ตอนที่ 197

บันไดทางขึ้นสู่เมืองเต่าทมิฬเวลานี้เต็มไปด้วยแสงไฟจากคบเพลิงหลายจุด

ลี่เยว่เป็นผู้นำทุกคนขึ้นไปบนหลังของเต่าทมิฬน้อย ที่ด้านหลังของเธอคือหนี่จี๋ชาหัวหน้ากลุ่มกบฏและคนอื่นๆ ที่มีบ้างสิ่งปกปิดใบหน้าเอาไว้แล้ว

ในที่สุดทุกคนก็มาถึงป้อมซานไห่

ลี่เยว่ที่เดินนำพาทุกคนเข้าไปในป้อมซานไห่

เธอเงยหน้าขึ้นและตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นชา

“เปิดประตู”

“นี่หรอประตูเมืองเต่าทมิฬ”

อามันที่ช่วยพยุงหนี่จี๋ชามาก็พูดออกมาด้วยความสงสัย

เว่ยกังปรากฏตัวขึ้นที่บนกำแพงพร้อมกับหันกลับไปตะโกน

“เปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้!”

ครืนน!!!!

กลไกเปิดประตูเริ่มทำงานจนเกิดเสียงดัง และประตูที่ทำมาจากหินก็เปิดออก

“เข้าไปได้”

ลี่เยว่หันหน้ากลับไปทางกลุ่มของหนี่จี๋ชาและพูดขึ้น

ทุกคนรีบเดินกันเข้าไปในประตูซานไห่ทันที และได้เห็นถนนการค้าที่ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก และยังมีกลิ่นของมันเผาลอยอยู่ในอากาศ

“นี่คือเมืองเต่าทมิฬสินะ”

อามันมองดูทุกอย่างพร้อมกับอุทานออกมา

“ยินดีต้อนรับสู่ถนนการค้า”

หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าอันสง่างาม

ที่ด้านหลังของเธอมีหยู่เฟ่ยหยานตามมาติดๆ และเหล่าสาวๆ จากตำหนักเจ้าเมือง

“หนี่จี๋ชา!”

หยางปิงออกจากสภาวะล่องหน ทำให้ทุกคนได้เห็นชุดเกราะที่แปลกประหลาดและมันวาวด้วยสามสี

“เธอบาดเจ็บงั้นหรอ”

ลี่ลี่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดูเป็นกังวล

นัยน์ตาของอามันแดงขึ้นมาเล็กน้อย และพูดด้วยปากที่สั่น

“พี่หนี่จี๋ชาโดนพิษของเฟ่ยฉี๋”

“ฉันเอายารักษาตัวใหม่มาด้วย ลองใช้ดู”

โหย่วเฟ่ยเองก็มาที่นี่ด้วย

เมื่อเธอได้ยินว่าพี่สาวอีกคนของเธอจะมาเมืองเต่าทมิฬในวันนี้ เธอจึงยอมออกมาจากห้องวิจัยเพื่อมาต้อนรับ

โหย่วเฟ่ยหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับเปิดจุกออกและส่งให้หนี่จี๋ชา

และพูดเบาๆ ว่า

“เทครึ่งหนึ่งลงบนปากแผล และกินอีกครึ่งให้หมด”

“ขอบใจนะ”

หนี่จี๋ชารับมาและกล่าวขอบคุณ

“พี่หนี่จี๋ชามาฉันช่วยเอง”

อามันรับขวดยามาอย่างระมัดระวัง

เธอก้มตัวลงและเทยาใส่แผลที่ขาของหนี่จี๋ชา ทำให้มีของเหลวสีเขียวปกคลุมไปทั่วแผล

“อึ้ก…”

หนี่จี๋ชาถึงกับอุทานออกมาเบาๆ เพราะรู้สึกแสบที่บาดแผล

เมื่อตัวยาโดนแผลความแสบร้อนที่มีก็เริ่มทุเลาลง

“รีบกินที่เหลือซะ จะได้หายเร็วๆ”

โหย่วเฟ่ยพูดย้ำเตือนอีกครั้ง

“ได้”

หนี่จี๋ชาตอบพร้อมกับเหงื่อที่ไหลเต็มหน้า เธอรับขวดยามาและกระดกเข้าไปทีเดียว

หลังจากนั้นไม่นาน

หนี่จี๋ชาก็รู้สึกดีขึ้น และไม่เจ็บที่แผลอีก อีกทั้งความอ่อนล้าที่มีก็หายไปด้วย

“ดูเหมือนว่ายานี้จะใช้ได้กับพิษของเฟ่ยฉี๋ด้วย”

โหย่วเฟ่ยเฝ้ามองดูผลลัพธ์ทุกอย่าง ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างพอใจ และพบว่ายานี้สามารถรักษาพิษได้หลายอย่าง

ลี่ลี่มองไปยังกลุ่มคนที่เป็นแบบเดียวกับเธอ และถามขึ้น

“แล้วพวกเธอไม่โดนพิษของเฟ่ยฉี๋งั้นหรอ? ไม่ใช่ว่าเผชิญหน้าเฟ่ยฉี๋มารึไง”

“ใช่ เขาเจอพวกเราตอนกำลังออกจากเมืองเซิงหยาง”

หนี่จี๋ชาตอบด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า

“ฉันเลยสู้กับเขาหนึ่งกระบวนท่า แต่ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น ฉันสู้เขาไม่ได้เลย”

“โชคยังดีที่เจ้าเมืองเต่าทมิฬปรากฏตัวขึ้น และสังหารเฟ่ยฉี๋ในสองสามกระบวนท่า พวกเราจึงรอดมาได้”

อามันกล่าวเสริมจากหนี่จี๋ชาอย่างตื่นเต้น

เพียงคำพูดของเธอได้สร้างความตกตะลึงให้กับกลุ่มของลี่เยว่

“เฟ่ยฉี๋ตายแล้วจริงๆ หรอ”

ลี่ลี่ หยางปิง และโหย่วเฟ่ยถึงกับตกตะลึงไป และสีหน้าของพวกเธอแสดงออกเลยว่าไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้

“ใช่ตายแล้ว”

มีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของอามันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าปิดหน้า

เธอเอื้อมมือออกไปและแสดงท่างทางด้วยความตื่นเต้น

“เฟ่ยฉี๋นั้นถูกทำให้กลายเป็นน้ำแข็ง แล้วเจ้าเมืองเต่าทมิฬก็ ตูม!! ร่างของเฟ่ยฉี๋ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ”

ร่างของหยางปิง ลี่ลี่ และโหย่วเฟ่ยสั่นเทา ฝันร้ายที่เคยหลอกหลอนพวกเธอได้จากไปแล้วจริงๆ งั้นหรอ

“.....”

ลี่เยว่เองก็ตกตะลึงไม่น้อยเหมือนกัน

เธอเจอหนี่จี๋ชากับคนอื่นๆ ก่อนถึงประตูเทียนเหมิน เลยไม่รู้ว่ามู่เหลียงจัดการเฟ่ยฉี๋ไปแล้ว

“มันตายแล้ว เราไม่จำเป็นต้องล้างแค้นอีกแล้ว”

เธอถึงกับบ่นกับตัวเอง ราวกับตกอยู่ในภวังค์

คราบน้ำตาเริ่มบดบังสายตาของเธอ ก่อนที่ภายใต้หมวกจะเกิดสายธารน้ำตาขึ้น และหยดลงบนเกราะภูติผี

“ฮือ!! ในที่สุดเฟ่ยฉี๋ก็ตาย!!”

โหย่วเฟ่ยถึงกับเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เข้าไปกอดหยางปิงและเริ่มร้องไห้

“ขอบคุณ….นายท่าน”

หยางปิงเม้มริมฝีปากและพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหล

หนี่จี๋ชา อามันและคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่เหมือนกัน และต่างพากันหลั่งน้ำตากลางถนนการค้าแห่งนี้

ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานทุกอย่างที่เกิดจากเฟ่ยฉี๋ได้ถูกชำระแค้นแล้ว

ม่านหมอกภายในจิตใจของทุกคนได้จางหายไป แต่ก็ยังเหลือม่านหมอกของโรคผีมายาที่ยังกัดกินร่างของพวกเขาอยู่

“อึก…”

หยู่ฉินหลานเอามือทาบอก และรู้สึกอ่อนไหวขึ้นมากับบรรยากาศนี้จนเธออยากจะร้องไห้ตาม

มันทำให้เธอนึกถึงสมัยที่ยังอยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ และถูกใช้เป็นเครื่องผลิตน้ำ เธอเข้าใจอารมณ์ของการถูกปลดปล่อยจากพันธนาการที่เลวร้ายดี

“แม่….แม่สบายดีไหม?”

หยู่เฟ่ยหยานถามขึ้นพร้อมกับขยี้ตา

หยู่ฉินหลานรีบดึงสติกลับมา และมองไปยังลูกสาวของเธอ

“ไม่เป็นไร แม่สบายดี”

ต่อหน้าผู้คนเธอจะต้ององอาจและสง่างามเสมอ

“แต่ตาแม่ แดงมากเลย”

หยู่เฟ่ยหยานเม้มปากของเธอเหมือนจะกลั้นขำ

“บางที่ลมที่นี่ก็แรงเกินไป ทำให้แม่รู้สึกเคืองตา”

หยู่ฉินหลานกระพริบตาหลายครั้ง เพื่อให้ตาของเธอกลับมาเป็นปกติ

หยู่เฟ่ยหยานมองดูพร้อมกับกระพริบตาไปด้วย

“แต่คืนนี้ไม่มีลมนะแม่”

มุมปากของหยู่ฉินหลานถึงกับกระตุก ก่อนที่จะจับไปบนหัวของลูกสาวเธอ

และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง

“นั่นเพราะลูกตัวเตี้ยเกินไป ลมนะอยู่ในที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่ลูกจะไม่รู้สึก”

“บ้าน่า หนูไม่ได้ตัวเตี้ยขนาดนั้น!”

หยู่เฟ่ยหยานแก้มป่องและพูดอย่างไม่พอใจ

ทำให้หยู่ฉินหลานถึงกับยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แน่นอนว่าการแกล้งลูกสาวเธอเป็นอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขมาก

“ฟืด!”

หยางปิงสูดหายใจเข้า

และพยายามสงบสติอารมณ์ยังรวดเร็ว สิ่งที่ติดค้างในใจของเธอได้หายไปแล้ว

“แล้วมู่เหลียงล่ะ มู่เหลียงอยู่ไหน”

มินโฮถามขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ

เมื่อไม่เห็นมู่เหลียงทำให้เธอแตกตื่นขึ้นมาทันที เหตุใดมู่เหลียงถึงไม่กลับมาด้วย

“เขากำลังหยุดคนคนหนึ่งอยู่”

ลี่เยว่ตอบอย่างแผ่วเบา

โหย่วเฟ่ยถึงกับหยุดร้องไห้ทันที และปล่อยมือของหยางปิง

เธอมองไปยังหนี่จี๋ชาด้วยสายตาที่วิตก และถามขึ้น

“มู่เหลียงเขาปลอดภัยใช่ไหม?”

หนี่จี๋ชากัดริมฝีปากและพูดออกมาอย่างหนักใจ

“ฉันตอบไม่ได้ นายท่านมู่เหลียงอาจกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าเมืองเซิงหยางอยู่ ว่ากันว่าเจ้าเมืองเซิงหยางมีพลังถึงขั้น 8…”

“เจ้าเมืองเซิงหยาง!”

“ขั้น 8 งั้นหรอ!”

เหล่าสาวๆ ต่างร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ และยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก

“ฉันจะออกไปช่วยท่านมู่เหลียง”

หยางปิงลุกขึ้นพร้อมที่จะเดินออกไปจากเมืองโดยไม่รอใครทั้งสิ้น

“ไปกันเถอะ”

ลี่เยว่เองก็ไม่ห้ามและหันกลับไปทางประตูซานไห่

“ฉันด้วย”

ลี่ลี่ตามไปติดๆ

“พาฉันไปด้วย”

มินโฮอุ้มกระโปรงขึ้นและจะวิ่งตามไป

“นี้….พวกเธอจะไปไหนกัน”

อยู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

“....”

หยู่ฉินหลานเมื่อได้ยินก็ดูผ่อนคลายลงทันที

มู่เหลียงได้มาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของทุกคนพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น

“มู่เหลียง ปลอดภัยใช่ไหม!”

มินโฮพุ่งตัวเข้าไปหาทันที และดึงร่างมู่เหลียงไปสำรวจว่ามีบาดแผลหรือไม่

“ไม่เป็นไร ฉันยังสบายดีอยู่”

มู่เหลียงตบเบาๆ ไปที่หัวของมินโฮอย่างเอ็นดู และดึงหูกระต่ายของเธอ

“ว้าย!”

มินโฮร้องออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงขึ้น เธอก้มหัวลงและไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ

“ให้ตายสิ ฉันอยากจะตัดมือเขาทิ้งจริงๆ”

มิอาที่อยู่ไม่ไกลก็ถึงกับตาขวาง

“ฮะๆ”

เมื่อเห็นการแสดงออกของมิอา ทำให้ซิไป่ฉีถึงกับหัวเราะชอบใจ

การมาถึงของมู่เหลียงทำให้สถานการณ์ทุกอย่างผ่อนคลายลง

ลี่เยว่ หยางปิง และคนอื่นๆ ต่างมองไปที่มู่เหลียงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

พวกเขารู้สึกขอบคุณมู่เหลียงจากใจจริง และซึ้งใจอย่างมาก พวกเขาอยากจะเข้าไปเพื่อที่จะแสดงออกถึงความขอบคุณเลยด้วยซ้ำ

“ท่านไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ”

หยู่ฉินหลานย่างกายเข้ามาข้างๆ มู่เหลียงและถามอย่างแผ่วเบา

“ไม่ต้องห่วง ฉันยังอยู่ครบทุกส่วน”

มู่เหลียงตอบอย่างมั่นใจ

“เจ้าเมืองเซิงหยางมาเองเลยงั้นหรอ”

ลี่ลี่ถามอย่างใจร้อน

“ใช่ ฉันปะมือกับเขาสองสามกระบวนท่า ก่อนที่เขาจะกลัวจนไม่กล้าสู้ต่อ”

มู่เหลียงต้องการทำให้ทุกคนไม่คิดมาก เลยพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูติดเล่นนิดหน่อย

“นายท่านมู่เหลียงสุดยอดมากๆ!”

เด็กน้อยอามันถึงกับร้องออกมาด้วยความชื่นชม

เธอได้เรียกมู่เหลียงตามคนอื่นๆ และเติมท่านให้ด้วย

เจ้าเมืองเซิงหยางไม่สามารถสู้นายท่านมู่เหลียงได้!

นี้คือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ

จิตใจของหนี่จี๋ชาถึงกับสั่นไหว และตัวตนของมู่เหลียงภายในความคิดของเธอก็ได้สูงส่งมากขึ้นไปอีก

“แต่เฟ่ยฉี๋ถูกฆ่าตายไป เขาจะไม่เอาเรื่องเลยจริงๆ งั้นหรอ”

ลี่เยว่ขมวดคิ้วถาม

“ที่จริงก็คงอยาก แต่ดูเหมือนว่าพลังของเขาจะไม่อำนวยเท่าไร”

มู่เหลียงพูดเบาๆ

เขายิ้มและพูดต่อ

“และฉันเองก็ได้รู้เรื่องราวบางอย่างมาจากเขาอีกด้วย ที่เธอน่าจะสนใจ”

“เรื่องอะไร”

ลี่เยว่ถามด้วยความสงสัย

“เรื่องงานทดลองศพมายาที่เฟ่ยฉี๋ทำ เป็นคำสั่งของเขา”

มู่เหลียงหรี่ตาลง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง

“ส่วนพวกเธอเป็นตัวทดลองเท่านั้น”

ที่มู่เหลียงพูดเช่นนี้เพื่อตั้งเป้าหมายให้สาวๆ ใหม่ เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น

“อะไรนะ!”

จู่ๆ ทั้งหนี่จี๋ชาและคนอื่นๆ ก็มีแววตาที่ดูดุร้ายขึ้นมา

ความเคารพต่อเจ้าเมืองเซิงหยางของพวกเธอลดลงทันที จากเจ้าเมืองที่น่านับถือกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

“เขายังบอกอีกว่าการทดลองศพมายาสำเร็จแล้ว”

มู่เหลียงยังสุมไฟแค้นให้มากขึ้น และกางมือออกก่อนที่จะพูดต่อ

“เขาเลยไม่สนใจพวกเธออีกแล้ว และบอกว่าฉันจะเอาไปทำอะไรก็เชิญ”

เขาอยากที่จะทำให้ทุกคนใช้ความแค้นนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้อยากแข็งแกร่งขึ้น

“สารเลวเอ๊ย!! เขารู้ทุกอย่าง”

ลี่ลี่โกรธอย่างมาก และกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างอดกลั้น

เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าเจ้าเมืองเซิงหยางจะเกี่ยวข้องกับการทดลองศพมายาด้วย และทุกอย่างเป็นการทดลองของเฟ่ยฉี๋อย่างลับๆ

“แม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกคำสั่งพวกเราโดยตรง แต่เขาก็คงมองพวกเราเป็นแค่หนูทดลองตัวหนึ่ง”

หนี่จี๋ชาหัวเราะอย่างเจ็บช้ำออกมา พร้อมกับใบหน้าที่เศร้าลง

เพราะใครมันจะไปสนชีวิตไม่กี่ชีวิตในค่ายหรือกลุ่มเล็กๆ กัน

“อยากจะแข็งแกร่งมากกว่านี้….ฉันจะกลับมาล้างแค้นมันให้ได้”

ลี่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก และเต็มไปด้วยความโกรธ

ถ้าหากเธอมีพลังมากพอ ตอนนี้เธอคงกระโดดออกไปเด็ดหัวเจ้าเมืองเซิงหยางแล้ว

“ใช่ ฉันก็อยากจะแข็งแกร่งกว่านี้ ฉันก็อยากจะเอาคืนเหมือนกัน”

ความโกรธของลี่ลี่นั้นแทบจะเผาจิตใจของเธอได้เลย

“นายท่านมู่เหลียงได้โปรดรอจนกว่าพวกเราจะแข็งแกร่งกว่านี้ด้วย”

หยางปิงกุมด้ามดาบไว้แน่น และพูดออกมาด้วยจิตสังหารที่เต็มเปี่ยม

“วันหนึ่งเราจะกลับมายังเมืองเซิงหยางเพื่อชำระแค้น”

เป้าหมายของเธอเปลี่ยนไปแล้ว จากการล้างแค้นเฟ่ยฉี๋เป็นการล้างแค้นเจ้าเมืองเซิงหยางแทน

มู่เหลียงเพียงยิ้มมุมปาก

“ได้อยู่แล้ว”

“ท่านมู่เหลียง ฉันว่าเราควรจะจัดการเรื่องนี้ก่อนไหม?”

หยู่ฉินหลานพูดเตือนมู่เหลียงเบาๆ และส่งสายตาไปทางกลุ่มผู้มาใหม่

แต่มู่เหลียงกลับยิ้มหวานให้และตบไหล่เธอเบาๆ

“ฉันฝากเธอจัดการด้วย”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

หยู่ฉินหลานได้แต่กลอกตาไปมาอย่างขี้เล่น

เธอพอจะคาดเดาคำตอบของมู่เหลียงได้อยู่แล้ว นั้นเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงทักมู่เหลียงขึ้น

“เอางี้ หาที่พักให้ทุกคนก่อน แล้วเราค่อยคุยเรื่องอื่นกันที่หลัง”

มู่เหลียงโบกมือ

“รับทราบ”