ตอนที่ 170

ในเขตชั้นในเมืองเซิงหยาง ในห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีโพรงกลวง

มีคนหลายร้อยคนยืนอยู่ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สูงบ้างเตี้ยบ้างปะปนกันไป แต่ทุกคนล้วนสวมชุดคลุมดำ

เฟ่ยฉี๋ ก้าวออกมาข้างหน้าและมองไปยังกลุ่มของศพมายาหลายร้อยตัว

เขาโบกมือและพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

“หน่วย 1 อยู่ต่อ ที่เหลือแยกย้ายไปฝึกได้”

แล้วตอนนั้นศพมายาหลายร้อยตัวก็แยกออกไปตามโพรงอย่างเงียบๆ เหลือศพมายายืนอยู่เพียงห้าตัวเท่านั้น

“ฉันต้องการให้พวกแกทำอะไรสักอย่าง”

เฟ่ยฉี๋พูดเข้าประเด็นทันที

“บอกมาได้เลยท่าน”

หัวหน้าของกลุ่มพูดขึ้นด้วยความเคารพ

“แกพึ่งจะกลับมาจากภารกิจได้ไม่นานใช่ไหม?”

เฟ่ยฉี๋ถามด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา

“งั้นแกรู้จักเมืองเต่าทมิฬที่อยู่บนหลังของสัตว์อสูรโบราณที่อยู่นอกเมืองใช่ไหม”

“ข้าน้อยรู้ ลูกน้องของข้าน้อยได้บอกเรื่องนี้ให้ฟังแล้ว”

หัวหน้าหน่วยตอบด้วยความเคารพ

ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของสัตว์อสูรโบราณยักษ์ที่มานอนอยู่หน้าเมือง

“ดีแล้วที่รู้”

เฟ่ยฉี๋เริ่มตีหน้าเศร้าและพูดต่อทันที

“มีคนในเมืองเต่าทมิฬได้ขโมยของจากฉันไป ไปเอามันกลับมา”

หลังจากถูกขโมย เขาได้ให้ศพมายาที่มีความสามารถติดตาม และแกะรอยดูแล้วพบว่าหัวขโมยอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬ

ด้วยเหตุนี้เฟ่ยฉี๋จึงรอหน่วยศพมายาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขากลับมาก่อน และมอบภารกิจใหม่ให้ทันที

“รับทราบ….”

หัวหน้าหน่วยดูลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบ

“ฉันจะให้ศพมายาสอดแนมของฉันพาแกไปที่นั้น”

เฟ่ยฉี๋พูดจบก็เดินจากไป

แล้วก็มีชายร่างเตี้ยในชุดคลุมดำเดินเข้ามา

“พวกเราจะทำภารกิจให้สำเร็จ”

ทุกคนในหน่วยพูดขึ้นพร้อมกัน

“ไปได้”

เฟ่ยฉี๋ไม่ได้หันกลับมามองแต่พูดทิ้งท้ายเอาไว้

ฟิ้ว!!

ศพมายาทั้งหกตัวรีบออกมาจากห้องโถงทันที และไปตามโพรงใต้ดินออกไปยังนอกเมือง

“นำทางไป”

หัวหน้าหน่วยศพมายาพูดกับศพมายาสอดแนม

“รับทราบ”

ศพมายาตัวนั้นขึ้นไปนำทางหน่วยนี้ทันที

เส้นทางที่มุ่งหน้าไปนั้นเป็นเส้นทางเดียวกับที่ลี่เยว่ใช้เดินทางออกจากเมือง

ศพมายามาถึงข้างเมืองเต่าทมิฬ และพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“มันอยู่บนนั้น”

“ไปกันได้”

หัวหน้าหน่วยไม่พูดอะไรมาก มือของมันได้กลายเป็นสีดำและมันวาวราววกับโลหะ ก่อนที่จะใช้นิ้วทั้งสิบนิ้วเจาะลงไปบนเนินผาและปีนขึ้นไป

ศพมายาอีกห้าตัวที่เหลือก็ได้แสดงพลังของมันออกมา และตามหลังหัวหน้าหน่วยไปติดๆ

“หัวหน้าตรงนั้น”

ศพมายาสอดแนมส่งเสียงเตือน

“งั้นแกก็มานำทางต่อ”

หัวหน้าหน่วยพูดอย่างเย็นชา

“รับทราบ”

พวกศพมายานั้นเลี่ยงเส้นทางที่เป็นบันไดให้มากที่สุด เมื่อพวกมันปีนมาได้ครึ่งทางก็หยุดชะงักลง

“หัวหน้า มีกระแสพลังที่รุนแรงใกล้เข้ามา”

ศพมายาสอดแนมพูดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

“เสี่ยวหวู่ ถึงตาแกแล้ว”

หัวหน้าหน่วยสั่งอย่างใจเย็น

“ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้อย่างขยับไปไหน”

เสี่ยวหวู่ยื่นมือออกไปและคว้าร่างเพื่อนของมันเข้ามาคนหนึ่ง

ก่อนที่ทั้งหกจะมารวมตัวกัน แล้วเสี่ยวหวู่ก็ใช้พลังพิเศษของตัวเอง ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ หายวับไปในอากาศ

พลังของเสี่ยวหวู่คือการล่องหน ตราบใดที่เขาไม่เคลื่อนไหว ก็จะไม่มีใครตรวจจับได้

กี้??

เสี่ยวไป่แลบลิ้นออกมา มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอพิเศษ เหมือนกับมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่

แล้วตอนนี้อยู่ๆ กลิ่นไอทั้งหมดก็หายไป มันจึงรีบส่งกระแสจิตไปบอกผู้เป็นนายของมันทันที จากนั้นก็ปีนขึ้นไปตามแนวผาเพื่อลาดตระเวนต่อ

ก่อนหน้านี้มันจัดการคนที่ปีนขึ้นมาได้ไม่กี่คน

แต่ก่อนไปเสี่ยวไกเองก็หันกลับมามองแล้วมองอีกหลายครั้ง ก่อนที่มันจะกลับไปเฝ้าระวังต่อ

“เอาล่ะ กลิ่นไอที่ดูอันตรายหายไปแล้ว”

ศพมายาสอดแนมพูดขึ้น

“เฮ้อ”

มีหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

พวกเขาไม่เห็นสิ่งที่ศพมายาสอดแนมบอกว่าเป็นตัวอันตราย

แต่พวกเขาก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเล็กน้อย เหมือนกับมีบางสิ่งเดินเข้ามาใกล้ๆ และรู้สึกได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง

“ไปกันต่อ”

หัวหน้าหน่วยสั่งให้ทุกคนเดินทางต่อ

ทุกคนเข้าร่วมกับหน่วยพิเศษของเฟ่ยฉี๋มานานถึงสิบปี และพึ่งกลายเป็นศพมายาได้สองปี ทำให้สามารถทำงานในรูปแบบพิเศษได้ดี

สิ่งที่ขึ้นชื่อของหน่วยนี้คือการผสานงานที่ดี ทำให้โอกาสสำเร็จของภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาของหน่วยที่หนึ่งนั้นแทบจะเป็น 100 เปอร์เซ็น

ในช่วงครึ่งหลังของการปีนขึ้นมา ทั้งหกก็ไม่พบอันตรายใดๆ เพิ่มเติม เว้นแต่มีแมลงขนาดใหญ่บินมาสองสามตัว

ศพมายาทั้งหกยังปีนต่อไป จนมาถึงบนหลังของเต่าทมิฬ และยืนอยู่ใต้กำแพงเมือง

“มีหน่วยลาดตระเวนบนนั้นรึป่าว”

หัวหน้าหน่วยถามขึ้น

“ไม่มี”

ศพมายาสอดแนมพูดพร้อมกับส่ายหัว

“งั้นขึ้นไป”

หัวหน้าหน่วยเจาะกำแพงด้วยนิ้วมือและปีนขึ้นไป

แต่ระหว่างที่ปีนขึ้นมาห่างจากยอดกำแพงเล็กน้อย เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมอง

เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่เหนือกำแพง และกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่

“สวัสดียามดึกสหาย!”

มู่เหลียงยกมือทักทายทันที

ปึ้ด!!

หัวหน้าหน่วยเกร็งมืออย่างแรง ก่อนที่จะดีดตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้า

และเปลี่ยนทั้งแขนให้กลายเป็นเหมือนเหล็กและตั้งใจจะฟันร่างของผู้ชายตรงหน้า

“แหม่…. นี้คือการทักทายของแกงั้นหรอ?”

มู่เหลียงหรี่ตาลง

ลวดลายวงจรสามสีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ก่อนที่มู่เหลียงจะรับการโจมตีไว้ด้วยมือข้างเดียว

เปรี้ยง!!!

เสียงของการปะทะกันระหว่างแขนดาบกับฝ่ามือของมู่เหลียงดังสนั่นไปทั่วเหมือนเหล็กประทบกัน

ประกายไฟเกิดขึ้น

ก่อนที่สีหน้าของหัวหน้าหน่วยจะเปลี่ยนไป และดึงแขนกลับอย่างรวดเร็ว

มู่เหลียงตามไปคว้าแขนเอาไว้ และออกแรงดึงทันที

แคร็ก!!

“อ้าากก”

แขนของหัวหน้าหน่วยถึงกับหักและบิดงอ สีหน้าของหัวหน่วยแสดงออกถึงความเจ็บปวด

ที่จริงแขนของเขายังคงอยู่ในสภาพแข็งตัวเหมือนเหล็กแต่ตอนนี้มันถูกบิดจนโกงงอ

“ลาก่อน”

มู่เหลียงพูดเบาๆ

เขาดึงร่างของหัวหน้าหน่วยเข้ามาพร้อมกับใช้แขนอีกข้างต่อยทะลุร่างของหัวหน้าหน่วย

“อ๊อค!!!”

หัวหน้าหน่วยกระอักเลือดคำโต ก่อนที่มู่เหลียงจะกระชากแขนกลับและปล่อยให้ร่างนั้นล้มลง

“หัวหน้า!!”

ศพมายาที่เหลือที่กำลังจะปีนขึ้นมาก็ถึงกับตกตะลึง

ไม่ถึงสองวินาทีหัวหน้าหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มก็ถูกจัดการลง

“หนี!”

รองหัวหน้าหน่วยตะโกนสั่งทันที

“นี้คิดจะหนีไปไหนงั้นหรอ?”

ร่างของมู่เหลียงอยู่ๆ ก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของรองหัวหน้าหน่วย

ตอนนี้มู่เหลียงนั้นเดินตั้งฉากกับกำแพงราวกับเดินบนพื้นราบ

“อ้า!!!”

หัวหน้าหน่วยตกใจถึงกับปล่อยมือออกจากกำแพง และตกลงไปยังพื้นเบื้องล่างก่อนที่จะพยายามจะหลบหนี

สิ่งเดียวที่เขารู้คือมีแค่ตัวตนขั้น 7 เท่านั้นที่จะฆ่าหัวหน้าหน่วยได้ง่ายดายแบบนี้

อยู่ๆ รองหัวหน้าหน่วยก็ถูกขังอยู่ในบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน แล้วไม่นานศพมายาอีกสองร่างก็ตกตามลงมา

ทั้งหมดพยายามที่จะว่ายน้ำตะเกียดตะกายออกมาจากบ่อโคลนนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้

ในเวลานี้ยังเหลือศพมายาอีกสองร่างที่เกาะอยู่บนกำแพง และมองดูทุกอย่างด้วยตัวที่แข็งทื่อ

สองคนนี้คือเสี่ยวหวู่กับศพมายาสอดแนม

“เป็นไปได้ยังไง? ฉันสัมผัสไม่เจอใครเลยแท้ๆ!”

สีหน้าของศพมายาสอดแนมนั้นซีดเซียวลง และแววตาก็ฉายออกถึงความหวาดกลัวและสับสน

มู่เหลียงเดินไปตามแนวกำแพง

ก่อนที่มู่เหลียงจะยื่นนิ้วออกไปแตะที่หน้าผากของศพมายาสอดแนม

แล้วอยู่ๆ ร่างของศพมายาสอดแนมก็ระเบิดไอเย็นสุดขั้วออกมา กลายเป็นระเบิดน้ำแข็ง และทั้งร่างก็ได้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที

เพล้ง เพล้ง!!

รูปปั้นน้ำแข็งตกลงไปจากกำแพงและเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบอลน้ำแข็ง

รองหัวหน้าหน่วยพยายามใช้พลังทุกอย่างเพื่อจะดิ้นรนแต่ร่างกายของเขาราวกับไร้ซึ่งพลัง และเหมือนถูกอะไรขึงร่างเอาไว้

เขาพึ่งรู้ตัวว่าทั้งแขนขาของเขาถูกเส้นด้ายเล็กๆ มัดเอาไว้ทั้งร่าง

เพียงไม่กี่วินาทีก้อนน้ำแข็งก็ตกถึงพื้นทับศพมายาในบ่อโคลนจนร่างเละ

“สองคนขั้น 6 อีกสี่เป็นขั้น 5 “

มู่เหลียงบ่นกับตัวเองเบาๆ

“....”

เสี่ยวหวู่ที่อยู่ในสภาวะล่องหนก็แอบดูอยู่

หัวหน้าหน่วยและเพื่อนร่วมทีมของเขาถูกสังหารในช่วงพริบตา และเหลือเขาอยู่คนเดียว

แล้วเขาก็เห็นชายที่โหดร้ายคนนี้มองมาที่ตำแหน่งของเขา

เสี่ยวหวู่ได้แต่พูดในใจว่า

‘เขาไม่เห็นฉัน เขาไม่เห็นฉัน’

เขาทำได้แต่สวดภาวนาในใจโดยหวังว่าพลังนี้จะช่วยเหลือเขาได้

“อีกคนมีความสามารถล่องหนและลบสัมผัสสินะ”

มู่เหลียงส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปบนกำแพงเมือง

เขารู้แล้วว่าปัญหาแนวป้องกันของเขาคืออะไร และวิธีการนั้นง่ายมาก

นั่นคือหาสัตว์อสูรมาเลี้ยงเพิ่ม เพื่อช่วยกันดูแลเมืองแห่งนี้

….

เมื่อเห็นว่าชายโหดร้ายเดินจากไป เสี่ยวหวู่ก็กำลังจะไต่ลงมาและพร้อมที่จะหนีทันที

ในเวลานั้นเองกำแพงเมืองก็สั่นไหว

เสี่ยวหวู่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ก่อนที่จะมีแท่งดินพุ่งเข้ามาหาเขาราวกับรู้ตำแหน่ง

แท่งดินนั้นได้แทงทะลุร่างของเสี่ยวหวู่ ทำให้เขาสิ้นใจตายทันที

แล้วภายในเวลาไม่ถึงนาทีผู้บุกรุกทั้งหกก็ถูกจัดการ โดยที่มู่เหลียงเหมือนแค่ออกมาเดินเล่นเท่านั้น