ตอนที่ 44

ตกดึก

ที่ยอดของเนินเขามีกองเพลิงที่กำลังลุกโชนอย่างร้อนแรงอยู่

มีชายสองคนอยู่ตรงนั้น คนหนึ่งสูงใหญ่อีกคนผอมเตี้ยเป็นผู้เฝ้ายามในค่ำคืนนี้ และสาดส่องสายตาออกไปรอบๆ ตลอด

“ครั้งนี้หัวหน้าคงไม่สบอารมณ์อย่างมาก ที่ถูกค่ายเล็กๆ หลอกต้มซะเปื่อย”

คนตัวเตี้ยพูดขึ้น

คนตัวสูงเหลือบมองลงไปที่ล่างเนินเขาแห่งนี้ก่อนที่จะพูดขึ้น

“ใครจะว่ายังไงก็ช่าง แต่คนของเราตายไปสี่คน!”

“ยังดีที่หัวหน้าเอะใจ ส่งหัวหน้าหน่วยค้นหาออกไปก่อน จนรู้ว่าร่องรอยของพวกมันหายไปหลายวันแล้ว ไม่งั้นพวกเราคงไม่ต่างจากคนโง่ที่ไล่ล่าฝุ่น”

“หวังว่าพรุ่งนี้ตอนกลับไป เขาจะแบ่งน้ำให้พวกเราบ้าง”

“เดี๋ยว…ดูนั้นสิ ตรงนั้นมีแสงสว่างไม่ใช่หรอ?”

คนตัวเตี้ยลุกขึ้นยืนและมองไปจุดที่เรืองแสงขึ้นมา เพราะมันมืดมากเลยสังเกตเห็นได้ง่าย

คนตัวสูงอีกคนหันไปมองก่อนที่จะพูดห้ามเอาไว้

“อย่าไปมองมัน! แล้วอย่าได้สนใจแสงนี้เด็ดขาด มันจะฆ่าแกได้!”

“อะไร? พูดอะไรของแก มันอาจจะเป็นคนก็ได้ เราต้องไปดู”

คนตัวเตี้ยสวนกลับไปทันที

“แกอยากตายงั้นหรอ?”

คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก

“แกไม่รู้รึไงว่าสัตว์อสูรตอนกลางคืนหน้ากลัวขนาดไหน และพวกมันยังฉลาดเป็นกรดอีก แสงพวกนั้นมันอาจจะทำขึ้นเพื่อล่อเหยือให้เข้าไปติดกับก็ได้”

“เรื่องจริงหรอเนี่ย!”

คนตัวเตี้ยผงะถอยด้วยความหวาดกลัว

“รอดูให้ดี เดียวแสงพวกนั้นก็จะหายไปแล้ว”

คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่ข่มเหง

“เอ๋!! มันหายไปจริงๆ ด้วย”

“เห็นไหม ข้าพูดถูก สัตว์อสูรบางชนิดมันใช้แสงเพื่อล่อเหยือของมัน บางทีเจ้าตัวเมื่อกี้อาจจะตัวใหญ่โตเท่ากับเนินเขาลูกเล็กๆ ได้เลย”

“พอแล้ว พอแล้ว ข้าไม่อยากฟังอีกแล้ว”

แล้วค่ำคืนนี้ก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้งโดยที่ทั้งสองไม่พูดอะไรกันอีกเลย

แม้ว่าเป็นวันใหม่แล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่สว่างดีนัก

กลุ่มเคราโลหิตได้มารวมตัวกันและเดินทางกลับฐาน

หลังจากรู้ว่าถูกหลอกซ้ำสอง ทำให้บรรยากาศในการเดินทางนั้นกดดันอย่างมาก เซียฮูเองก็แสดงออกถึงความเกรี้ยวกราดหลายครั้ง จนทำให้สมาชิกหลายคนบาดเจ็บ

แม้แต่เยี่ยฉ่าย และหัวหน้าหน่วยอีกคนก็ยังไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าเซียฮูสักคำเดียว เพราะกลัวว่าจะยิ่งทำให้เซียฮูหงุดหงิดมากขึ้น

จนกระทั้งถึงเย็นพวกเขากลับมาถึงทางเข้าหุบเขาก็เห็นว่ามีกองกำลังสองร้อยกว่าคนที่นำโดยเซียเต๋ารออยู่

“พวกแก!! มาทำอะไรที่นี่ แล้วใครเฝ้าฐานตอนนี้!”

สีหน้าของเซียฮูนั้นมืดครึ้มขึ้นมาทันที พร้อมกับจับด้ามมีดที่เอว

หากว่าคำตอบนั้นไม่เข้าหูแม้แต่นิดเดียว ถึงจะเป็นลูกชายก็ตามเขาจะทำให้นอนเป็นผักไปสองสามวันเลยทีเดียว

“ท่านพ่อ…โรงเพาะชำของท่านถูกขโมยไปแล้ว”

เซียเต๋านั้นหดคอลงทันที แสดงออกถึงความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างสั่นเทา

“มะ-มะ–มีคนบุกเข้าไปในโรงเพาะชำของท่านพ่อ และขโมยของหลายสิ่งออกไป”

“ว่าไงนะ!! แล้วปลาอัญมณีหละ!”

เซียฮูถึงกับระเบิดอารมณ์ออกมาทันที และชักมีดออกมาจ่อคอลูกชายตัวเอง ก่อนที่จะตะคอกใส่

“ไม่!! ไม่อยู่แล้ว!!”

เซียเต๋านั้นไม่สามารถทนต่อแรงกดดันนี้ได้ และสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตจากพ่อของตัวเอง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นต่ออย่างดีใจ

“แต่มันเอาน้ำกับเนื้อตากแห้งไปนิดเดียว!!”

“ไอ้ลูกโง่!!!”

ด้วยสีหน้าที่มนหมองของเซียฮู เขาตบหน้าลูกชายเข้าไปสุดแรงทำให้เซียเต๋านั้นกระเด็นออกไปสามสี่เมตร

ปลาอัญมณีถือเป็นรากฐานความมั่นคงของกลุ่มเคราโลหิต และยังเป็นปัจจัยหลักที่กลุ่มนี้ยังคงอยู่ได้!

หากไม่มีปลาอัญมณีแล้ว กลุ่มเคราโลหิตจะล่มสลายในไม่ช้าก็เร็ว และจะไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของเขาอีก

ถ้าเซียเต๋าไม่ใช่ลูกชายของเขา ปานี้เซียฮูคงตัดหัวทิ้งไปแล้ว

“ไปไหนก็ไป!!”

เซียฮูตะโกนไล่ทุกคนที่อยู่รอบๆ เหลือไว้แค่หัวหน้าหน่วยทั้งหมดกับเซียเต๋า

เขาไม่ได้กลับไปยังหุบเขา แต่กลับนั่งลงบนก้อนหินข้างทาง ก่อนที่เซียฮูจะเค้นเสียงถามออกมา

“ใครก็ได้ ช่วยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างที่ฉันไม่อยู่ที”

“เมื่อคืนมีขโมยปีนผาด้านหลังขึ้นมา และแอบเข้าไปในเรืองเพาะชำ และปิดทางเข้าจากด้านใน”

เซียเต๋าเอามือจับหน้าฝั่งที่ถูกตบ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาพูด

“เมื่อคืนกว่าที่เราจะทำลายเข้าไปได้ พวกขโมยมันก็หนีไปหมดแล้ว…..ลูกพยายามออกตามหาพวกมันทั้งฐานก็ไม่เจอ สั่งให้คนดักทุกทางออกก็ไม่เห็นใครเข้าออก”

“ไอ้ลูกโง่!! พวกมันปีนเข้ามาจากผาด้านหลัง แล้วมันจะไปหลบอยู่ในฐานได้ไง!!!”

เซียฮูใช้สายตาที่แดงก้ำเพราะความโกรธมองไปยังเซียเต๋าด้วยความรู้สึกที่อดกลั้น

หนึ่งในหัวหน้าหน่วยนามเฉียวหูพูดขึ้น

“หัวหน้า ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือออกล่าหัวขโมยนั้น”

“ใช่ท่านหัวหน้า มันน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล เราน่าจะติดตามร่องรอยของมันได้อยู่”

หัวหน้าอีกคนพูดเสริมขึ้นและเห็นด้วยกับความคิดนี้

หัวขโมยคนนี้พึ่งจะไปได้ไม่ถึงวันสองวัน ไม่มีทางที่จะตามไม่ทัน

“ฮึ! แล้วมันทิ้งร่องรอยอะไรไว้บ้าง!”

เซียฮูถอนหายใจแรงหนึ่งครั้งก่อนที่จะระงับอารมณ์โกรธลง

“เชือกสีขาวนี้”

เซียเต๋านั้นได้หยิบเชือกสีขาวที่ดูโปร่งแสงออกมาจากกระเป๋าของเขา

“หมาล่าเนื้อ!! จัดการ”

เซียฮูโยนเชือกนี้ให้กับผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในหัวหน้าหน่วย

“รับทราบ”

หัวหน้าหน่วยคนนั้นหยิบเชือกขึ้นมาพร้อมกับสูดดมมัน

หลังจากที่สูดดมกลิ่นได้สักพัก เขาก็ดำดิ่งเข้าไปในความทรงจำของเขา ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“หัวหน้า….กลิ่นนี้เหมือนกับคนที่อาศัยอยู่ที่ค่ายนั้น”

“นี้แกจะบอกว่า มีคนที่อยู่ในค่ายที่มันหลอกข้า เป็นหัวขโมยงั้นหรอ!”

เซียฮูถึงกับเลิกคิ้วขึ้น

“ใช่ กลิ่นมันเหมือนกันมาก ราวกับว่ามาจากคนคนเดียวกัน”

หมาล่าเนื้อตอบอย่างมั่นใจ

“ดี!! ดี! ถ้างั้นจะได้คิดบัญชีกับมันที่เดียวเลย”

เซียฮูแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย มันช่างเป็นร้อยยิ้มที่น่ากลัวอย่างมาก ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง

“ตามฉันมา!! ฉันอยากจะเห็นเหลือเกินว่า ไอ้คนที่กล้าหลอกฉันและขโมยของของฉันไปจะเป็นคนแบบไหน!”

“ขอรับ”

หัวหน้าหน่วยทั้งหมดขานรับทันที

ก่อนที่หมาล่าเนื้อจะสูดดมเชือกสีขาวนี้ฟอดใหญ่อีกครั้ง

“ยังมีของแบบนี้เหลืออยู่อีก”

เซียเต๋านั้นสั่งให้คนของเขาไปเอาเชือกสีขาวที่เก็บมาได้ออกมาทั้งหมด

ซูดดดดดด

หลังจากที่หัวหน้าหมาล่าเนื้อสูดดมอยู่หลายครั้ง อยู่ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน

เซียฮูพูดขึ้นทันที

“บอกฉัน ว่าแกเจออะไร”

“เชือกพวกนี้มีกลิ่นมากกว่าสองกลิ่น มีกลิ่นหนึ่งจางๆ”

หัวหน้าหมาล่าเนื้อพูดขึ้น

“และอีกสองกลิ่นที่แรงมาก แต่ไม่น่าใช่กลิ่นของมนุษย์”

“ฉันไม่สนว่าจะเป็นคนหรือตัวห่าเหวอะไรทั้งนั้น”

เซียฮูตะวาดเสียงดังขึ้นก่อน

“ตอบฉันอย่างเดียว….ว่าแกตามหาเจ้าของกลิ่นพวกนี้ได้หรือไม่….”

“สบายๆ หัวหน้า เชือกพวกนี้มีกลิ่นที่แรงมากไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะตามกลิ่นพวกนี้ไป และค้นหาร่องรอยอื่นๆ ของพวกมัน”

หัวหน้าหมาล่าเนื้อพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

เขาเป็นผู้กลายพันธ์ ที่มีความสามารถดมกลิ่นได้เหมือนสุนัข ตราบใดที่กลิ่นเหล่านี้มีอายุไม่เกินสองสามวัน เขาสามารถติดตามร่องรอยได้ทั้งหมด

“ไปเอาน้ำกับเนื้อให้กับทุกคนกิน!”

เซียฮูตะโกนอย่างเดือดดาล

เขาตัดสินใจว่าจะพากำลังคนทั้ง 500 คนของเขาไล่ล่าหัวขโมยคนนี้

ในเมื่อปลาอัญมณีหายไปแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรที่จะให้รักษากำลังคนเหล่านี้อีกต่อไป

ต่อให้สูญเสียไปเท่าไร แต่หากได้ปลาอัญมณีกลับคืนมาก็ถือว่าคุ้มค่า

“ครับท่านพ่อ”

เซียเต๋ารับคำสั่ง และรีบไปนำอาหารและน้ำให้กับทุกคน