ที่สวนหลังตำหนักเจ้าเมือง
มู่เหลียงนั่งยองๆ ข้างๆ บ่อน้ำ
ตอนนี้เหล่าสาวๆ ในตำหนักกำลังออกไปช่วยเหลือและปลอบขวัญชาวเมืองกันอยู่
มู่เหลียงเอามือจุ่มลงไปในน้ำ เพื่อแตะหัวปลาอัญมณี
“ระบบเพิ่มระดับปลาอัญมณีเป็นระดับ 7”
-ทำการวิวัฒนาการปลาอัญมณีจากระดับ 6 เป็น ระดับ 7 ใช้แต้มวิวัฒนาการหนึ่งล้านแต้ม-
-วิวัฒนาการปลาอัญมณีระดับ 7 สำเร็จ-
-ต้องการสืบทอดความสามารถของปลาอัญมณีด้วยหรือไม่-
“รับ”
มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อย
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับปรุง…สำเร็จ-
ซูม!
เกิดน้ำกระเซ็นขึ้นมา พร้อมกับตัวปลาอัญมณีที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
มันได้สร้างมวลน้ำจำนวนมากคลุมร่างของมันเอาไว้ และลอยอยู่ในอากาศ ในขณะที่ร่างของมันใหญ่ขึ้น
จากขนาดตัว 4 เมตร ได้กลายเป็น 8 แมตร ก่อนที่จะมันจะหยุดโต
“ว้าว…นี้แกสามารถใช้พลังควบคุมน้ำทำให้ตัวเองลอยอยู่กลางอากาศได้ด้วยงั้นหรอ”
มู่เหลียงรู้สึกประหลาดใจกับภาพที่เห็น
ปลาอัญมณีว่ายวนอยู่ในลูกบอลน้ำ และมองดูบ่อขนาดสิบเมตรด้วยสายตาที่ผิดหวัง
ด้วยขนาดตัวเท่านี้มันไม่อาจจะว่ายไปมาได้อย่างอิสระอีกแล้ว
ความรู้สึกเหล่านี้ถูกส่งมาถึงมู่เหลียง ทำให้มู่เหลียงพูดขึ้น
“เอาล่ะ ไม่ต้องน้อยใจไป เดี๋ยยวฉันทำบ่อให้ใหม่”
มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะลงมือ ตอนนี้พื้นที่เนินสูงเพิ่มขึ้นแล้ว โดยเฉพาะสวนหลังบ้านที่เป็นที่อยุ่ของบ่อปลาอัญมณีกับต้นชาเขียวประกาย
เขาจึงขยายความกว้างของบ่อเป็น 30 เมตร และลึกขึ้น 30 เมตร
หากว่าก่อนหน้านี้เรียกบ่อน้ำ ตอนนี้คงเรียกได้ว่าเป็นสระน้ำไปแล้ว
ปลาอัญมณีกระโดดลงไปในสระน้ำอย่างดีใจ ทำให้น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว
สระน้ำขนาดใหญ่ไม่นานก็เต็มไปด้วยน้ำ
น้ำที่ล้นออกมาก็ไหลผ่านช่องน้ำตกลงไปตามช่องดิน ไปเติมเต็มระบบปะปาภายในเมืองจนถึงพื้นที่การเกษตร
เพราะแหล่งน้ำทุกจุดในเมืองมาจากเนินสูง เพราะมู่เหลียงได้สร้างเส้นทางน้ำเชื่อมกับจุดนี้ไว้ทั้งหมด
รวมไปถึงน้ำที่ไหลไปยังป้อมต่างๆ เพื่อใช้กลไกน้ำเปิดปิดประตูด้วย
“เอาหล่ะ ทำตัวดีๆ แล้วอยู่แต่ในนี้นะ”
มู่เหลียงพูดหยอกล้อกับปลาอัญมณี
เป้าหมายต่อไปของเขาคือวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกาย ซึ่งถือเป็นรากฐานความมั่งคั่งของเมืองเต่าทมิฬ
เพราะต้นชาเขียวประกายเป็นหนึ่งในสี่สิ่ง ที่สร้างรายได้ให้กับเมือง และทำให้เมืองเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
“ระบบเพิ่มระดับให้ต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 8”
-ทำการวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายจากระดับ 7 เป็น ระดับ 8 ใช้แต้มวิวัฒนาการสิบล้านแต้ม-
-วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายระดับ 8 สำเร็จ-
-ต้องการสืบทอดความสามารถของต้นชาเขียวประกายด้วยหรือไม่-
“รับ”
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับปรุง…สำเร็จ-
หลังจากตอบระบบไปแล้วมู่เหลียงก็รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับรับความสามารถใหม่มา
แม้ว่าต้นชาเขียวประกายระดับ 8 จะไม่ได้มีความสามารถใหม่ แต่อาณาเขตแสงดาวนั้นทรงพลังมากขึ้นอีกหลายเท่า อีกทั้งยังเพิ่มความกว้างของอาณาเขตด้วย
เพราะแบบนั้นทำให้ต้นไม้และพืชผลทั้งหมดเติบโตขึ้นได้อีกหนึ่งระดับ และกลายเป็นสายพันธ์ใหม่
“มันช่างล้างผลาญแต้มวิวัฒนาการจริงๆ”
มู่เหลียงเหลือบมองดูแต้มวิวัฒนาการที่หน้าต่างระบบด้วยใบหน้าที่หนักใจ
ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาและปิดหน้าต่างระบบลง และสนใจไปที่ต้นชาเขียวประกาย
ตอนนี้ต้นชาเขียวประกายนั้นได้สูงใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ต้นชามีความสูงที่ 64 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ 12 เมตร ขนาดใบของมันก็พอๆ กับพัดได้
“นั้นมันอะไร ผลของมันงั้นหรอ เหมือนมะเฟืองเลย”
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นมองดูต้นชาเขียวประกายและสังเกตเห็นผลของมัน
ฟิ้ว!
ใยแมงมุมถูกยิงออกไป และเด็ดผลของต้นชาเขียวประกายลงมา
มู่เหลียงเอามาล้างน้ำเล็กน้อยก่อนที่จะกัดเข้าไปหนึ่งคำ
เขารู้สึกถึงรสหวานของผลไม้ ที่มันทำให้รู้สึกดี หากได้กินคู่กับของรสขม
ตอนนั้นเองที่ภายในจิตใจของมู่เหลียงสั่นไหว และรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทั้งตัว
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นและหายไปในไม่กี่นาที ทำให้เขารู้ว่ามันมาจากการกินผลจากต้นชาเขียวประกาย
“ดูเหมือนผลมะเฟืองนี้จะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลัง แต่สำหรับเราคงช่วยไม่ได้เยอะ”
มู่เหลียงกินมะเฟืองไปอีกหลายคำ
“มู่เหลียงเสร็จรึยัง ไปกินมื้อเที่ยงได้แล้ว”
มินโฮเดินเข้ามาหามู่เหลียงและเห็นต้นชาเขียวประกายกับบ่อน้ำที่ใหญ่ขึ้นด้วยความสับสน
หากว่าเธอไม่ต้องเตรียมมื้อเที่ยงเธอคงจะอยู่กับมู่เหลียงและเห็นทุกอย่าง
“มินโฮ…ลองกินนี้ดู”
มุ่เหลียงยื่นผลของต้นชาเขียวประกายให้
“ได้”
มินโฮเอื้อมมือไปรับ และกัดเข้าไปหนึ่งคำเล็กๆ
“อร่อย”
แววตาของมินโฮเป็นประกายขึ้นมาทันที
รสหวานมันได้แผ่ซ่านไปในปากของเธอ มันเป็นผลไม้ที่อร่อยและหวานที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา รสมันหวานยิ่งกว่ามะเขือเทศเสียอีก
ก่อนที่มินโฮจะกัดเข้าไปอีกหนึ่งคำโต
“ทำไม ถึงร้อนแบบนี้”
ไม่กี่วิต่อมามินโฮก็ไม่สบายอย่างมาก พร้อมกับเหงื่อที่แตกท่วมตัว เธอดึงคอเสื้อเพื่อคลายความร้อน
ผิวของมินโฮแดงขึ้น และมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผาก
“รู้สึกยังไง?”
มู่เหลียงถามอย่างรวดเร็ว
“รู้สึกว่าพลังมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก”
มินโฮพูดด้วยความรู้สึกตกใจ
เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร เพียงแค่รู้สึกเหมือนเป็นไข้ตัวร้อน
มันไม่เหมือนกับตอนที่ดื่มยาเสริมพลัง ที่เมื่อกินเข้าไปแล้วราวกับถูกบางสิ่งนวดซ้อมไปทั้งตัว
“ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของมันจะช่วยเพิ่มพลังให้เล็กน้อย”
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขาพอจะรู้แล้วว่าผลของต้นชาประกายแสงเพิ่มพลังให้ได้ และตอนนี้ต้นของชาเขียวประกายก็มีผลแบบนี้อีกหลายร้อยผล นี้จะเป็นสมบัติล้ำค่าของเมืองเต่าทมิฬ
สิบห้านาทีต่อมา
“นี้!! มู่เหลียง มินโฮ ทำอะไรกันอยู่”
หยู่เฟ่ยหยานเดินออกมาถามและเห็นว่าทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันจึงถามด้วยความประหลาดใจ
“ไปกินมื้อเที่ยงกันได้แล้ว”
ที่ห้องอาหารเหล่าสาวๆ กำลังรอมู่เหลียงอยู่ แต่หลังจากมินโฮออกไปตามก็หายไปอีกคนเลยเกิดความสงสัยขึ้น
ทำให้หยู่เฟ่ยหยานอาสาแทนเว่ยหยูหลันมาตามทั้งสองแทน
“มาได้พอเหมาะเลย ลองกินผลไม้นี้ดู”
มู่เหลียงโบกมือพร้อมกับส่งผลของต้นชาเขียวประกายให้
“อะไร กินได้งั้นหรอ?”
หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้าไปรับด้วยความสงสัย
“ลองกินดู หลังจากที่ต้นชาเขียวประกายเติบโตมันก็ได้ออกผลนี้มาให้”
มู่เหลียงพยักหน้าให้เล็กน้อย พร้อมกับอธิบาย
“ถ้างั้นลองกินดูสักหน่อยแล้วกัน”
หยู่เฟ่ยหยานยิ้มและเริ่มกัดไปหนึ่งคำเล็กๆ
หนึ่งนาทีต่อมา
หยู่เฟ่ยหยานนั้นก็กินผลมะเฟื่องจนหมด ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย และมองหาว่ามีให้กินอีกไหม
ก่อนที่เธอจะอ้าปากเพื่อขอเพิ่ม ร่างของเธอก็ท่วมไปด้วยเปลวไฟ
“..!!”
หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกใจนัยน์ตาดูว่างเปล่าและสับสน ก่อนที่จะมองหน้ามู่เหลียง
“ขั้นพลังของเธอเพิ่มขึ้นแล้ว”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“ฉันทะลวงขั้นพลังแล้วงั้นหรอ?”
หยู่เฟ่ยหยานยังไม่อยากจะเชื่อ และถามด้วยความสงสัย
เธอกินมะเฟืองไปผลเดียว พลังของเธอก็เพิ่มขึ้นจนทะลวงขั้น 3 ไป 4 ได้เลยงั้นหรอ?
“ดูเหมือนว่ามะเฟืองลูกนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้เธอมาก”
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพอใจ
ผลลัพธ์ที่หยู่เฟ่ยหยานแสดงออกมานั้นเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง เพราะเธอสามารถทะลวงขั้นพลังได้หลังจากกิน
มะเฟืองลูกนั้นเป็นเหมือนอิฐก่อนสุดท้ายที่เติมเต็มช่องว่างของพลังให้เต็ม
“แฮ่กๆ..
“เป็นไง? รู้สึกไหมว่าพลังเพิ่มขึ้นแค่ไหน”
มู่เหลียงถามโดยไม่ได้มองไปที่หยู่เฟ่ยหยานแต่มองขึ้นไปที่ผลมะเฟืองบนต้นชาเขียวประกาย
“คิดว่าหากได้กินอีกหน่อย ฉันจะทะลวงขั้น 3 ได้”
มินโฮตอบอย่างตื่นเต้น
“อย่ากินมากเกินไปในครั้งเดียว กินแค่วันละลูกพอ”
มู่เหลียงแนะนำ
นอกจากนี้แล้วผลของมะเฟืองนี้ได้ผลกับผู้มีพลังขั้น 1 ,2 และ 3 ที่จะแสดงผลได้ชัดเจน
“อือ”
มินโฮพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“แล้วของฉันล่ะ?”
หยู่เฟ่ยหยานอดใจไม่ไหวที่จะถาม
“เช่นเดียวกัน หากจะกินมะเฟืองพวกนี้ต้องบันทึกด้วยว่ากินไปกี่ลูกถึกรู้สึกว่าพลังไม่เพิ่มขึ้นแล้ว”
มู่เหลียงตอบ
เขาคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ และคิดว่ามะเฟืองพวกนี้คงไม่สามารถเพิ่มพลังได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป
ไม่งั้นการจะสร้างตัวตนขั้น 7 กับ 8 คงไม่ใช่เรื่องยาก
“ฉันจะจดเอาไว้”
หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved