เสี่ยวไกนอนหลังตรงให้สามสาววางของอย่างดี และยังเหยียดหางตรงให้ใส่ของเพิ่มได้อีก
“เสี่ยวไก! เก่งมาก!! ขอโทษนะที่กลัวแกก่อนหน้านี้”
มินโฮกระดิกหูกระต่ายไปมา พร้อมกับยิ้มและลูบตัวของเสี่ยวไก
“.....”
หางของเสี่ยวไกจากที่เหยียดตรง ก็กลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติ และมั่นคง
“มู่เหลียง ขอใยเพิ่มหน่อย เราต้องมัดต้นไม้พวกนี้เอาไว้ ไม่งั้นมันจะหล่น”
ลี่เยว่พูดขึ้นขณะกำลังจัดเรียงของ
และเมื่อมองหันกลับไปก็เห็นว่ามู่เหลียงกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะถาม
“รู้ว่าการมีต้นไม้เยอะๆ แล้วจะมีความสุข แต่มันไม่ใช่เวลานี้มู่เหลียง”
“ลี่เยว่ไม่เข้าใจฉันหรอก!! ทุกอย่างมันเทียบไม่ได้เลยกับมันเทศในมือของฉัน”
มู่เหลียงส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มของเขา มันเทศเป็นของล้ำค่ามากสำหรับเขาตอนนี้
ก่อนที่มู่เหลียงจะลุกขึ้นเดินไปหาเสี่ยวไก
“มันเทศ? มันดีขนาดนั้นเลยหรอ?”
ลี่เยว่เอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“อ้ะ งั้นฝากถือก่อน”
มู่เหลียงส่งมันเทศให้ลี่เยว่ ก่อนที่จะไปยืนข้างๆ เสี่ยวไก
“อือ”
ลี่เยว่รับมาอย่างเชื่อฟัง
“ใช้งานถักทอใยแมงมุม”
มู่เหลียงกางแขนออก ก่อนที่ใยแมงมุมมากมายจะพุ่งออกมาจากนิ้วมือของเขาหลายร้อยเส้น
พริ้วๆๆ
ด้วยความสามารถถักทอใยแมงมุม ทำให้เขาสามารถมัดและผูกต้นพืชต้นไม้ได้ทั้งหมด และเป็นระเบียบเรียบร้อย
มันช่างเป็นฉากที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ
“???”
เด็กสาวทั้งสามได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามู่เหลียงควบคุมใยแมงมุมจัดเรียงสิ่งของหลายอย่าง
“มู่เหลียงนายมันยอดคนไปแล้วนะ คนคนเดียวสามารถทำงานของคนสิบคนได้พร้อมกันแบบเนี้ย!”
มินโฮกล่าวชมด้วยความตื่นเต้น
ลี่เยว่ที่ได้ยินก็ถึงกับบ่นพึมพำ
“ดูแล้วเหมือนพวกเราเป็นส่วนเกินเลย”
“.....”
โหย่วเฟ่ยนั้นไม่พูดอะไร เธอเพียงเอามือขึ้นมาปิดปากเอาไว้ และมองด้วยความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง
“อือๆๆ”
ท่านย่าของหลู่ชวนดิ้นไปมา ราวกับตะโกนว่า ไม่ หลายครั้ง เพราะหากว่าต้นไม้ทั้งหมดถูกเอาไป สิ่งที่สามีแก่ของเธอทำมาจะสูญเปล่าทั้งหมด
ต่อจากนี้ตระกูลของเธอจะเป็นเช่นไร และยังไม่มีผักสดให้กินอีก
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ต้นไม้ พืชผล ทุกอย่างถูกเก็บไปจนหมด
ตอนแรกคาดว่าจะต้องขนสองรอบ แต่มู่เหลียงจัดเรียงซ้อนทับกันด้วยใยแมงมุม
ตัวของเสี่ยวไกนั้นถูกปกคลุมไปด้วยใยแมงมุม มีแค่หางที่แกว่งไปมาได้ และแขนขาที่ยื่นออกมาจากใยแมงมุม มองๆ ดูแล้วไม่ต่างจากเกี๊ยว
“ฮะๆ ดูเจ้าเสี่ยวไกสิ รูปร่างของมันตลกจัง”
มินโฮรู้สึกชอบใจกับสิ่งที่เห็น
มุมปากของลี่เยว่และโหย่วเฟ่ยนั้นม้วนงอขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ และพยายามกลั้นขำเอาไว้
“????”
เสี่ยวไกมันได้แต่แสดงสีหน้าไม่พอใจ และมองไปยังเจ้านายจอมเผด็จการของมัน
“อะแฮ่ม…”
มู่เหลียงกระแอมเบาๆ ด้วยความลำบากใจเหมือนกัน และพูดกับสามสาวว่า
“ทั้งสามกลับบ้านไปพร้อมกับเสี่ยวไกก่อน”
“เอ้า? แล้วมู่เหลียงจะไปคนเดียวงั้นหรอ?”
ลี่เยว่ถามขึ้นทันควันพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไปคนเดียวฉันเคลื่อนไหวสะดวกกว่า”
มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อย
เขาต้องการไปดูว่าหยู่จูกับหยู่เฟ่ยหยานต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเขา และพอที่เขาจะใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูรได้
หลังจากรื้อค้นบ้านของเหล่าผู้อาวุโส และผู้อาวุโสใหญ่แล้ว มู่เหลียงได้แต้มฝึกฝนเพิ่มมาเป็น 138,620 แต้ม ซึ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก
เท่านี้สัตว์อสูรเลี้ยงของเขาก็สามารถวิวัฒนาการเป็นระดับ 6 ได้แล้ว
“ไม่ได้!!...มันอันตรายเกินไป”
ลี่เยว่พูดอย่างเย็นชา
“อย่างน้อยก็ให้ฉันตามไปด้วย”
ที่นั้นมีทีมนักล่าและทหารหลายร้อยคน เธอไม่ไว้ใจให้มู่เหลียงไปคนเดียวแบบนี้
“ฉ…ฉันก็ขอไปด้วย”
โหย่วเฟ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหลบอยู่หลังลี่เยว่
เพราะเธอรู้ว่ามินโฮนั้นยังเขินและประหม่าเธออยู่ จึงไม่กล้ากลับไปกับมินโฮสองต่อสอง
“เอ้าแปลว่าแบบนี้ ฉันต้องกลับไปคนเดียวงั้นหรอ?”
มินโฮถามด้วยสีหน้าผิดหวังในขณะที่กอดมันเทศเอาไว้
มู่เหลียงมองไปยังลี่เยว่ที่ทำท่าทางไม่ยอมเด็ดขาด จากนั้นก็มองไปยังสาวผมทองที่อยู่ข้างๆ ที่ก้มหน้าหลบสายตาของเขา
เขาทำได้เพียงพยักหน้าแล้วพูดกับมินโฮว่า
“มินโฮ….เธอกลับไปก่อน ไม่เกินรุ่งสางพวกเราก็กลับไปแล้ว”
“อือ”
มินโฮขานรับอย่างเชื่อฟัง
เธอรู้ตัวเองดีว่า เธอนั้นอ่อนแอ การจะขอตามไปด้วยจะรั้งแต่เป็นภาระให้มู่เหลียงเปล่าๆ ดังนั้นเธอจึงยอมกลับไปกับเสี่ยวไก และช่วยมันขนของลง
“เดี๋ยวฉันพามินโฮขึ้นไป”
มู่เหลียงพ่นใยออกมาแล้วยกตัวมินโฮขึ้นไปวางไว้บนหลังของเสี่ยวไก
“อยู่ตรงนั้นแล้วจะปลอดภัย เมื่อถึงบ้านแล้ว ฉันได้สั่งให้เซียวหงช่วยแกะมินโฮออกมาเอง”
มู่เหลียงพูดขณะที่เขามัดมินโฮเข้ากับหลังของเสี่ยวไกอย่างเบามือ
“ฉันรู้แล้ว แต่มู่เหลียงระวังตัวด้วย”
มินโฮถูกห่อด้วยใยแมงมุมจนเหลือแค่ส่วนหัวอย่างเดียว ก่อนที่เธอจะตะโกนออกมา
“ฉันจะรอทุกคนอยู่ที่บ้าน!!”
“ไปได้!”
มู่เหลียงตีหลังของเสี่ยวไก
กี้!!
กิ้งก่ายักษ์แลบลิ้นออกมา ก่อนที่ร่างของมันจะเลือนหายไป มีเพียงรอยเท้าหนักๆ ของมันที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น
“อือๆๆๆ”
ท่านย่าของหลู่ชวนนั้นยังคงร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า เธอจินตนาการได้เลยว่าสามีแก่ของเธอคงกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความเจ็บปวดขนาดไหน
“ยังไงพวกท่านก็ต้องย้ายไปรวมกับเผ่าอื่น ท่านนำพวกมันไปด้วยไม่ได้หรอก มันจะตายกลางทางหมด”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนก่อนที่จะตบลงบนไหล่ของหญิงชราอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบโยนเธอ
“.....”
มุมปากของลี่เยว่กระตุกขึ้นและคิดในใจว่า นี้ยังคิดไปปลอบใจเขาอีกงั้นหรอ?
“ไปกันเถอะ”
มู่เหลียงโบกมือพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะพาทั้งสองสาวออกจากบ้านของผู้อาวุโสใหญ่
ทั้งสามเดินผ่านห้องที่ขังหลู่ชวนอยู่ ก็ยังได้ยินเสียงร้องตะโกนคำรามของหลู่ชวนไม่ขาดสาย มันทั้งแหบแห้ง และดูอ่อนแรงลงทุกที
“มู่เหลียงแผนของนายจะช่วยสองแม่ลูกหยู่ยังไง”
ลี่เยว่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา
“ไปดูหน้างานก่อน”
มู่เหลียงกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะพูดต่อ
“เราไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ยังภักดีต่อหยู่จูอย่างแท้จริง”
“นายต้องการช่วยทุกคนเลยงั้นหรอ?”
ลี่เยว่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ
“ด้วยพลังของฉันตอนนี้ ไม่น่าจะยากเกินไปที่จะช่วยทุกคน”
มู่เหลียงตอบอย่างมั่นใจ
แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็กลับเป็นกังวลขึ้นมา
“แล้วตอนนี้นายกังวลอะไร”
ลี่เยว่ถามต่อ พร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย และเธอไม่รอให้มู่เหลียงตอบชิงพูดก่อนทันที
“นายกำลังกังวลว่า หลังจากที่ช่วยหยู่จูกับหยู่เฟ่ยหยานแล้วทั้งคู่จะเป็นไงต่องั้นหรอ?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ”
มู่เหลียงตอบ
“พวกเขาคงต้องสร้างกลุ่มใหม่ขึ้นมา เพราะยังไงที่นี่มันก็คือบ้านของพวกเขา”
ลี่เยว่คาดเดาสิ่งที่จะเป็นไปได้
ไม่ใช่ทุกคนจะเต็มใจที่เข้าร่วมกับเผ่าหรือกลุ่มอื่น หากว่าหยู่จูได้รับการช่วยเหลือ และขนาดของกลุ่มเล็กลง มันก็ง่ายต่อหยู่จูที่จะดูแลทั้งหมด
“มันเสี่ยงเกินไป ทางที่ดีทั้งคู่ควรจากไปเลยจะดีกว่า”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เขารู้ว่าไม่มีทางที่พวกผู้อาวุโสจะปล่อยหยู่จูไปเฉยๆ แน่ และไม่ต้องพูดถึงเผ่าพันพฤกษาที่เล็งสองแม่ลูกไว้แล้ว
“งั้นมู่เหลียงอยากจะให้สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยงั้นหรอ”
ลี่เยว่ถามขึ้นด้วยนัยน์ตาที่กลมโต และดูกังวลใจ
“ก็คงเป็นอย่างงั้น”
มู่เหลียงพยักหน้า
ทั้งสองเป็นผู้ตื่นที่หาตัวจับได้ยาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ลำบากอยู่แล้ว
แล้วพลังของหยู่จูกับหยู่เฟ่ยหยานนั้นดีมาก
หยู่จูนั้นทั้งผลิตน้ำได้และยังรับรู้ได้ถึงมวลน้ำที่อยู่รอบตัว
หยู่เฟ่ยหยานเองก็มีพลังในการต่อสู้ที่น่าสนใจ เธอสามารถรับมือเซียเต๋ากับเย่ฉายได้พร้อมกัน ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ทรงพลังขั้น 3 แสดงให้เห็นว่าเธอเองก็มากไปด้วยพรสวรรค์
ถ้ามู่เหลียงต้องการสร้างกองกำลัง สิ่งที่เขาต้องการในช่วงแรกคือกำลังคนที่น้อยแต่แข็งแกร่งมาก เพราะตอนนี้เขายังไม่สามารถสร้างกองกำลังใหญ่ได้ เนื่องจากพื้นที่บนหลังเต่าทมิฬน้อยยังเล็กเกินไป
ทำให้มู่เหลียงมีความตั้งใจที่จะวิวัฒนาการเต่าทมิฬน้อยให้ถึงระดับ 6 ก่อน เพื่อเพิ่มขนาดตัวของเต่าทมิฬให้ใหญ่ขึ้น และอาจจะมีพื้นที่มากถึง 1 แสนตารางเมตร
ด้วยพื้นที่ขนาดนั้น มันเพียงพอที่จะรองรับคนได้มากถึง 100 คนและไม่รู้สึกแออัด
หรือเอาง่ายๆ เลย คือมู่เหลียงสนใจพลังของสองแม่ลูกคู่นี้ และต้องการตัวทั้งสองมาเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬของเขาในอนาคต และจะแต่งตั้งทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในเมือง
และเขาต้องสร้างทีมนักล่าของตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อจะออกล่าสัตว์อสูรและหาผลึกสัตว์อสูร
“สองคนนั้นจะยอมหรอ?”
สีหน้าของลี่เยว่ดูแปลกไป ราวกับไม่พอใจความคิดนี้
ครั้งหนึ่งหยู่จูได้ขอร้องให้มู่เหลียงอยู่ที่กลุ่มแห่งนี้มาแล้วและถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
แล้วตอนนี้มู่เหลียงจะขอให้สองแม่ลูกออกจากกลุ่มไปอยู่กับเขาด้วย อีกฝ่ายก็คงปฏิเสธเหมือนกัน
“ฉันจะไม่บังคับพวกเธอหรอก”
มู่เหลียงพูดด้วยท่าทางสุขุม
หากสองแม่ลูกไม่เต็มใจมาด้วย เขาก็จะไปหาผู้มีพลังหรือพรสวรรค์เองในอนาคต
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้สองแม่ลูกนี้มาแผนการล่าผลึกสัตว์อสูรของเขาจะช้าลงไปครึ่งปีเท่านั้นเอง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved