ตึกๆ
ที่ใต้อาณาเขตเนินสุง ลี่เยว่เดินมาพร้อมกับหวาเอ่อกังกับตาซื่อ
อามันยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหาร
“หัวหน้าลี่เยว่!”
“อืม”
ลี่เยว่พยักหน้าเบาๆ และเดินผ่านไปพร้อมกับหวาเอ่อกังกับตาซื่อ
เมื่อเข้าไปในอาณาเขตเนินสูง หวาเอ่อกังและตาซื่อเองก็ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อเงยหน้าขึ้นไปพวกเขาก็เห็นต้นไม้สูงใหญ่ที่เป็นเหมือนมงกุฏของที่นี่ ทำให้พวกเขาเริ่มตื่นเต้น
“มันช่างงดงามจริงๆ”
ตาซื่อออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
หวาเอ่อกังพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความโลภ
“ถ้าเราเอาไปขายได้…. คงสบายไปทั้งชาติ”
“หัวหน้า…อย่าได้คิดแบบนี้เชียว!”
สีหน้าของตาซื่อววิตกทันที
การพูดแบบนี้ในบ้านเมืองคนอื่น คงมีแค่พวกคิดสั้นเท่านั้น
“ตามมาทางนี้”
ลี่เยว่หยุดลงที่พื้นที่ชั้นสอง และพูดขึ้น
“ได้ๆ”
ตาซื่อดึงตัวของหวาเอ่อกังไว้และเดินนำหน้าแทน
ยิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไรพวกเขายิ่งกดดันมากขึ้น เพราะตลอดทางเริ่มมีสิ่งปลูกสร้างตกแต่งมากมายที่เต็มไปด้วยต้มไม้ใบหญ้า ที่ดูไม่ต่างจากของไร้ค่า
ลี่เยว่เดินขึ้นไปจนถึงตำหนักเจ้าเมือง และพาทั้งสองไปยังห้องทำงานของมู่เหลียง
ก็อกๆ
ลี่เยว่เคาะประตู
“นายท่านมู่เหลียง คนที่ให้พามาพบมาถึงแล้ว”
“เข้ามา”
เสียงใสๆ ตอบรับกลับมา
ปึง
ลี่เยว่ผลักประตูเข้ามาและผายมือให้หวาเอ่อกังกับตาซื่อเดินเข้าไป
ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องทำงานของมู่เหลียงโดยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อพวกเขามองไปรอบๆ ก็เห็นมู่เหลียงนั่งเท้าคางอยู่หลังโต๊ะขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ
“ท่านเจ้าเมือง พบกันอีกแล้ว”
น้ำเสียงของหวาเอ่อกังที่ทักทายนั้นดูนอบน้อมขึ้น
ตาซื่อถอยไปหนึ่งก้าวและไปยืนอยู่ด้านหลังของหวาเอ่อกัง
เขาไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเห็นมู่เหลียงเขารู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย
“ได้ยินมาว่าอยากเอาสัตว์อสูรไป่หลิวมาแลกเปลี่ยนงั้นหรอ?”
มู่เหลียงลดมือลงและถามเข้าประเด็นทันที
ท่าทางของมู่เหลียงทำให้ทั้งสองสั่นไปทั้งตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ และราวกับถูกกดขี่อย่างบอกไม่ถูก
“ใช่ครับ”
หวาเอ่อกังเอากรงไม้ที่ใส่อสูรไป่หลิวออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“อสูรไป่หลิว จัดเป็นอสูรวิญญาณที่หายากในโลก เท่าที่ผมรู้มีเพียงสองตัวเท่านั้นที่ปรากฏตัวขึ้นมาตอนนี้”
“โอ้…ถ้ามันเป็นอสูรหายากแบบนั้น ทำไมถึงอยากแลกเปลี่ยนมันซะล่ะ?”
“เราเลี้ยงต่อไปไม่ไหวแล้ว”
หวาเอ่อกังพูดพร้อมกับรอยยิ้มอันขมขื่นและแสดงท่าทางที่หนักใจ
มู่เหลียงเลยจ้องมองไปที่กรงไม้และถามต่ออย่างใจเย็น
“แล้วมันกินอะไรเป็นอาหาร”
“พวกแร่กับเนื้อครับ”
หวาเอ่อกังเข้าไปวางกรงไม้ที่โต๊ะของมู่เหลียง
“แร่กับเนื้อก็ไม่ได้หายากไม่ใช่งั้นหรอ?”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูโทนต่ำลง
เขาเหยียดมือไปเคาะที่กรงไม้เบาๆ ทำให้อสูรไป่หลิวที่หลับอยู่ตื่น
“งั้นต้องการแลกเปลี่ยนกับอะไร”
มู่เหลียงเงยหน้าถามอย่างสุขุม
หวาเอ่อกังเมื่อได้ยินคำถามที่เข้าทางก็ตอบทันที
“ต้องการแลกกับแมลงเต่าทองแสงสองร้อยตัว”
“....?”
ตาซื่อถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ตัวแข็งทื่อและมองไปทางหวาเอ่อกัง
มู่เหลียงเหลือบมองทั้งสองคน ก่อนที่จะโบกมือ
“ลี่เยว่ พาแขกกลับไปซะ”
“ค่ะ”
ลี่เยว่ที่อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาทันที
“ช้าก่อนท่าน….เราคุยกันเรื่องนี้ได้”
หวาเอ่อกังรีบพูดขึ้นทันที
“มากสุดแค่หนึ่งร้อยตัวเท่านั้น ถ้าไม่ได้ก็ลืมเรื่องนี้ไปซะ”
มู่เหลียงกล่าวราวกับเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์
แววตาของหวาเอ่อกังฉายออกถึงความเจ็บช้ำ ความหวังที่เขาต้องการถูกทำลายและเหลือเพียงครึ่งเดียว
“ก็ได้ครับ ตกลง ร้อยตัวก็ร้อยตัว”
แต่เขาก็ยอมและรีบแลกเปลี่ยนกลัวว่ามู่เหลียงจะเปลี่ยนใจและลดจำนวนลงอีก
“งั้นก็พาทั้งสองไป แต่อสูรไป่หลิวทิ้งไว้ที่นี่”
ก่อนที่เขาจะยิ้มมุมปากและพูดต่อ
“แล้วก็พาพวกเขาไปเอาแมลงเต่าทองด้วย”
“รับทราบค่ะ”
ลี่เยว่ขานรับเบาๆ
“มากับฉัน”
เธอมองไปที่หวาเอ่อกังกับตาซื่ออย่างไม่แยแส
หวาเอ่อกังหยุดก่อนที่จะพูดขึ้น
“คือพวกเรายังพอมีผลึกสัตว์อสูรอยู่ จะขอซื้อแมลงเต่าทองให้ครบ 200 ตัวด้วย”
หวาเอ่อกังแกะถุงผ้าหนังสัตว์ออกมา และเผยให้เห็นผลึกสัตว์อสูรหลายประเภทในนั้น
ลี่เยว่มองไปที่มู่เหลียงก่อนเพื่อรอคำตอบ
“ได้”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับโบกมือ
ลี่เยว่พยักหน้า และพาทั้งหวาเอ่อกังกับตาซื่อออกไป
ปัง
เมื่อประตูห้องปิดลง
มู่เหลียงมองดูอสูรไป่หลิวอย่างจริงจัง
“มันน่ารักมากเลย ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้มันกลัวอยู่งั้นหรอ?”
เขายื่นมือเข้าไปในกรงและจับอสูรไป่หลิวออกมา
แต่ความจริงแล้วที่มันนิ่งๆ ดูสภาพแย่แบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไร มันกำลังหวาดกลัวต่อรัศมีพลังขั้น 7 ของเต่าทมิฬ
“ระบบฝึกฝน”
มู่เหลียงสั่งภายในใจ
-ตรวจพบ อสูรไป่หลิวระดับ 3 ทำการฝึก-
-ติ๊ง!! ฝึกฝนสำเร็จใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม ทำการฝึกอสูรไป่หลิวระดับ 3 แล้ว-
ขนสีขาวของอสูรไป่หลิวสั่นไหวแม้ว่าจะไม่มีลมก็ตาม และสีของมันก็ดูผ่องใสมากขึ้น อาการที่ดูสั่นกลัวของมันหายไป และแววตาที่กรอกไปมา เพื่อดูรอบๆ
-ต้องการจะสืบทอดความสามารถของอสูรไป่หลิว สร้างแก้วหรือไม่-
“รับ”
มู่เหลียงตอบเบาๆ
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับแต่ง….สำเร็จ-
“แก้ว?”
มู่เหลียงวางอสูรไป่หลิวลงกับโต๊ะ
เขาลองเหยียบนิ้วออกไป และด้วยความคิดของเขาสั่งให้ระบบใช้งาน สร้างแก้ว แล้วนิ้วของเขาก็กลายเป็นแก้วทันที
มู่เหลียงยกมือขึ้นและหมุนไปมา นิ้วของเขาแข็งกว่าเนื้อหนังปกติ แต่ไม่ดีเท่าเกล็ดสามสี
“มันดูกิ้กก็อกไปหน่อย”
มู่เหลียงบ่นออกมา
“ระบบเพิ่มระดับให้อสูรไป่หลิวเป็นระดับ 7”
มู่เหลียงสั่งระบบอีกครั้ง
-ติ๊ง! ทำการเพิ่มระดับอสูรไป่หลิวจากระดับ 3 ไป 7 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 1,111,000 แต้ม-
-เพิ่มระดับสำเร็จ อสูรไป่หลิวระดับ 7-
-ความสามารถเกิดการวิวัฒนาการ สร้างแก้ว กลายเป็น ควบคุมผลึก-
-ทำการถ่ายทอดพลังสู่ร่างเจ้านาย….ปรับแต่ง….สำเร็จ-
มู่เหลียงรู้สึกได้ถึงกระแสน้ำอุ่นที่ไหลผ่านร่างมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหายไป
ดูเหมือนว่ามันจะทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
จี๊ด!
ร่างกายของอสูรไป่หลิวเปล่งแสงสีขาวออกมา ขนของมันเริ่มเปลี่ยนไป ร่างกายก็ใหญ่โตขึ้น และหางของมันก็งอกอออกมาเป็นสามหาง
หลังจากที่แสงสีขาวจางหายไป อสูรไป่หลิวก็มีขนาดตัวยาวสามเมตร และสูงถึงหกเมตร
ขนของมันขาวดุจหิมะ และสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปเลยของร่างกายมันคือดวงตาที่สดใสราวกับผลึกแก้ว
“ขนของแกดูดีมากเลย เหมือนกับขนตัวพังพอนเลย”
แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายเมื่อเห็น
จี้ด
อยู่ๆ ดูเหมือนอสูรไป่หลิวจะสะบัดขนอย่างรวดเร็วราวกับไม่พอใจคำพูดของมู่เหลียง
“ฉันล้อเล่นน่า อย่าคิดมากสิ”
มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือยังไงดี ทำได้เพียงแค่ปลอบใจอสูรไป่หลิวก่อนเท่านั้น
จี้ด
อสูรไป่หลิวเข้ามาเอาตัวถูกับใบหน้าของมู่เหลียงอย่างออดอ้อน ทำให้มู่เหลียงรู้ว่าขนของมันนุ่มมากราวกับผ้าไหม และไม่ระคายเคืองผิวเลย
“อยากได้ขนของแกไปทำเสื้อผ้าสักสองสามตัวจัง”
มู่เหลียงพูดอย่างติดตลก
จี้ด…..
อสูรไป่หลิวหูตก และทำหน้าตาน่าสงสารทันที
“ล้อเล่นๆ”
มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะลูบหัวของมันด้วยความเอ็นดู
และพูดอย่างอ่อนโยน
“เนื่องจากขนของแกมีสีขาว งั้นต่อจากนี้ฉันจะเรียกแกว่า เสี่ยวไป่”
จี้ด!
ดูเหมือนว่าอสูรไป่หลิวจะชอบชื่อนี้
“ต่อจากนี้ แกก็ต้องทำตัวดีๆ และอยู่ในพื้นที่เนินสูง หรือจะไปอยู่ใต้ต้นของต้นชาเขียวประกายก็ได้”
มู่เหลียงบอกกับมัน
อสูรไป่หลิวมีขนาดกลางๆ ดังนั้นมันจึงอยู่ที่ไหนก็ได้ของเนินสูง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved