ตอนที่ 52

“งั้นเราไปที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์กัน!”

มู่เหลียงพาลี่เยว่ออกมาจากสวน และมองไปยังภูเขาสีน้ำตาลูกใหญ่ที่อยู่ไกลๆ

“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ อยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น เราต้องอ้อมไปด้านข้าง”

ลี่เยว่ชี้นิ้วออกไป และบอกทิศทางที่ถูกต้อง

“งั้นไปเตรียมตัวกันเถอะ คืนนี้เราอาจจะต้องพักที่นั่น”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับสื่อสารกับเต่าทมิฬเพื่อบอกเส้นทางให้กับมัน

ยังไงเขาก็ไม่ควรให้เต่าทมิฬเข้าใกล้กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เพราะด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตจะเป็นจุดสนใจได้ง่าย และอาจจะนำพาศัตรูเข้ามา

“เมื่อถึงจุดฉันจะนำทางไปเอง”

ลี่เยว่พูดขึ้นเบาๆ

ถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นมากมายกับตัวเธอ แต่ครั้งหนึ่งลี่เยว่เองก็เคยอาศัยและพักอยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เธอรู้จักสถานที่แห่งนี้

“งั้นฝากที่เหลือให้ลี่เยว่จัดการด้วยแล้วกัน”

มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย

แต่พอเขากับลี่เยว่กลับเข้ามาในห้องโถงก็ถูกสายตาของมินโฮจ้องแปลกๆ

“ลี่เยว่ เป็นอะไรรึป่าว”

มินโฮจ้องมองพร้อมกับเอียงหัวด้วยความสงสัย

เพราะมินโฮเห็นรอยมือดำๆ บนแก้มขาวๆ ของลี่เยว่ มันดูขัดกันอย่างมาก

สิ่งที่มินโฮประหลาดใจที่สุดคือ ลี่เยว่นั้นตัวติดกับมู่เหลียงและยังเกาะชายเสื้อไม่ปล่อยอีกด้วย

ทำให้เธอสงสัยว่าทั้งสองไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“อ๋อ ลี่เยว่บังเอิญล้มน่ะ”

มู่เหลียงทำท่าหัวเราะกลบเกลื่อน และแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

จะบอกได้ไงว่ารอยมือบนหน้าของหญิงสาวเกิดจากมือที่เปื้อนดินของเขาแล้วไปจับหน้าลี่เยว่

จากนั้นเขาจึงอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ทำให้ใบหน้าเรียวๆ ของมินโฮดูตึงเครียดขึ้นมาทันที และถามด้วยความสงสัย

“ลี่เยว่ เจ็บตรงไหนรึป่าว”

“ไม่เป็นไร…เดี๋ยวฉันไปล้างตัวก่อน”

แก้มของลี่เยว่นั้นแดงขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอจะวิ่งก้มหน้าไปทางห้องน้ำอย่างไว

ตอนนี้เธอยังสงบสติอารมณ์ไม่ได้ ลี่เยว่ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับอารมณ์ของเธอและตั้งสติใหม่

“มันมีอะไร..แปลกๆ เกิดขึ้นแน่ๆ”

มินโฮนั้นเม้มปากด้วยความสงสัยและบ่นออกมาเบาๆ เธอรู้สึกได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

มู่เหลียงเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลง แล้วถามขึ้นอย่างใจเย็น

“ฝึกชงชาไปถึงไหนแล้ว”

“มาๆ เดี๋ยวฉันชงให้ดู”

มินโฮกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

การเคลื่อนไหวของเด็กสาวนั้นดูมีจังหวะจับโคนอย่างมาก ทุกกริยาบทในการชงชาของมินโฮนั้นทำให้รสชาติชาดีขึ้น

“ดีมาก! ถึงจะดูเกินๆ ไปหน่อย”

มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะถามต่อ

“หากว่ามินโฮต้องไปชงชาแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น จะประหม่าไหม?”

“เอ๋? ต้องไปชงชาให้คนอื่นด้วยงั้นหรอ?”

มินโฮถามด้วยความสงสัย พร้อมกับสีหน้าเป็นกังวล

“ไม่ต้องกลัวไป ถึงเวลานั้นฉันจะอยู่ข้างๆ มินโฮเอง และมองมาที่ฉันอย่ามองไปที่คนอื่นก็พอ”

มู่เหลียงให้กำลังใจเด็กสาว

หากว่าเขาต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าชาเขียวประกายดีแค่ไหน เขาจำเป็นต้องรีดเร้นรสชาติของมันออกมาทั้งหมด

เพราะงั้นศิลปะการชงชาจะช่วยทำให้รสชาติของมันดีขึ้น

หูกระต่ายของมินโฮอยู่ๆ ก็พันกันไปหมด ก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างเขินอาย

“ทำ…ฉันจะทำ”

“แค่สนใจแค่ถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าก็พอ”

มู่เหลียงยกมือขึ้นและจับหูกระต่ายของมินโฮอีกครั้ง

“ได้…ฉันจะดูถ้วยอย่างเดียว”

มินโฮกำลังพยายามให้กำลังใจตัวเอง ซึ่งมันน่าเอ็นดูมาก จนเธอลืมว่ากำลังถูกดึงหูอยู่

“ใช่ฉันเชื่อในตัวเธอ..มินโฮ”

มู่เหลียงตบเบาๆ บนหัวของมินโฮ ก่อนที่จะพูดต่อ

“เรากำลังจะไปถึงกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ในไม่ช้า ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว และก็เอารูปเหมือนของพี่สาวมาด้วย”

“อื้ม…”

มินโฮเดินเข้าห้องด้วยอาการเหม่อลอย

ไม่นานหลังจากมินโฮเดินเข้าห้องไป ลี่เยว่ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหามู่เหลียง

ตอนนี้เธอได้สวมเสื้อคลุมที่เธอเคยใส่ตอนที่เจอมู่เหลียงครั้งแรก

“ลี่เยว่จะใส่ชุดแบบนี้เข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์งั้นหรอ?”

มู่เหลียงมองชุดของลี่เยว่ด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ ฉันแต่งแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

ลี่เยว่ไม่สนใจอะไรมากกับคำถามนี้ของมู่เหลียง

และเธอก็ไม่รอให้มู่เหลียงถามอะไรต่อและชิงพูดก่อนทันที

“ฉันรู้เส้นทางเล็กๆ ที่จะเข้าไปยังทะเลสาบพระจันทร์ โดยไม่ต้องผ่านจุดตรวจคน”

“แล้วใครบอกว่าจะแอบเข้าไป?”

มู่เหลียงส่ายหัว

เขาจับไหล่ของลี่เยว่ ก่อนที่จะบิดตัวเธอไปมา

“เดี๋ยวนะ…อื้มมม…”

ลี่เยว่นิ่งและไม่ขัดขืนอะไร

ปกติเธอแอบเข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ตลอด เพราะหากว่าผ่านจุดตรวจเธอจะถูกห้ามเข้าทันที

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะ”

มู่เหลียงสั่ง และไม่สนใจลี่เยว่จะตอบอะไรด้วย ก่อนที่จะผลักหญิงสาวเข้าไปในห้องของเธอ

“หลายวันมานี้ลี่เยว่ก็เย็บเสื้อขึ้นมาต้องหลายตัว ทำไมไม่ใส่มันละ”

“เอาจริงหรอเนี่ย….”

เสียงบ่นกับเสียงถอนหายใจดังออกมาจากห้องของลี่เยว่

“เราเองก็ต้องแต่งตัวเหมือนกัน”

มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนที่จะเดินกลับห้อง เขาไม่ต้องการที่จะแอบซ่อนเข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

หากว่าต้องการจะไปจริงๆ เขาจะต้องผ่านจากประตูทางเข้าเท่านั้น เขาจะต้องทำตัวโดดเด่นเพื่อจะเป็นจุดสนใจ และสามารถหาคนที่จะแลกเปลี่ยนต้นชากับเขาได้

ในห้าวันที่ผ่านมาทั้งสามได้ตัดเย็บชุดขึ้น และทำเครื่องเรือนสำหรับทุกคน

ตอนนี้ในบ้านนั้นเต็มไปด้วยเครื่องเรือนต่างๆ ทั้งในห้องของสองสาว และห้องของมู่เหลียงด้วย

“ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องมาใส่ชุดแบบฮั่นฝู” (ชุดฮั่นฝูเป็นชุดแบบจีนชาวฮั่น คิดภาพไม่ออกก็คิดถึงตัวชุดจีนในหนังหรือซีรีจีนกำลังภายในแบบนั้นเลยครับ)

มู่เหลียงมองไปยังชุดฮั่นฝูสีขาวที่เขาเย็บขึ้น

ทรงของมันถูกลอกแบบมาจากชุดนักปราชณ์สมัยโบราณ ไม่ต่างจากตัวละครในหนังย้อนยุคและผสมกับความเป็นองค์ชายเล็กน้อย

มู่เหลี่ยงเปลี่ยนเสื้อทันที และที่คาดเอวของเขาเป็นเข็มขัดสีทองซึ่งมันทำให้เขาดูมีสง่าราศีมากขึ้น

ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวถือว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยอย่างมากสำหรับคนทั่วไป เพราะมันเลอะง่าย จึงต้องซักบ่อย และอย่างที่รู้กันว่าน้ำของโลกนี้ขาดแคลนขนาดไหน คงมีแต่คนรวยเท่านั้นที่มีน้ำไว้ซักผ้า

“เสื้อตัวไหนก็ไม่ค่อยให้ความรู้สึกเหมือนกับชุดฮั่นฝู โดดเด่นแบบนี้ไม่มีทางที่จะไม่สะดุดตาใคร”

มู่เหลี่ยงส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้อง

และเมื่อเดินออกมาเขาก็เห็นสองสาวในชุดสาวใช้ยืนรออยู่แล้ว

ชุดสาวใช้นั้นมู่เหลี่ยงเองก็เป็นคนออกแบบด้วยเช่นเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการตอบสนองรสนิยมแปลกๆ ของเขาในสมัยที่ยังเรียนอยู่ด้วย

หญิงสาวทั้งสองต่างก็จ้องมองมู่เหลียงด้วยความสนใจ

“มู่เหลี่ยงนายดูดีมากๆ เลยในชุดนี้!”

มินโฮประสานมือเข้าด้วยกันก่อนจะเอ่ยปากชม

“ดูดีกว่าครั้งไหนๆ ที่ฉันเคยเห็นเสียอีก”

“ถ้าคนที่ไม่รู้จักมู่เหลียงมาก่อน หากเห็นมู่เหลี่ยงในชุดแบบนี้คงไม่กล้าทำอะไรให้มู่เหลี่ยงขุ่นเคืองใจแน่นอน”

ดวงตาสีน้ำเงินของลี่เยว่นั้นเปล่งประกายอย่างมาก เมื่อเห็นความสง่างามของมู่เหลียง

“พวกเขาคงจะคิดว่านายมาจากเมืองใหญ่แน่”

เมืองเป็นสถานที่มีอำนาจเหนือกลุ่มหรือเผ่า และเป็นชนชั้นปกครองของทั้งสอง

“นั้นคือสิ่งที่ฉันต้องการ”

มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย

หากว่าไม่ต้องหลอกคนอื่นเขาจะไม่สวมชุดนี้ แต่เพื่อจะทำการค้าขายกับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เขาถึงยอมใส่ชุดนี้ และถึงชุดนี้จะทำให้เคลื่อนไหวลำบากก็ตาม

“ฉันไปเปลี่ยนชุดดีกว่า”

หลังจากที่ลี่เยว่เอ่ยปากชมมู่เหลียงเธอเองก็รู้สึกไม่มั่นใจ

เธอแตะไปที่ขีดแดงบนหน้าของเธอ มันไม่เข้ากับชุดที่เธอใส่อยู่ การเดินทางร่วมไปกับมู่เหลียงจะสร้างปัญหาให้เขาได้

“ไม่ต้องเปลี่ยน”

มู่เหลียงดึงแขนของลี่เยว่เอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอวิ่งกลับเข้าไปในห้อง

แล้วเขาก็หยิบหน้ากากที่ทำมาจากแผ่นไม้ที่มีลวดลายของดอกบ๊วยส่งให้ลี่เยว่

“แค่สวมหน้ากากนี้ก็พอ”

“นี้สำหรับฉันงั้นหรอ?”

ลี่เยว่รับหน้ากากไม้มาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะก้มดูและลูบไปตามลวดลายดอกบ๊วยบนหน้ากาก

“เอาล่ะ พอสวมหน้ากากนี้แล้ว ลี่เยว่ก็สวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ของฉันด้วยเลย”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม

“ได้”

ลี่เยว่ตอบรับพร้อมกับสวมหน้ากากอย่างเชื่อฟัง

ในเวลานี้ ทั้งความคิดและความรู้สึกของลี่เยว่นั้นเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากสวมหน้ากาก กริยาท่าทางของเธอดูเย็นชาและเฉียบคมมากขึ้น และรู้สึกได้ถึงความห่างเหิน

แอ๊!!!

แล้วอยู่ๆ เต่าทมิฬก็ร้องคำรามออกมาเพื่อบอกว่าถึงที่หมายแล้ว