ตอนที่ 208

ที่บนสุดของเนินสูง ตำหนักเจ้าเมือง

มีร่างสีขาวขนาดใหญ่แว๊บผ่านเข้าไปในตำหนัก

ลี่เยว่ที่อยู่ในชุดเกราะภูติผี สังเกตเห็นร่างนั้นเช่นเดียวกัน

เธอมองผ่านประตูตำหนักเข้าไปในลานกว้าง ก็เห็นศพของสัตว์อสูรขนาดสองเมตรวางอยู่

ลี่เยว่เดินเข้าไปอย่างช้าๆ และพูดกับตัวเอง

“ราชาหมาป่าเอาเหยื่อมาให้อีกแล้ว”

ทุกครั้งที่ราชาหมาป่าจันทราล่าสัตว์ได้ มันจะเอาเหยื่อมามอบให้ที่ตำหนักเจ้าเมืองเสมอ

มันคือความภักดีและซื่อสัตว์ต่อมู่เหลียง และต้องแบ่งเหยือที่ดีที่สุดให้กับเจ้านายก่อนเสมอ

ลี่เยว่มองดูศพของสัตว์อสูรอย่างละเอียด และยิ่งมองเท่าไรเธอก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ

สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างเหมือนกับคางคกมาก แต่มันมีขนาดตัวที่ใหญ่ และมีหกขา แถมยังมีผิวสีน้ำตาลเข้ม

“นี่มัน….อสูรคางคกหกขา!!”

ดวงตาที่งดงามของเธอฉายออกถึงความตกใจ และเป็นประกายทันทีเมื่อรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร

อสูรคางคกหกขานั้นเป็นสัตว์อสูรขั้น 3 ที่มีพลังในการกระโดดที่สุดยอดมาก กระดูกขาของมันมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงมาก เหมาะมากที่จะเอามาทำอาวุธวิญญาณจำพวกธนู

เพราะด้วยคุณสมบัติพวกนี้ทำให้เธอจดจำอสูรคางคกหกขาได้

“หากมีสิ่งนี้เราจะขอให้มู่เหลียงสร้างธนูให้เราได้”

ลี่เยว่คิดสิ่งนี้ภายในใจ

พร้อมกับหยิบมีดสั้นข้างเอวออกมา และเริ่มชำแหละอสูรคางคกหกขา

ปกติแล้วงานพวกนี้เว่ยหยูหลันจะเป็นคนจัดการ แต่ลี่เยว่อดทนรอไม่ไหว และต้องการเอาชิ้นส่วนกระดูกขาไปให้มู่เหลียงทำอาวุธวิญญาณให้เธอทันที

“เอ่อ…ท่านลี่เยว่”

เว่ยหยูหลันได้กลิ่นคาวเลือดเลยเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

“ท่านลี่เยว่ ปล่อยให้ฉันจัดการเถอะค่ะ”

“ได้งั้นที่เหลือจัดการให้ด้วยนะ น้องหลัน”

ลี่เยว่เก็บมีดสั้น

เธอได้ชิ้นส่วนที่ต้องการแล้ว เพราะงั้นที่เหลือก็ให้สาวใช้ตัวน้อยเป็นคนจัดการ

“ตอนนี้มู่เหลียงอยู่ไหนแล้ว”

ลี่เยว่ถามต่อด้วยความสงสัยพร้อมกับถือกระดูกขาคางคกเอาไว้

“นายท่านมู่เหลียงตอนนี้อยู่ที่ห้องทดลองค่ะ”

เว่ยหยูหลันตอบเบาๆ ก่อนที่จะเอามีดออกมาและเริ่มชำแหละอสูรคางคกหกขาต่อ

ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ เด็กสาวหรือผู้หญิงจะไม่กลัวเลือด และเรียนรู้วิธีจัดการกับศพสัตว์อสูร

หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเว่ยหยูหลันเองก็สามารถจัดการชำแหละศพสัตว์อสูรได้

และสาวใช้ตัวน้อยเองก็เรียนรู้วิธีการชำแหละสัตว์อสูรมาจากแม่และพ่อของเธอมาเหมือนกัน

เพราะยังไงเว่ยกังก็เป็นถึงหัวหน้าทีมนักล่าของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

ลี่เยว่มุ่งหน้าไปยังห้องทดลองของมู่เหลียง

ก็อกๆ

เธอเคาะประตูก่อนที่จะเรียกขึ้น

“มู่เหลียง!”

