ตอนที่ 155

หลี่เอ๋อกู่เดินออกมาจากหอโภชนาการกับหน่วยนักฆ่า และมายังถนนการค้าอีกครั้ง

“นายท่าน เราจะเอายังไงต่อ”

หนี่จี๋ชาถามขึ้นด้วยความเคารพ

ตอนนี้เธอรู้สึกหิวเล็กน้อย โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็นหลี่เอ๋อกู่กินอาหารจานผักสี่จานไป ยิ่งทำให้เธอหิวมากขึ้นไปอีก

“ไปซื้อของกิน แล้วกลับ”

หลี่เอ๋อกู่ต้องการจะเดินชมร้านค้าอีกสองสามแห่ง และเก็บข้อมูลกลับไป

“รับทราบ”

หนี่จี๋ชาและคนอื่นๆ รอคำสั่งนี้มานานแล้ว

“ไปกันได้แล้ว นี่พึ่งจะร้านแรกเท่านั้น”

หลี่เอ๋อกู่พูดขึ้นก่อนที่จะเดินสุ่มเข้าไปอีกร้านหนึ่ง

หนี่จี๋ชาและคนอื่นๆ ก็ตามไปยังร้านที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนทันที

“เชิญจ้า เชิญเลย…ลูกค้าต้องการรับมันเผาสักหน่อยไหม?”

คนขายกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มทันที

“มันเผาคืออะไร?”

หลี่เอ๋อกู่ถามด้วยความสงสัย

“มันคือพืชที่โตในดิน พวกนี้!”

คนขายชี้ไปยังเถาของมันเทศที่ปลูกอยู่ในกระถางข้างๆ ร้าน

“ใบไม้พวกนี้งั้นหรอ? ทำไมมันถึงต่างจากร้านที่ฉันพึ่งไปกินมาเมื่อครู่นัก”

หลี่เอ๋อกู่ถามอีกครั้ง

“หากลูกค้าได้กินอาหารจากหอโภชนาการแล้ว หนึ่งในอาหารที่ลูกค้าได้กินก็มีส่วนหนึ่งมาจากต้นนี้เหมือนกัน”

คนขายตอบเบาๆ

คนขายและทุกคนในถนนแห่งนี้ถูกฝึกและสอนมาอย่างดีให้ตอบโต้กับลูกค้าเช่นไร

“แบบนั้นเองหรอ”

หลี่เอ่อกู่พยักหน้า

เขาสงสัยเกี่ยวกับรสชาติของมันเผา และถามต่อทันที

“แล้วมันเผาพวกนี้ขายยังไง?”

“สามารถแลกเปลี่ยนด้วยผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำถึงกลางได้”

ก่อนที่พนักงานขายจะแนะนำด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม

“มันเผาวกนี้มีสัมผัสที่นุ่มละมุนและหวานมาก”

“งั้นขอลองสักหน่อยแล้วกัน”

หลี่เอ๋อกู่ล้วงมือเข้าไปหยิบบางสิ่งจากในกระเป๋าของเขา และสิ่งนั้นคือผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับกลางหรืออาจจะเป็นสูง

เขาไม่ได้พกผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำ ส่วนใหญ่แล้วจะพกแต่ระดับกลางไม่กี่ชิ้นเท่านั้นติดตัว

“ท่าแม่ทัพ ให้พวกเราจัดการเอง”

หนี่จี๋ชาหยิบผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำออกมาแล้วส่งให้กับคนขาย

“รอสักครู่ คุณลูกค้า!”

คนขายรับผลึกมา ก่อนที่จะดึงมันเผาอันเท่าหัวคนออกมาจากเตาย่างด้วยที่คีบ

เมื่อมันเผาออกมานอกเตากลิ่นหอมของมันยิ่งรุนแรงมากขึ้น และเมื่อได้เห็นขนาดของมันหลี่เอ๋อกู่รู้ได้ทันทีว่า เขาไม่สามารถกินมันทั้งหมดได้

ราคาของมันเผานั้นถือว่าถูกมากหากเทียบกับผัก และขนาดลูกที่นำออกมาขายนั้นถือว่ามากกว่าผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำเสียอีก และน่าจะเป็นระดับกลางหรือสูง

แล้วต่อจากนั้นเอง

ภายใต้สายตาที่กำลังตกตะลึง คนขายก็ได้หยิบมีดออกมาแล้วหั่นมันเผาครึ่งหนึ่งตามทางยาว และก็หั่นผ่าอีกครึ่งในแนวนอน

มันเผาลูกใหญ่ถูกหั่นแบ่งเป็นแปดส่วน

“นี้เลยคุณลูกค้า มันเผาที่สั่ง!”

คนขายส่งมันเผาชิ้นหนึ่งให้

“อะ ขอบใจ”

มุมปากของหลี่เอ๋อกู่กระตุกเล็กน้อย

เขามองมันเผาอีกเจ็ดชิ้นบนโต๊ะ และรู้สึกว่า เขานั้นมองโลกในแง่ดีเกินไปที่จะได้ทั้งหมด

เนื้อมันเผานั้นสีส้มน่ากินอย่างมาก อีกทั้งเมื่ออยู่ในมือแล้วกลิ่นหอมก็เปลี่ยนไปดูน่ากินมากขึ้น

“งั้นลองเลยละกัน”

หลี่เอ๋อกู่ไม่สามารถทนต่อความน่ากินนี้ได้อีกแล้ว

ฟู่ๆ

หลี่เอ๋อกู่เป่าเพื่อทำให้มันเผาเย็นลงเล็กน้อย ก่อนที่จะกัดเข้าไปหนึ่งคำ

พริบตาที่เขากลืนมันลงคอไป หลี่เอ๋อกู่ถึงกับอุทานเสียงดัง

“อร่อย…อร่อยเกินไปแล้ว มีของอร่อยแบบนี้บนโลกด้วยงั้นหรอ!”

ความหวานทำให้เขาอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก

อึ้ก…

หนี่จี๋ชามองดูพร้อมกับกลืนน้ำลายก้อนโตลงคอ กลิ่นของมันหอมน่ากินจริงๆ

เมื่อเห็นว่าหลี่เอ๋อกู่กิน พวกเธอก็อยากจะลองกินบ้างทันที

แต่อย่างไรก็ตามพวกเธอไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวหรือทำอะไรหากไม่ได้รับคำสั่ง

“ทั้งหมดนี้ ฉันต้องการซื้อมัน แล้วก็ขอซื้อมันเผาแบบไม่หั่นอีกสองลูก”

หูของหลี่เอ๋อกู่นั้นกระดิกไปมาราววกับมีความสุข

“ได้เลยจ้า!”

คนขายฉีกยิ้มกว้างขึ้น

เพราะยิ่งขายได้มากเท่าไร ก็ยิ่งได้แต้มสะสมมากขึ้นเท่านั้น

ในฐานะอดีตโจร ที่ได้รับการฝึกอย่างเข้มข้นอยู่สองวันหลังจากถูกปล่อยตัว และพวกเขาก็ได้เรียนรู้ความสำคัญของแต้มสะสม

“อ๋อ พวกเธออยากจะซื้ออะไรก็ซื้อเลยตามใจได้”

หลี่เอ๋อกู่นึกขึ้นได้ และหันไปบอกหน่วยนักฆ่า

“ระ ระ รับทราบ”

หนี่จี๋ชาเองก็ตกใจเล็กน้อย เพราะตัวเองก็กำลังคิดว่าจะหาโอกาสไหนไปแอบซื้อของพวกนี้ดี

“ฉันไม่ใช่พวกคนแก่งี่เง่า แบบเฟ่ยฉี๋ ไม่ต้องเคร่งขรัดมากเวลาอยู่กับฉัน”

หลี่เอ๋อกู่ยิ้มมุมปากเล็กๆ ก่อนที่จะหยิบมันเผาขึ้นมากินต่อ

ในฐานะผู้ตื่นขั้น 7 เขาต้องกินมากกว่าคนปกติทั่วไป

สำหรับจานผักสี่จานที่กินไปนั้น เรียกว่าได้เติมเต็มแค่เสี้ยวเล็กๆ ในกะเพาะอาหารเขาด้วยซ้ำ

“หัวหน้า?”

เหล่าทีมนักล่ามองไปยังหนี่จี๋ชา

“ซื้อตามใจชอบเถอะ”

แล้วเธอก็นึกถึงหยางปิง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง

“ซื้อเผื่อไว้อีกอันด้วย”

เธออยากให้หยางปิงได้กินสิ่งนี้ เพราะมันอาจจะเป็นอาหารมื้อสุดท้าย และเธอก็อยากให้มันเป็นมื้อที่ดีที่สุดของหยางปิง

“รับทราบ”

หน่วยนักฆ่านั้นเข้าไปสั่งด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น

“ทางร้านยังมีมันตากแห้งที่มีรสชาติที่ไม่เหมือนใครอีกด้วยนะ”

คนขายยื่นมันเผาให้และแนะนำสินค้าอื่นกับทุกคน

“และมันตากแห้งพวกนี้เก็บได้นานกว่า และมีรสชาติที่หวานด้วย”

“ขายยังไง”

หลี่เอ๋อกู่ถาม

“หนึ่งขีด หนึ่งผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำ”

คนขายนำกล่องไม้ออกมาซึ่งข้างในนั้นเป็นมันเทศตากแห้งจำนวนมากสีสันดูน่ากิน

“เอาหมดนี้!”

หลี่เอ๋อกู่พูดอย่างจริงจัง

“ได้เลย ได้เลย”

คนขายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา

ของทั้งหมดที่ขายในตอนนี้หากไปขึ้นเป็นแต้มสะสมมันก็มากพอที่จะแลกเปลี่ยนเครื่องเรือนได้แล้ว และสามารถตกแต่งที่อยู่ให้ดีขึ้น

……

“ไปกันเถอะ”

หลี่เอ๋อกู่รับของทั้งหมดที่ซื้อมา

เขาเดินออกจากร้านไปก่อน พร้อมกับทีมนักฆ่าที่ในมือนั้นถือมันเผาไว้ และมีเก็บไว้ตามเสื้อคลุมอีก

“เราจะกลับมาใหม่อีกครั้งแน่”

หลี่เอ๋อกู่เหลือบไปมองร้านอื่นที่อยู่ตามท้องถนน

เขาต้องนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปยังเมือง และยังคงต้องระมัดระวังเมืองเต่าทมิฬอยู่

ส่วนการจะออกไปจากเมืองเต่าทมิฬนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่ยื่นบัตรผ่านให้และประทับตราก็ออกจากเมืองได้แล้ว

หลี่เอ๋อกู่กลับไปยังเมืองเซิงหยางพร้อมกับหน่วยนักฆ่าที่มีของเต็มมือ

“เป็นไงบ้าง”

ฉือชูรีบเข้ามาถามทันที

เขาเห็นวว่าหลี่เอ๋อกู่ถือของมาเต็มไม้เต็มมือ จึงเกิดความสงสัยขึ้น

“มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่บนหลังสัตว์อสูรตัวนี้”

หลี่เอ๋อกู่พูดเสียงเบา ก่อนที่จะกล่าวต่อ

“เมืองมีชื่อว่าเมืองเต่าทมิฬ และเจ้าเมืองเต่าทมิฬนั้นมีกลิ่นไอและความรู้สึกเช่นเดียวกับเจ้าเมืองเซิงหยาง”

……

“ว่าไงนะ…จะบอกว่าเจ้าเมืองเต่าทมิฬก็เป็นผู้มีพลังขั้น 8 งั้นหรอ?”

ฉือชูพูดอย่างตกใจ

“มีโอกาสเป็นไปได้ถึงสิบส่วน”

หลี่เอ๋อกู่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“แล้ววพวกเขามีท่าทีเป็นศัตรูหรือไม่”

เฟ่ยฉี๋เมื่อมาถึงก็ถามขึ้นทันทีด้วยเสียงอันแหบแห้ง

“พวกเขาเป็นมิตรมาก และดูเหมือนว่าการมาของพวกเขาแค่ต้องการจะทำมาค้าขายเท่านั้น”

หลี่เอ๋อกู่อธิบายอย่างสั้นๆ

“ที่บนนั้นมีถนนการค้าอยู่ด้วย หากผ่านด่านตรวจของเมืองแล้ว จะสามารถขึ้นไปแลกเปลี่ยนซื้อขายได้”

“หลังจากนี้ต้องเพิ่มระดับการป้องกัน และแอบเพิ่มจำนวนทหารยาม”

เฟ่ยฉี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบหลังจากฟังหลี่เอ๋อกู่พูดจบ

หลังจากรู้ว่าเจ้าเมืองเต่าทมิฬอาจเป็นผู้มีพลังขั้น 8 ที่พวกเขาทั้งสามไม่ใช่คู่ต่อกรด้วย คงจะเป็นการดีกว่าที่จะทำให้บรรยากาศภายนอกนั้นดูผ่อนคลายลง และเน้นการป้องกันภายใน พร้อมรับมือตลอดเวลา

“ตามนั้น”

หลี่เอ๋อกู่ยักไหล่

“สิ่งที่ถืออยู่นั้น เอามาจากเมืองเต่าทมิฬงั้นหรอ”

ฉือชูชี้ไปยังสิ่งของที่หลี่เอ๋อกู่ถืออยู่

“ใช่แล้ว”

หลี่เอ๋อกู่พยักหน้า

เขาเอาของทุกอย่างไปซุกไว้ด้านหลังพร้อมกับพูดเบาๆ

“ถ้าต้องการก็ขึ้นไปซื้อเอง สิ่งเหล่านี้ไม่แบ่งให้หรอกนะ”

“ขี้เหนี่ยวชะมัด”

ฉือชูรวบผมของเขาราวกับต้องการจะหยิบอะไรออกมาสักอย่าง

“ฉันไปล่ะ อาจจะเหลือบ้างส่วนไว้ให้นะ!”

หลี่เอ๋อกู่โบกมือก่อนจะรีบวิ่งจากไป

“พวกเจ้า ส่งของที่พวกเจ้ามีออกมา”

เฟ่ยฉี๋นั้นมองหลี่เอ๋อกู่จากไป พร้อมกับหันมาพูดกับหน่วยนักฆ่าทันที

“...รับ…ทราบ”

หนี่จี๋ชาได้แต่ขบฟันแน่น และยื่นมันเผาที่ซื้อมา ให้กับเฟ่ยฉี๋อย่างไม่เต็มใจ

ตอนนี้มันเทศที่เธอต้องการเอาไปให้หยางปิงนั้นถูกเอาไปแล้ว

“.....”

หน่วยนักฆ่าทุกคนเองก็ต้องยอมยื่นมันเผาให้ อย่างไม่เต็มใจเหมือนกัน

เมื่อเห็นฉากนี้ฉือชูก็แสยะยิ้มอย่างดูถูก

เขารู้สึกสมเพชมากที่เฟ่ยฉี๋ผู้นี้แย่งของจากลูกน้องตัวเองอย่างหน้าไม่อาย