หอสามดวงดาว เป็นสิ่งปลูกสร้างที่กินพื้นที่มากที่สุดในถนนการค้า และมีหลายชั้นและมีห้องมากที่สุด
มิอาและซิไป่ฉีเดินเข้ามาถึงหน้าหอสามดวงดาวพร้อมกับมองไปรอบๆ และเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีหน้าต่างเยอะมาก
“เข้าไปกันเถอะ คืนนี้เราจะพักที่นี่”
มิอาเดินนำพาซิไป่ฉีเข้าไปในหอสามดวงดาว
ที่ชั้นแรกเป็นพื้นที่ต้อนรับและมีเคาเตอร์ตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมกับพนักงานรออยู่
แม่มดพันหน้านั่งเท้าแก้มเธอด้วยความเบื่อหน่าย
งานที่เธอได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานบริการ และดูแลลูกค้าให้ดี แต่เพราะไม่ค่อยมีคนสนใจมากนักจึงเริ่มทำให้เธอรู้สึกกังวลใจ
“นั้นมัน…ลูกค้า!!”
แม่มดพันหน้าเมื่อเห็นคนเดินเข้ามาก็เริ่มแสดงท่าทางที่กระตือรือร้นทันที
เธอยืนขึ้นพร้อมกับพูดอย่างสุภาพ
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ลูกค้าต้องการที่พักไหม”
“ใช่”
มิอาพยัหหน้าตอบ”
“หอสามดวงดาวของเรามีห้องสามแบบ ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการห้องแบบไหนดีเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เอาดีที่สุด”
ซิไป่ฉีแทรกขึ้นมาพร้อมกับชูนิ้วชี้ขึ้น
แม่มดพันหน้ามองไปยังเด็กสาวตัวเล็กผมสีทอง
ก่อนที่จะมองไปยังหญิงสาวที่ใบหน้าเย็นชา และถามพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไม่ทราบว่าจะเอาตามที่คุณหนูท่านนี้ต้องการเลยไหมเจ้าค่ะ”
“ฉันไม่ใช่เด็กนะ!!”
ซิไป่ฉีคิ้วขมวดทันที
เธอยืนเขย่งเท้า พร้อมกับแยกเขี้ยวเล็กๆ ของเธอ และพูดด้วยความเกรี้ยวกราด
“ฉันแก่กว่าเธออีกรู้ไหม!”
“....”
แม่มดพันหน้าได้แต่มองและกระพริบตาหลายครั้ง
“เอาแบบที่เธอบอก”
มีรอยยิ้มฉายอยู่ในแววตาของมิอา
“ได้เลยเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าได้สติกลับมาและดูนิ่งสงบอีกครั้ง
เธอหยิบหนังสือออกมาหนึ่งเล่มพร้อมกับพูดเบาๆ
“โปรดแสดงบัตรผ่านของลูกค้าด้วยค่ะ ราคาค่าห้องที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูงเจ้าค่ะ”
“?!!?!”
ซิไป่ฉีถึงกับแน่นิ่งไป และลืมความโกรธไปทันที และถามด้วยความประหลาดใจ
“เมื่อกี้บอกว่าราคาที่พักคือ 10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูงงั้นหรอ ไม่ได้พูดผิดใช่ไหม?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
และบ่นอยู่ภายในใจ คงไม่มีใครจ่ายผลึกสัตว์อสูรมากขนาดนี้เพื่อที่พักหรอก
“งั้นฉันคงอยู่ได้นานเลยสินะ”
ซิไป่ฉีถามต่อพร้อมกับสายตาที่คาดหวัง
“ไม่ค่ะ ได้คืนเดียวเท่านั้น”
แม่มดพันหน้าส่ายหัวพร้อมกับพูดต่อ
“ลูกค้าจะต้องออกจากห้องก่อนเที่ยงของวันต่อไป หากยังอยู่เกินระยะเวลาจะต้องจ่ายผลึกสัตว์อสูรเพิ่ม”
“มันไม่แพงเกินไปงั้นหรอ”
สีหน้าอันไร้เดียงสาของซิไป่ฉีถึงกับแข็งทื่อไปทันที
“แล้วลูกค้ายังต้องการห้องพักอยู่ไหมเจ้าค่ะ”
“งั้นขอห้องที่ถูกที่สุดให้หน่อย”
มิอาตอบทันที
เธอคิดว่ามันแพงเกินไปสำหรับการเข้าพักหนึ่งคืน แลกกับผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูงถึง 10 ก้อน หากมองผิวเผินนี้มันคือการปล้นชัดๆ
“เจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าพยักหน้าตอบ
เธอรับบัตรผ่านของทั้งสองมา และเริ่มเขียนบันทึกลงในหนังสือ ก่อนที่จะพูดขึ้น
“ค่าที่พักของห้องคือสิบผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับกลาง”
“..??...”
ซิไป่ฉีถึงกับพูดไม่ออก และรู้สึกว่ามันยังแพงไปอยู่ดีสำหรับการพักคืนเดียว
มิอาหยิบผลึกสัตว์อสูรออกมาจ่ายอย่างเงียบๆ และตัดสินใจว่าจะไม่อยู่ที่หอสามดวงดาวนานเกินไป เพราะมันแพงมาก
ทั้งคู่พอจะหาผลึกสัตว์อสูรได้บ้างตอนที่อยู่เมืองเซิงหยาง และด้วยค่าใช้จ่ายขนาดนี้ คงทำให้พวกเธอได้ไปนอนข้างถนนแน่
“งั้นลูกค้าโปรดตามฉันมาเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าเดินนำทางไป
“เราไม่ต้องขึ้นไปอีกชั้นงั้นหรอ”
ซิไป่ฉีถามขึ้นและมองไปยังบันได
“ชั้นบนนั้นเป็นห้องพิเศษ”
แม่มดพันหน้ากล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
และมาหยุดตรงหน้าห้องหนึ่งก่อนที่แม่มดพันหน้าจะไขล็อคห้องให้ พร้อมกับเริ่มแนะนำสถานที่
“ห้องนี้เป็นห้องคู่มีหนึ่งเตียงนอนใหญ่ และมีห้องน้ำในตัว”
“อาบน้ำ!”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นทันที
“ถ้างั้นเชิญพักผ่อนตามสบายเลยเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้ายื่นกุญแจห้องให้ ก่อนที่จะกล่าวเสริม
“แต่หากว่าลูกค้าจ่ายเสริมอีก 10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับกลาง ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินกับการแช่อ่างน้ำร้อน”
“และหากว่าต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม โปรดแจ้งได้ที่แผนกต้อนรับ”
แล้วแม่มดพันหน้าก็เดินจากไปด้วยท่าทางอันเป็นธรรมชาติ
“คนผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก”
มิอาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชม
“มองภายนอกอาจจะดูธรรมดา แต่เป็นถึงผู้มีพลังขั้น 5”
ซิไป่ฉีตอบพร้อมกับกอดอกด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไร
“เข้าไปในห้องก่อนเถอะ”
มิอาพูดก่อนที่จะเดินเข้าห้องไป พร้อมกับซิไป่ฉี
“ว้าว!! ห้องนี้ตกแต่งได้สวยจริงๆ”
ซิไป่ฉีเมื่อเข้ามาก็ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ
พื้นทำมาจากไม้ แม้ว่าผนังห้องจะเป็นกำแพงหินสีแดงก็ตาม แต่การตกแต่งภายในนั้นกลับเข้ากันได้อย่างดี
“เตียงนุ่มมาก”
ซิไป่ฉีทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ด้วยความตื่นเต้น
เธอดึงผ้าห่มออกมาและพบว่ามันเป็นผ้านวมที่หนามาก ทำมาจากหนังสัตว์อย่างดี
ซิไป่ฉีมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
เนื่องจากทั้งสองคนมักจะนอนค้างกลางแจ้ง หรือเรียกได้ว่านอนกลางดินกินกลางทราย ห้องนี้จึงมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับพวกเธอ
ในที่สุดทั้งสองก็เข้าใจว่าทำไมราคาที่พักถึงแพงนัก เพราะเมื่อเทียบกับห้องพักที่พวกเธอเคยพักมามันต่างราวฟ้ากับเหว และไหนจะมีห้องน้ำในตัวอีก
ทำให้ซิไป่ฉีคิดไม่ออกเลยว่าห้องอีกสองแบบที่แพงกว่าจะมีหน้าตาเช่นไร
แค่นี้ห้องมันก็หรูหรามากแล้ว
ก็อกๆ
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“นั่นใคร”
ซิไป่ฉีเดินมาที่ประตูพร้อมกับถามอย่างใจเย็น
“ดิฉันเอาน้ำมาให้เจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“เอาน้ำมาให้งั้นหรอ?”
ซิไป่ฉีเปิดประตูออก
และเห็นว่าพนักงานต้อนรับคนเดิมมาพร้อมกับแจกันดินเผาสองใบ
“น้ำบริการไม่คิดค่าใช้จ่ายเจ้าค่ะ”
แม่มดพันหน้าส่งแจกันน้ำให้พร้อมกับหันหลังเดินจากไป
“ให้น้ำมาจริงๆ งั้นหรอ? เราจะดื่มดีไหม?”
ซิไป่ฉีวางแจกันที่โต๊ะในห้อง
“ลองตรวจสอบดูก่อนว่ามีพิษไหม”
มิอาพูดอย่างสุขุม
ปกติแล้วแวมไพร์จะมีภูมิต้านทานที่พิเศษมาก ทำให้พิษบางชนิดไม่ส่งผลกับเผ่าพันธ์นี้ แล้วสำหรับแวมไพร์พิษนั้นเหมือนกับขนมหวานกินล้างปาก
“ได้”
ซิไป่ฉีเทน้ำใส่ถ้วยใบเล็กและลองจิบดู
ก่อนที่เธอจะส่ายหัวเล็กน้อย
“น้ำพวกนี้ไม่มีพิษ ก็แค่น้ำเปล่าธรรมดา”
งั้นพักกันก่อน เราจะออกไปอีกครั้งตอนเย็น
มีอายกแจกันน้ำขึ้นดื่ม ก่อนที่จะมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม
“โถ้….”
ซิไป่ฉีมองดูน้ำในแจกันและก้มดูท้องที่หิวโหยของเธอ
อึ้กๆ
เธอดื่มน้ำเพื่อดับความหิว ซึ่งมันก็ช่วยได้เล็กน้อยเท่านั้น
ซิไป่ฉีขึ้นไปบนเตียงนอนนุ่มๆ เธอดมผ้าห่มและรู้ว่ามันสะอาดมากแถมไม่มีกลิ่นอับด้วย
ฟรี้ๆ
ไม่นานซิไป่ฉีก็หลับไป
“....”
มิอาลืมตาขึ้นพร้อมกับมองดูซิไป่ฉีที่นอนอยู่อีกฝั่งของเตียง
มีร่องรอยความรู้สึกผิดอยู่บนใบหน้าของเธอ เธอเองก็ละอายใจที่พาซิไป่ฉีออกมาลำบากแบบนี้
อันที่จริงไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เธอเริ่มปฏิบัติกับซิไป่ฉีเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง
แล้วเวลาก็เริ่มผ่านไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มและใกล้จะมืดลงทุกที
ครืน!!! ปึง!!
เสียงประตูเทียนเหมินปิดดังสนั่น
ที่ด้านนอกป้อมเทียนเหมินนั้น มีหัวสัตว์สามคนนั่งเฝ้าอยู่ และกำลังก่อกองไฟเพื่อย่างเนื้อกิน
“ให้ตายสิ แค่นังผู้หญิงตัวเหม็นสองคนไม่น่าทำให้พวกเราออกมาลำบากแบบนี้เลย”
หัวสิงโตบ่นขึ้นด้วยความโกรธจัด
พวกเขาต้องนอนกลางดินกลางทรายอีกวันหนึ่ง
“แล้ววจะเอาไงต่อดี”
หัวหมาป่าถาม
“เราจะแอบเข้าไปกันไหม”
หัวหมีเสนอความคิดขึ้นและเงยหน้ามองสัตว์อสูรยักษ์
“ไม่เราขึ้นไปไม่ได้”
หัวสิงโตห้ามเอาไว้พร้อมกับถอนหายใจ
และนึกถึงคนที่พาพวกก่อปัญหาในเมืองเต่าทมิฬลงมา คนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งถึงขั้น 5
“ไข่จิตอสูรอัสนี กำลังจะฝักออกมาแล้ว”
หัวหมาป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง
“หากเราไม่ทำอะไรสักอย่าง คงโดนายท่านโฮวลงโทษแน่”
“ใช่ นายท่านโฮวให้ความสำคัญกับไข่ใบนั้นมาก”
หัวหมีเองก็กล่าวเสริมด้วย
“แล้วพวกแกคิดว่าควรทำเช่นไร? ขึ้นไปหาที่ตายบนนั้นงั้นหรอ?”
หัวสิงโตตวาดทันที
เขาเลือกที่จะไม่รับภารกิจต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้น 6 และรับภารกิจตามล่าไข่แทน เพราะคิดว่ามันเป็นงานที่ง่าย และยังได้รับผลตอบแทนดีอีกด้วย และคงมากพอที่เขาจะเพิ่มระดับขั้นพลังของตัวเองได้
แต่ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวทั้งสองนั้นจะลื่นไหลและจับตัวได้ยากขนาดนี้
“แล้วเราจะเอาไงดี หรือว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากนายท่านโฮว”
หัวหมีเริ่มเสนอความคิดอีกครั้ง
“ไม่ เราต้องไปเอาไข่ใบนั้นกลับมาด้วยตัวเอง”
หัวสิงโตปฏิเสธความคิดนี้โดยไม่หยุดคิดแม้แต่น้อย
ท่านโฮวที่กลุ่มนี้กล่าวถึงเป็นผู้มีพลังขั้น 7 ของเมืองหมื่นอสูร
“ดูนัjน! มีคนพยายามจะขึ้นไป”
หัวหมาป่าขยับจมูกไปมาเมื่อได้กลิ่นแปลกๆ
เขาเคยเป็นหน่วยสำรวจมาก่อน ทำให้สายตาตอนกลางคืนนั้นพอที่จะมองเห็นร่างรางๆ ได้สองสามร่างที่ด้านข้างของสัตว์อสูรยักษ์
“พวกมันคงเป็นหัวขโมยของเมืองเซิงหยาง….คงคิดจะแอบเข้าไปขโมยของในเมืองเต่าทมิฬสินะ”
หัวสิงโตมองดูด้วยความสนใจ
ตุบๆ
ไม่นานหัวขโมยที่ปีนขึ้นไปก็ตกลงมา เพราะโดนบางสิ่งที่มองไม่เห็นผลักตก
“อ้าากก!!!”
เสียงกรีดร้องดังไปทั่ว
“....”
นักล่าจากเมืองหมื่นอสูรได้แต่จ้องมองด้วยสายตาที่เหม่อลอย และมองดูกลุ่มคนที่ตกลงมา
แล้วตอนนั้นเองกิ้งก่ายักษ์ขนาดตัว 8 เมตรก็ปรากฏตัวขึ้นที่เชิงผา และมองไปมาทางพวกเขา
“อยู่เฉยๆ อย่าขยับ”
หัวสิงโตพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
“เข้าใจแล้ว”
หัวหมาป่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และเหงื่อเย็นๆ ก็ไหลออกมาท่วมหลัง
“ไม่คิดว่า….จะมีสัตว์อสูรเฝ้าสถานที่แห่งนี้อยู่ด้วย”
หัวหมีพูดอย่างแผ่วเบา
พวกเขาโชคดีมากที่เชื่อคำพูดหัวหน้า ไม่งั้นพวกเขาคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากหัวขโมยพวกนี้ ที่ถูกสัตว์อสูรผลักตกลงมา
“เจ้าตัวนี้อย่างน้อยก็แข็งแกร่งอยู่ในขั้น 5”
หัวหมาป่ากระซิบเบาๆ
“เดี๋ยว….”
ก่อนหน้านี้หัวสิงโตก็มีความคิดที่จะปีนขึ้นไปเหมือนกัน แต่เมื่อเจอภาพแบบนี้ความคิดเหล่านั้นก็ปลิวหายไปจนหมด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved