ที่ถนนการค้า มีอาคารขนาดสองชั้นเล็กๆ แห่งหนึ่ง
เป็นร้านที่ยังไม่ถูกเปิด แต่นี้คือร้านหนังสือ
แล้วในตอนนี้เยี่ยลี่ยี่ก็กำลังจัดวางหนังสือภายในร้านเพื่อเตรียมการสำหรับการเปิดขายในวันพรุ่งนี้
สองวันที่ผ่านมาเธอเริ่มเรียนรู้การทำกระดาษและเรื่องแม่พิมพ์
“มีหนังสือทั้งหมดสามสิบเล่ม เขาอยากจะขายมันจริงๆ งั้นหรอ”
เยี่ยลี่ยี่มองดูชั้นวางหนังสือด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไร
เธออยากจะเอาหนังสือพวกนี้กลับบ้านไปเองด้วยซ้ำ และบ้านของเธอคงจะดูดีมากขึ้น
“ดีจังเลยนะ”
เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจ ด้วยความเสียดายและไม่สามารถทำแบบที่คิดได้
เธอเปิดหนังสือเรื่องความโกลาหล และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวเร้นลับและน่าอัศจรรย์อีกครั้ง
ช่วงเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดฟ้าก็มืดลง
โครก!
เสียงท้องของเยี่ยลี่ยี่คำรามออกมา
เธอลูบไปที่ท้องของเธอเล็กน้อย ก่อนที่จะปิดหนังสืออย่างช่วยไม่ได้
เยี่ยลี่ยี่กินอาหารเพียงมื้อเดียวมาสองวันแล้ว เพื่อจะมีแต้มสะสมพอใช้ไปถึงสิ้นเดือน
สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าทำตามที่หยู่ฉินหลานแนะนำ และเข้าไปรายงานในช่วงมื้อเย็นเพื่อรับประทานอาหาร
“เอ้า…มืดแล้วงั้นหรอ”
เยี่ยลี่ยี่มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตกใจ ก่อนที่ไฟตามท้องถนนจะเริ่มสว่างขึ้นที่ละดวง
เธอลืมที่จะไปรายงานความคืบหน้าของร้านหนังสือในวันนี้ และไปส่งตัวอย่างหนังสือเรียนให้มู่เหลียงดูตั้งแต่ช่วงบ่าย
เยี่ยลี่ยี่เกาผมด้วยความรู้สึกผิด และบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ทั้งหมดนี้เพราะหนังสือโกลาหลมันเขียนได้ดีมาก”
“วันนี้ดูมีคนขึ้นมาค้างคืนมากขึ้น”
เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจ
เพราะหากเธอมาที่นี่ในฐานะนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าเธอคงหาอาหารอร่อยๆ กิน และเสพบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาดของเมือง
“หือ…สองคนนี้เป็นคนที่มาขวางทางเราคืนนั้นหนิ”
เยี่ยลี่ยี่ระหว่างเดินทางกลับก็เห็นสองสาวนั่งยองๆ อยู่ข้างร้านค้าด้วยสภาพไม่ต่างจากขอทาน
ตอนนั้นเองมีอาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา และใช้ความสามารถของเธอปกปิดใบหน้าทันที
“....”
ซีไป่ฉีจำหญิงสาวผมสีเขียวคนนี้ได้ และหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย
เธออยากจะตะโกนออกไปดังๆ ว่าพวกเราไม่ใช่ขอทานนะ!
ทั้งคู่เลยไม่มีผลึกสัตว์อสูรพอที่จะพักในหอสามดวงดาวต่อไปได้ เลยต้องมานอนอยู่ข้างถนนแทนในตอนกลางคืน
ถ้าพวกเธอไม่มีบัตรผ่าน ปานี้คงถูกขับไล่ออกไปจากเมืองแล้ว
“นังแมว ทำไมเราไม่ออกไปแล้วไปเอาผลึกสัตว์อสูรมาเพิ่มล่ะ”
ซิไป่ฉีกระซิบเบาๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จ้องมองอย่างแปลกๆ ทำให้เธอเริ่มที่จะทนไม่ไหว
“ไม่ต้องกังวลไป คืนนี้ฉันจะไปสำรวจภายในแล้ว”
มิอาเหลือบมองไปทางป้อมเว่ยฉาย
เธอสังเกตการณ์มาสองวันแล้ว และเห็นว่าทหารยามเริ่มไม่ผ่อนคลายลงไม่เข้มงวดเหมือนตอนแรก
“ฉันก็อยากไปข้างในด้วย”
ซิไป๋ฉีพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ก็ได้”
มิอาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ จากนั้นทั้งสองก็หยุดพูดคุยและนั่งรอเวลา
“....”
เยี่ยลี่ยี่ไม่ได้ทักหรือพูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าให้อย่างสุภาพกับทั้งสองคนที่กำลังกระซิบกัน
เยี่ยลี่ยี่เดินไปตามทางกลับไปยังประตูเว่ยฉาย และแสดงบัตรประจำตัวของเธอก่อนที่จะผ่านประตูเข้าไปได้
พื้นที่อยู่อาศัยภายในนั้นดูอบอุ่น และมีชีวิตชีวามากในตอนนี้
บ้านตามท้องถนนก็มีแสงไฟ พร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยออกมา
โครก คราก
เมื่อได้กลิ่นท้องของเยี่ยลี่ยี่ก็ยิ่งร้อง ทำให้เธอเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อไปยังตำหนักเจ้าเมือง รีบรายงานความคืบหน้าของวันนี้ และจะกลับบ้านไปกินข้าวที่บ้าน
แตะๆ
เยี่ยลี่ยี่วิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็มาถึงเนินสูง
เธอยืนอยู่หน้าตำหนักเจ้าเมือง และพูดกับตัวเองเบาๆ
“ตอนนี้ที่ตำหนักเจ้าเมืองคงเริ่มกินมื้อเย็นกันแล้วรึป่าวนะ”
“ลืมมันไปเถอะ เข้าไปก่อน”
เยี่ยลี่ยี่ก้าวเข้าไปในตำหนักเจ้าเมืองด้วยความลังเล
ในตอนที่เยี่ยลี่ยี่เดินเข้ามาในตำหนักเจ้าเมืองก็เจอกับเว่ยหยูหลันที่มาจากห้องครัวพร้อมกับถาดใส่อาหาร
สาวใช้ตัวน้อยเห็นเยี่ยลี่ยี่พร้อมกับหนังสือในมือ เลยเอ่ยถามเบาๆ
“ท่านเยี่ย มาเพื่อพบนายท่านมู่เหลียงอย่างงั้นหรือ”
“ใช่แล้ว”
เยี่ยลี่ยี่ตอบและจ้องมองดูอาหารในถาด พร้อมกับน้ำลายที่ไหลมุมปาก
และพยายามวิเคราะห์ว่ามันคืออะไร เนื้อทอด เนื้อย่าง หรือผัดเนื้ออะไรสักอย่าง
เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นคนเห็นแก่กินแบบนี้ แต่ของกินในตำหนักเจ้าเมืองนั้นอร่อยทุกอย่าง
ได้กินเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หลงไหล และอยากกินอีกครั้ง
“ตอนนี้นายท่านมู่เหลียงอยู่ที่ห้องอาหาร เดี๋ยวจะไปบอกนายท่านให้ค่ะ”
เว่ยหยูหลันเดินถือถาดอาหารไปยังห้องอาหารทันที
“....”
เยี่ยลี่ยี่เช็ดมุมปากตัวเอง และได้แต่สงสัยว่าเหตุใดเธอถึงเอาแต่ยืนจ้องอาหารแบบนั้น
ไม่นานนักเสียงของมู่เหลียงก็ดังขึ้นมาจากห้องอาหาร
“ไปเรียกเธอเข้ามาเถอะ”
ก่อนที่เว่ยหยูหลันจะชะโงกหัวออกมาจากห้องอาหารและพูดเบาๆ
“ท่านเยี่ยค่ะ นายท่านมู่เหลียงอนุญาตให้เข้าพบ”
“ค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่ขานรับก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องอาหาร และเห็นมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลานกำลังนั่งกินมื้อเย็นกันอยู่
…..
“หายากจริงๆ ที่เยี่ยลี่ยี่จะมารายงานในช่วงเย็นแบบนี้”
หยู่ฉินหลานยิ้มให้เล็กน้อย
“กินอะไรมารึยัง?”
“ยังค่ะ”
ใบหน้าสวยๆ ของเยี่ยลี่ยี่แดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย และก้มหน้าลง
เธอไม่คิดว่าจะมาในช่วงเวลามื้อเย็นของตำหนักเจ้าเมืองพอดี มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
“งั้นก็มานั่งกินมื้อเย็นด้วยกันก่อนสิ”
มู่เหลียงพูดอย่างสุขุม
เว่ยหยูหลันก้าวไปด้านข้างพร้อมกับจัดที่ให้เยี่ยลี่ยี่นั่งทันที
“ขอบคุณค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่กล่าวอย่างสุภาพ
เธอนั่งลงก่อนที่จะสบตาหยู่ฉินหลานอย่างไม่ตั้งใจ และเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้สายตาคู่นี้
เยี่ยลี่ยี่รู้สึกอายเกินไปและไม่คิดว่าจะเข้ามาแทรกระหว่างมื้อแบบนี้
เธอไม่ได้คิดจะมาที่นี่เพื่อกินมื้อเย็นจริงๆ มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
“ร้านหนังสือเป็นไงบ้าง พรุ่งนี้พร้อมที่จะเปิดไหม”
มู่เหลียงถามขึ้นหลังจากกลืนเนื้อคำโตไป
“ทุกอย่างพร้อมแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่เงยหน้าขึ้นและพูด
ถ้าเธอไม่มัวแต่อ่านหนังสือจนเพลิน เธอคงมารายงานเรื่องนี้ตั้งแต่บ่าย
“ก็ดีแล้ว….ฉินหลานพรุ่งนี้ไปช่วยเธอหน่อยนะ”
มู่เหลียงสั่งด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
หนังสือภายในร้านนั้นมีมูลค่าสูงมากสำหรับโลกนี้ และคงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นที่ร้านหนังสือ
หยู่ฉินหลานเป็นถึงผู้ตื่นขั้น 6 เธอสามารถกำราบพวกลูกค้าหัวรุนแรงได้สบายๆ
“ได้อยู่แล้ว”
หยู่ฉินหลานพยักหน้าเบาๆ
“แล้วก็นายท่านมู่เหลียง หนังสือบทเรียนที่ขอให้สั่งพิมพ์ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่ยื่นหนังสือที่นำติดตัวมาให้สามเล่ม
“งั้นขอดูหน่อย”
เยี่ยลี่ยี่ส่งหนังสือผ่านหยู่เฟ่ยหยานไปให้มู่เหลียง
หนังสือเล่มแรกคือหนังสือสอนภาษา ที่ภายในนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรและคำต่างๆ มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพอใจ
จากนั้นเขาก็เปิดดูหนังสืออีกเล่มเป็นหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งตัวหนังสือนั้นดูคมชัดมาก
“การตีพิมพ์ได้คุณภาพมาก ใช้รูปแบบนี้ตีพิมพ์เพิ่มได้เลย”
มู่เหลียงกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดโรงเรียนในอนาคต
เวลานี้ในเมืองเต่าทมิฬมีเด็กอยู่จำนวนมาก และอายุเฉลี่ยที่หกถึงเจ็ดขวบ ซึ่งเป็นวัยกำลังเข้าเรียนพอดี
“ได้ค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่ขานรับพร้อมกับจดจำคำสั่งให้ขึ้นใจ
“จริงด้วย….รูปของพี่สาวมินโฮก็เสร็จแล้ว”
มู่เหลียงพึ่งนึกอะไรได้ และหันไปทางมินโฮก่อนที่จะพูดต่อ
“หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จแล้ว ไปที่ห้องทดลองของฉัน ไปเอาแม่พิมพ์รูปพี่สาวไปให้เยี่ยลี่ยี่ด้วย พรุ่งนี้เราจะส่งรูปภาพเหล่านี้ออกไปให้คนช่วยกันตามหา”
“อื้มเข้าใจแล้ว”
มินโฮพยักหน้าอย่างจริงจัง และหูกระต่ายของเธอกระดิกไปมาแสดงออกว่าเธอกำลังมีความสุข
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved