ซูม ซูมมมม
ในค่ำคืนที่มีแต่เสียงของสายลมที่พัดผ่านทะเลทรายอันแห้งแร้ง
พึ้บๆๆ
เสียงเหมือนกับปีกของสิ่งมีชีวิตกำลังกระพืออยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด
แล้วก็ปรากฏเป็นเด็กสาวผมสีทองผูกแกละสองข้างร่อนลงมาจากท้องฟ้า พร้อมกับปีกที่เหมือนกับปีกของค้างคาวคู่หนึ่ง ก่อนที่มันจะหดกลับเข้าไปในหลังของเด็กสาวคนนี้
“มิอา เราจำเป็นต้องมาตอนกลางคืนจริงๆ ด้วยงั้นหรอ”
เสียงสาวผมแกละสีทองคนนี้เหมือนกับเด็กน้อยวัยใส
มิอาชำเลืองมองไปยังสาวผมทองที่สูงเพียงอกของเธอเท่านั้น ด้วยนัยน์ตาสีแดงเข้ม เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อ
“เธอต้องเข้าใจฉันด้วย ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่ 4 ปีแล้ว ตอนนี้ฉันมีโอกาสฉันก็อยากจะกลับมา”
“เน่ เน่!! นังแมว”
เด็กสาวผมสีทองเอามือเท้าเอว และพูดด้วยแก้มที่พองขึ้น อย่างไม่พอใจ
“สายตาแบบนั้น กำลังล้อเลียนความสูงของฉันอยู่ไม่ใช่รึไง!”
“เธอคิดมากเกินไปซิไป่ฉี”
มิอาหันหน้ากลับไปอย่างไม่แยแส
“ชิร์!! ดูจากสีหน้าตึงเครียดของเธอแล้ว นี้ไม่ใช่ว่ากำลังเป็นห่วงน้องสาวของตัวเองรึไง?”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างประชดประชัน
“.....”
มิอาใบหน้าแข็งทื่อไปทันที
เธอหยุดชะงัก ก่อนที่แววตาสีแดงของเธอจะหันกลับไปจ้องมองยังเด็กสาวผมทองตัวเล็ก
“อะไร!! มองอะไร!! อยากจะลองกันสักยกงั้นหรอ? ฉันไม่กลัวเธอหรอกนะ!”
ซิไป่ฉีผวาไป และถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันเธอก็แยกเขี้ยวใส่มิอาเหมือนกัน
เขี้ยวเล็กๆ คู่นั้นทำให้เด็กสาวผมทองเหมือนกับเสือตัวน้อยๆ ก็ไม่ปาน
“เขี้ยวของเธอไม่เคยลิ้มรสเลือดคนมาก่อน คิดว่ามันจะขู่ฉันได้งั้นหรอ?”
มิอามองไปยังเขี้ยวเล็กๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา
“หนอย!! เดี๋ยวเถอะ!!”
ซิไป่ฉีเอามือเท้าเอวอีกรอบ ก่อนที่จะชี้ไปยังสาวหูแมวและตะคอกใส่
“สักวัน! ฉันจะดูดเลือดของเธอให้หมดตัวเลย!”
“อย่างเธอชนะฉันไม่ได้หรอก”
มิอาพูดอย่างเย็นชา
“ฮึ่ม! ตอนนี้ฉันยังเป็นเด็กอยู่ ให้ฉันโตอีกสักสองสามปี ฉันชนะเธอได้แน่มิอา”
ซิไป่ฉีกอดอก และหันหน้าเชิดใส่อย่างไม่พอใจ
“ถึงตอนนั้น ฉันจะทำให้เธอร้องขอความเมตตา และเรียกฉันว่านายหญิงเลยคอยดู!”
“เธออายุ 20 และแก่กว่าฉัน 3 ปี”
มิอาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ให้ตายสิ!! ฉันแค่หลับนานไปเท่านั้นแหละ!”
ปีกของซิไป่ฉีกางออก และกระพืออย่างแรง
“เก็บปีกนั้นซะ มันจะทำให้น้องสาวของฉันตกใจ”
มิอามองด้วยสายตาที่เย็นชา
“เชอะ ฉันขอดูอยู่ห่างๆ ก็พอไม่เข้าไปใกล้หรอก”
ซิไป่ฉีตอบกลับไป แต่ก็เก็บปีกของเธออย่างเชื่อฟัง
“ฉันต้องบอกให้มินโฮรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่”
มิอาเงยหน้าขึ้น และมองไปยังค่ายที่มืดมิดอยู่ด้านหน้า
“เธอจะนำอันตรายมาสู่น้องสาวของเธอ”
ซิไป่ฉีแสยะยิ้มพร้อมกับพูดเตือน
“อย่าลืมว่าเธอมีถืออะไรอยู่”
“....”
ร่างของมิอาหยุดชะงักไป และน้ำเสียงของเธอเย็นชามากขึ้น
“ฉันจะไปทันที และไม่ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง”
“ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไมเธอถึงอยากได้ไข่อสูรจิตอัสนี”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็กน้อยอย่างประชดประชัน และเลียริมฝีปากน้อยๆ ของเธอ
“จะเอามาทำไข่ย่างก็ไม่เลวนะ ฉันไม่เคยกินไข่ของอสูรตัวนนี้เลย”
“นี้เธอ โง่หรือแกล้งโง่กันแน่?”
สายตาของมิอาสั่นไหว และอารมณ์ของเธอก็แปรปวนขึ้นมาทันที
“เธอต่างหากที่โง่”
ก่อนที่ขนตามร่างของซิไป่ฉีจะลุกขึ้น และตะคอกด้วยน้ำเสียงเด็กน้อยของเธอ
“พวกมันไล่ล่าเรามาสามสิบสามวันแล้ว เพื่อจะเอาไข่อสูรจิตอัสนี”
แต่เธอเองก็สงสัยเหมือนกันว่าเธอบ้าหรือโง่กันแน่ ที่ร่วมมือกับดินแดนเขียวขจี และทำตามคำสั่งออกไปปล้นขโมยของ และถูกไล่ล่าทุกวี่วัน
“อีกไม่นานพวกมันก็จะยอมแพ้ไปเอง”
มิอาพูดอย่างแผ่วเบา
“ครั้งก่อนเธอก็พูดแบบนี้ แล้วเราก็ถูกไล่ล่าอยู่ร้อยวันเต็มๆ ทำปีกของฉันแทบขาด”
ซิไป่ฉีนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเคืองๆ
“โทษที ฉันลืมไปแล้ว”
มิอาตอบอย่างไม่สนใจ
“ยัย….”
ซิไป่ฉีนั้นโกรธมากถึงกับขบฟันแน่นจนเห็นเขี้ยวที่ยืนออกมาจากปากของเธอ และมองไปยังมิอาด้วยแววตาที่รังเกียจ
มิอาไม่แม้แต่จะหันไปมอง และพูดอย่างไม่แยแส
“เราจะไปกันต่อแล้ว เก็บเขี้ยวของเธอซะ”
“ฮึ่ม!”
-ซิไป่ฉีทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงตามมิอาไป
ตุบ
เธอเดินมาชนกับหลังของมิอา และผงะเสียหลักล้มลง
“ทำอะไรของเธออีกเนี้ย!”
ซิไป่ฉีลุกขึ้นมาและพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เธอเห็นว่ามิอาตัวแข็งทื่อไปเฉยๆ ทำให้เธอเกิดความสงสัย จนคิ้วขมวดเข้าหากัน
ซิไป่ฉีนั้นมีนัยน์ตาสีทอง ซึ่งมองในที่มืดได้ดี เธอมองไปยังค่ายเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า และเห็นว่าค่ายนี้มันร้างไปแล้ว
“นี่นะหรอ บ้านเก่าของเธอ”
ซิไป่ฉีถามอย่างไม่มั่นใจ
“ใช่”
สีหน้าของมิอาดูเย็นชาราวกับน้ำแข็ง และเปล่งรัศมีที่เย็นยะเยือกออกมา ก่อนที่ร่างของเธอจะสั่นเทาเล็กน้อย
ฟุบ!!
ในวินาทีต่อมาร่างของมิอาก็พุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว และตรงไปยังค่าย
“ก็เห็นๆ อยู่ว่ามันเป็นยังไง…”
ซิไป่ฉีส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ ค่ายเล็กๆ แบบนี้ล่มสลายลงทุกวัน ในขณะที่มีเผ่าและกลุ่มก่อตัวมากขึ้น
พรืบ
ซิไป่ฉีกางปีกออก และบินไปยังค่ายเล็กๆ แห่งนี้
เธอสัมผัสมิอาได้จากกลิ่น และร่อนลงที่บ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง
มิอานั้นริมฝีปากสั่นเทา เธอยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้าน และดูประมาทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่สัมผัสอันเฉียบแหลมของซิไป่ฉี สัมผัสได้ว่ามิอากำลังสั่นกลัว
“ไม่อยากจะเข้าไปข้างในงั้นหรอ…บางทีเราอาจจะเจอเบาะแสอะไรก็ได้”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
“...อือ”
มีร่องรอยของเลือดไหลออกมาจากมุมปากของมิอา เธอลังเล ก่อนที่จะกลั้นใจเดินเข้าไปในบ้าน ด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัว
“ฟุต ฟิต”
ซิไป่ฉีจมูกย่นเล็กน้อย เมื่อได้กลิ่นของเลือด
สาวผมทองมองไปยังแผ่นหลังของมิอา และเห็นท่าทางของมิอาที่น่ากลัวกว่าเดิมเธอจึงไม่กล้ากวนมิอาในตอนนี้
“ไม่เหลืออะไรเลย…แต่มีร่องรอยของการเคลื่อนย้ายเมื่อหลายสิบวันก่อน”
มิอาสำรวจดูรอบๆ
จากประสบการณ์ของเธอที่สะสมมาตลอดสี่ปี เธอพอจะคาดเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่
“ถ้าพึ่งจะผ่านไปไม่นาน เราน่าจะติดตามพวกเขาทันอยู่”
ซิไป่ฉีพูดขึ้น
“ฉันจะตามหาเธอ”
มิอาดูด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆ
เธอยืนอยู่ในบ้าน และก็สังเกตเห็นหินแกะสลักที่วางอยู่บนพื้น
“มินโฮทิ้งอะไรไว้!”
เธอคุกเข่าลง และเอื้อมมือไปคว้าหินสลักนั้นไว้
มิอาไม่ได้ยกมันขึ้นทันที
กับดักงั้นหรอ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวก่อนที่เธอจะดีดตัวถอยออกมาจากจุดนั้น และเกือบชนกับซิไป่ฉี
“เกิดอะไรขึ้นอีกหล่ะ”
ซิไป่ฉีถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนที่แววตาของเธอจะเป็นประกาย
“ไม่ ฉันคิดมากไปเอง”
มิอาลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ และเดินกลับไปยังใจกลางบ้านอีกครั้ง และมองจุดที่หินนั้นอยู่อย่างระมัดระวัง
เธอยกหินขึ้นมา และพลิกดูอย่างละเอียด เป็นหินแกะสลักของเด็กสาวหูกระต่าย
“หินสลักนี้สวยมาก”
ซิไป่ฉีพูดชมขึ้น และโน้มตัวมาข้างหน้าอย่างสนใจ
“มีอะไรอยู่ข้างใต้นี่”
มิอามองเห็นว่ามันมีเส้นด้ายอะไรสักอย่างติดกับหินนี้และโยงลงไปในดิน
“ลองขุดมันขึ้นมาดู บางที่น้องสาวของเธออาจจะทิ้งข้อความอะไรไว้ให้ก็ได้”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ได้”
มิอากระตุกเส้นด้ายนั้นจนขาด และเก็บหินแกะสลักไว้ในกระเป๋าของเธอ
ในเงามืดมิอาใช้มือขุดดินลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เจออะไรแข็งๆ สักอย่าง
มันคือกล่องไม้ที่ถูกฝังไว้อย่างดี
“กล่องไม้งั้นหรอ เปิดเลย เปิดเลย!!”
รูม่านตาของซิไป่ฉีนั้นเบิกกว้างขึ้น และสนใจอย่างมาก เธอพูดอย่างกระตือรือร้น
“เธอจะเปิดเองหรือให้ฉันเปิด”
“ไม่ต้องยุ่งเลย”
มิอาปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
เธอก้มตัวลงเล็กน้อย และปัดฝุ่นที่อยู่บนกล่องออก ก่อนที่จะค่อยๆ แง้มฝากกล่องขึ้น เผยให้เห็นม้วนผ้าที่อยู่ข้างใน
“ม้วนผ้างั้นหรอ? เป็นไปได้ไหมว่าน้องเธอจะเขียนอะไรไว้”
ซิไป่ฉีลองคาดเดาดู
“มินโฮ ไม่เคยออกไปจากค่ายนี้ เธออ่านเขียนไม่ได้”
มิอาหยิบม้วนผ้าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และรู้สึกไม่สบายใจ
“นี้ๆ จะเปิดรึยัง หรือให้ฉันเปิดให้”
ซิไป่ฉียังไม่เลิกความตั้งใจในการอยากรู้อยากเห็น
“ก็บอกว่าไม่ต้องยุ่งไง”
มิอาพูดอย่างเย็นชาอีกครั้ง
เธอกางม้วนผ้าออกอย่างเบามือ
“อย่าบอกนะว่าไอ้คนที่ขี่สัตว์อสูร จับมินโฮไป!”
มิอาหัวใจเต้นแรงและหายใจแรงขึ้น พร้อมกับกัดฟันแน่น
“ฉันจะตามหาเธอให้เจอ หากว่าน้องสาวฉันเป็นอะไรไป ไอ้คนที่อยู่ในรูปนี้จะต้องชดใช้!”
“อื้ม….นี้ฉันว่าในรูปนี้มันไม่น่าจะหมายความว่ายังงั้นหรอกนะ”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นเมื่อเห็นภาพ และพูดต่อไปว่า
“ฉันคิดว่าน้องสาวของเธอ คงไม่สามารถรอเธอกลับมาได้อีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงติดตามผู้ชายที่ขี่สัตว์อสูรร้ายนี้ไป เพื่อออกตามหาเธอมากกว่า”
“ฉันเข้าใจสิ่งที่น้องของฉันจะสื่อสาร และน้องฉันเป็นคนวาดมันขึ้นมา”
มิอาม้วนผ้าเก็บอย่างไม่ใยดี และกอดมันเอาไว้ราวกับของมีค่า
“แต่ฉันว่าสิ่งที่ฉันพูดน่าจะถูกต้อง”
ซิไป่ฉีเท้าเอว และพูดอย่างไม่พอใจ
“แต่นั้นน้องสาวฉันนะ”
มิอาพูดอย่างไม่ใยดี
“แต่ฉันเข้าใจความหมายของภาพ มากกว่าเธอยัยแมวโง่!”
ซิไป่ฉีแก้มพองขึ้นพร้อมกับเถียง
“เธอวาดได้ชัดเจนมาก!”
“รู้แล้วน่า…”
มิอาตอบอย่างน้อยใจนิดหน่อย
“ฮึ่ม! ถ้าเธอรู้จักดูและพิจารณาดีๆ ละนะ”
ซิไป่ฉีเชิดหน้าด้วยความรู้สึกรำคาณ
“ถ้างั้นคนที่ขี่สัตว์อสูร…”
มิอาเลิกสนใจซิไป่ฉี และเปิดภาพดูอีกครั้ง
“เขาขี่สัตว์อสูรอะไร”
“เต่า แค่ดูก็รู้ว่านั้นรูปเต่า”
ซิไป่ฉีมองไปที่รูปภาพและพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่น่าจะใช่เต่า”
มิอาส่ายหัวเบาๆ
“มันดูเหมือนปีศาจเขี้ยวแหลมทรงแปดเหลี่ยมมากกว่า”
“นี้…เถียงฉันงั้นหรอ?”
ซิไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงดุ
“ก็จริงนิ”
มิอาตอบเบาๆ
“ถ้าไม่เชื่อคำพูดฉันแล้วจะเสียใจ”
ซิไป่ฉีประชดอย่างไม่พอใจ
“ยังไงฉันก็จะตามหามินโฮให้เจอ”
มิอาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
มันได้ทำให้ซิไป่ฉีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันละสงสัยมาตลอดเลยว่า ทำไมเธอถึงทิ้งน้องสาวไปตั้งแต่แรก”
“.....”
มิอาเงียบไม่ตอบสิ่งใด
เธอนึกถึงหัวหน้าค่ายที่น่าขยะแขยงคนนั้น ซึ่งต้องการให้เธอไปเป็นนางบำเรอให้กับเขาเมื่อสี่ปีก่อน
แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะบอกให้เธอมาเป็นสาวใช้ แต่แท้จริงแล้วนั้นก็คือทาสกามของเขานั้นเอง
มิอาไม่ยอม เธอปฏิเสธ ก่อนที่เธอจะออกไปเธอได้บอกให้มินโฮปลอมตัวเป็นชายไว้ตลอด และรอเธอกลับมาสักวัน
เธอออกไปยังดินแดนที่รกร้างตัวคนเดียว และโชคดีที่ได้รับการช่วยจากผู้หญิงบ้าๆ นั้น ไม่งั้นเธอคงถูกฝูงหมาป่าจันทรากินไปแล้ว
“ไม่พูดสินะ”
ซิไป่ฉีบ่นออกมาอย่างเบื่อหน่าย
ทันใดนั้น ก็มีกลิ่นไอแปลกๆ ไหลเต็มบรรยากาศ
“ไปกันเถอะ พวกมันไล่ตามมาแล้ว”
สีหน้าของมิอาเปลี่ยนไปทันที และร่างของเธอก็ฟุบหายไปในเงามืด
“ไอพวกเวรนี้…ก็ไล่ตามไม่หยุดไม่หย่อนเลยจริงๆ!”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างโมโห พร้อมกับวิ่งออกไปด้านนอกและกางปีกบินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว ทุกอย่างก็ดูสงบเช่นเดิม
แล้วหลังจากนั้นไม่ถึงสองสามนาที
ตุบๆๆ
มีร่างสามร่างพุ่งเข้ามาในค่ายแห่งนี้
“ฟุดฟิต ฟุตฟิด”
มีร่างหนึ่งที่หัวเป็นหมาป่ากำลังสูดดมกลิ่นไปรอบๆ
และคำรามออกมา
“มันพึ่งออกไปจากที่นี่ได้ครู่เดียวเท่านั้น!”
“ตามไป! เราต้องเอาไข่อสูรจิตอัสนีกลับมาให้ได้”
อีกร่างหนึ่งที่มีหัวเป็นสิงโตพูดขึ้น
“ไอ้หัวขโมยจากดินแดนเขียวขจีจะต้องถูกกำจัด”
“แต่นังหัวทองนั่น…”
ร่างสุดท้ายมีหัวเป็นหมีพูดขึ้นอย่างลังเล
“เธอเป็นผู้ทรยศ และเมืองจันทร์ดับจะไม่ปกป้องเธออีก”
หัวสิงโตพูดขึ้นอย่างไม่แยแส
เขาส่งสายตาให้หัวหมาป่า เป็นสัญญาณให้ออกตามล่าต่อ
ฟุบ!
แล้วทั้งสามก็ออกวิ่งกันอีกครั้ง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved