ในห้องรับรอง
มู่เหลียงวางถ้วยชาลง มินโฮก้มหัวเล็กน้อย และเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาของมู่เหลียงมาแอบเติมที่ด้านหลัง และยืนแอบอยู่หลังมู่เหลียงต่อ
แววตาของชาหลัวเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และคิดว่าเด็กสาหูกระต่ายอาจจะกำลังกลัวเธออยู่
“ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดให้สัตว์อสูรโบราณของท่านหยุดก่อนได้หรือไม่”
ชาหน่านนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“ถ้าหากเข้าใกล้เกินไป อาจจะทำให้ประชาชนเมืองปักษาแตกตื่นได้ และอาจจะสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น”
“ย่อมได้”
มู่เหลียพยักหน้าและตอบกลับไป
เขามาที่นี่เพื่อค้าขายเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสร้างปัญหาแต่อย่างใด
ไม่งั้นการค้าขายระหว่างเมืองจะไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน
มู่เหลียงไม่ต้องการให้ทุกอย่างมันวุ่นวายไปมากกว่านี้ และคงดีกว่าหากผูกมิตรกับอีกฝั่งได้เพื่อสร้างรายได้
ชาหน่าเมื่อได้ยินก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที และสีหน้าก็ดูผ่อนคลายลง
“ขอบคุณท่าน ที่ยอมเข้าใจ”
“ก็บอกแล้วว่าพวกเรามาดี”
มู่เหลียงกล่าวเสริม ก่อนที่จะวางมือเท้ากับโต๊ะ
ทำให้ชาหน่านั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะคิดอะไรได้แล้วพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
“คนของเราได้บอกว่าท่านต้องการทำการค้ากับเมืองปักษาของเรา พวกเราเลยสงสัยว่าท่านมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนซื้อขายบ้าง”
มู่เหลียงเมื่อได้ยินก็ยิ้มออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ
“มีหลายอย่างเลยที่ต้องการแลกเปลี่ยนด้วย”
ก่อนที่มู่เหลียงจะยกถ้วยชาขึ้นและแสดงท่าทาง
“อย่างเช่น ใบชาที่เอามาชงน้ำชาพวกนี้ มันเปรียบเหมือนกับสมบัติของเมืองของเรา และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเต่าทมิฬด้วย”
ชาหน่ามองไปยังถ้วยชาที่ยังร้อนอยู่ แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะแตะมัน
ซูด!
สีหน้าของชาหลัวสั่นไหว ก่อนที่จะเอียงคอด้วยความแปลกใจ
“ชานี้อร่อยมาก!”
ชาหลัววางถ้วยชาลง
เธอรู้สึกสดชื่นอย่างมาก ทำให้นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
มุมปากของชาหน่าถึงกับกระตุก และตกใจที่อยู่ๆ น้องสาวของเขาดื่มน้ำชาเข้าไปตอนที่เขาเผลอ
“พี่ใหญ่ น้ำชานี้อร่อยจริงๆ ลองดูสิ”
ชาหลัวกระซิบบอกพี่ชายของเธอเบาๆ
“อะแฮ่มๆ งั้นเรามาคุยเรื่องข้อตกลงกันดีกว่า”
ชาหน่ากระแอ่มสองครั้งและไม่สนใจสิ่งที่น้องสาวพูด
แต่เขาก็เหลือบมองน้องสาวตลอดเวลาเผื่อว่าเธอมีอาการผิดปกติอะไรหลังจากดื่มชาเข้าไปแล้ว และเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวเธอ
มู่เหลียงมองเด็กสาวผมสีส้มด้วยรอยยิ้ม และรู้เลยว่าเด็กสาวคนนี้ไร้เดียงสามากๆ และได้รับการดูแลและปกป้องจากคนในครอบครัวมาตลอด
ตอนนั้นเองที่มู่เหลียงรู้สึกเหมือนว่ามีใครหยิกที่เอวของเขา และคนที่หยิกคือมินโฮนั้นเอง
มู่เหลียงนั่งตัวตรงขึ้นและพูดอย่างสุขุม
“งั้นเชิญที่ถนนการค้าเถอะ ที่นั่นเป็นพื้นที่ที่เราเปิดให้คนภายนอกเข้ามาซื้อขายรับรองว่าไม่ผิดหวัง”
มินโฮดึงมือกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจมู่เหลียงเล็กน้อย
“เอาล่ะ งั้นเราไปดูกันเถอะ”
ชาหน่าพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“คือท่าน พอจะมีชาพวกนี้ขายด้วยไหม?”
จู่ๆ ชาหลัวก็ถามขึ้น
“หมายถึงชาประกายแสงงั้นหรอ?”
หยู่ฉินหลานเข้ามาพูดตอบทันที
“ใบชาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเรา หากได้ดื่มเป็นประจำจะช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นด้วย”
ก่อนที่เธอจะยกถ้วยชาขึ้นและจิบเบาๆ ด้วยท่าทางที่สง่างาม
“ส่วนเรื่องราคานั้นครึ่งกิโลกรัมต่อ 500 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด”
“เฮือก…”
เค่อม่าถึงกับหายใจติดขัด และนัยน์ตาเบิกกว้าง
ชาหน่ามองถ้วยชาและคิดในใจว่าสิ่งนี้แพงขนาดนั้นเลยงั้นหรอ
“ท่านต้องลองดื่มดูสักครั้งก่อนถึงจะเข้าใจ”
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างทรงเสน่ห์
“ใช่พี่ใหญ่ น้ำชานี้อร่อยจริง”
ชาหลัวให้ปีกของเธอสะกิดชาหน่าเบาๆ
ชาหน่าได้แต่เหลือบมองน้องสาว เขาสังเกตเห็นแล้วว่าน้องสาวของเขาไม่มีอาการผิดปกติอะไรหลังจากที่ดื่มชานี้เข้าไป เขาก็เริ่มมั่นใจว่าชานี้คงไม่เป็นอันตราย
แต่สิ่งที่เขาคาใจคือใบชาที่ราคา 500 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอดนั้นจะอร่อยสักแค่ไหนกัน
“น้องหลัน เปลี่ยนชาให้แขกหน่อย”
มู่เหลียงยกมือบอกสาวใช้ของเขา
เว่ยหยูหลันเคลื่อนไหวอย่างอ่อนช้อยเข้ามาเปลี่ยนถ้วยชาให้ใหม่ ทำให้ชาหน่านั้นถึงกับชะงักไป
เว่ยหยูหลันไม่เพียงเปลี่ยนน้ำชายังเช็ดโต๊ะอย่างระมัดระวังอีกด้วย ก่อนที่จะจากไป
“อร่อยจัง”
ชาหลัวจิบชาร้อนๆ อย่างอารมณ์ดี
มันมีรสขมเล็กน้อย ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยความหวานอ่อนๆ ที่ปลายลิ้น ทำให้สดชื่นอย่างมาก
ชาหน่าจึงยกชาขึ้นจิบด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกัน
เมื่อน้ำชาเข้าปากไป มันก็ได้กระตุ้นต่อมรับรสของชาหน่าทันที และรู้สึกได้ถึงความหวานที่ปลายลิ้น
เมื่อน้ำชาไหลลงคอไปทั่วทั้งร่างของเขาก็สั่นไหว และรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
“ชานี้มัน….”
ชาหน่าถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ที่เขาได้ยินเมื่อครู่ที่ว่าหากได้ดื่มชานี้ทุกวันจะทำให้อายุขัยยืนยาวขึ้นนั้นคงเป็นจริงอย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่จิบมันเล็กน้อยก็รู้สึกสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ
เขารู้สึกได้เลยว่าสัมผัสภายในร่างของเขาดีขึ้น และยังรู้สึกได้ถึงรสหวานที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นอยู่เลยด้วยซ้ำ แม้ว่าน้ำชาจะตกลงไปถึงท้องแล้วก็ตาม
“พี่ใหญ่ เราซื้อไปให้ท่านพ่อกับพี่รองดื่มดูไหม”
ชาหลัวคะยันคะย่อชาหน่าเบาๆ
“ท่านเจ้าเมือง เป็นไปได้ไหมว่าผมจะขอซื้อชานี้สัก ครึ่งกิโล”
ชาหน่าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
มู่เหลียงตอบกลับอย่างสบายๆ
“ท่านเองก็สามารถหาซื้อชาประกายแสงได้ที่หอสมบัติ ในถนนการค้า ที่นั่นยังมีสิ่งของดีๆ อีกมากมายให้เลือกซื้อ”
“เข้าใจแล้ว”
ชาหน่าพนักหน้าอย่างเข้าใจ
ก่อนที่เขาจะยืนขึ้นและชาหลัวก็ลุกตาม
มู่เหลียงให้สัญญาณกับหยู่ฉินหลาน และพูดขึ้น
“ฉินหลาน ดูแลแขกด้วย พาพวกเขาไปเที่ยวชมถนนการค้าที”
“ได้เลยค่ะ ท่านเจ้าเมือง”
หยู่ฉินหลานยิ้มอย่างสดใสและพูดเน้นสามคำสุดท้ายเป็นพิเศษ
“ทั้งสองท่าน ตามฉันมาเลย”
เธอลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย
“ท่านเจ้าเมือง งั้นพวกเราขอตัวก่อน”
ชาหน่าโค้งหัวให้กับมู่เหลียงก่อนที่จะเดินไป
“ขอตัวค่ะ”
ชาหลัวกระพริบตาสีส้มสดใสของเธอ และยิ้มให้ รอยยิ้มของชาหลัวนั้นมีเอกลักษณ์มากเพราะมีลักยิ้มถึงสองข้าง
“ตามสบาย”
มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับยิ้มมุมปาก และสนใจเด็กสาวคนนี้เป็นพิเศษ
ตุบๆ
เสียงฝีเท้าของสองพี่น้องดังออกไปจากตำหนักเจ้าเมือง และเห็นพื้นที่เขียวขจีที่อยู่รอบๆ อีกครั้ง
มันทำให้ชาหน่าอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
“ไม่ทราบว่าพืชผักพวกนี้หาซื้อแลกเปลี่ยนได้ด้วยหรือไม่”
“แน่นอน ทุกอย่างสามารถหาแลกเปลี่ยนได้ที่ถนนการค้า”
หยู่ฉินหลานชะลอตัวเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ
ชาหลัวถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย
“ฉันอยากรู้วิธีปลูกพืชพวกนี้ด้วยจะได้ไหม?”
“น้องหลัวอย่าได้พูดจาไร้สาระแบบนี้สิ!”
ชาหน่าดุน้องสาวทันที
เพราะคำถามนี้เสียมารยาทมากๆ ไม่ต่างจากถามความลับของเมืองนี้
“ที่จริงตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพียงแค่หว่านมันลงดิน มันก็จะเติบโตขึ้นมาเอง”
หยู่ฉินหลานตอบพร้อมกับรอยยิ้ม แต่คำว่าไร้สาระได้ฉายอยู่ในแววตาของเธอ
“.....”
ชาหน่าเม้มปากแน่น
แน่นอนคงไม่มีใครยอมบอกวิธีการปลูกพืชเป็นแน่
ไม่กี่นาทีต่อมา ทุกคนก็เดินกลับเข้ามในถนนการค้าอีกครั้ง
“ทุกคนสามารถเดินเที่ยวชมรอบๆ ได้ หากมีคำถามให้ถามได้เลย”
หยู่ฉินหลานดึงเสื้อคลุมขึ้นเพื่อบังฝุ่นและทรายที่ปลิวไปมาในอากาศ
ชาหลัวสูดดมกลิ่นและถามขึ้น
“นี้มันกลิ่นอะไร หอมมากเลย”
“มันคือกลิ่นของมันเทศเผา ลองดูสิพวกท่านอาจจะชอบ”
หยู่ฉินหลานชี้ไปทางร้านมันเทศที่อยู่ไม่ไกล
“พี่ใหญ่…”
ชาหลัวเงยหน้าขึ้นและมองพี่ชายด้วยสายตาที่คาดหวัง
“อ้ะๆ ไปซื้อกันเถอะ”
ชาหน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดู
ทุกคนเลยเดินไปที่ร้านมันเผา เมื่อไปถึงหน้าร้านคนขายกำลังเอามันเผาชุดใหม่ออกจากเตาเผา
“ท่านหยู่”
คนขายกล่าวทักทายด้วยท่าทางที่เคารพ
หยู่ฉินหลานเพียงพยักหน้าเล็กน้อยให้เท่านั้น
ก่อนที่คนขายจะหันไปมองยังกลุ่มคนแปลกหน้าที่ตามหยู่ฉินหลานมาด้วย
และเหมือนคนขายจะรู้และเข้าใจทุกอย่างทันที
“อยากได้มันเผาไหมค่ะ”
“ขายยังไงหรือพี่สาว”
ชาหลัวสูดดมกลิ่นพร้อมกับกลื่นน้ำลาย
“10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับต่ำต่อหนึ่งชิ้น”
คนขายตอบ
“ถ้างั้นขอสองชิ้น”
ชาหลัวพูดอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“เอานี้”
ชาหน่าส่งผลึกสัตว์อสูรให้คนขาย
“งั้นรอสักครู่นะคะ”
คนขายรับผลึกสัตว์อสูรมาก่อนที่จะหันไปหยิบมันเผาขนาดใหญ่ออกมาจากเตา และหั่นแบ่งออกมาสองชิ้น
“งั้ม”
“อร่อย มันเผาอร่อยมาก”
ชาหลัวเมื่อกัดลงไปที่เนื้อของมันเผาเธอก็แสดงทันทีว่าชอบมัน
“มีมันเทศตากแห้งด้วยนะค่ะ อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ”
เมื่อเห็นโอกาสคนขายก็ขายเพิ่มทันที
“ขอสองชิ้นมาลองหน่อยค่ะ”
แม้ว่าปากของชาหลัวยังเต็มไปด้วยมันเผาอยู่ แต่ก็พูดออกมาด้วยความอยากกิน
“ได้เลยค่ะ”
คนขายยื่นมันตากแห้งให้สองชิ้น
ชาหน่ารับมาและลองชิมดู และพบว่ามันมีรสชาติที่ดีเหมือนกัน
ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นและเอ่ยถามออกไป
“มันเทศคืออะไร?”
“มันเทศคือรากของพืชขนาดใหญ่ที่ฝั่งลึกอยู่ในดิน ตัวใบของมันก็สามารถเอาไปกินได้ด้วยเหมือนกัน”
คนขายเริ่มแนะนำต่อทันที
“เถาของมันเทศเอาไปผัดแล้วอร่อยมาก ถ้าอยากลองเชิญลูกค้าไปที่หอโภชนาการได้เลยค่ะ”
ตอนนั้นเองชาหน่าก็สังเกตเห็นถังไม้ที่หน้าร้านสองถังที่มีเถาของพืชเลือยขึ้นมา
และหลังจากที่ฟังคนขายอธิบายมาเขามั่นใจได้ทันทีว่านี้คือมันเทศ และไม่คิดว่ามันจะมีหน้าตาแบบนี้ในตอนแรก
“พี่ใหญ่ มันเทศตากแห้งก็อร่อยเหมือนกัน”
ชาหลัวพูดขึ้นอย่างชอบใจ
“ฉันอยากได้มันตากแห้งด้วย”
ชาหน่าเอาผลึกสัตว์อสูรออกมาเพิ่ม โดยที่ไม่พูดต่ออะไรสักคำ
“ขอบคุณค่ะ นี้มันเทศตากแห้งค่ะ”
คนขายรับผลึกสัตว์อสูรมาพร้อมกับส่งมันตากแห้งให้
ชาหลัวเลียริมฝีปากก่อนที่จะพูดอย่างออดอ้อน
“พี่ใหญ่ น้องอยากกินเถามันเทศผัดดูเหมือนกัน”
“เราจะไปกินสิ่งนั้นที่หลัง”
ชาหน่าลูบหัวของน้องสาวเบาๆ
“ถ้างั้นก่อนที่จะไปหอโภชนาการ ขอแนะนำหมี่เปรี้ยวเผ็ดร้อนๆ ก็อร่อยเหมือนกันนะค่ะ”
คนขายเริ่มแนะนำต่อทันที
เธอเข้าใจว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ทรงพลังที่มากไปด้วยผลึกสัตว์อสูร เพราะงั้นเธอจะไม่ปล่อยโอกาสหาผลึกสัตว์อสูรให้หลุดมือไปแน่
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved