ตอนที่ 120

ถนนรอบนอกในเมืองเต่าทมิฬ

เหล่าสมาชิกครอบครัวของหัวขโมยกำลังแตกตื่นกับภาพที่เห็น

“เราจะได้มาอยู่ที่แบบนี้จริงๆ งั้นหรอ”

สตรีตั้งครรภ์พูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ

“แน่นอน แล้วที่นี่คือที่พักของพวกเจ้า”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าและมองไปยังบ้านที่ว่างอยู่อีกหลายหลัง

“แต่….พวกเราเป็นครอบครัวของผู้ทำความผิดไม่ใช่งั้นหรอ”

สตรีมีครรภ์ถามขึ้นด้วยความสงสัย

สามีของเธอเป็นหัวขโมย และเธอก็เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าสักวันจะเกิดเรื่องแบบนี้ และไม่คิดว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีหากสามีของเธอถูกจับได้ และมีชีวิตอย่างน่าเวทนา

แต่กลับกัน เธอกลับได้บ้านหลังใหม่ที่ดูดีและสะอาดสะอ้าน มันผิดจากที่เธอคิดไว้อย่างมาก

“เขาต้องชดใช้ความผิดของเขา คนในครอบครัวก็อีกเรื่องหนึ่ง”

หยู่ฉินหลานส่งยิ้มที่ดูสูงส่งให้กับสตรีมีครรภ์

เปรียบดั่งคำที่ว่า ถึงโจรจะเลว แต่ก็ใช่ว่าพ่อแม่ลูกเมียจะเลวไปด้วย

เธอเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงต้องการจะทำแล้ว เขาต้องการจะทำให้โจรพวกนี้กลับใจ โดยมีครอบครัวของพวกเขาเป็นตัวช่วย

“ฉันจะพูดกับเขา และบอกให้เขาทำตัวดีๆ เพื่อชดใช้ความผิด”

สตรีตั้งครรภ์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“นั้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“น้ำอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็ถามเอาจากคนที่อยู่ก่อนแล้ว งั้นฉันจะไม่รบกวนแล้ว จะปล่อยให้ทุกคนทำความสะอาดที่อยู่ใหม่กันเอง”

“ตกลง”

สตรีตั้งครรภ์ตอบ

หยู่ฉินหลานได้จัดแจงบ้านให้กับทุกคน โดยมีหยู่เฟ่ยหยานช่วยเหลือ

ครอบครัวของพวกโจรมีทั้งหมด 12 คนที่มาอยู่ในเมือง

“ท่านแม่ แล้วเราจะเอายังไงดีกับพวกโจรที่เหลืออีก 20 คน”

หยู่เฟ่ยหยานถามขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมกับพลิกดูรายชื่อที่ไม่มีญาติพี่น้องมาอยู่ด้วย

“แยกขังเอาไว้ ชายอยู่อีกห้องผู้หญิงอยู่อีกห้อง และปล่อยไว้แบบนี้ก่อน”

หยู่ฉินหลานตอบกลับเบาๆ

พวกโจรที่เหลือไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันทั้งหมดจะหาทางหลบหนีแน่ เพราะงั้นต้องขังทั้งหมดเอาไว้ด้วยกัน

ตอนนี้บ้านที่มีอยู่ในหมู่บ้านก็เริ่มจะหมดแล้วจะแบ่งขังก็ดูแลลำบาก

“ได้เลย”

หยู่เฟ่ยหยานขานรับและเขียนลงในบันทึกหนังสัตว์

ตอนนี้เธอเริ่มที่จะเรียนรู้เรื่องการจัดการสิ่งต่างๆ จากแม่ของเธอ และช่วยงานแลกเปลี่ยนในบางวันได้แล้ว

“ท่านหยู่จู นี้คือพวกโจรทั้งหมดครับ”

เว่ยกังพากลุ่มโจรเข้ามา

“ใครที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ให้ออกมา ส่วนพวกที่เหลืออยู่ตรงนี้ก่อน”

หยู่ฉินหลานมองไปยังกลุ่มโจรที่อยู่ต่อหน้าและพูดอย่างเย็นชา

“ต่อจากนี้ผู้ชายจะถูกจับขังไว้ที่นี่ และผู้หญิงจะขังไว้ที่นี่ รอจนกว่าท่านเจ้าเมืองจะลงมาจัดการ”

“ขอรับ”

เว่ยกังปล่อยให้โจรกลับไปหาครอบครัว และแยกขังชายหญิง

พวกเขาไม่คิดว่าเมืองเต่าทมิฬจะใช้ไม้แข็งแบบนี้ ในเมื่อครอบครัวเขาอยู่ที่นี่ แล้วใครกันจะกล้าหนีอีก

เพื่อที่จะให้ครอบครัวอยู่สบาย เขาจะต้องทำงานให้หนัก และไม่ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นที่นี่เด็ดขาด

สำหรับคนที่ไม่มีญาติพี่น้อง อย่างไทเกิ่นกับแม่มดพันหน้าก็ยังมึนงงอยู่ ได้แต่มองสหายร่วมอุดมการณ์แยกย้ายกันไปที่ละคน และถูกส่งกลับบ้าน

“อย่าได้คิดหลบหนี ต่อจากนี้ทุกคนต้องอยู่ในเมืองเต่าทมิฬไปอีกหลายปี

เว่ยกังพาโจรที่เหลือเข้าไปขังในบ้านพร้อมแยกชายหญิง

“อยู่อีกหลายปี?”

สีหน้าของไทเกิ่นนั้นเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที และสับสนไปหมด

เป็นไปได้ยังไงที่จะได้อยู่ที่นี่ต่อ เพราะญาติพี่น้องของเขายังรออยู่ในเมืองสิบขั้น

เขารักลูกสาวตัวน้อยของเขา และเขาเองก็มีภรรยาที่ทำเนื้อย่างที่อร่อยที่สุด

หลังจากคิดว่าเขาจะไม่ได้เจอลูกเมียอีกหลายปี ทำให้เขาแทบคลั่ง

“ไม่ถูกประหารก็บุณหัวขนาดไหนแล้ว!!”

เว่ยกังพูดทิ้งท้าย และมองไปยังไทเกิ่นที่กำลังสับสนและร้อนรน

เขาไม่คิดว่าเจ้าเมืองนี้จะต้องการใช้แรงงานคนมากขนาดนี้

แม่มดพันหน้าตะโกนขึ้น

“ฉันแค่อยากรู้จักเมืองนี้ ยังไม่ได้ขโมยสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ!”

เธอยังเด็กและสาวอยู่ เธอจะไม่ยอมตายด้วยโรคซึมเศร้าอยู่ในคุกแน่ๆ

“แกไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนี้!”

เว่ยกังตอบกลับไปก่อนที่จะปิดประตู

“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็พูดแบบนี้ทุกคน”

“เอ่อ….”

แม่มดพันหน้าถึงกับไปไม่ถูก ได้แต่หันมองดูคนรอบๆ และพบว่าสีหน้าของแต่ละคนก็แย่ไม่แพ้กัน

แล้วเธอจะถูกขังแบบนี้อีกกี่ปี?

“ทำตัวดีๆ แล้วรอเจ้าเมืองมาตัดสินพวกเขาอีกที”

เว่ยกังพูดก่อนที่จะยืนเฝ้าคุกแห่งนี้

“ไปกันเถอะ”

หยู่ฉินหลานเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็พาลูกสาวกลับไปยังเนินสูงทันที

“ท่านแม่ ทำไมเราไม่ฆ่าพวกมันให้หมดเลย?”

หยู่เฟ่ยหยานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

เธอเกลียดพวกโจร เพราะพวกมันกล้ามาทำให้เมืองเต่าทมิฬแปดเปื้อน

“คนเหล่านี้มีพลังและพรสวรรค์ มู่เหลียงต้องการจะเลี้ยงคนเหล่านี้เอาไว้”

หยู่ฉินหลานตอบเบาๆ

“พวกมันเป็นโจรเป็นขโมยมาก่อน และมันต้องหาทางหนีไปจากที่นี่แน่ๆ”

หยู่เฟ่ยหยานเถียงพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

“เป็นเรื่องยากที่จะหนีไปจากที่นี่ได้”

หยู่ฉินหลานยิ้มมุมปากก่อนที่จะส่ายหัว

เธอแน่ใจเลยว่ามู่เหลียงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่เดี๋ยวเขาคงหาแนวทางมาแก้ไขแน่นอน

“ท่านแม่ คืนนี้ให้หนูไปช่วยด้วยไหม”

หยู่เฟ่ยหยานคิดถึงตอนที่แม่ของเธอไปเฝ้าทางขึ้นด้านหลังเมื่อคืนเพื่อจับพวกโจร

“ไม่ต้องหรอก ลูกยังอ่อนแอเกินไป”

หยู่ฉินหลานปฏิเสธอย่างไม่คิด

ถ้าหากโจรเป็นผู้มีพลังขั้น 3 ก็ยังพอรับมือไหว แต่สำหรับผู้มีพลังขั้น 3 สำหรับเมืองสิบขั้นนั้นเก่งกว่าหยู่เฟ่ยหยานเล็กน้อย

“หนูจะต้องเก่งขึ้น”

หยู่เฟ่ยหยานทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินนำหน้าไป

“ต่อให้ถึงขั้น 4 แล้วก็ตาม!”

หยู่ฉินหลานตะโกนไล่หลังไป

“เชอะ!!!”

หยู่เฟ่ยหยานพ่นลมหายใจไม่พอใจออกมา

ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่มู่เหลียงสร้างห้องเย็นและเก็บของที่จะแช่เสร็จแล้ว เขาเดินออกมาก็เห็นว่าสองแม่ลูกกำลังเดินขึ้นมาบนเนินสูง และได้ยินเสียงพ่นลมหายใจประชดของหยู่เฟ่ยหยาน

เขาจึงถามขึ้น

“เป็นอะไรไปเฟ่ยหยาน? ถึงถอนหายใจแบบนั้น”

“อ๊ะ!”

หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกใจ และอุทานเสียงน่ารักออกมาพร้อมกับสะดุ้งสุดตัว

เธอหันไปทางเสียงของมู่เหลียง และพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร

“ให้ตายสิ!! ทำไมนายถึงชอบมาปรากฏตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงตลอด”

“เธอต่างหากที่ตกใจอะไรง่ายเกินไป”

มู่เหลียงฉีกยิ้มอย่างเอ็นดู

เขามองไปก็เห็นว่าหยู่ฉินหลานกำลังเดินตามขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า เธอรู้ว่ามีคนมาจากด้านหลัง

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ของที่ขายก็เอามาเก็บหมดแล้ว”

หยู่ฉินหลานพูดรายงานให้กับมู่เหลียงฟัง

“แล้วพวกโจรมีปัญหาอะไรไหม”

มู่เหลียงถามต่อ

“ไม่ ทุกคนเชื่อฟังอย่างดี”

หยู่ฉินหลานจึงถามต่อ

“แต่มีโจร 20 คนที่ไม่มีญาติพี่น้องติดตามมาด้วย แล้วจะเอายังไงกับพวกมันต่อ”

“พวกมันทั้งหมดจะอยู่ในหน่วยงานพิเศษของฉัน และพวกเขาจะเป็นอิสระหลังจากที่ทำงานให้ฉันสำเร็จแล้ว”

มู่เหลียงตอบอย่างสบายๆ

ในไม่ช้าเต่าทมิฬจะวิวัฒนาการเป็นระดับ 7 เพราะงั้นเขามีงานที่จะต้องใช้พวกมีความเชี่ยวชาญและมีพลังวิเศษอยู่

แล้วอีกอย่างตอนนี้ชื่อเสียงของเมืองคงได้แพร่กระจายออกไปแล้ว และต่อไปจะเกิดการท้าทายจากขุมอำนาจอื่นบ่อยขึ้น ไม่ใช่การต่อสู้เล็กน้อยแบบเมื่อคืนอีก

“หน่วยงานพิเศษ?? ที่นายพูดไว้ก่อนหน้านี้งั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานยังจำสิ่งที่มู่เหลียงพูดได้

“ไม่คนละกลุ่มกัน”

มู่เหลียงส่ายหัว

หน่วยงานพิเศษที่จะก่อตั้งขึ้นจะมีแต่พวกหัวขโมยและโจร พวกมันไม่สามารถเข้าถึงความลับของเมืองเต่าทมิฬหรืออาวุธของเมืองได้ เว้นแต่พวกเขาจะผ่านการทดสอบแล้วว่ามีความภักดีต่อเมือง

หยู่ฉินหลานได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ถามอะไรอีก

ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วคืนนี้จะทำยังไงต่อ”

“ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว เมื่อถึงเวลาเธอจะรู้และเข้าใจทุกอย่างเอง”

มู่เหลียงยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากอย่างมีเลศนัย

ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปในคฤหาสน์ และทิ้งสองสาวให้มองหน้ากันอย่างมึนงง