ตอนที่ 255

ที่สวนหลังตำหนักเจ้าเมือง

มู่เหลียงนั่งยองๆ ข้างๆ บ่อน้ำ

ตอนนี้เหล่าสาวๆ ในตำหนักกำลังออกไปช่วยเหลือและปลอบขวัญชาวเมืองกันอยู่

มู่เหลียงเอามือจุ่มลงไปในน้ำ เพื่อแตะหัวปลาอัญมณี

“ระบบเพิ่มระดับปลาอัญมณีเป็นระดับ 7”

-ทำการวิวัฒนาการปลาอัญมณีจากระดับ 6 เป็น ระดับ 7 ใช้แต้มวิวัฒนาการหนึ่งล้านแต้ม-

-วิวัฒนาการปลาอัญมณีระดับ 7 สำเร็จ-

-ต้องการสืบทอดความสามารถของปลาอัญมณีด้วยหรือไม่-

“รับ”

มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อย

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับปรุง…สำเร็จ-

ซูม!

เกิดน้ำกระเซ็นขึ้นมา พร้อมกับตัวปลาอัญมณีที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ

มันได้สร้างมวลน้ำจำนวนมากคลุมร่างของมันเอาไว้ และลอยอยู่ในอากาศ ในขณะที่ร่างของมันใหญ่ขึ้น

จากขนาดตัว 4 เมตร ได้กลายเป็น 8 แมตร ก่อนที่จะมันจะหยุดโต

“ว้าว…นี้แกสามารถใช้พลังควบคุมน้ำทำให้ตัวเองลอยอยู่กลางอากาศได้ด้วยงั้นหรอ”

มู่เหลียงรู้สึกประหลาดใจกับภาพที่เห็น

ปลาอัญมณีว่ายวนอยู่ในลูกบอลน้ำ และมองดูบ่อขนาดสิบเมตรด้วยสายตาที่ผิดหวัง

ด้วยขนาดตัวเท่านี้มันไม่อาจจะว่ายไปมาได้อย่างอิสระอีกแล้ว

ความรู้สึกเหล่านี้ถูกส่งมาถึงมู่เหลียง ทำให้มู่เหลียงพูดขึ้น

“เอาล่ะ ไม่ต้องน้อยใจไป เดี๋ยยวฉันทำบ่อให้ใหม่”

มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะลงมือ ตอนนี้พื้นที่เนินสูงเพิ่มขึ้นแล้ว โดยเฉพาะสวนหลังบ้านที่เป็นที่อยุ่ของบ่อปลาอัญมณีกับต้นชาเขียวประกาย

เขาจึงขยายความกว้างของบ่อเป็น 30 เมตร และลึกขึ้น 30 เมตร

หากว่าก่อนหน้านี้เรียกบ่อน้ำ ตอนนี้คงเรียกได้ว่าเป็นสระน้ำไปแล้ว

ปลาอัญมณีกระโดดลงไปในสระน้ำอย่างดีใจ ทำให้น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว

สระน้ำขนาดใหญ่ไม่นานก็เต็มไปด้วยน้ำ

น้ำที่ล้นออกมาก็ไหลผ่านช่องน้ำตกลงไปตามช่องดิน ไปเติมเต็มระบบปะปาภายในเมืองจนถึงพื้นที่การเกษตร

เพราะแหล่งน้ำทุกจุดในเมืองมาจากเนินสูง เพราะมู่เหลียงได้สร้างเส้นทางน้ำเชื่อมกับจุดนี้ไว้ทั้งหมด

รวมไปถึงน้ำที่ไหลไปยังป้อมต่างๆ เพื่อใช้กลไกน้ำเปิดปิดประตูด้วย

“เอาหล่ะ ทำตัวดีๆ แล้วอยู่แต่ในนี้นะ”

มู่เหลียงพูดหยอกล้อกับปลาอัญมณี

เป้าหมายต่อไปของเขาคือวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกาย ซึ่งถือเป็นรากฐานความมั่งคั่งของเมืองเต่าทมิฬ

เพราะต้นชาเขียวประกายเป็นหนึ่งในสี่สิ่ง ที่สร้างรายได้ให้กับเมือง และทำให้เมืองเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

“ระบบเพิ่มระดับให้ต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 8”

-ทำการวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายจากระดับ 7 เป็น ระดับ 8 ใช้แต้มวิวัฒนาการสิบล้านแต้ม-

-วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายระดับ 8 สำเร็จ-

-ต้องการสืบทอดความสามารถของต้นชาเขียวประกายด้วยหรือไม่-

“รับ”

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับปรุง…สำเร็จ-

หลังจากตอบระบบไปแล้วมู่เหลียงก็รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับรับความสามารถใหม่มา

แม้ว่าต้นชาเขียวประกายระดับ 8 จะไม่ได้มีความสามารถใหม่ แต่อาณาเขตแสงดาวนั้นทรงพลังมากขึ้นอีกหลายเท่า อีกทั้งยังเพิ่มความกว้างของอาณาเขตด้วย

เพราะแบบนั้นทำให้ต้นไม้และพืชผลทั้งหมดเติบโตขึ้นได้อีกหนึ่งระดับ และกลายเป็นสายพันธ์ใหม่

“มันช่างล้างผลาญแต้มวิวัฒนาการจริงๆ”

มู่เหลียงเหลือบมองดูแต้มวิวัฒนาการที่หน้าต่างระบบด้วยใบหน้าที่หนักใจ

ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาและปิดหน้าต่างระบบลง และสนใจไปที่ต้นชาเขียวประกาย

ตอนนี้ต้นชาเขียวประกายนั้นได้สูงใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ต้นชามีความสูงที่ 64 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ 12 เมตร ขนาดใบของมันก็พอๆ กับพัดได้

“นั้นมันอะไร ผลของมันงั้นหรอ เหมือนมะเฟืองเลย”

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นมองดูต้นชาเขียวประกายและสังเกตเห็นผลของมัน

ฟิ้ว!

ใยแมงมุมถูกยิงออกไป และเด็ดผลของต้นชาเขียวประกายลงมา

มู่เหลียงเอามาล้างน้ำเล็กน้อยก่อนที่จะกัดเข้าไปหนึ่งคำ

เขารู้สึกถึงรสหวานของผลไม้ ที่มันทำให้รู้สึกดี หากได้กินคู่กับของรสขม

ตอนนั้นเองที่ภายในจิตใจของมู่เหลียงสั่นไหว และรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทั้งตัว

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นและหายไปในไม่กี่นาที ทำให้เขารู้ว่ามันมาจากการกินผลจากต้นชาเขียวประกาย

“ดูเหมือนผลมะเฟืองนี้จะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลัง แต่สำหรับเราคงช่วยไม่ได้เยอะ”

มู่เหลียงกินมะเฟืองไปอีกหลายคำ

“มู่เหลียงเสร็จรึยัง ไปกินมื้อเที่ยงได้แล้ว”

มินโฮเดินเข้ามาหามู่เหลียงและเห็นต้นชาเขียวประกายกับบ่อน้ำที่ใหญ่ขึ้นด้วยความสับสน

หากว่าเธอไม่ต้องเตรียมมื้อเที่ยงเธอคงจะอยู่กับมู่เหลียงและเห็นทุกอย่าง

“มินโฮ…ลองกินนี้ดู”

มุ่เหลียงยื่นผลของต้นชาเขียวประกายให้

“ได้”

มินโฮเอื้อมมือไปรับ และกัดเข้าไปหนึ่งคำเล็กๆ

“อร่อย”

แววตาของมินโฮเป็นประกายขึ้นมาทันที

รสหวานมันได้แผ่ซ่านไปในปากของเธอ มันเป็นผลไม้ที่อร่อยและหวานที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา รสมันหวานยิ่งกว่ามะเขือเทศเสียอีก

ก่อนที่มินโฮจะกัดเข้าไปอีกหนึ่งคำโต

“ทำไม ถึงร้อนแบบนี้”

ไม่กี่วิต่อมามินโฮก็ไม่สบายอย่างมาก พร้อมกับเหงื่อที่แตกท่วมตัว เธอดึงคอเสื้อเพื่อคลายความร้อน

ผิวของมินโฮแดงขึ้น และมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผาก

“รู้สึกยังไง?”

มู่เหลียงถามอย่างรวดเร็ว

“รู้สึกว่าพลังมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

มินโฮพูดด้วยความรู้สึกตกใจ

เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร เพียงแค่รู้สึกเหมือนเป็นไข้ตัวร้อน

มันไม่เหมือนกับตอนที่ดื่มยาเสริมพลัง ที่เมื่อกินเข้าไปแล้วราวกับถูกบางสิ่งนวดซ้อมไปทั้งตัว

“ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของมันจะช่วยเพิ่มพลังให้เล็กน้อย”

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เขาพอจะรู้แล้วว่าผลของต้นชาประกายแสงเพิ่มพลังให้ได้ และตอนนี้ต้นของชาเขียวประกายก็มีผลแบบนี้อีกหลายร้อยผล นี้จะเป็นสมบัติล้ำค่าของเมืองเต่าทมิฬ

สิบห้านาทีต่อมา

“นี้!! มู่เหลียง มินโฮ ทำอะไรกันอยู่”

หยู่เฟ่ยหยานเดินออกมาถามและเห็นว่าทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันจึงถามด้วยความประหลาดใจ

“ไปกินมื้อเที่ยงกันได้แล้ว”

ที่ห้องอาหารเหล่าสาวๆ กำลังรอมู่เหลียงอยู่ แต่หลังจากมินโฮออกไปตามก็หายไปอีกคนเลยเกิดความสงสัยขึ้น

ทำให้หยู่เฟ่ยหยานอาสาแทนเว่ยหยูหลันมาตามทั้งสองแทน

“มาได้พอเหมาะเลย ลองกินผลไม้นี้ดู”

มู่เหลียงโบกมือพร้อมกับส่งผลของต้นชาเขียวประกายให้

“อะไร กินได้งั้นหรอ?”

หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้าไปรับด้วยความสงสัย

“ลองกินดู หลังจากที่ต้นชาเขียวประกายเติบโตมันก็ได้ออกผลนี้มาให้”

มู่เหลียงพยักหน้าให้เล็กน้อย พร้อมกับอธิบาย

“ถ้างั้นลองกินดูสักหน่อยแล้วกัน”

หยู่เฟ่ยหยานยิ้มและเริ่มกัดไปหนึ่งคำเล็กๆ

หนึ่งนาทีต่อมา

หยู่เฟ่ยหยานนั้นก็กินผลมะเฟื่องจนหมด ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย และมองหาว่ามีให้กินอีกไหม

ก่อนที่เธอจะอ้าปากเพื่อขอเพิ่ม ร่างของเธอก็ท่วมไปด้วยเปลวไฟ

“..!!”

หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกใจนัยน์ตาดูว่างเปล่าและสับสน ก่อนที่จะมองหน้ามู่เหลียง

“ขั้นพลังของเธอเพิ่มขึ้นแล้ว”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“ฉันทะลวงขั้นพลังแล้วงั้นหรอ?”

หยู่เฟ่ยหยานยังไม่อยากจะเชื่อ และถามด้วยความสงสัย

เธอกินมะเฟืองไปผลเดียว พลังของเธอก็เพิ่มขึ้นจนทะลวงขั้น 3 ไป 4 ได้เลยงั้นหรอ?

“ดูเหมือนว่ามะเฟืองลูกนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้เธอมาก”

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพอใจ

ผลลัพธ์ที่หยู่เฟ่ยหยานแสดงออกมานั้นเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง เพราะเธอสามารถทะลวงขั้นพลังได้หลังจากกิน

มะเฟืองลูกนั้นเป็นเหมือนอิฐก่อนสุดท้ายที่เติมเต็มช่องว่างของพลังให้เต็ม

“แฮ่กๆ..

“เป็นไง? รู้สึกไหมว่าพลังเพิ่มขึ้นแค่ไหน”

มู่เหลียงถามโดยไม่ได้มองไปที่หยู่เฟ่ยหยานแต่มองขึ้นไปที่ผลมะเฟืองบนต้นชาเขียวประกาย

“คิดว่าหากได้กินอีกหน่อย ฉันจะทะลวงขั้น 3 ได้”

มินโฮตอบอย่างตื่นเต้น

“อย่ากินมากเกินไปในครั้งเดียว กินแค่วันละลูกพอ”

มู่เหลียงแนะนำ

นอกจากนี้แล้วผลของมะเฟืองนี้ได้ผลกับผู้มีพลังขั้น 1 ,2 และ 3 ที่จะแสดงผลได้ชัดเจน

“อือ”

มินโฮพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

“แล้วของฉันล่ะ?”

หยู่เฟ่ยหยานอดใจไม่ไหวที่จะถาม

“เช่นเดียวกัน หากจะกินมะเฟืองพวกนี้ต้องบันทึกด้วยว่ากินไปกี่ลูกถึกรู้สึกว่าพลังไม่เพิ่มขึ้นแล้ว”

มู่เหลียงตอบ

เขาคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ และคิดว่ามะเฟืองพวกนี้คงไม่สามารถเพิ่มพลังได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป

ไม่งั้นการจะสร้างตัวตนขั้น 7 กับ 8 คงไม่ใช่เรื่องยาก

“ฉันจะจดเอาไว้”

หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้าอย่างรวดเร็ว