่ผึ้งอยู่ในนั้น เพราะงั้นเขาคงรับเลี้ยงมันได้ตัวเดียว
-ติ๊ง! ตรวจพบสัตว์อสูรเลี้ยงได้ ผึ้งดำระดับ 0 ต้องการรับเลี้ยงหรือไม่-
“รับเลี้ยง”
มู่เหลียงสั่งระบบทุกอย่างภายในใจ
“และเพิ่มระดับให้ไปถึงระดับ 5 ทันที”
-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มในการฝึกเลี้ยงสัตว์อสูร……ฝึกฝนสำเร็จ-
-ติ๊ง! ผึ้งดำระดับ 0 ทำการวิวัฒนาการเป็นระดับ 5 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 11,110 แต้ม-
-ผึ้งดำวิวัฒนาการเป็นนางพญาผึ้ง-
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถนางพญาผึ้ง:คำสั่งของนางพญา-
-ถ่ายทอดความสามารถสำเร็จ-
มู่เหลียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับชื่อความสามารถใหม่
และไม่ได้รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเหมือนครั้งก่อน
หลังจากรับความสามารถใหม่มาแล้ว มู่เหลียงจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับมองไปยังนางพญาผึ้งที่เพิ่มขนาดเป็นสองเมตร
บีซ บีซ!!
ตัวของมันเป็นสีทองอร่าม และมีวงแหวนสีดำที่ดูเด่นชัด เหล็กในของมันดูแหลมคมราวกับสามารถแทงทะลุผ่านได้ทุกอย่าง
“หยุด เลิกขยับปีกก่อน”
มู่เหลียงพูดออกมา
เพราะกระดาษบนโต๊ะทำงานของเขาจะปลิวหมดแล้ว
บีซ…บีซ
นางพญาผึ้งร่อนลงกับโต๊ะอย่างเชื่อฟัง
“ต่อไปแกสามารถไปสร้างรังแถวเชิงผาเนินสูงได้”
มู่เหลียงมองดูนางพญาผึ้งด้วยแววตาที่ซับซ้อน
เขารู้สึกโชคดีที่ไม่เพิ่มระดับพญาผึ้งเป็นระดับ 6 ทันที ไม่งั้นเขาคงมีแต้มวิวัฒนาการไม่เพียงพอกับการใช้ประจำวันแน่
นอกจากคำสั่งนางพญาที่ได้รับมา มู่เหลียงยังรู้อีกด้วยว่ามันสามารถให้กำเนิดลูกหลานได้เหมือนกับหิ่งห้อยน้อย
นางพญาผึ้งระดับ 5 สามารถให้กำเนิดผึ้งงานระดับ 4 ได้ 10 ตัว และจากนั้นจะให้กำเนิดผึ้งงานระดับ 3 อีก 100 ตัว และผึ้งงานระดับ 2 100 ตัวจนสุดท้ายผึ้งงานระดับ 1 10,000 ตัว
แต่ด้วยจำนวนผึ้งงานที่มากขนาดนี้ กับจำนวนดอกไม้ในสวนยังไม่สมดุลกันทำให้อาหารสำหรับผึ้งไม่เพียงพอ
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมู่เหลียงต้องใช้แต้มวิวัฒนาการเลี้ยงดูพวกมันไปก่อน ซึ่งเขามีแทบไม่พอด้วยซ้ำ
เว้นแต่ว่าเขาจะมีผลึกสัตว์อสูรมากพอจนวิวัฒนาการเต่าทมิฬน้อยให้ตัวใหญ่กว่านี้
และต้องปลูกดอกไม้จำนวนมากให้เพียงพอกับจำนวนของผึ้ง
“ต่อไปพวกมันจะเป็นกองทัพอากาศของเมืองเต่าทมิฬได้”
มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับถอนหายใจ
นางพญาผึ้งระดับ 5 มีลำตัวยาวถึง 2 เมตร มันแทบจะบินไปพร้อมกับแบกคนไปได้เลยด้วยซ้ำ
ถ้ามันวิวัฒนาการเป็นระดับ 6 ตัวของมันคงใหญ่กว่านี้ และให้กำเนิดผึ้งานออกมาจำนวนมาก จนสร้างเป็นกองทัพอากาศได้
ตอนนี้มู่เหลียงเริ่มคิดแล้วว่าจะใช้งานพวกผึ้งนี้อย่างไรดี
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved