ตอนที่ 262

เก๋งๆ

ที่โรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณบนชั้นสี่ของเนินสูง เมืองเต่าทมิฬ

อาหลี่ย่ากับอาหลี่เช่อกำลังทำตัวต้นแบบของตู้เย็น

ทั้งสองเก็บตัวและทำงานอยู่ในโรงงานมาหลายวัน และออกไปเดินเล่นเป็นครั้งคราวเท่านั้น

โดยเวลาส่วนใหญ่ของทั้งคู่อยู่แต่ในโรงงาน เพราะมีงานที่ได้รับมอบหมายมา

“มันคงจะไม่พังหรอกนะ”

อาหลี่ย่าวางเกล็ดงูเหมันลงไปในตู้สีขาว

อาหลี่เช่อเอาผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับทั่วไปติดเข้าไปที่ตัวตู้ ข้างๆ กับเกล็ดงูเหมัน ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมเส้นเลือดเข้าถึงกัน

ผลึกสัตว์อสูรจะกระตุ้นคุณสมบัติพิเศษของเกล็ดงูเหมัน ทำให้ภายในตู้ปล่อยอากาศเย็นออกมา

ตู้เย็นที่ออกแบบมาสูงหนึ่งเมตร กว้างหนึ่งเมตร และแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนบนกับส่วนล่าง

อาหลี่เช่อลองเปิดประตูตู้เย็นด้วยสีหน้าขึงขัง

สักพักก็มีลมเย็นพัดปะทะหน้าของเธอ ทำให้หญิงสาววัย 25 ปีต้องผงะงายหลัง

“ดูเหมือนว่ามันจะได้ผล!”

แววตาของอาหลี่ย่าเป็นประกาย

“เราทำสำเร็จ”

อาหลี่เช่อพูดขึ้น และมองดูตู้เย็นตรงหน้า มันคือยุทธภัณฑ์ระดับกลาง

เธอได้เชื่อมเส้นเลือดทั้งหมดห้าเส้นกับตู้เย็นนี้ สามเส้นตรงที่ส่วนบน สองเส้นที่ส่วนล่าง

แต่ละเส้นจะพาความเย็นไปเท่าๆ กัน ยิ่งเส้นเลือดเยอะก็ยิ่งเย็น

เพราะเกล็ดงุเหมันเองก็ให้ไอเย็นที่สม่ำเสมอ หลังจากผ่านการเชื่อมเส้นเลือดแล้ว อากาศเย็นก็ไหลไปทั่วตู้เย็น

ตู้เย็นนี้หากไม่ได้ติดเกล็ดงูเหมันเข้าไป มันก็เป็นแค่ตู้ที่คลุมด้วยหนังสัตว์และทำมาจากกระดูกของสัตว์อสูร

แต่เมื่อติดเกล็ดงูเหมันเข้าไปมันก็ได้กลายเป็นตู้เย็นทันที

“เรารีบเอาไปให้ท่านเจ้าเมืองดูกันเถอะ”

อาหลี่ย่าถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งที่หายไป

สองพี่น้องได้ทำตู้เย็นนี้มาหลายวันและแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

“ใช่รีบไปกันเถอะ”

อาหลี่เช่อน้ำเสียงดูผ่อนคลายลง

ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากโรงงาน และนำตู้เย็นไปที่ชั้นบนสุดของเนินสูง

ที่หน้าประตูห้องทำงานของมู่เหลียง เว่ยหยูหลันยืนอยู่เงียบๆ และเล่นนิ้วของเธอ รอคำสั่งจากมู่เหลียง

ตุบๆ

อาหลี่ย่ากับอาหลี่เช่อได้ถือตู้เย็นเดินตรงเข้ามา

“ต้องการมาพบท่านมู่เหลียงรึป่าว”

เว่ยหยูหลันถามพร้อมกับสายตาที่มองไปยังตู้ที่คลุมหนังสัตว์อย่างสงสัย

“ใช่ โปรดแจ้งด้วยว่าพวกเรามาขอเข้าพบ”

อาหลี่เช่อตอบเบาๆ

“รอสักครู่”

เว่ยหยูหลันเคาะประตู และพูดขึ้น

“นายท่านมู่เหลียง พี่น้องอาหลี่มาขอเข้าพบ”

“ให้เข้ามา”

เสียงของมู่เหลียงตอบกลับมาอย่างสบายๆ

เมื่อเว่ยหยูหลันได้ยินคำตอบ เธอก็ผลักประตูให้สองพี่น้องเดินเข้าไป

“ท่านเจ้าเมือง! พวกเราสร้างตู้เย็นสำเร็จแล้ว”

อาหลี่ย่ากล่าวอย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะเอาตู้เย็นไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของมู่เหลียง

“ได้แล้วยังงั้นหรอ เร็วกว่าที่คิดอีก”

แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาวางมือจากการเขียนหนังสือ และลุกขึ้นสำรวจตู้เย็นอย่างสนใจ

เดิมที่เขาคิดว่าสองพี่น้องคงใช้เวลาอย่างน้อยสิบวันเพื่อศึกษาและกว่าจะทดลองสร้างสำเร็จ

แต่กลายเป็นว่าสองพี่น้องอาหลี่นั้นสามารถสร้างตัวต้นแบบได้เร็วกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้

“มันก็ไม่ได้ยากอะไร”

อาหลี่ย่ายิ้มมุมปาก และดูภูมิใจเล็กน้อย

แกร็ก

มู่เหลียงเปิดประตูตู้เย็นส่วนล่างดู และเห็นว่าข้างในนั้นว่างเปล่า พร้อมกับมีกระแสลมเย็นๆ พัดออกมา

ก่อนที่มู่เหลียงจะพูดขึ้น

“ฉันอยากเพิ่มเติมอะไรอีกเล็กน้อย ช่วยเพิ่มชั้นวางในตู้ชั้นล่าง แล้วช่องไว้เก็บของด้วย”

“เข้าใจแล้ว”

อาหลี่เช่อกับอาหลี่ย่ามองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ว่าแต่ ตู้เย็นนี้ทำยากไหม?”

“ไม่เท่าไร”

อาหลี่ย่าตอบเบาๆ

หนังและกระดูกสัตว์อสูรที่เอามาทำตู้เย็นนั้นไม่ได้หายาก สิ่งที่ต้องการจริงๆ ก็แค่เกล็ดงูเหมันกับผลึกสัตว์อสูรเท่านั้น

แต่ที่ใช้เวลาทำในตอนแรกช้านั้นเพราะว่าไม่มีความรู้อะไรเลย และเริ่มจากศูนย์

“ถ้าหากมีวัตถุดิบเพียงพอ วันหนึ่งจะสร้างตู้เย็นได้กี่อัน”

มู่เหลียงถามต่ออย่างจริงจัง

อาหลี่เช่อดูครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะตอบ

“น่าจะสองตู้ต่อวัน เพราะที่โรงงานไม่มีแรงงาน”

“ดีฉันจะส่งคนให้ เธอสั่งให้พวกเขาทำงานที่ไม่ยุ่งยาก เพื่อลดภาระงานพวกเธอ”

มู่เหลียงพูดพร้อมกับปิดตู้เย็น

“เข้าใจแล้ว”

อาหลี่ย่าพยักหน้าอย่างจริงจัง

มู่เหลียงถามต่อ

“แล้วผลึกสัตว์อสูรที่ใช้ ให้พลังงานกับตู้เย็นนี้ได้กี่วัน”

“หากดูจากตอนนี้ด้วยผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับทั่วไปตู้เย็นน่าจะทำงานได้ 10 วัน”

อาหลี่ย่าประมาณการณ์เวลาออกมา

“สิบวัน ก็พอได้”

มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อย

ก่อนที่จะพูดอย่างใจเย็น

“เดี๋ยวตู้เย็นนี้ทิ้งไว้ที่นี่ก่อน พวกเธอสองคนกลับไปสร้างตู้เย็นแบบนี้ออกมาอีกสิบตู้ที”

“ค่ะ”

อาหลี่เช่อกับอาหลี่ย่าขานรับพร้อมกัน ก่อนที่จะก้าวเดินถอยหลังออกไปจากห้องทำงาน

เมื่อประตูห้องปิดลง

มู่เหลียงก็ยกตู้เย็นขึ้น และยิ้มมุมปาก เขาเอาไปวางไว้ที่มุมโต๊ะทำงานของเขา

พร้อมกับพูดกับตัวเอง

“เมื่อมีตู้เย็น ต่อจากนี้เราก็จะสร้างสินค้าใหม่ๆ ได้แล้ว และเปิดร้านค้าใหม่ได้”

มู่เหลียงมีความคิดมากมายภายในหัว ว่าจะเปิดร้านขายหวานเย็น หรือร้านทำเครื่องดื่มเย็นๆ ขาย

แต่อย่างแรกเลยประโยชน์ของมันคือง่ายต่อการเก็บของสด และไม่จำเป็นต้องไปที่ห้องแช่อีกต่อไปเพื่อเอาของสดออกมา

“มินโฮจะต้องชอบสิ่งนี้แน่”

มู่เหลียงพูดพึมพำกับตัวเอง

“มู่เหลียง!!”

มีเสียงเรียกขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ก่อนที่มันจะถูกเปิดออกพร้อมกับมินโฮที่เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างตื่นเต้น

และสิ่งแรกที่เธอเห็นเลยคือตู้เย็นที่พึ่งสร้างเสร็จ

“มู่เหลียงนั่นอะไร?”

มินโฮถามทันที

“มันคือตู้เย็น”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

มินโฮกระพริบตาด้วยความสงสัยและถามต่อ

“ตู้เย็น? หรือว่ามันคือห้องแช่แบบพกพาที่มู่เหลียงเคยพูดก่อนหน้านี้”

มินโฮเคยเห็นภาพร่างของตู้เย็นมาก่อนและได้ถามกับมู่เหลียงไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งมู่เหลียงได้อธิบายแบบง่ายๆ ว่ามันคือห้องแช่แบบพกพา และเคลื่อนที่ได้

“เดี๋ยวเอามันไปไว้ในห้องครัวได้เลย และใช้เก็บของที่เสียง่ายทั้งหมด”

มู่เหลียงกวัดมือเรียกให้มินโฮเข้ามารับตู้เย็นไป ด้วยสีหน้าที่ยินดี

ตอนนี้เขามีความคิดหลายอย่างที่จะต้องเขียนเพื่อพัฒนาเมืองเต่าทมิฬต่อ และต้องรีบลงมือทำ

“ได้เลย”

มินโฮเดินเข้าไปหาตู้เย็นอย่างตื่นเต้น

เธอยกตู้เย็นขึ้นมา และเดินออกไปจากห้องทำงานอย่างกระตือรือร้น เธอมุ่งหน้าตรงกลับไปห้องครัวอย่างรวดเร็วโดยไม่แวะที่ไหนอีกเลย

เมื่อมินโฮมาถึงห้องครัวเธอก็ยัดทุกอย่างที่จะใส่ได้เข้าไปในตู้เย็นทั้งหมด

ก่อนที่มินโฮจะเห็นว่ามันยังมีพื้นที่ว่างอยู่อีกหน่อย

“เอาเนื้อสดเก็บไว้ในตู้เย็นด้วย…แล้วก็มะเขือเทศ”

มินโฮเห็นอะไรก็หยิบใส่ตู้เย็นหมด

ไอเย็นที่ออกมาจากตู้เย็นนั้นทำให้ผิวนอกของมะเขือเทศเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แม้แต่น้ำที่ใส่เข้าไปก็กลายเป็นน้ำแข็ง

“คุณมินโฮ คิดว่าแบบนี้มันยังกินได้อยู่ไหม?”

เว่ยหยูหลันที่อยู่ด้วยก็ถามขึ้นอย่างสงสัย

“มันก็น่าจะกินได้อยู่ละมั้ง”

มินโฮเองก็ตอบอย่างไม่มั่นใจ