“เข้ามา”

เสียงของมู่เหลียงตอบกลับมาทันที

ลี่เยว่เปิดประตูเข้าไป และเห็นว่ามู่เหลียงกำลังทำเสื้อคลุมผีอยู่ และเห็นว่ามันใกล้จะเสร็จแล้ว

มู่เหลียงพับเสื้อคลุมที่สร้างขึ้น และวางใส่ชั้นไม้ข้างๆ

ก่อนที่จะหันมามองลี่เยว่และถามขึ้น

“มีอะไรงั้นหรอ?”

“ราชาหมาป่าเอาเหยื่อที่ล่ามาได้มาส่ง รอบนี้เป็นอสูรคางคกหกขา กระดูกขาของมันเอามาสร้างอาวุธได้”

แล้วลี่เยว่ก็เข้าเรื่องที่ต้องการทันที

“คือ…ฉันอยากให้นายช่วยทำธนูวิญญาณให้ฉันหน่อย…..”

ลี่เยว่พูดด้วยท่าทางที่ดูเขินอายเล็กน้อย พร้อมกับหลบสายตาของมู่เหลียง

“ได้อยู่แล้ว แต่เธอรู้วิธีเตรียมกระดูกอสูรคางคกหกขางั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามพร้อมกับรอยยิ้ม

“ใช่ฉันรู้”

ลี่เยว่พยักหน้าอย่างมั่นใจ และยิ้มออกมาอย่างสดใส

“งั้นก็บอกมาเลย”

มู่เหลียงเอาใยแมงมุมขึ้นมา พร้อมกับเกล็ดสามสี และวัตถุดิบอื่นๆ ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมที่จะทำอาวุธจากกระดูกขาอสูรคางคกหกขา

“ขั้นตอนแรก ต้องเอากระดูกไปย่างไฟเป็นเวลาสองกองไฟ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเลือดออกไปจากกระดูก”

ที่ลี่เยว่รู้แบบนี้เพราะเคยไปอ่านบันทึกของช่างอาวุธวิญญาณ ซึ่งมันได้เขียนวิธีการเตรียมกระดูกขาอสูรคางคกหกขาไว้ด้วย

ลี่เยว่เมื่อพูดจบก็ทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ

“ต่อไปก็เอาไปต้มในน้ำเป็นเวลาสามกองไฟเพื่อทำให้กระดูกทนทานมากขึ้น”

“ต้องเผาไฟเป็นเวลาสองกองไฟเลยงั้นหรอ”

มู่เหลียงพูดออกมา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นราวกับนึกอะไรออก

“ถ้างั้นให้ใครก็ได้ไปตามหยู่เฟ่ยหยานมาที”

“ได้”

แววตาของลี่เยว่เป็นประกายอย่างมีความสุข และหันหลังกลับออกไปอย่างรวดเร็ว

มู่เหลียงยิ้มมุมปาก และก้มหน้าตรวจสอบกระดูกขาอสูรคางคกหกขา

กระดูกขานี้ดูวิเศษมาก มันมีแบ่งเป็นกระดูกช่วงต้นขา และน่องอย่างชัดเจน

ต้นขามีกระดูกชิ้นเดียว แต่มีความหนามากๆ พอๆ กับแขนของผู้ใหญ่คนหนึ่งได้เลย และยาวถึงหนึ่งเมตร

ส่วนของกระดูกน่องมีสองชิ้น ฝั่งหน้าหนา ฝั่งหลังจะบางกว่า แต่เชื่อมกันด้วยพังผืดและยาวประมาณ 50 เซนติเมตร

“กระดูกท่อนยาวเอามาทำธนูได้ กระดูกสั้นอีกอันจะเอามาทำอะไรดี?”

มู่เหลียงขมวดคิ้ว และจมลงไปในความคิดของตัวเองทันที

“กองกำลังของเราเองก็ต้องการอาวุธไว้ป้องกันเมืองเหมือนกัน”

อยู่ๆ นัยน์ตาของมู่เหลียงก็ดูเป็นประกายเหมือนคิดอะไรได้

“กระดูกชิ้นสั้นเอามาทำเป็นหน้าไม้ได้!!”

เขารู้วิธีการสร้างอย่างคร่าวๆ ในความทรงจำ และคิดที่จะทำตัวคันโก่งจากกระดูกของอสูรคางคกหกขา ส่วนสายหน้าไม้ใช้ใยแมงมุมผีแดงในการสร้าง

“หัวลูกดอกก็ใช้หนามจากดอกพันหนาม เท่านี้ก็จะได้หน้าไม้ที่ทรงพลังแล้ว”

มู่เหลียงแสยะยิ้มที่มุมปาก

เขาเริ่มวางแบบในหัว และคิดถึงขั้นตอนการฝึกใช้งานให้กับคนของเขา

สิบห้านาทีผ่านไป

ลี่เยว่ก็กลับมาพร้อมกับหยู่เฟ่ยหยานด้วยท่าทางรีบร้อน

“จะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ มู่เหลียง”

หยู่เฟ่ยหยานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูขี้เล่น

มู่เหลียงมองไปที่ลี่เยว่และคิดในใจว่านี้เธอไม่ได้บอกงั้นหรอ?

แต่ที่จริงแล้วเมื่อหยู่เฟ่ยหยานได้ยินว่ามู่เหลียงเรียกหาเธอก็มาทันทีโดยที่ไม่ได้ถามอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน

“คือฉันต้องการให้เธอช่วยสร้างอาวุธวิญญาณสักหน่อย”

มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อย

“จะทำอาวุธวิญญาณอีกงั้นหรอ แล้วให้ฉันทำอะไรล่ะ”

หยู่เฟ่ยหยานถามอย่างสนใจ

“ช่วยเผากระดูกพวกนี้ที”

มู่เหลียงเอากระดูกไปวางไว้ในเตาหิน

“งั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

หยู่เฟ่ยหยานตบไปที่กลางอกตัวเอง

เธอเดินเข้ามาใกล้เตาหินพร้อมกับยกมือขึ้นและปล่อยเปลวเพลิงออกมา

“แล้วต้องให้เผามันนานแค่ไหน?”

หยู่เฟ่ยหยานถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“ก็สักสองกองไฟ”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่นาฬิกาที่ข้อมือของเขา

“เอ๋!!!”

สีหน้าของหยู่เฟ่ยหยานถึงกับบิดเบี้ยวทันที และทำให้พลังของเธอปั่นป่วนไปครู่หนึ่ง

“ก็ถือว่านี้เป็นการฝึกแล้วกันนะ”

มู่เหลียงยิ้มอย่างใจดี

ปกติแล้วการปล่อยพลังแบบนี้ หยู่เฟ่ยหยานทำได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

“เดี๋ยวๆ เอาจริงงั้นหรอ!”

หยู่เฟ่ยหยานถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยว และบ่นออกมา แต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ยังตั้งใจที่จะควบคุมพลังไฟของเธอต่อ

ไม่นานอากาศในห้องเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหงื่อปรากฏขึ้นบนหน้าผากของลี่เยว่

ก่อนที่เธอจะรู้สึกเย็นมาจากด้านข้าง

เพราะมู่เหลียงเอามือวางบนไหล่ของลี่เยว่และปล่อยพลังของงูเหมันเบาๆ ทำให้อากาศรอบๆ ตัวของทั้งคู่เย็นลง

“ยังร้อนอยู่ไหม”

มู่เหลียงถามเบาๆ

“ไม่ร้อนแล้ว”

ใบหน้าอันงดงามของลี่เยว่เปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที

“ว่าไงนะ!!”

หยู่เฟ่ยหยานแก้มพองขึ้น เมื่อได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดกันและคลื่นความร้อนก็แรงขึ้น

มู่เหลียงมองไปยังกระดูกอสูรคางคกที่อยู่ในเปลวเพลิงร้อนระอุ

เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น กระดูกอสูรคางคกก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มมีเม็ดเลือดไหลออกมาจากกระดูก และระเหยไปในเปลวไฟ

ยิ่งเวลาผ่านไป สิ่งสกปรกก็ไหลออกมาจากกระดูกมากขึ้น และระเหยหายไปเหมือนกัน

“แฮ่กๆ”

“ฉันเริ่มจะเวียนหัวแล้ว ขาเองก็หมดแรงที่จะยืนเหมือนกัน”

ใบหน้าของหยู่เฟ่ยหยานดูซีดเซียวขึ้น พร้อมกับร่างที่สั่นเทา ก่อนที่ไฟจากมือของเธอจะมอดดับลง

พลังของเธอใกล้จะหมดแล้ว และเธอจำความรู้สึกนี้ได้ดี เหมือนกับตอนที่เธอฝึกหลอมทำเครื่องปั้นดินเผา

“พักเยอะๆ นะ”

มู่เหลียงเข้าไปช่วยพยุงหยู่เฟ่ยหยานเพราะกลัวว่าเธอจะเป็นลมล้มพับไป

“ไม่เป็นไร ฉันชินกับความรู้สึกนี้แล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานโบกมือและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแรง ใบหน้าของเธอซีดขาวไปหมดราวกับคนป่วย

“ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่างเลย”

ลี่เยว่กล่าวขอบคุณจากใจจริง

“ไม่เป็นไร จัดการที่เหลือต่อเลย ฉันจะขอพักก่อน”

หยู่เฟ่ยหยานก้าวไปพิงกำแพง ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้แถวนั้น

“ปล่อยให้เธอพักก่อน”

มู่เหลียงพูดขึ้น

ลี่เยว่เมื่อได้ยินก็เอากระดูกขาอสูรคางคกเข้าไปต้มต่อในหม้อทันที

ปุ๋ดๆๆ

น้ำในหม้อเริ่มเดือด และมีไอน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ

และเวลาก็ได้ผ่านไปสามกองไฟอย่างรวดเร็ว

ลี่เยว่เปิดฝาหม้อออก พร้อมกับไอน้ำที่โพยพุ่งออกมา และเห็นกระดูกขาอสูรคางคกโผล่ขึ้นมา

ตอนนี้สีของกระดูกได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็นสีเหลืองอ่อนๆ ตอนนี้ได้กลายเป็นสีขาวเหมือนกับหิมะ และมีเส้นลวดลายเหมือนกับเปลวเพลิงบนกระดูก

“ลักษณะแบบนี้ ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบถือว่าสมบูรณ์แบบ”

ลี่เยว่อุทานขึ้นมาอย่างมีความสุข เมื่อเห็นเส้นลวดลายบนกระดูก

ในเวลานี้ความยาวของกระดูกได้หดเล็กลงหนึ่งในสาม แต่ได้ความเหนี่ยวและยืดหยุ่นมากขึ้นสองเท่า เพียงพอแล้วที่จะสร้างอาวุธวิญญาณ

“ที่เหลือฉันจัดการเอง”

มู่เหลียงเอื้อมมือไปหยิบกระดูกต้นขาขึ้นมาสองชิ้น ก่อนที่จะใช้ใยแมงมุมชอนไชเข้าไปตามเส้นเลือดของกระดูกสองชิ้นนี้

ผ่านไปสิบนาที มู่เหลียงก็สามารถหาเส้นเลือดและทางเชื่อมได้ทั้งหมด

ใยแมงมุมของมู่เหลียงได้เชื่อมกระดูกทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกัน ทำให้ความยาวของมันกลายเป็นหนึ่งเมตร

มู่เหลียงเอาผลึกสัตว์อสูรขึ้นมาเตรียม และติดเข้าไปในตำแหน่งที่เป็นจุดศูนย์รวมเส้นเลือด โดยมู่เหลียงเลือกใช้ผลึกสัตว์อสูนชั้นกลางระดับต่ำถึง 3 ชิ้น