“นี้นายไม่กลัวฉันเลยหรอ”
หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“ทำไมต้องกลัวด้วย? เพราะแค่ลายเส้นแดงๆ บนหน้าเธอนั้นนะหรอ”
มู่เหลียงตอบไปพร้อมกับกระพริบตาสงสัย
“ไม่…ดูให้ดี!! มันไม่ใช่แค่รอยแดง!”
หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ขึ้นและชี้ไปบนลวดลายสีแดงบนหน้าของเธอ
“อย่าบอกนะแค่นี้คือน่ากลัวแล้ว? ฉันว่าเธอก็ดูสวยดีออก”
มู่เหลียงจ้องไปยังรอยแดบนหน้าอย่างถี่ถ้วน
สำหรับเขามันดูเท่มากกว่าอีก
“สวย?”
หญิงสาวถึงกับชะงักไปและอุทานออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินของเธอนั้นถึงกับสั่นไหว
หญิงสาวสบสายตากับมู่เหลียง และพยายามจะดูว่าเขานั้นโกหกหรือพูดเรื่องจริง
แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือแววตาที่ดูลึกซึ้งยิ่งกว่า และมองเธออย่างเป็นธรรมชาติ
เธอรู้ทันทีว่าเขาไม่ได้โกหก หรือพูดเอาใจเธอ และไม่ปิดบังอะไรทั้งสิ้น
“....”
อยู่ๆ เด็กสาวก็พูดไม่ออก นี้เป็นครั้งแรกที่คนแปลกหน้าไม่กลัวเธอ ไม่พอยังได้รับคำชมว่าสวยจากใจจริง
หรือว่าผู้ชายคนนี้จะไม่รู้จักโรคที่เธอเป็น
แต่หากเป็นคนที่พอจะรู้ความบ้างก็น่าจะรู้จักโรคนี้ ว่าคือโรคผีมายา
หรืออีกอย่าง คือผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมากจนไม่ต้องสนใจเรื่องใด?
ก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด
“เออ…”
มู่เหลียงอยู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่ไปมองผิวของหญิงสาวด้วยสายตาที่หิวกระหาย
เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“เออ…เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลย”
“ฉันชื่อลี่เยว่”
หญิงสาวตอบก่อนที่จะเม้มริมฝีปากและถามต่อทันที
“แล้วนายชื่ออะไร”
“มู่เหลียง เป็นนักเลี้ยงสัตว์และเพื่อนที่แสนดี”
มู่เหลียงแนะนำตัวเองอย่างสบายๆ
“แล้วไหน ฉันยังไม่เห็นดอกไม้นั้นเลย”
ลี่เยว่ได้ท้วงสัญญาณขึ้นมาทันที
“นายหลอกฉันใช่ไหม!”
สีหน้าของลี่เยว่นั้นดูโกรธขึ้นมาทันที และเสียงก็ดูกร้าวราวขึ้น
“นายสัญญาณแล้วว่าจะเอาดอกไม้นั้นออกมาให้ดู”
“ไม่ต้องรีบสิ! ฉันไม่โกหกอยู่แล้ว ไม่ได้บอกเลยสักคำว่าจะไม่ให้ดู”
มู่เหลียงกลอกตาไปมา แล้วหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะตอบ
“แต่มันไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว…..”
“แล้วดอกไม้นั้นอยู่ไหน!!”
ลี่เยว่นั้นเริ่มหมดความอดทน และใช้น้ำเสียงที่ดุร้ายขึ้น
“ฉันให้สัตว์เลี้ยงของฉันเอากลับไปไว้ที่บ้านแล้ว”
มู่เหลียงถอยออกมาเล็กน้อย
“ถ้าอยากดูจริงๆ เธอก็ต้องไปที่บ้านของฉัน”
“ดอกไม้ถูกขนกลับไปบ้านแล้ว….”
ลี่เยว่นั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อยลง
ก่อนที่เธอจะจำได้ว่าเห็นแมงมุมของมู่เหลียงขนอะไรสักอย่างไปด้วยตอนที่มันโหนตัวลงมา
ปรากฏว่าสิ่งที่แมงมุมเอาติดตัวไปด้วยคือดอกไม้ที่เธอตามหา
อย่างไรก็ตาม เธอก็คิดว่ามันแปลกๆ อยู่
ทำไมบ้านของชายคนนี้ถึงอยู่ใกล้กับฐานของพวกเคราโลหิต
มันจะบ้าเกินไปรึป่าวที่จะมาสร้างบ้านอยู่ข้างฐานของพวกโจรแบบนี้
ลี่เยว่นั้นอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
“แล้วบ้านนายอยู่ไกลแค่ไหน”
“บ้านฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
มู่เหลียงตอบ
“จะบ้ารึไง!!!”
ลี่เยว่นั้นกลับแสดงออกตรงกันข้ามกับที่มู่เหลียงคิดเอาไว้ เหตุใดอยู่ๆ เธอดูไม่เชื่อ และดูดุร้ายขึ้น
สำหรับลี่เยว่แล้วผู้ชายคนนี้มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมด
แต่หากว่าที่อยู่ของชายคนนี้อยู่ใกล้จริงๆ ก็ไม่แปลกที่เขาจะรู้จักฐานแห่งนี้อย่างดี จนเข้ามาถึงคลังสมบัติของกลุ่มเคราโลหิตได้
“บ้าหรอ…เรียกว่าใจถึงจะดีกว่า”
มู่หลียงเมื่อได้ฟังคำพูดของลี่เยว่ ทำให้เขาคิดได้ว่านี้เป็นบ้านหลังที่สองแล้วที่เขายกเค้า
ไม่สิจะเรียกแบบนั้นก็ไม่เหมาะเท่าไร เอาเป็นได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุณแบบที่ไม่เต็มใจ
“โชคร้ายของเซียฮูจริงๆ ที่มาเจอนายเข้า”
ลี่เยว่ มองไปรอบๆ และเห็นว่าทุกอย่างมันถูกเก็บกวาดไปจนหมดแล้ว
“นี้อยากกินเนื้อย่างหน่อยไหม?”
มู่เหลียงหยิบไม้เสียบเนื้อย่างขึ้นมาแล้วส่งให้ลี่เยว่
หญิงสามมองด้วยสายตาที่หิวกระหาย และอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก และกลืนน้ำลายลงคอ
แต่ลี่เยว่ต้องห้ามตัวเองเอาไว้ และถามอีกคำถาม
“แล้วนายจะไปจากที่นี่ตอนไหน”
“ไม่นานหรอก รอให้สัตว์อสูรของฉันกลับมาขนของอีกรอบ ฉันก็เตรียมตัวหนีแล้ว”
มู่เหลียงรับรู้ได้ถึงเสี่ยวไก ว่ามันกำลังปีนเนินเขากลับขึ้นมาแล้ว
“นายยังมีสัตว์อสูรอีกตัวงั้นหรอ?!”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยความตกใจ
ก่อนที่จะชี้ไปยังแมงมุมผีแดงที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ก็เจ้านี้พึ่งจะแบกของไปไม่ใช่รึไง”
“ไม่ใช่เซียวหง”
มู่เหลียงส่ายหัว ก่อนที่จะมองไปยังหญิงสาว และพูดขึ้น
“คนที่ขนของจริงๆ คือเสี่ยวไก”
สำหรับเซียวหงนั้นมีหน้าที่ห่อและเอาของไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยก่อนเท่านั้น
ยังไงหน้าที่ในการขนของยังเป็นของเสี่ยวไกอยู่
“เซียวหง? เสี่ยวไก?”
ลี่เยว่นั้นไม่รู้เลยว่าเขาพูดชื่อของอะไรอยู่
แต่เมื่อเธอหันกลับไปอีกที ก็เห็นกิ้งก่าขนาดใหญ่อยู่ข้างหลังเธอแล้ว ทำให้เธอตกใจมากจนถอยหลังไปหลายก้าว
ลี่เยว่นั้นกลัวจนเสียขวัญและพูดขึ้นอย่างหวาดกลัว
“มะ–มันมาตั้งแต่เมื่อไร!!”
“เสี่ยวไกมานี้สิ”
มู่เหลียงกวักมือเรียกเสี่ยวไกให้มาหาเขา และเริ่มขนของขึ้นหลังมันอีกครั้ง
ผ้าหลายม้วนถูกผูกติดกับหลังของเสี่ยวไก ทำให้ตัวของมันดูใหญ่โตขึ้นเป็นสองเท่า
“........”
ลี่เยว่นั้นไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงรู้สึกไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้ากิ้งก่ายักษ์ตัวนี้
เปรี้ยง!!! ปัง ปัง!!
เพื่อที่จะให้เสี่ยวไกออกไปสะดวก มู่เหลียงจึงทำลายช่องว่างให้กว้างขึ้น
“ทำแบบนี้แล้วไม่กลัวว่าเซียฮูจะตามฆ่านายรึไง!”
ลี่เยว่ที่เฝ้ามองดูการกระทำของมู่เหลียงอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความตกใจ
“ไม่รู้สิ…ก็คงตามไล่ล่าฉันละมั้ง ไม่ก็โกรธจนเป็นลม”
“ไปกันเถอะ”
มู่เหลียงตอบอย่างไม่ใส่ใจ และสั่งให้เสี่ยวไกขนของออกไป เขาแบกถังน้ำออกมา และเอามันห่อด้วยใยแมงมุม พร้อมกับสะพายดาบไว้ที่ข้างหลัง
“เร็วสิ เดี๋ยวพวกมันก็เข้ามาได้แล้ว”
มู่เหลียงพูดขึ้นเตือนสติของหญิงสาว
ส่วนลี่เยว่นั้นก็ไม่อยากกลับไปมือเปล่า เธอต้องได้อะไรกลับไปบ้างจึงเข้าไปค้นหาของ แต่ดูเหมือนจะไม่เหลืออะไรเลย
และเมื่อเห็นว่ามู่เหลียงกำลังจะลงจากเนินเขาไปเธอก็รีบวิ่งตามมา
“รอด้วยสิ!”
แต่หญิงสาวก็พอจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้างเป็นถังน้ำ 1 ถัง กับถุงเนื้อตากแห้งเล็กๆ
“ไปแป๊บเดียวได้ของติดมือกลับมาแล้ว ไม่เลวเลย”
มู่เหลียงยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับรอยยิ้ม
“ก็…ก็แค่คิดว่ากลับไปมือเปล่ามันดูเสียเที่ยวเท่านั้นแหละ”
ลี่เยว่นั้นอยู่ๆ หน้าก็แดงก่ำขึ้นมา ก่อนที่เธอจะใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้
“งั้นหรอ งั้นหรอ”
มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับพยักหน้า
ยิ่งได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงพูด ยิ่งทำให้ลี่เยว่รู้สึกอายมากขึ้นไปอีก
แต่ลี่เยว่เมื่อมองมู่เหลียงเธอรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น
เสี่ยวไกนั้นแบกของมากมายเต็มหลังของมัน พร้อมกับเซียวหงที่มีบอลใยแมงมุมติดตัวหลายอัน และกำลังเตรียมตัวจะลงจากเขานี้ไป
และเมื่อลี่เยว่มองดูของในมือของตัวเองทำให้เธอรู้สึกอายมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบกับของที่มู่เหลียงเอาไปแล้ว เหมือนเธอแค่มาช่วยเขาถือของเท่านั้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved