ตอนที่ 85

มู่เหลียงเอากล่องเหล็กออกมาด้วย และเดินออกไปนอกบ้าน

เขามุ่งหน้าไปทางสวนและเห็นว่าลี่เยว่กำลังฝึกซ้อมยิงธนูอยู่ เธอยิงลูกศรขึ้นฟ้า ก่อนที่จะยิงลูกศรอีกลูกใส่ลูกศรดอกแรกที่ยิงออกไป จนศรดอกแรกนั้นหัก

เต่าทมิฬน้อยเองก็เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ผสมผสานกับสายลมที่พัด ทำให้ลูกศรอีกดอกไม่ตกบนลานกว้าง แต่ปลิวหายไปแทน

“ลูกธนูหมดแล้วสินะ”

ลี่เยว่บ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะวางคันธนูลง และมองไปยังซองธนูที่ว่างเปล่า

“ฉันว่าน่าจะหาเป้ายิงที่มั่นคงกว่านี้นะ เพื่อจะประหยัดลูกธนู”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ

“ฝึกแบบนั้นมันเปล่าประโยชน์”

ลี่เยว่ตอบพร้อมกับส่ายหัว

“ถ้าต้องการเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้ ฉันสั่งให้เสี่ยวหงช่วยเธอฝึกได้นะ”

มู่เหลียงเสนอความคิด และเข้าใจดีว่าหลักการฝึกยิงธนูที่ดีนั้นควรทำเช่นไร

“มันก็ดี แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ต้องอีกพักหนึ่ง….”

ลี่เยว่ตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อย พร้อมกับคำพูดที่ดูหนักอึ้ง

“งั้นเธอรออะไรอยู่งั้นหรอ”

มู่เหลียงถามขึ้นเมื่อเห็นปฏิกริยาของลี่เยว่ และมองผ่านหน้ากากจนเห็นแววตาของเธอได้

ลี่เยว่ก้มหน้าลง และหันหน้าไปทางอื่น เพื่อหลบสายตา

มู่เหลียงนั้นพอจะอ่านภาษากายของเธอออก และพูดอย่างอ่อนโยน

“ลี่เยว่ คิดจะไปที่ไหนงั้นหรอ”

“ใช่”

ลี่เยว่ตอบกลับมาสั้นๆ พร้อมกับพยักหน้า

“แล้วจะไม่กลับมาอีกแล้วงั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง

“ไม่!!”

ลี่เยว่ตอบอย่างทันควัน และเงยหน้าขึ้นมามองมู่เหลียงด้วยท่าทางร้อนรน

“ยังไงฉันก็จะกลับมาที่นี่ ฉันไม่ได้คิดจะไปที่ไหนอีกแล้ว”

“เอ้า แล้วทำไมลี่เยว่ถึงแสดงออกแบบนี้เล่า”

มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงติดเล่นของเขา

เพราะมันไม่ใช่การจากลาตลอดไป แต่เด็กสาวกลับทำตัวเหมือนว่าเธอจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย

“คือ…ฉัน….”

ใบหน้าของลี่เยว่แดงขึ้น และรู้สึกเขินอายจนพูดไม่ออก

“ไม่อยากจะไปใช่ไหมล่ะ”

มู่เหลียงพูดแทนคำในใจของลี่เยว่ ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

“ใช่”

ลี่เยว่พยักหน้าอย่างเขินๆ

“งั้นบอกหน่อยได้ไหมว่าลี่เยว่จะไปไหน”

มู่เหลียงพอจะเดาได้ว่าเธอต้องการอะไร แต่ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัด

“ฉันต้องการไปตามหาเพื่อนอีก 2 คน”

ลี่เยว่เม้มปากเล็กน้อยก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง

“ฉันอยากจะบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องดอกปีกนางฟ้า และเรื่องของโหย่วเฟ่ย”

เธอกลัวว่ามู่เหลียงจะเข้าใจอะไรผิด จึงรีบพูดต่อทันที

“แน่นอนว่าฉันจะไม่เปิดเผยเรื่องอะไรเกี่ยวกับเต่าทมิฬน้อย”

“แล้วต้องไปไกลแค่ไหน”

มู่เหลียงโบกมือราวกับว่าไม่ต้องคิดมาก และถามต่อ

“งั้นให้เต่าทมิฬน้อยไปส่งลี่เยว่เอาไหม?”

“ไม่ต้องหรอก เดินทางจากจุดนี้ไปไม่ถึง 5 วันก็ถึงแล้ว”

ลี่เยว่ยิ้มเบาๆ

ก่อนที่เธอจะชี้ไปยังด้านข้างของเต่าทมิฬน้อย และพูดต่อ

“สถานที่นัดพบของพวกเราอยู่ในเผ่าใหญ่ที่ตั้งอยู่ทิศนั้น มันอยู่คนละทางกับเมืองสิบขั้น”

“ไม่ต้องเป็นห่วง อีก 10 วันฉันจะรีบเดินทางไปยังเมืองสิบขั้นเพื่อเจอทุกคน”

เมื่อลี่เยว่เห็นสีหน้าไม่สบายใจของมู่เหลียง ก็ได้แต่เม้มริมฝีปากและพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“ฉันอยู่ข้างนอกนั้นมาหลายปีแล้ว การเดินทางกับฉันเป็นเรื่องปกติไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

มู่เหลียงทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถามขึ้น

“แล้วจะไปเมื่อไหร่”

“ก็คาดว่าจะไปพรุ่งนี้เช้า”

ลี่เยว่ตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง

เดิมที เธอวางแผนจะออกเดินทางตั้งแต่เที่ยงของวันนี้แล้ว แต่เพราะยังทำใจไม่ได้เลยขออยู่ต่ออีกคืนหนึ่ง

เธอเองก็ต้องการบอกเรื่องดอกปีกนางฟ้ากับเพื่อนของเธอทุกคน เพื่อจะให้พวกเธอกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง

“เข้าใจแล้ว….ฉันกำลังจะไปดูดอกปีกนางฟ้าพอดี ไปด้วยกันไหม”

มู่เหลียงมองไปทางสวน

“ไป”

ลี่เยว่ตอบตกลงก่อนจะเดินตามหลังมู่เหลียงเข้าไปยังสวน

ต้นชาเขียวประกายนั้นสูงใหญ่และปกคลุมไปทั่วเนิน ทั้งยังแบ่งออกเป็นสามส่วนใต้ต้นของมัน

ฝั่งซ้ายเป็นบ่อของปลาอัญมณี ที่ใต้ต้นไม้เป็นส่วนของที่อยู่อาศัย และส่วนสุดท้ายคือพื้นที่เพาะปลูก

“มันเริ่มโตมากขึ้นเรื่อยๆ”

ลี่เยว่นั่งยองๆ กับพื้นและดูดอกปีกนางฟ้าอย่างเอ็นดู

ก่อนที่เธอจะมองไปยังกลีบของดอกไม้ และเห็นว่ามีหยดน้ำค้างสีเขียวติดอยู่

“หยดน้ำตานี้ฉันจะใช้มันรักษาหยู่ฉินลาน”

มู่เหลียงพูดขึ้น และตัดสินใจบอกเรื่องนี้ตรงๆ กับลี่เยว่

เพราะยังไงมันก็ยังอยู่ในสัญญาแลกเปลี่ยนระหว่างเขากับลี่เยว่อยู่

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่เก็บมันตอนนี้หรอก นายเอาไปใช้เถอะ มันจะได้สร้างหยดน้ำค้างใหม่เร็วขึ้น”

ลี่เยว่ลุกขึ้นและถอยออกมาจากดอกปีกนางฟ้า

มู่เหลียงเก็บน้ำตานางฟ้าใส่กล่องเหล็กและปิดฝาอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่เขาจะสัมผัสกับดอกปีกนางฟ้าอย่างแผ่วเบาและพูดขึ้น

“ฉันคิดว่ามันคงถึงเวลาที่จะใช้พลังของฉันเพิ่มพลังให้กับดอกปีกนางฟ้าได้แล้ว เผื่อว่าฤทธิ์ของน้ำตานางฟ้าจะดีขึ้น”

“แล้วแบบนั้น…มันจะไม่ส่งผลเสียกับนายยังงั้นหรอมู่เหลียง”

ลี่เยว่ถามด้วยความเป็นห่วง

เธอรู้เลยว่าพลังที่ท้าทายฟ้าดินได้แบบนี้ มันจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรสักอย่างแน่นอน หรือไม่ก็สร้างภาระให้กับร่างกายอย่างมหาศาล

“ไม่เลย มันไม่ส่งผลเสียอะไรกับฉันเลย”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับถอนหายใจ

“แต่มันสิ้นเปลืองผลึกสัตว์อสูรอย่างมาก”

“ผลึกสัตว์อสูร….”

ลี่เยว่เม้มปากเล็กน้อย และจำสิ่งนี้ขึ้นใจ เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสเธอจะหาผลึกสัตว์อสูรมาให้ได้เยอะๆ

“ระบบวิวัฒนาการดอกปีกนางฟ้าเป็นระดับ 5”

-ติ๊ง!! ต้องการแต้มฝึกฝนทั้งหมด 11,110 แต้มในการวิวัฒนาการ ดอกปีกนางฟ้าระดับ 1 ถึงระดับ 5-

-ทำการหักแต้ม-

-ติ๊ง!! วิวัฒนาการดอกปีกนางฟ้าสำเร็จ-”

-ติ๊ง! ปรับปรุงทักษะน้ำตานางฟ้า ถ่ายโอนทักษะสู่ร่างเจ้านาย…..สำเร็จเรียบร้อย-

หลังวิวัฒนาการเสร็จแล้วมู่เหลียงจึงลองเปิดค่าสถานะใหม่ขึ้นมาดู

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

ถึกทน 125.7

ปราณ 140

อายุขัย 24 / 2950 ปี

แต้มฝึกฝน 70 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)

แต้มวิวัฒนาการ 20,168

ความสามารถ ศิลาโลก: น้ำตานางฟ้าระดับ 5 อาณาเขตแสงดาวระดับ 6 (ซ่อน…)

…..

สิ่งที่ฝึกฝน ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 5) ทักษะ น้ำตานางฟ้า 5

ต้นชาเขียวประกาย(ระดับ 6) ทักษะ อาณาเขตแสงดาว 6

(ซ่อน….)

…..

“แย่ละ แต้มฝึกฝนเหลือแค่ 2 หมื่นแล้ว พอแค่วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงระดับ 5 เอง”

หลังจากดูค่าสถานะที่เปลี่ยนไปแล้ว มู่เหลียงก็รู้สึกใจหายอีกครั้ง เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากเลย

“ดอกปีกนางฟ้ามัน…”

ลี่เยว่มองไปยังรัศมีแสงสีขาวที่ผ่องใสออกมาจากดอกปีกนางฟ้า

ดอกปีกนางฟ้าหลังจากได้รับการวิวัฒนาการ รูปร่างของมันก็เปลี่ยนไป มันได้แตกกิ่งก้านออกมาอีก 4 ดอก

และแต่ละดอกนี้ก็ผลิบานเป็นกลีบดอกสองคู่ โดยมีดอกหนึ่งที่โตไม่เต็มที่

“ดอกปีกนางฟ้ามี 5 ดอกงั้นหรอ”

ลี่เยว่ถอดหน้ากากออกเพื่อดูให้เห็นกับตาตัวเอง

เธอขยี้ตาหลายครั้งด้วยความสงสัย และมองดูดอกปีกนางฟ้าที่เพิ่มขึ้น ที่กำลังปลิวพริ้วไสวไปกับสายลม

“แบบนี้เองสินะ ทุกๆ สองระดับมันจะเพิ่มช่อดอกขึ้นที่ลำต้นของมัน แต่ดูมีช่อหนึ่งโตไม่เต็มที่”

“นั้นอาจจะเป็นเพราะการวิวัฒนาการที่ไม่ครบขั้นก็ได้ หากว่าเพิ่มระดับให้อีกมันน่าจะบานเต็มที่

มู่เหลียงลองหลับตาลง และสัมผัสถึงดอกปีกนางฟ้า และเขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าการเติบโตของปีกนางฟ้านั้นช้าเกินไป

“ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ มันพอจะสร้างเมล็ดพันธ์ได้ไหม”

มู่เหลียงคิดด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะจ้องไปยังดอกปีกนางฟ้า และเห็นว่ามันมีดอกอยู่นั้นแปลว่ามันต้องมีผลอะไรสักอย่าง

เขาก้มลงไปดูที่ฐานของดอกปีกนางฟ้าและพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

“หรือว่าเราจะต้องใช้วิธีการอื่นในการขยายพันธ์มัน”

หากว่าเขาสามารถเพาะปลูกดอกปีกนางฟ้าได้ในจำนวนมาก ที่นี้เขาจะได้ยารักษาอเนกประสงค์ ใช่รักษาได้ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนโรคร้ายแรง เพียงใช้น้ำตานางฟ้าเพียงหยดเดียวก็รักษาได้