(ปรับแก้ไขชื่อของหยู่เเฟ่ยเป็นโหย่วเฟ่ยนะคร้บ ตอนก่อนผมลืมเขียนอธิบาย)
ภายในโรงเตี๊ยม
มู่เหลียงเปิดหน้าต่างออกเล็กน้อยให้พอมีช่องว่าง และเห็นไปถึงถนนด้านนอกที่มืดสนิท
“มู่เหลียง…คิดอะไรอยู่”
มินโฮถามขึ้นด้วยความสงสัย
ตั้งแต่กลับมาที่พักเธอเห็นว่ามู่เหลียงเอาแต่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา
มู่เหลียงปิดหน้าต่าง ก่อนที่จะกลับมานั่งที่โต๊ะ และพูดด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ
“เรากำลังถูกจับตามอง”
ระหว่างทางที่กลับมา มู่เหลียงเองก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
เขาจึงให้เสี่ยวไกออกไปสำรวจรอบๆ และพบว่ามีคนแอบเฝ้ามองเขาอยู่
“จับตา? ใครกำลังจับตาดูเรา”
มินโฮคิ้วขมวดด้วยความสงสัยที่มากขึ้น
และหูกระต่ายของเธอก็ตั้งตรงพร้อมกับกระดิกเบาๆ ราวกับพยายามจะฟังเสียงของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ด้านนอก
“ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าพวกไหน”
มู่เหลียงตอบด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
เขามาลองคิดดูแล้วมีไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องการจับตาดูเขาเอาไว้
เซียฮูก็ตายไปแล้ว ก็เหลือแต่หยูจู หยูเฟ่ยหยาน และหลู่ชวน ที่น่าสงสัย
แต่ทั้งสามคนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาจับตาดูเขาแบบนี้ เว้นแต่ว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“พวกมันอยู่ไกลเกินไป ฉันแทบไม่ได้ยินอะไรเลย”
หูกระต่ายของมินโฮตกลง
“ไม่ต้องเสียใจไป วันข้างหน้าหูของมินโฮจะได้ยินสิ่งที่อยู่ไกลออกไปเป็นพันๆ เมตรแน่นอน”
มู่เหลียงลูบหัวของมินโฮเพื่อปลอบใจเธอ
ความสามารถของเด็กสาวหูกระต่ายคนนี้ยังไม่เติบโตเต็มที่ หากว่าได้รับการฝึกอีกหน่อยคาดว่าต่อไปเธอจะสามารถได้ยินไกลขึ้นอีกสองสามเท่า
“แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ทำเป็นไม่สนใจพวกมันงั้นหรอ”
มินโฮถามขึ้นอย่างกังวล
เด็กสาวไม่ใช่คนที่เข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ได้ ความเข้าใจของมินโฮนั้นตรงไปตรงมา อย่างคนชมเธอก็คือชอบเธอเท่านั้น
“อย่าได้คิดมาก พอลี่เยว่กลับมาแล้ว ฉันจะออกไปตรวจสอบเอง”
มู่เหลียงเป็นกังวลเกินไปที่จะปล่อยให้มินโฮอยู่คนเดียว
เขานั้นมีข้อสงสัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นในหัวตอนนี้ และต้องการที่จะยืนยันเรื่องเหล่านั้น
ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังจับตาดูเขาอยู่ เขาจะต้องคิดให้ออกว่าพวกมันมีแผนอะไร และเตรียมตัวรับมือกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น
“อือ”
มินโฮขานรับอย่างเชื่อฟัง
“กินอะไรหน่อยไหม?”
มู่เหลียงสร้างบอลน้ำขึ้น และเติมลงในภาชนะใส่น้ำภายในห้องพัก
“อยากกินเนื้อย่าง”
มินโฮเดินไปหยิบเนื้อตากแห้งออกมาจากห่อผ้า
“เอาเลยกินเถอะ”
มู่เหลียงมองดูมินโฮที่กำลังกินอย่างงุ่มง่ามอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะหันกลับมาสนใจถุงผลึกสัตว์อสูรที่ได้รับมาจากหยู่เฟ่ยหยาน
เขาหยิบผลึกสัตว์อสูรออกมาและคิดในใจ
“ระบบเปลี่ยนเป็นแต้มฝึกฝน”
-ติ๊ง!! เปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานสำเร็จได้รับแต้มฝึกฝน 10,700 แต้ม-
“ได้แต้มเกินมาต้อง 700 แต้ม”
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะมองดูผลึกสัตว์อสูรหายไปจากถุงผ้า
เขามองไปยังมินโฮที่นั่งกินเนื้อย่างอยู่ และนึกขึ้นได้ว่าลี่เยว่ยังไม่กลับมาสักที หากว่าคนที่จับตาอยู่บุกขึ้นมา หรือดักทำร้ายลี่เยว่คงแย่แน่
เพื่อความปลอดภัยมู่เหลียงตัดสินใจว่าจะวิวัฒนาการเสี่ยวไกให้เป็นระดับ 5 ก่อน เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อย่างน้อยเขาก็อุ่นใจในระดับหนึ่งว่าเสี่ยวไกจะช่วยเขาได้
“มินโฮอยู่นี้อย่าไปไหน เดี๋ยวฉันออกไปข้างนอกก่อน”
มู่เหลียงลุกขึ้นพร้อมกับออกคำสั่งกับเด็กสาว
“กะ-ก็ได้”
มินโฮดูลังเลที่จะตอบรับ และก็ถามขึ้นด้วยความกังวล
“มู่เหลียงจะกลับมาตอนไหน…ฉันจะอุ่นเนื้อย่างไว้ให้”
“อย่าได้คิดมาก ไม่นานฉันก็กลับมาแล้ว”
มู่เหลียงดีดไปบนหน้าผากของมินโฮเบาๆ
“งั้นก็ดีแล้ว”
มินโฮกุมหน้าผากของเธอ พร้อมกับถอนหายใจโล่งอก
“แต่อย่าเปิดหน้าต่างเด็ดขาด”
มู่เหลียงเตือนอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง
“เข้าใจแล้ว”
มินโฮตอบอย่างเชื่อฟัง
แอ๊ด
มู่เหลียงปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเปิดใช้ความสามารถ เกล็ดแข็งพรางตา และเดินออกไปนอกโรงเตี๊ยม
เขาคิดในใจ
“เสี่ยวไก ไปรอฉันที่หลังโรงเตี๊ยม”
ตอนนี้กิ้งก่าสามสีนั้นตัวยาวถึง 4 เมตร หากว่ามันยังได้รับการวิวัฒนาการต่อไป ตัวของมันคงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
หากว่าไม่มีสถานที่เงียบๆ ลับตาคน การปรากฏตัวของมันคงสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนไม่น้อย
มู่เหลียงมาหาเสี่ยวไกที่หลังโรงเตี๊ยม
เขาไม่รอช้าวางมือบนหัวของเสี่ยวไก
“ระบบวิวัฒนาการเสี่ยวไกเป็นระดับ 5”
-ติ๊ง!! หากเจ้านายต้องการวิวัฒนาการกิ้งก่าสามสีจากระดับ 4 ไประดับ 5 ต้องใช้แต้มฝึกฝน 10,000 แต้ม-
-ทำการหักแต้มฝึกฝน-
-ยินดีด้วย กิ้งก่าสามสีวิวัฒนาการระดับ 5 สำเร็จ-
-เจ้านายต้องการรับสืบทอดทักษะ ฟื้นฟูแขนขา จากกิ้งก่าสามสีหรือไม่-
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….กำลังปรับแต่ง….ถ่ายทอดสำเร็จ-
ร่างกายของมู่เหลียงราวกับลงไปแช่ในบ่อน้ำอุ่น และเหมือนกล้ามเนื้อของเขามีคนงานตัวจิ๋วกำลังขัดเกลากล้ามเนื้อ และกระดูกของเขาอยู่ตลอดเวลา จนได้ยินเสียงแคร็กๆ ออกมาจากตัว
พละกำลังของเขากำลังเพิ่มขึ้น
ฟุบๆ
มู่เหลียงต่อยหมัดออกเป็นชุด และได้ยินเสียงของลมที่แหวกออก
เขากำหมัดขึ้นพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าเซียฮูโดนเราในตอนนี้แทงศอกใส่ คงตายในทันที”
มู่เหลียงเปิดค่าสถานะใหม่ขึ้นมาดูทันที
ผู้ฝึก : มู่เหลียง
ถึกทน 62.6
ว่องไว 61.5
กำลัง 63.7
ปราณ 90
อายุขัย 24 / 1450 ปี
แต้มฝึกฝน 60 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)
แต้มวิวัฒนาการ 26,448
ความสามารถ ควบคุมปฐพีระดับ 4 ฟื้นฟูแขนขาระดับ 5 กายมนุษย์ระดับ 1 ถักทอใยแมงมุมระดับ 4
น้ำตานางฟ้าระดับ 1 อาณาเขตแสงดาวระดับ 3
…..
สิ่งที่ฝึกฝน เต่าหิน(ระดับ 4) ทักษะ ควบคุมปฐพีระดับ 3
เสี่ยวไก กิ้งก่าสามสี(ระดับ 5) ทักษะ ฟื้นฟูแขนขาระดับ 5
เซียวหง แมงมุมผีแดง(ระดับ 4) ทักษะ ถักทอใยแมงมุม 4
ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 1) ทักษะ น้ำตานางฟ้า 1
ต้นชาเขียวประกาย(ระดับ 3) ทักษะ อาณาเขตแสงดาว 3
…..
มู่เหลียงมองดูค่าสถานะใหม่ และชำเลืองมองดูอายุขัยที่เพิ่มขึ้น เขาเริ่มที่จะคุ้นเคยกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้นแบบนี้แล้ว
“ค่าสถานะของร่างกายทั้งสี่อย่างเกิน 60 หมดแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่จะรู้สึกได้ถึงพลังที่ล้นหลาม”
มู่เหลียงเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ มันทำให้เขามุ่งเน้นไปที่การทำสิ่งใหม่ๆ ได้
แล้วชื่อของความสามารถใหม่ฟื้นฟูแขนขา แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ามันทำอะไรได้
หากเขาเข้าใจไม่ผิดความสามารถนี้สามารถที่จะงอกแขนขาขึ้นมาใหม่ได้เหมือนกิ้งก่า
“การป้องกันจากเกล็ดแข็งนั้นคงไม่พอ การได้พลังรักษามาแบบนี้ยิ่งทำให้เราถึกทนยิ่งกว่ารถถังเสียอีก”
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปยังเสี่ยวไก ขนาดตัวของมันขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า นั้นคือความยาวของลำตัวมันตอนนี้คือ 8 เมตรแล้ว
ตัวของมันไม่ต่างจากรถทัวร์คันหนึ่ง
เกล็ดและผิวหนังของมันดูสวยงามอย่างมาก แต่ละอันมีขนาดเท่ากับกำปั้นของเขา ไล่เฉดสีสามสีอย่างสวยงาม
กี้!
เสี่ยวไกแลบลิ้นออกมาซึ่งดูไม่ต่างจากแส้ และมันทำท่าอยากจะเลียเจ้านายมันเต็มแก่
มู่เหลียงถอยหนีทันที และยกมือเคาะหัวมันไปแรงๆ หนึ่งที ก่อนที่จะดุมัน
“นี้แกไม่ได้ดูสารรูปตัวเองตอนนี้เลยใช่ไหม? ลิ้นของแกคงมีแต่เต่าทมิฬน้อยเท่านั้นแหละที่ทนได้”
กี้?
เสี่ยวไกเอียงหัวทำหน้าไม่พอใจ
“พอๆ เลิกเล่นได้แล้ว รีบพรางตัวอย่าให้ใครเห็น”
มู่เหลียงสื่อสารกับมันผ่านทางจิต
แล้ววินาทีต่อมาเสี่ยวไกก็เข้าสู่สภาวะล่องหน
ตุบ!
ขณะที่มันเคลื่อนที่มันก็ได้ทิ้งรอยเท้าเอาไว้ด้วย
“เห้ย!! แกควรพยายามให้มากกว่านี้ในการคุ้นชินกับพลังใหม่โดยเร็ว!”
มู่เหลียงเอามือขึ้นมาก่ายหน้าผากอย่างหนักใจ
เขาพบว่าเสี่ยวไกไม่ได้ฉลาดขึ้นเลยยังเหมือนเด็กสามสี่ขวบเช่นเดิม
กี้!
“เออๆ รู้แล้ว เดี๋ยวจะใช้แต้มฝึกฝนทำให้แกอิ่มเอง”
ตอนนี้มู่เหลียงแทบจะเข้าใจสิ่งที่เสี่ยวไกพูดหมดแล้ว และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ที่มันรู้จักขอของกิน
เพราะก่อนหน้านี้เขาเห็นว่าตัวของเสี่ยวไกยังไม่ใหญ่มาก และให้มันหาอาหารเอง จนมันรู้สึกอิจฉาเต่าทมิฬที่สามารถกินแต้มฝึกฝนได้
“ไปรอที่ทางเข้าโรงเตี๊ยมซะ”
มู่เหลียงออกคำสั่งกับเสี่ยวไก
“ต่อจากนี้แกต้องคอยปกป้องมินโฮกับลี่เยว่เข้าใจไหม?”
กี้!
หลังจากเดินไปได้สักพักมันก็เริ่มคุ้นชินกับพลังใหม่ และก้าวต่อไปหลังจากนั้นมันก็ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้อีกเลย
ร่างที่ใหญ่โตของมันผ่านมู่เหลียงไปอย่างรวดเร็ว จนเกิดกระแสลมขึ้น
“ถ้าหากขี่เสี่ยวไกได้คงจะน่ากลัวไม่น้อย”
มู่เหลียงเอามือแตะไปที่คางก่อนที่จะครุ่นคิด
เขายังคงอยู่ในสถานะล่องหนอยู่ ก่อนที่เขาจะเดินไปตามทาง
และมาหยุดอยู่ตรงหน้าโรงเตี๊ยม กระบวนการทุกอย่างตั้งแต่เขาออกมาและวิวัฒนาการเสี่ยวไกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แอ๊ด
“กลับมาแล้ว”
มู่เหลียงเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับเห็นมินโฮที่ยินอยู่ที่มุมห้องด้วยสีหน้าซีดเซียวและสั่นเทา
“มู่เหลียง!! กลับมาแล้วหรอ!”
มินโฮรีบวิ่งเข้าไปหามู่เหลียงทันที
“เกิดอะไรขึ้น!? มีคนแอบเข้ามางั้นหรอ!”
สีหน้าของมู่เหลียงจริงจังขึ้นมาทันที และกวาดสายตาไปรอบๆ
“ไม่…ไม่มีใครเข้ามา”
มินโฮซบอกมู่เหลียงด้วยร่างกายที่สั่นเทาไปหมด
มีร่องรอยความกลัวบังเกิดขึ้นในแววตาของมินโฮอย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
“ข้างนอก….ฉันสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัวมากๆ มันกำลังเดินอยู่นอกโรงเตี๊ยม”
“ห้ะ…อะไรน่ากลัวเดินอยู่ข้างนอกงั้นหรอ”
มู่เหลียงตกใจกับสิ่งที่มินโฮพูด
“ความรู้สึกมันกดดันมาก และมันพยายามมองเข้ามาในห้องด้วย”
มินโฮดึงหูกระต่ายมาปิดหน้าเอาไว้ด้วยควาามกลัว
“อย่าบอกนะว่าที่มินโฮพูดถึงคือเสี่ยวไก?”
มู่เหลียงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง
ไม่คิดว่าสัตว์เลี้ยงของเขาจะทำให้มินโฮกลัว
“หา…เสี่ยวไก”
มินโฮถึงกับตกใจ
จากนั้นการตอบสนองของเธอก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนที่จะมองมู่เหลียงด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง ก่อนที่จะมุ้ยปากพูดด้วยความเจ็บใจ
“อย่าบอกนะว่าเจ้าจิ้งจกนั้นเดินผ่านไปเมื่อกี้!”
“ก็…เออ…ใช่! ฉันสั่งให้มันเฝ้าทางเข้าเอาไว้”
มู่เหลียงอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“โถ่!! ตกใจหมดนึกว่ามีปีศาจร้ายอยู่ข้างนอก!”
ความรู้สึกที่หวาดกลัวเมื่อครู่สลายหายไปทันที ทำให้มินโฮดูผ่อนคลายขึ้น
“รู้ไหมฉันกลัวแทบแย่ จนเกือบจะวิ่งหนีออกไปตามหามู่เหลียงแล้ว”
“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะให้เสี่ยวไกมาขอโทษ มินโฮเอาไหม”
มู่เหลียงลูบหัวของมินโฮเบาๆ
“ฮิๆ ถึงมันจะบอกขอโทษฉันก็ไม่เข้าใจมันหรอก”
มินโฮพูดอย่างขบขัน และกลอกตาไปมา
“เดี๋ยวฉันแปลให้เธอฟังก็ได้ หรือถ้าอยากให้มันเต้นฉันก็สั่งมันได้”
มู่เหลียงต้องการโอ๋มินโฮจึงจะสั่งให้เสี่ยวไกทำตัวน่าอายต่อหน้ามินโฮเป็นการเอาคืน
“เสี่ยวไกเต้นได้จริงงั้นหรอ?”
ดวงตาสีฟ้าของมินโฮจ้องมองอย่างคาดหวัง
“ทำไมจะไม่ได้ ถึงไม่ได้ฉันจะฝึกมันเอง”
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวอารมณ์ดีขึ้น และหายกลัวแล้ว ทำให้มู่เหลียงอย่าจะแกล้งเธอสักหน่อย
“หรือว่ามินโฮจะสอนมันเต้นก็ได้นะ”
“ไม่ๆ ฉันเต้นไม่เป็น”
มินโฮโบกมือปฏิเสธอย่างเขินอาย
“การเต้นสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ และเป็นอิสระมากๆ ถ้าหากเธอคิดว่าท่าไหนมันถูกใจก็จดจำเอาไว้ และนำหลายๆ การเคลื่อนไหวมารวมกันเป็นการเต้นได้”
มู่เหลียงนั้นคิดถึงวงนักเต้น หรือนักร้องในโลกเดิมของเขา และอธิบายถึงหลักการเต้นให้มินโฮฟัง
“อยากลองดูบ้างจัง”
มินโฮรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เธอนำเนื้อย่างที่วางอยู่ขึ้นมากิน และส่งอีกไม้ให้มู่เหลียง
“กินก่อนที่มันจะเย็น พอเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย”
“กินไปเถอะ แต่ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าเมื่อไรลี่เยว่จะกลับมา”
“ไม่เป็นไร ฉันเก็บส่วนของลี่เยว่ไว้ให้แล้ว”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved