ตอนที่ 180

ที่ถนนการค้า มีอาคารขนาดสองชั้นเล็กๆ แห่งหนึ่ง

เป็นร้านที่ยังไม่ถูกเปิด แต่นี้คือร้านหนังสือ

แล้วในตอนนี้เยี่ยลี่ยี่ก็กำลังจัดวางหนังสือภายในร้านเพื่อเตรียมการสำหรับการเปิดขายในวันพรุ่งนี้

สองวันที่ผ่านมาเธอเริ่มเรียนรู้การทำกระดาษและเรื่องแม่พิมพ์

“มีหนังสือทั้งหมดสามสิบเล่ม เขาอยากจะขายมันจริงๆ งั้นหรอ”

เยี่ยลี่ยี่มองดูชั้นวางหนังสือด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไร

เธออยากจะเอาหนังสือพวกนี้กลับบ้านไปเองด้วยซ้ำ และบ้านของเธอคงจะดูดีมากขึ้น

“ดีจังเลยนะ”

เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจ ด้วยความเสียดายและไม่สามารถทำแบบที่คิดได้

เธอเปิดหนังสือเรื่องความโกลาหล และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวเร้นลับและน่าอัศจรรย์อีกครั้ง

ช่วงเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดฟ้าก็มืดลง

โครก!

เสียงท้องของเยี่ยลี่ยี่คำรามออกมา

เธอลูบไปที่ท้องของเธอเล็กน้อย ก่อนที่จะปิดหนังสืออย่างช่วยไม่ได้

เยี่ยลี่ยี่กินอาหารเพียงมื้อเดียวมาสองวันแล้ว เพื่อจะมีแต้มสะสมพอใช้ไปถึงสิ้นเดือน

สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าทำตามที่หยู่ฉินหลานแนะนำ และเข้าไปรายงานในช่วงมื้อเย็นเพื่อรับประทานอาหาร

“เอ้า…มืดแล้วงั้นหรอ”

เยี่ยลี่ยี่มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตกใจ ก่อนที่ไฟตามท้องถนนจะเริ่มสว่างขึ้นที่ละดวง

เธอลืมที่จะไปรายงานความคืบหน้าของร้านหนังสือในวันนี้ และไปส่งตัวอย่างหนังสือเรียนให้มู่เหลียงดูตั้งแต่ช่วงบ่าย

เยี่ยลี่ยี่เกาผมด้วยความรู้สึกผิด และบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ทั้งหมดนี้เพราะหนังสือโกลาหลมันเขียนได้ดีมาก”

“วันนี้ดูมีคนขึ้นมาค้างคืนมากขึ้น”

เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจ

เพราะหากเธอมาที่นี่ในฐานะนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าเธอคงหาอาหารอร่อยๆ กิน และเสพบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาดของเมือง

“หือ…สองคนนี้เป็นคนที่มาขวางทางเราคืนนั้นหนิ”

เยี่ยลี่ยี่ระหว่างเดินทางกลับก็เห็นสองสาวนั่งยองๆ อยู่ข้างร้านค้าด้วยสภาพไม่ต่างจากขอทาน

ตอนนั้นเองมีอาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา และใช้ความสามารถของเธอปกปิดใบหน้าทันที

“....”

ซีไป่ฉีจำหญิงสาวผมสีเขียวคนนี้ได้ และหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย

เธออยากจะตะโกนออกไปดังๆ ว่าพวกเราไม่ใช่ขอทานนะ!

ทั้งคู่เลยไม่มีผลึกสัตว์อสูรพอที่จะพักในหอสามดวงดาวต่อไปได้ เลยต้องมานอนอยู่ข้างถนนแทนในตอนกลางคืน

ถ้าพวกเธอไม่มีบัตรผ่าน ปานี้คงถูกขับไล่ออกไปจากเมืองแล้ว

“นังแมว ทำไมเราไม่ออกไปแล้วไปเอาผลึกสัตว์อสูรมาเพิ่มล่ะ”

ซิไป่ฉีกระซิบเบาๆ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จ้องมองอย่างแปลกๆ ทำให้เธอเริ่มที่จะทนไม่ไหว

“ไม่ต้องกังวลไป คืนนี้ฉันจะไปสำรวจภายในแล้ว”

มิอาเหลือบมองไปทางป้อมเว่ยฉาย

เธอสังเกตการณ์มาสองวันแล้ว และเห็นว่าทหารยามเริ่มไม่ผ่อนคลายลงไม่เข้มงวดเหมือนตอนแรก

“ฉันก็อยากไปข้างในด้วย”

ซิไป๋ฉีพูดขึ้นอย่างจริงจัง

“ก็ได้”

มิอาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ จากนั้นทั้งสองก็หยุดพูดคุยและนั่งรอเวลา

“....”

เยี่ยลี่ยี่ไม่ได้ทักหรือพูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าให้อย่างสุภาพกับทั้งสองคนที่กำลังกระซิบกัน

เยี่ยลี่ยี่เดินไปตามทางกลับไปยังประตูเว่ยฉาย และแสดงบัตรประจำตัวของเธอก่อนที่จะผ่านประตูเข้าไปได้

พื้นที่อยู่อาศัยภายในนั้นดูอบอุ่น และมีชีวิตชีวามากในตอนนี้

บ้านตามท้องถนนก็มีแสงไฟ พร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยออกมา

โครก คราก

เมื่อได้กลิ่นท้องของเยี่ยลี่ยี่ก็ยิ่งร้อง ทำให้เธอเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อไปยังตำหนักเจ้าเมือง รีบรายงานความคืบหน้าของวันนี้ และจะกลับบ้านไปกินข้าวที่บ้าน

แตะๆ

เยี่ยลี่ยี่วิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็มาถึงเนินสูง

เธอยืนอยู่หน้าตำหนักเจ้าเมือง และพูดกับตัวเองเบาๆ

“ตอนนี้ที่ตำหนักเจ้าเมืองคงเริ่มกินมื้อเย็นกันแล้วรึป่าวนะ”

“ลืมมันไปเถอะ เข้าไปก่อน”

เยี่ยลี่ยี่ก้าวเข้าไปในตำหนักเจ้าเมืองด้วยความลังเล

ในตอนที่เยี่ยลี่ยี่เดินเข้ามาในตำหนักเจ้าเมืองก็เจอกับเว่ยหยูหลันที่มาจากห้องครัวพร้อมกับถาดใส่อาหาร

สาวใช้ตัวน้อยเห็นเยี่ยลี่ยี่พร้อมกับหนังสือในมือ เลยเอ่ยถามเบาๆ

“ท่านเยี่ย มาเพื่อพบนายท่านมู่เหลียงอย่างงั้นหรือ”

“ใช่แล้ว”

เยี่ยลี่ยี่ตอบและจ้องมองดูอาหารในถาด พร้อมกับน้ำลายที่ไหลมุมปาก

และพยายามวิเคราะห์ว่ามันคืออะไร เนื้อทอด เนื้อย่าง หรือผัดเนื้ออะไรสักอย่าง

เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นคนเห็นแก่กินแบบนี้ แต่ของกินในตำหนักเจ้าเมืองนั้นอร่อยทุกอย่าง

ได้กินเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หลงไหล และอยากกินอีกครั้ง

“ตอนนี้นายท่านมู่เหลียงอยู่ที่ห้องอาหาร เดี๋ยวจะไปบอกนายท่านให้ค่ะ”

เว่ยหยูหลันเดินถือถาดอาหารไปยังห้องอาหารทันที

“....”

เยี่ยลี่ยี่เช็ดมุมปากตัวเอง และได้แต่สงสัยว่าเหตุใดเธอถึงเอาแต่ยืนจ้องอาหารแบบนั้น

ไม่นานนักเสียงของมู่เหลียงก็ดังขึ้นมาจากห้องอาหาร

“ไปเรียกเธอเข้ามาเถอะ”

ก่อนที่เว่ยหยูหลันจะชะโงกหัวออกมาจากห้องอาหารและพูดเบาๆ

“ท่านเยี่ยค่ะ นายท่านมู่เหลียงอนุญาตให้เข้าพบ”

“ค่ะ”

เยี่ยลี่ยี่ขานรับก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องอาหาร และเห็นมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลานกำลังนั่งกินมื้อเย็นกันอยู่

…..

“หายากจริงๆ ที่เยี่ยลี่ยี่จะมารายงานในช่วงเย็นแบบนี้”

หยู่ฉินหลานยิ้มให้เล็กน้อย

“กินอะไรมารึยัง?”

“ยังค่ะ”

ใบหน้าสวยๆ ของเยี่ยลี่ยี่แดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย และก้มหน้าลง

เธอไม่คิดว่าจะมาในช่วงเวลามื้อเย็นของตำหนักเจ้าเมืองพอดี มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

“งั้นก็มานั่งกินมื้อเย็นด้วยกันก่อนสิ”

มู่เหลียงพูดอย่างสุขุม

เว่ยหยูหลันก้าวไปด้านข้างพร้อมกับจัดที่ให้เยี่ยลี่ยี่นั่งทันที

“ขอบคุณค่ะ”

เยี่ยลี่ยี่กล่าวอย่างสุภาพ

เธอนั่งลงก่อนที่จะสบตาหยู่ฉินหลานอย่างไม่ตั้งใจ และเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้สายตาคู่นี้

เยี่ยลี่ยี่รู้สึกอายเกินไปและไม่คิดว่าจะเข้ามาแทรกระหว่างมื้อแบบนี้

เธอไม่ได้คิดจะมาที่นี่เพื่อกินมื้อเย็นจริงๆ มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

“ร้านหนังสือเป็นไงบ้าง พรุ่งนี้พร้อมที่จะเปิดไหม”

มู่เหลียงถามขึ้นหลังจากกลืนเนื้อคำโตไป

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว”

เยี่ยลี่ยี่เงยหน้าขึ้นและพูด

ถ้าเธอไม่มัวแต่อ่านหนังสือจนเพลิน เธอคงมารายงานเรื่องนี้ตั้งแต่บ่าย

“ก็ดีแล้ว….ฉินหลานพรุ่งนี้ไปช่วยเธอหน่อยนะ”

มู่เหลียงสั่งด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

หนังสือภายในร้านนั้นมีมูลค่าสูงมากสำหรับโลกนี้ และคงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นที่ร้านหนังสือ

หยู่ฉินหลานเป็นถึงผู้ตื่นขั้น 6 เธอสามารถกำราบพวกลูกค้าหัวรุนแรงได้สบายๆ

“ได้อยู่แล้ว”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าเบาๆ

“แล้วก็นายท่านมู่เหลียง หนังสือบทเรียนที่ขอให้สั่งพิมพ์ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”

เยี่ยลี่ยี่ยื่นหนังสือที่นำติดตัวมาให้สามเล่ม

“งั้นขอดูหน่อย”

เยี่ยลี่ยี่ส่งหนังสือผ่านหยู่เฟ่ยหยานไปให้มู่เหลียง

หนังสือเล่มแรกคือหนังสือสอนภาษา ที่ภายในนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรและคำต่างๆ มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพอใจ

จากนั้นเขาก็เปิดดูหนังสืออีกเล่มเป็นหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งตัวหนังสือนั้นดูคมชัดมาก

“การตีพิมพ์ได้คุณภาพมาก ใช้รูปแบบนี้ตีพิมพ์เพิ่มได้เลย”

มู่เหลียงกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดโรงเรียนในอนาคต

เวลานี้ในเมืองเต่าทมิฬมีเด็กอยู่จำนวนมาก และอายุเฉลี่ยที่หกถึงเจ็ดขวบ ซึ่งเป็นวัยกำลังเข้าเรียนพอดี

“ได้ค่ะ”

เยี่ยลี่ยี่ขานรับพร้อมกับจดจำคำสั่งให้ขึ้นใจ

“จริงด้วย….รูปของพี่สาวมินโฮก็เสร็จแล้ว”

มู่เหลียงพึ่งนึกอะไรได้ และหันไปทางมินโฮก่อนที่จะพูดต่อ

“หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จแล้ว ไปที่ห้องทดลองของฉัน ไปเอาแม่พิมพ์รูปพี่สาวไปให้เยี่ยลี่ยี่ด้วย พรุ่งนี้เราจะส่งรูปภาพเหล่านี้ออกไปให้คนช่วยกันตามหา”

“อื้มเข้าใจแล้ว”

มินโฮพยักหน้าอย่างจริงจัง และหูกระต่ายของเธอกระดิกไปมาแสดงออกว่าเธอกำลังมีความสุข