ในเขตชั้นในเมืองเซิงหยาง ในห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีโพรงกลวง
มีคนหลายร้อยคนยืนอยู่ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สูงบ้างเตี้ยบ้างปะปนกันไป แต่ทุกคนล้วนสวมชุดคลุมดำ
เฟ่ยฉี๋ ก้าวออกมาข้างหน้าและมองไปยังกลุ่มของศพมายาหลายร้อยตัว
เขาโบกมือและพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
“หน่วย 1 อยู่ต่อ ที่เหลือแยกย้ายไปฝึกได้”
แล้วตอนนั้นศพมายาหลายร้อยตัวก็แยกออกไปตามโพรงอย่างเงียบๆ เหลือศพมายายืนอยู่เพียงห้าตัวเท่านั้น
“ฉันต้องการให้พวกแกทำอะไรสักอย่าง”
เฟ่ยฉี๋พูดเข้าประเด็นทันที
“บอกมาได้เลยท่าน”
หัวหน้าของกลุ่มพูดขึ้นด้วยความเคารพ
“แกพึ่งจะกลับมาจากภารกิจได้ไม่นานใช่ไหม?”
เฟ่ยฉี๋ถามด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา
“งั้นแกรู้จักเมืองเต่าทมิฬที่อยู่บนหลังของสัตว์อสูรโบราณที่อยู่นอกเมืองใช่ไหม”
“ข้าน้อยรู้ ลูกน้องของข้าน้อยได้บอกเรื่องนี้ให้ฟังแล้ว”
หัวหน้าหน่วยตอบด้วยความเคารพ
ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของสัตว์อสูรโบราณยักษ์ที่มานอนอยู่หน้าเมือง
“ดีแล้วที่รู้”
เฟ่ยฉี๋เริ่มตีหน้าเศร้าและพูดต่อทันที
“มีคนในเมืองเต่าทมิฬได้ขโมยของจากฉันไป ไปเอามันกลับมา”
หลังจากถูกขโมย เขาได้ให้ศพมายาที่มีความสามารถติดตาม และแกะรอยดูแล้วพบว่าหัวขโมยอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬ
ด้วยเหตุนี้เฟ่ยฉี๋จึงรอหน่วยศพมายาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขากลับมาก่อน และมอบภารกิจใหม่ให้ทันที
“รับทราบ….”
หัวหน้าหน่วยดูลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบ
“ฉันจะให้ศพมายาสอดแนมของฉันพาแกไปที่นั้น”
เฟ่ยฉี๋พูดจบก็เดินจากไป
แล้วก็มีชายร่างเตี้ยในชุดคลุมดำเดินเข้ามา
“พวกเราจะทำภารกิจให้สำเร็จ”
ทุกคนในหน่วยพูดขึ้นพร้อมกัน
“ไปได้”
เฟ่ยฉี๋ไม่ได้หันกลับมามองแต่พูดทิ้งท้ายเอาไว้
ฟิ้ว!!
ศพมายาทั้งหกตัวรีบออกมาจากห้องโถงทันที และไปตามโพรงใต้ดินออกไปยังนอกเมือง
“นำทางไป”
หัวหน้าหน่วยศพมายาพูดกับศพมายาสอดแนม
“รับทราบ”
ศพมายาตัวนั้นขึ้นไปนำทางหน่วยนี้ทันที
เส้นทางที่มุ่งหน้าไปนั้นเป็นเส้นทางเดียวกับที่ลี่เยว่ใช้เดินทางออกจากเมือง
ศพมายามาถึงข้างเมืองเต่าทมิฬ และพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“มันอยู่บนนั้น”
“ไปกันได้”
หัวหน้าหน่วยไม่พูดอะไรมาก มือของมันได้กลายเป็นสีดำและมันวาวราววกับโลหะ ก่อนที่จะใช้นิ้วทั้งสิบนิ้วเจาะลงไปบนเนินผาและปีนขึ้นไป
ศพมายาอีกห้าตัวที่เหลือก็ได้แสดงพลังของมันออกมา และตามหลังหัวหน้าหน่วยไปติดๆ
“หัวหน้าตรงนั้น”
ศพมายาสอดแนมส่งเสียงเตือน
“งั้นแกก็มานำทางต่อ”
หัวหน้าหน่วยพูดอย่างเย็นชา
“รับทราบ”
พวกศพมายานั้นเลี่ยงเส้นทางที่เป็นบันไดให้มากที่สุด เมื่อพวกมันปีนมาได้ครึ่งทางก็หยุดชะงักลง
“หัวหน้า มีกระแสพลังที่รุนแรงใกล้เข้ามา”
ศพมายาสอดแนมพูดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
“เสี่ยวหวู่ ถึงตาแกแล้ว”
หัวหน้าหน่วยสั่งอย่างใจเย็น
“ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้อย่างขยับไปไหน”
เสี่ยวหวู่ยื่นมือออกไปและคว้าร่างเพื่อนของมันเข้ามาคนหนึ่ง
ก่อนที่ทั้งหกจะมารวมตัวกัน แล้วเสี่ยวหวู่ก็ใช้พลังพิเศษของตัวเอง ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ หายวับไปในอากาศ
พลังของเสี่ยวหวู่คือการล่องหน ตราบใดที่เขาไม่เคลื่อนไหว ก็จะไม่มีใครตรวจจับได้
กี้??
