“งั้นเราไปที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์กัน!”
มู่เหลียงพาลี่เยว่ออกมาจากสวน และมองไปยังภูเขาสีน้ำตาลูกใหญ่ที่อยู่ไกลๆ
“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ อยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น เราต้องอ้อมไปด้านข้าง”
ลี่เยว่ชี้นิ้วออกไป และบอกทิศทางที่ถูกต้อง
“งั้นไปเตรียมตัวกันเถอะ คืนนี้เราอาจจะต้องพักที่นั่น”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับสื่อสารกับเต่าทมิฬเพื่อบอกเส้นทางให้กับมัน
ยังไงเขาก็ไม่ควรให้เต่าทมิฬเข้าใกล้กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เพราะด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตจะเป็นจุดสนใจได้ง่าย และอาจจะนำพาศัตรูเข้ามา
“เมื่อถึงจุดฉันจะนำทางไปเอง”
ลี่เยว่พูดขึ้นเบาๆ
ถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นมากมายกับตัวเธอ แต่ครั้งหนึ่งลี่เยว่เองก็เคยอาศัยและพักอยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เธอรู้จักสถานที่แห่งนี้
“งั้นฝากที่เหลือให้ลี่เยว่จัดการด้วยแล้วกัน”
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย
แต่พอเขากับลี่เยว่กลับเข้ามาในห้องโถงก็ถูกสายตาของมินโฮจ้องแปลกๆ
“ลี่เยว่ เป็นอะไรรึป่าว”
มินโฮจ้องมองพร้อมกับเอียงหัวด้วยความสงสัย
เพราะมินโฮเห็นรอยมือดำๆ บนแก้มขาวๆ ของลี่เยว่ มันดูขัดกันอย่างมาก
สิ่งที่มินโฮประหลาดใจที่สุดคือ ลี่เยว่นั้นตัวติดกับมู่เหลียงและยังเกาะชายเสื้อไม่ปล่อยอีกด้วย
ทำให้เธอสงสัยว่าทั้งสองไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่
“อ๋อ ลี่เยว่บังเอิญล้มน่ะ”
มู่เหลียงทำท่าหัวเราะกลบเกลื่อน และแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ
จะบอกได้ไงว่ารอยมือบนหน้าของหญิงสาวเกิดจากมือที่เปื้อนดินของเขาแล้วไปจับหน้าลี่เยว่
จากนั้นเขาจึงอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ทำให้ใบหน้าเรียวๆ ของมินโฮดูตึงเครียดขึ้นมาทันที และถามด้วยความสงสัย
“ลี่เยว่ เจ็บตรงไหนรึป่าว”
“ไม่เป็นไร…เดี๋ยวฉันไปล้างตัวก่อน”
แก้มของลี่เยว่นั้นแดงขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอจะวิ่งก้มหน้าไปทางห้องน้ำอย่างไว
ตอนนี้เธอยังสงบสติอารมณ์ไม่ได้ ลี่เยว่ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับอารมณ์ของเธอและตั้งสติใหม่
“มันมีอะไร..แปลกๆ เกิดขึ้นแน่ๆ”
มินโฮนั้นเม้มปากด้วยความสงสัยและบ่นออกมาเบาๆ เธอรู้สึกได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
มู่เหลียงเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลง แล้วถามขึ้นอย่างใจเย็น
“ฝึกชงชาไปถึงไหนแล้ว”
“มาๆ เดี๋ยวฉันชงให้ดู”
มินโฮกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
การเคลื่อนไหวของเด็กสาวนั้นดูมีจังหวะจับโคนอย่างมาก ทุกกริยาบทในการชงชาของมินโฮนั้นทำให้รสชาติชาดีขึ้น
“ดีมาก! ถึงจะดูเกินๆ ไปหน่อย”
มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะถามต่อ
“หากว่ามินโฮต้องไปชงชาแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น จะประหม่าไหม?”
“เอ๋? ต้องไปชงชาให้คนอื่นด้วยงั้นหรอ?”
มินโฮถามด้วยความสงสัย พร้อมกับสีหน้าเป็นกังวล
“ไม่ต้องกลัวไป ถึงเวลานั้นฉันจะอยู่ข้างๆ มินโฮเอง และมองมาที่ฉันอย่ามองไปที่คนอื่นก็พอ”
มู่เหลียงให้กำลังใจเด็กสาว
หากว่าเขาต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าชาเขียวประกายดีแค่ไหน เขาจำเป็นต้องรีดเร้นรสชาติของมันออกมาทั้งหมด
เพราะงั้นศิลปะการชงชาจะช่วยทำให้รสชาติของมันดีขึ้น
หูกระต่ายของมินโฮอยู่ๆ ก็พันกันไปหมด ก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างเขินอาย
“ทำ…ฉันจะทำ”
“แค่สนใจแค่ถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าก็พอ”
มู่เหลียงยกมือขึ้นและจับหูกระต่ายของมินโฮอีกครั้ง
“ได้…ฉันจะดูถ้วยอย่างเดียว”
มินโฮกำลังพยายามให้กำลังใจตัวเอง ซึ่งมันน่าเอ็นดูมาก จนเธอลืมว่ากำลังถูกดึงหูอยู่
“ใช่ฉันเชื่อในตัวเธอ..มินโฮ”
มู่เหลียงตบเบาๆ บนหัวของมินโฮ ก่อนที่จะพูดต่อ
“เรากำลังจะไปถึงกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ในไม่ช้า ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว และก็เอารูปเหมือนของพี่สาวมาด้วย”
“อื้ม…”
มินโฮเดินเข้าห้องด้วยอาการเหม่อลอย
ไม่นานหลังจากมินโฮเดินเข้าห้องไป ลี่เยว่ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหามู่เหลียง
ตอนนี้เธอได้สวมเสื้อคลุมที่เธอเคยใส่ตอนที่เจอมู่เหลียงครั้งแรก
“ลี่เยว่จะใส่ชุดแบบนี้เข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์งั้นหรอ?”
มู่เหลียงมองชุดของลี่เยว่ด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ ฉันแต่งแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
ลี่เยว่ไม่สนใจอะไรมากกับคำถามนี้ของมู่เหลียง
และเธอก็ไม่รอให้มู่เหลียงถามอะไรต่อและชิงพูดก่อนทันที
“ฉันรู้เส้นทางเล็กๆ ที่จะเข้าไปยังทะเลสาบพระจันทร์ โดยไม่ต้องผ่านจุดตรวจคน”
“แล้วใครบอกว่าจะแอบเข้าไป?”
มู่เหลียงส่ายหัว
เขาจับไหล่ของลี่เยว่ ก่อนที่จะบิดตัวเธอไปมา
“เดี๋ยวนะ…อื้มมม…”
ลี่เยว่นิ่งและไม่ขัดขืนอะไร
ปกติเธอแอบเข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ตลอด เพราะหากว่าผ่านจุดตรวจเธอจะถูกห้ามเข้าทันที
“ไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
มู่เหลียงสั่ง และไม่สนใจลี่เยว่จะตอบอะไรด้วย ก่อนที่จะผลักหญิงสาวเข้าไปในห้องของเธอ
“หลายวันมานี้ลี่เยว่ก็เย็บเสื้อขึ้นมาต้องหลายตัว ทำไมไม่ใส่มันละ”
“เอาจริงหรอเนี่ย….”
เสียงบ่นกับเสียงถอนหายใจดังออกมาจากห้องของลี่เยว่
“เราเองก็ต้องแต่งตัวเหมือนกัน”
มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนที่จะเดินกลับห้อง เขาไม่ต้องการที่จะแอบซ่อนเข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์
หากว่าต้องการจะไปจริงๆ เขาจะต้องผ่านจากประตูทางเข้าเท่านั้น เขาจะต้องทำตัวโดดเด่นเพื่อจะเป็นจุดสนใจ และสามารถหาคนที่จะแลกเปลี่ยนต้นชากับเขาได้
ในห้าวันที่ผ่านมาทั้งสามได้ตัดเย็บชุดขึ้น และทำเครื่องเรือนสำหรับทุกคน
ตอนนี้ในบ้านนั้นเต็มไปด้วยเครื่องเรือนต่างๆ ทั้งในห้องของสองสาว และห้องของมู่เหลียงด้วย
“ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องมาใส่ชุดแบบฮั่นฝู” (ชุดฮั่นฝูเป็นชุดแบบจีนชาวฮั่น คิดภาพไม่ออกก็คิดถึงตัวชุดจีนในหนังหรือซีรีจีนกำลังภายในแบบนั้นเลยครับ)
มู่เหลียงมองไปยังชุดฮั่นฝูสีขาวที่เขาเย็บขึ้น
ทรงของมันถูกลอกแบบมาจากชุดนักปราชณ์สมัยโบราณ ไม่ต่างจากตัวละครในหนังย้อนยุคและผสมกับความเป็นองค์ชายเล็กน้อย
มู่เหลี่ยงเปลี่ยนเสื้อทันที และที่คาดเอวของเขาเป็นเข็มขัดสีทองซึ่งมันทำให้เขาดูมีสง่าราศีมากขึ้น
ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวถือว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยอย่างมากสำหรับคนทั่วไป เพราะมันเลอะง่าย จึงต้องซักบ่อย และอย่างที่รู้กันว่าน้ำของโลกนี้ขาดแคลนขนาดไหน คงมีแต่คนรวยเท่านั้นที่มีน้ำไว้ซักผ้า
“เสื้อตัวไหนก็ไม่ค่อยให้ความรู้สึกเหมือนกับชุดฮั่นฝู โดดเด่นแบบนี้ไม่มีทางที่จะไม่สะดุดตาใคร”
มู่เหลี่ยงส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้อง
และเมื่อเดินออกมาเขาก็เห็นสองสาวในชุดสาวใช้ยืนรออยู่แล้ว
ชุดสาวใช้นั้นมู่เหลี่ยงเองก็เป็นคนออกแบบด้วยเช่นเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการตอบสนองรสนิยมแปลกๆ ของเขาในสมัยที่ยังเรียนอยู่ด้วย
หญิงสาวทั้งสองต่างก็จ้องมองมู่เหลียงด้วยความสนใจ
“มู่เหลี่ยงนายดูดีมากๆ เลยในชุดนี้!”
มินโฮประสานมือเข้าด้วยกันก่อนจะเอ่ยปากชม
“ดูดีกว่าครั้งไหนๆ ที่ฉันเคยเห็นเสียอีก”
“ถ้าคนที่ไม่รู้จักมู่เหลียงมาก่อน หากเห็นมู่เหลี่ยงในชุดแบบนี้คงไม่กล้าทำอะไรให้มู่เหลี่ยงขุ่นเคืองใจแน่นอน”
ดวงตาสีน้ำเงินของลี่เยว่นั้นเปล่งประกายอย่างมาก เมื่อเห็นความสง่างามของมู่เหลียง
“พวกเขาคงจะคิดว่านายมาจากเมืองใหญ่แน่”
เมืองเป็นสถานที่มีอำนาจเหนือกลุ่มหรือเผ่า และเป็นชนชั้นปกครองของทั้งสอง
“นั้นคือสิ่งที่ฉันต้องการ”
มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย
หากว่าไม่ต้องหลอกคนอื่นเขาจะไม่สวมชุดนี้ แต่เพื่อจะทำการค้าขายกับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เขาถึงยอมใส่ชุดนี้ และถึงชุดนี้จะทำให้เคลื่อนไหวลำบากก็ตาม
“ฉันไปเปลี่ยนชุดดีกว่า”
หลังจากที่ลี่เยว่เอ่ยปากชมมู่เหลียงเธอเองก็รู้สึกไม่มั่นใจ
เธอแตะไปที่ขีดแดงบนหน้าของเธอ มันไม่เข้ากับชุดที่เธอใส่อยู่ การเดินทางร่วมไปกับมู่เหลียงจะสร้างปัญหาให้เขาได้
“ไม่ต้องเปลี่ยน”
มู่เหลียงดึงแขนของลี่เยว่เอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอวิ่งกลับเข้าไปในห้อง
แล้วเขาก็หยิบหน้ากากที่ทำมาจากแผ่นไม้ที่มีลวดลายของดอกบ๊วยส่งให้ลี่เยว่
“แค่สวมหน้ากากนี้ก็พอ”
“นี้สำหรับฉันงั้นหรอ?”
ลี่เยว่รับหน้ากากไม้มาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะก้มดูและลูบไปตามลวดลายดอกบ๊วยบนหน้ากาก
“เอาล่ะ พอสวมหน้ากากนี้แล้ว ลี่เยว่ก็สวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ของฉันด้วยเลย”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม
“ได้”
ลี่เยว่ตอบรับพร้อมกับสวมหน้ากากอย่างเชื่อฟัง
ในเวลานี้ ทั้งความคิดและความรู้สึกของลี่เยว่นั้นเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากสวมหน้ากาก กริยาท่าทางของเธอดูเย็นชาและเฉียบคมมากขึ้น และรู้สึกได้ถึงความห่างเหิน
แอ๊!!!
แล้วอยู่ๆ เต่าทมิฬก็ร้องคำรามออกมาเพื่อบอกว่าถึงที่หมายแล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved