ตอนที่ 229

ในห้องรับรอง

มู่เหลียงวางถ้วยชาลง มินโฮก้มหัวเล็กน้อย และเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาของมู่เหลียงมาแอบเติมที่ด้านหลัง และยืนแอบอยู่หลังมู่เหลียงต่อ

แววตาของชาหลัวเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และคิดว่าเด็กสาหูกระต่ายอาจจะกำลังกลัวเธออยู่

“ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดให้สัตว์อสูรโบราณของท่านหยุดก่อนได้หรือไม่”

ชาหน่านนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ

“ถ้าหากเข้าใกล้เกินไป อาจจะทำให้ประชาชนเมืองปักษาแตกตื่นได้ และอาจจะสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น”

“ย่อมได้”

มู่เหลียพยักหน้าและตอบกลับไป

เขามาที่นี่เพื่อค้าขายเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสร้างปัญหาแต่อย่างใด

ไม่งั้นการค้าขายระหว่างเมืองจะไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน

มู่เหลียงไม่ต้องการให้ทุกอย่างมันวุ่นวายไปมากกว่านี้ และคงดีกว่าหากผูกมิตรกับอีกฝั่งได้เพื่อสร้างรายได้

ชาหน่าเมื่อได้ยินก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที และสีหน้าก็ดูผ่อนคลายลง

“ขอบคุณท่าน ที่ยอมเข้าใจ”

“ก็บอกแล้วว่าพวกเรามาดี”

มู่เหลียงกล่าวเสริม ก่อนที่จะวางมือเท้ากับโต๊ะ

ทำให้ชาหน่านั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะคิดอะไรได้แล้วพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“คนของเราได้บอกว่าท่านต้องการทำการค้ากับเมืองปักษาของเรา พวกเราเลยสงสัยว่าท่านมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนซื้อขายบ้าง”

มู่เหลียงเมื่อได้ยินก็ยิ้มออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ

“มีหลายอย่างเลยที่ต้องการแลกเปลี่ยนด้วย”

ก่อนที่มู่เหลียงจะยกถ้วยชาขึ้นและแสดงท่าทาง

“อย่างเช่น ใบชาที่เอามาชงน้ำชาพวกนี้ มันเปรียบเหมือนกับสมบัติของเมืองของเรา และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเต่าทมิฬด้วย”

ชาหน่ามองไปยังถ้วยชาที่ยังร้อนอยู่ แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะแตะมัน

ซูด!

สีหน้าของชาหลัวสั่นไหว ก่อนที่จะเอียงคอด้วยความแปลกใจ

“ชานี้อร่อยมาก!”

ชาหลัววางถ้วยชาลง

เธอรู้สึกสดชื่นอย่างมาก ทำให้นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

มุมปากของชาหน่าถึงกับกระตุก และตกใจที่อยู่ๆ น้องสาวของเขาดื่มน้ำชาเข้าไปตอนที่เขาเผลอ

“พี่ใหญ่ น้ำชานี้อร่อยจริงๆ ลองดูสิ”

ชาหลัวกระซิบบอกพี่ชายของเธอเบาๆ

“อะแฮ่มๆ งั้นเรามาคุยเรื่องข้อตกลงกันดีกว่า”

ชาหน่ากระแอ่มสองครั้งและไม่สนใจสิ่งที่น้องสาวพูด

แต่เขาก็เหลือบมองน้องสาวตลอดเวลาเผื่อว่าเธอมีอาการผิดปกติอะไรหลังจากดื่มชาเข้าไปแล้ว และเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวเธอ

มู่เหลียงมองเด็กสาวผมสีส้มด้วยรอยยิ้ม และรู้เลยว่าเด็กสาวคนนี้ไร้เดียงสามากๆ และได้รับการดูแลและปกป้องจากคนในครอบครัวมาตลอด

ตอนนั้นเองที่มู่เหลียงรู้สึกเหมือนว่ามีใครหยิกที่เอวของเขา และคนที่หยิกคือมินโฮนั้นเอง

มู่เหลียงนั่งตัวตรงขึ้นและพูดอย่างสุขุม

“งั้นเชิญที่ถนนการค้าเถอะ ที่นั่นเป็นพื้นที่ที่เราเปิดให้คนภายนอกเข้ามาซื้อขายรับรองว่าไม่ผิดหวัง”

มินโฮดึงมือกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจมู่เหลียงเล็กน้อย

“เอาล่ะ งั้นเราไปดูกันเถอะ”

ชาหน่าพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

“คือท่าน พอจะมีชาพวกนี้ขายด้วยไหม?”

จู่ๆ ชาหลัวก็ถามขึ้น

“หมายถึงชาประกายแสงงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานเข้ามาพูดตอบทันที

“ใบชาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเรา หากได้ดื่มเป็นประจำจะช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นด้วย”

ก่อนที่เธอจะยกถ้วยชาขึ้นและจิบเบาๆ ด้วยท่าทางที่สง่างาม

“ส่วนเรื่องราคานั้นครึ่งกิโลกรัมต่อ 500 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด”

“เฮือก…”

เค่อม่าถึงกับหายใจติดขัด และนัยน์ตาเบิกกว้าง

ชาหน่ามองถ้วยชาและคิดในใจว่าสิ่งนี้แพงขนาดนั้นเลยงั้นหรอ

“ท่านต้องลองดื่มดูสักครั้งก่อนถึงจะเข้าใจ”

หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างทรงเสน่ห์

“ใช่พี่ใหญ่ น้ำชานี้อร่อยจริง”

ชาหลัวให้ปีกของเธอสะกิดชาหน่าเบาๆ

ชาหน่าได้แต่เหลือบมองน้องสาว เขาสังเกตเห็นแล้วว่าน้องสาวของเขาไม่มีอาการผิดปกติอะไรหลังจากที่ดื่มชานี้เข้าไป เขาก็เริ่มมั่นใจว่าชานี้คงไม่เป็นอันตราย

แต่สิ่งที่เขาคาใจคือใบชาที่ราคา 500 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอดนั้นจะอร่อยสักแค่ไหนกัน

“น้องหลัน เปลี่ยนชาให้แขกหน่อย”

มู่เหลียงยกมือบอกสาวใช้ของเขา

เว่ยหยูหลันเคลื่อนไหวอย่างอ่อนช้อยเข้ามาเปลี่ยนถ้วยชาให้ใหม่ ทำให้ชาหน่านั้นถึงกับชะงักไป

เว่ยหยูหลันไม่เพียงเปลี่ยนน้ำชายังเช็ดโต๊ะอย่างระมัดระวังอีกด้วย ก่อนที่จะจากไป

“อร่อยจัง”

ชาหลัวจิบชาร้อนๆ อย่างอารมณ์ดี

มันมีรสขมเล็กน้อย ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยความหวานอ่อนๆ ที่ปลายลิ้น ทำให้สดชื่นอย่างมาก

ชาหน่าจึงยกชาขึ้นจิบด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกัน

เมื่อน้ำชาเข้าปากไป มันก็ได้กระตุ้นต่อมรับรสของชาหน่าทันที และรู้สึกได้ถึงความหวานที่ปลายลิ้น

เมื่อน้ำชาไหลลงคอไปทั่วทั้งร่างของเขาก็สั่นไหว และรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“ชานี้มัน….”

ชาหน่าถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ที่เขาได้ยินเมื่อครู่ที่ว่าหากได้ดื่มชานี้ทุกวันจะทำให้อายุขัยยืนยาวขึ้นนั้นคงเป็นจริงอย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่จิบมันเล็กน้อยก็รู้สึกสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ

เขารู้สึกได้เลยว่าสัมผัสภายในร่างของเขาดีขึ้น และยังรู้สึกได้ถึงรสหวานที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นอยู่เลยด้วยซ้ำ แม้ว่าน้ำชาจะตกลงไปถึงท้องแล้วก็ตาม

“พี่ใหญ่ เราซื้อไปให้ท่านพ่อกับพี่รองดื่มดูไหม”

ชาหลัวคะยันคะย่อชาหน่าเบาๆ

“ท่านเจ้าเมือง เป็นไปได้ไหมว่าผมจะขอซื้อชานี้สัก ครึ่งกิโล”

ชาหน่าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

มู่เหลียงตอบกลับอย่างสบายๆ

“ท่านเองก็สามารถหาซื้อชาประกายแสงได้ที่หอสมบัติ ในถนนการค้า ที่นั่นยังมีสิ่งของดีๆ อีกมากมายให้เลือกซื้อ”

“เข้าใจแล้ว”

ชาหน่าพนักหน้าอย่างเข้าใจ

ก่อนที่เขาจะยืนขึ้นและชาหลัวก็ลุกตาม

มู่เหลียงให้สัญญาณกับหยู่ฉินหลาน และพูดขึ้น

“ฉินหลาน ดูแลแขกด้วย พาพวกเขาไปเที่ยวชมถนนการค้าที”

“ได้เลยค่ะ ท่านเจ้าเมือง”

หยู่ฉินหลานยิ้มอย่างสดใสและพูดเน้นสามคำสุดท้ายเป็นพิเศษ

“ทั้งสองท่าน ตามฉันมาเลย”

เธอลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย

“ท่านเจ้าเมือง งั้นพวกเราขอตัวก่อน”

ชาหน่าโค้งหัวให้กับมู่เหลียงก่อนที่จะเดินไป

“ขอตัวค่ะ”

ชาหลัวกระพริบตาสีส้มสดใสของเธอ และยิ้มให้ รอยยิ้มของชาหลัวนั้นมีเอกลักษณ์มากเพราะมีลักยิ้มถึงสองข้าง

“ตามสบาย”

มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับยิ้มมุมปาก และสนใจเด็กสาวคนนี้เป็นพิเศษ

ตุบๆ

เสียงฝีเท้าของสองพี่น้องดังออกไปจากตำหนักเจ้าเมือง และเห็นพื้นที่เขียวขจีที่อยู่รอบๆ อีกครั้ง

มันทำให้ชาหน่าอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

“ไม่ทราบว่าพืชผักพวกนี้หาซื้อแลกเปลี่ยนได้ด้วยหรือไม่”

“แน่นอน ทุกอย่างสามารถหาแลกเปลี่ยนได้ที่ถนนการค้า”

หยู่ฉินหลานชะลอตัวเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ

ชาหลัวถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย

“ฉันอยากรู้วิธีปลูกพืชพวกนี้ด้วยจะได้ไหม?”

“น้องหลัวอย่าได้พูดจาไร้สาระแบบนี้สิ!”

ชาหน่าดุน้องสาวทันที

เพราะคำถามนี้เสียมารยาทมากๆ ไม่ต่างจากถามความลับของเมืองนี้

“ที่จริงตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพียงแค่หว่านมันลงดิน มันก็จะเติบโตขึ้นมาเอง”

หยู่ฉินหลานตอบพร้อมกับรอยยิ้ม แต่คำว่าไร้สาระได้ฉายอยู่ในแววตาของเธอ

“.....”

ชาหน่าเม้มปากแน่น

แน่นอนคงไม่มีใครยอมบอกวิธีการปลูกพืชเป็นแน่

ไม่กี่นาทีต่อมา ทุกคนก็เดินกลับเข้ามในถนนการค้าอีกครั้ง

“ทุกคนสามารถเดินเที่ยวชมรอบๆ ได้ หากมีคำถามให้ถามได้เลย”

หยู่ฉินหลานดึงเสื้อคลุมขึ้นเพื่อบังฝุ่นและทรายที่ปลิวไปมาในอากาศ

ชาหลัวสูดดมกลิ่นและถามขึ้น

“นี้มันกลิ่นอะไร หอมมากเลย”

“มันคือกลิ่นของมันเทศเผา ลองดูสิพวกท่านอาจจะชอบ”

หยู่ฉินหลานชี้ไปทางร้านมันเทศที่อยู่ไม่ไกล

“พี่ใหญ่…”

ชาหลัวเงยหน้าขึ้นและมองพี่ชายด้วยสายตาที่คาดหวัง

“อ้ะๆ ไปซื้อกันเถอะ”

ชาหน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดู

ทุกคนเลยเดินไปที่ร้านมันเผา เมื่อไปถึงหน้าร้านคนขายกำลังเอามันเผาชุดใหม่ออกจากเตาเผา

“ท่านหยู่”

คนขายกล่าวทักทายด้วยท่าทางที่เคารพ

หยู่ฉินหลานเพียงพยักหน้าเล็กน้อยให้เท่านั้น

ก่อนที่คนขายจะหันไปมองยังกลุ่มคนแปลกหน้าที่ตามหยู่ฉินหลานมาด้วย

และเหมือนคนขายจะรู้และเข้าใจทุกอย่างทันที

“อยากได้มันเผาไหมค่ะ”

“ขายยังไงหรือพี่สาว”

ชาหลัวสูดดมกลิ่นพร้อมกับกลื่นน้ำลาย

“10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำต่อหนึ่งชิ้น”

คนขายตอบ

“ถ้างั้นขอสองชิ้น”

ชาหลัวพูดอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“เอานี้”

ชาหน่าส่งผลึกสัตว์อสูรให้คนขาย

“งั้นรอสักครู่นะคะ”

คนขายรับผลึกสัตว์อสูรมาก่อนที่จะหันไปหยิบมันเผาขนาดใหญ่ออกมาจากเตา และหั่นแบ่งออกมาสองชิ้น

“งั้ม”

“อร่อย มันเผาอร่อยมาก”

ชาหลัวเมื่อกัดลงไปที่เนื้อของมันเผาเธอก็แสดงทันทีว่าชอบมัน

“มีมันเทศตากแห้งด้วยนะค่ะ อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ”

เมื่อเห็นโอกาสคนขายก็ขายเพิ่มทันที

“ขอสองชิ้นมาลองหน่อยค่ะ”

แม้ว่าปากของชาหลัวยังเต็มไปด้วยมันเผาอยู่ แต่ก็พูดออกมาด้วยความอยากกิน

“ได้เลยค่ะ”

คนขายยื่นมันตากแห้งให้สองชิ้น

ชาหน่ารับมาและลองชิมดู และพบว่ามันมีรสชาติที่ดีเหมือนกัน

ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นและเอ่ยถามออกไป

“มันเทศคืออะไร?”

“มันเทศคือรากของพืชขนาดใหญ่ที่ฝั่งลึกอยู่ในดิน ตัวใบของมันก็สามารถเอาไปกินได้ด้วยเหมือนกัน”

คนขายเริ่มแนะนำต่อทันที

“เถาของมันเทศเอาไปผัดแล้วอร่อยมาก ถ้าอยากลองเชิญลูกค้าไปที่หอโภชนาการได้เลยค่ะ”

ตอนนั้นเองชาหน่าก็สังเกตเห็นถังไม้ที่หน้าร้านสองถังที่มีเถาของพืชเลือยขึ้นมา

และหลังจากที่ฟังคนขายอธิบายมาเขามั่นใจได้ทันทีว่านี้คือมันเทศ และไม่คิดว่ามันจะมีหน้าตาแบบนี้ในตอนแรก

“พี่ใหญ่ มันเทศตากแห้งก็อร่อยเหมือนกัน”

ชาหลัวพูดขึ้นอย่างชอบใจ

“ฉันอยากได้มันตากแห้งด้วย”

ชาหน่าเอาผลึกสัตว์อสูรออกมาเพิ่ม โดยที่ไม่พูดต่ออะไรสักคำ

“ขอบคุณค่ะ นี้มันเทศตากแห้งค่ะ”

คนขายรับผลึกสัตว์อสูรมาพร้อมกับส่งมันตากแห้งให้

ชาหลัวเลียริมฝีปากก่อนที่จะพูดอย่างออดอ้อน

“พี่ใหญ่ น้องอยากกินเถามันเทศผัดดูเหมือนกัน”

“เราจะไปกินสิ่งนั้นที่หลัง”

ชาหน่าลูบหัวของน้องสาวเบาๆ

“ถ้างั้นก่อนที่จะไปหอโภชนาการ ขอแนะนำหมี่เปรี้ยวเผ็ดร้อนๆ ก็อร่อยเหมือนกันนะค่ะ”

คนขายเริ่มแนะนำต่อทันที

เธอเข้าใจว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ทรงพลังที่มากไปด้วยผลึกสัตว์อสูร เพราะงั้นเธอจะไม่ปล่อยโอกาสหาผลึกสัตว์อสูรให้หลุดมือไปแน่