เสี่ยวไป่แลบลิ้นออกมา มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอพิเศษ เหมือนกับมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่
แล้วตอนนี้อยู่ๆ กลิ่นไอทั้งหมดก็หายไป มันจึงรีบส่งกระแสจิตไปบอกผู้เป็นนายของมันทันที จากนั้นก็ปีนขึ้นไปตามแนวผาเพื่อลาดตระเวนต่อ
ก่อนหน้านี้มันจัดการคนที่ปีนขึ้นมาได้ไม่กี่คน
แต่ก่อนไปเสี่ยวไกเองก็หันกลับมามองแล้วมองอีกหลายครั้ง ก่อนที่มันจะกลับไปเฝ้าระวังต่อ
“เอาล่ะ กลิ่นไอที่ดูอันตรายหายไปแล้ว”
ศพมายาสอดแนมพูดขึ้น
“เฮ้อ”
มีหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก
พวกเขาไม่เห็นสิ่งที่ศพมายาสอดแนมบอกว่าเป็นตัวอันตราย
แต่พวกเขาก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเล็กน้อย เหมือนกับมีบางสิ่งเดินเข้ามาใกล้ๆ และรู้สึกได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง
“ไปกันต่อ”
หัวหน้าหน่วยสั่งให้ทุกคนเดินทางต่อ
ทุกคนเข้าร่วมกับหน่วยพิเศษของเฟ่ยฉี๋มานานถึงสิบปี และพึ่งกลายเป็นศพมายาได้สองปี ทำให้สามารถทำงานในรูปแบบพิเศษได้ดี
สิ่งที่ขึ้นชื่อของหน่วยนี้คือการผสานงานที่ดี ทำให้โอกาสสำเร็จของภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาของหน่วยที่หนึ่งนั้นแทบจะเป็น 100 เปอร์เซ็น
ในช่วงครึ่งหลังของการปีนขึ้นมา ทั้งหกก็ไม่พบอันตรายใดๆ เพิ่มเติม เว้นแต่มีแมลงขนาดใหญ่บินมาสองสามตัว
ศพมายาทั้งหกยังปีนต่อไป จนมาถึงบนหลังของเต่าทมิฬ และยืนอยู่ใต้กำแพงเมือง
“มีหน่วยลาดตระเวนบนนั้นรึป่าว”
หัวหน้าหน่วยถามขึ้น
“ไม่มี”
ศพมายาสอดแนมพูดพร้อมกับส่ายหัว
“งั้นขึ้นไป”
หัวหน้าหน่วยเจาะกำแพงด้วยนิ้วมือและปีนขึ้นไป
แต่ระหว่างที่ปีนขึ้นมาห่างจากยอดกำแพงเล็กน้อย เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมอง
เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่เหนือกำแพง และกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
“สวัสดียามดึกสหาย!”
มู่เหลียงยกมือทักทายทันที
ปึ้ด!!
หัวหน้าหน่วยเกร็งมืออย่างแรง ก่อนที่จะดีดตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้า
และเปลี่ยนทั้งแขนให้กลายเป็นเหมือนเหล็กและตั้งใจจะฟันร่างของผู้ชายตรงหน้า
“แหม่…. นี้คือการทักทายของแกงั้นหรอ?”
มู่เหลียงหรี่ตาลง
ลวดลายวงจรสามสีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ก่อนที่มู่เหลียงจะรับการโจมตีไว้ด้วยมือข้างเดียว
เปรี้ยง!!!
เสียงของการปะทะกันระหว่างแขนดาบกับฝ่ามือของมู่เหลียงดังสนั่นไปทั่วเหมือนเหล็กประทบกัน
ประกายไฟเกิดขึ้น
ก่อนที่สีหน้าของหัวหน้าหน่วยจะเปลี่ยนไป และดึงแขนกลับอย่างรวดเร็ว
มู่เหลียงตามไปคว้าแขนเอาไว้ และออกแรงดึงทันที
แคร็ก!!
“อ้าากก”
แขนของหัวหน้าหน่วยถึงกับหักและบิดงอ สีหน้าของหัวหน่วยแสดงออกถึงความเจ็บปวด
ที่จริงแขนของเขายังคงอยู่ในสภาพแข็งตัวเหมือนเหล็กแต่ตอนนี้มันถูกบิดจนโกงงอ
“ลาก่อน”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
เขาดึงร่างของหัวหน้าหน่วยเข้ามาพร้อมกับใช้แขนอีกข้างต่อยทะลุร่างของหัวหน้าหน่วย
“อ๊อค!!!”
หัวหน้าหน่วยกระอักเลือดคำโต ก่อนที่มู่เหลียงจะกระชากแขนกลับและปล่อยให้ร่างนั้นล้มลง
“หัวหน้า!!”
ศพมายาที่เหลือที่กำลังจะปีนขึ้นมาก็ถึงกับตกตะลึง
ไม่ถึงสองวินาทีหัวหน้าหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มก็ถูกจัดการลง
“หนี!”
รองหัวหน้าหน่วยตะโกนสั่งทันที
“นี้คิดจะหนีไปไหนงั้นหรอ?”
ร่างของมู่เหลียงอยู่ๆ ก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของรองหัวหน้าหน่วย
ตอนนี้มู่เหลียงนั้นเดินตั้งฉากกับกำแพงราวกับเดินบนพื้นราบ
“อ้า!!!”
หัวหน้าหน่วยตกใจถึงกับปล่อยมือออกจากกำแพง และตกลงไปยังพื้นเบื้องล่างก่อนที่จะพยายามจะหลบหนี
สิ่งเดียวที่เขารู้คือมีแค่ตัวตนขั้น 7 เท่านั้นที่จะฆ่าหัวหน้าหน่วยได้ง่ายดายแบบนี้
อยู่ๆ รองหัวหน้าหน่วยก็ถูกขังอยู่ในบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน แล้วไม่นานศพมายาอีกสองร่างก็ตกตามลงมา
ทั้งหมดพยายามที่จะว่ายน้ำตะเกียดตะกายออกมาจากบ่อโคลนนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้
ในเวลานี้ยังเหลือศพมายาอีกสองร่างที่เกาะอยู่บนกำแพง และมองดูทุกอย่างด้วยตัวที่แข็งทื่อ
สองคนนี้คือเสี่ยวหวู่กับศพมายาสอดแนม
“เป็นไปได้ยังไง? ฉันสัมผัสไม่เจอใครเลยแท้ๆ!”
สีหน้าของศพมายาสอดแนมนั้นซีดเซียวลง และแววตาก็ฉายออกถึงความหวาดกลัวและสับสน
มู่เหลียงเดินไปตามแนวกำแพง
ก่อนที่มู่เหลียงจะยื่นนิ้วออกไปแตะที่หน้าผากของศพมายาสอดแนม
แล้วอยู่ๆ ร่างของศพมายาสอดแนมก็ระเบิดไอเย็นสุดขั้วออกมา กลายเป็นระเบิดน้ำแข็ง และทั้งร่างก็ได้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที
เพล้ง เพล้ง!!
รูปปั้นน้ำแข็งตกลงไปจากกำแพงและเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบอลน้ำแข็ง
รองหัวหน้าหน่วยพยายามใช้พลังทุกอย่างเพื่อจะดิ้นรนแต่ร่างกายของเขาราวกับไร้ซึ่งพลัง และเหมือนถูกอะไรขึงร่างเอาไว้
เขาพึ่งรู้ตัวว่าทั้งแขนขาของเขาถูกเส้นด้ายเล็กๆ มัดเอาไว้ทั้งร่าง
เพียงไม่กี่วินาทีก้อนน้ำแข็งก็ตกถึงพื้นทับศพมายาในบ่อโคลนจนร่างเละ
“สองคนขั้น 6 อีกสี่เป็นขั้น 5 “
มู่เหลียงบ่นกับตัวเองเบาๆ
“....”
เสี่ยวหวู่ที่อยู่ในสภาวะล่องหนก็แอบดูอยู่
หัวหน้าหน่วยและเพื่อนร่วมทีมของเขาถูกสังหารในช่วงพริบตา และเหลือเขาอยู่คนเดียว
แล้วเขาก็เห็นชายที่โหดร้ายคนนี้มองมาที่ตำแหน่งของเขา
เสี่ยวหวู่ได้แต่พูดในใจว่า
‘เขาไม่เห็นฉัน เขาไม่เห็นฉัน’
เขาทำได้แต่สวดภาวนาในใจโดยหวังว่าพลังนี้จะช่วยเหลือเขาได้
“อีกคนมีความสามารถล่องหนและลบสัมผัสสินะ”
มู่เหลียงส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปบนกำแพงเมือง
เขารู้แล้วว่าปัญหาแนวป้องกันของเขาคืออะไร และวิธีการนั้นง่ายมาก
นั่นคือหาสัตว์อสูรมาเลี้ยงเพิ่ม เพื่อช่วยกันดูแลเมืองแห่งนี้
….
เมื่อเห็นว่าชายโหดร้ายเดินจากไป เสี่ยวหวู่ก็กำลังจะไต่ลงมาและพร้อมที่จะหนีทันที
ในเวลานั้นเองกำแพงเมืองก็สั่นไหว
เสี่ยวหวู่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ก่อนที่จะมีแท่งดินพุ่งเข้ามาหาเขาราวกับรู้ตำแหน่ง
แท่งดินนั้นได้แทงทะลุร่างของเสี่ยวหวู่ ทำให้เขาสิ้นใจตายทันที
แล้วภายในเวลาไม่ถึงนาทีผู้บุกรุกทั้งหกก็ถูกจัดการ โดยที่มู่เหลียงเหมือนแค่ออกมาเดินเล่นเท่านั้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved