ตอนที่ 232

ตึกๆ

ที่ใต้อาณาเขตเนินสุง ลี่เยว่เดินมาพร้อมกับหวาเอ่อกังกับตาซื่อ

อามันยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหาร

“หัวหน้าลี่เยว่!”

“อืม”

ลี่เยว่พยักหน้าเบาๆ และเดินผ่านไปพร้อมกับหวาเอ่อกังกับตาซื่อ

เมื่อเข้าไปในอาณาเขตเนินสูง หวาเอ่อกังและตาซื่อเองก็ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อเงยหน้าขึ้นไปพวกเขาก็เห็นต้นไม้สูงใหญ่ที่เป็นเหมือนมงกุฏของที่นี่ ทำให้พวกเขาเริ่มตื่นเต้น

“มันช่างงดงามจริงๆ”

ตาซื่อออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

หวาเอ่อกังพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความโลภ

“ถ้าเราเอาไปขายได้…. คงสบายไปทั้งชาติ”

“หัวหน้า…อย่าได้คิดแบบนี้เชียว!”

สีหน้าของตาซื่อววิตกทันที

การพูดแบบนี้ในบ้านเมืองคนอื่น คงมีแค่พวกคิดสั้นเท่านั้น

“ตามมาทางนี้”

ลี่เยว่หยุดลงที่พื้นที่ชั้นสอง และพูดขึ้น

“ได้ๆ”

ตาซื่อดึงตัวของหวาเอ่อกังไว้และเดินนำหน้าแทน

ยิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไรพวกเขายิ่งกดดันมากขึ้น เพราะตลอดทางเริ่มมีสิ่งปลูกสร้างตกแต่งมากมายที่เต็มไปด้วยต้มไม้ใบหญ้า ที่ดูไม่ต่างจากของไร้ค่า

ลี่เยว่เดินขึ้นไปจนถึงตำหนักเจ้าเมือง และพาทั้งสองไปยังห้องทำงานของมู่เหลียง

ก็อกๆ

ลี่เยว่เคาะประตู

“นายท่านมู่เหลียง คนที่ให้พามาพบมาถึงแล้ว”

“เข้ามา”

เสียงใสๆ ตอบรับกลับมา

ปึง

ลี่เยว่ผลักประตูเข้ามาและผายมือให้หวาเอ่อกังกับตาซื่อเดินเข้าไป

ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องทำงานของมู่เหลียงโดยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อพวกเขามองไปรอบๆ ก็เห็นมู่เหลียงนั่งเท้าคางอยู่หลังโต๊ะขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ

“ท่านเจ้าเมือง พบกันอีกแล้ว”

น้ำเสียงของหวาเอ่อกังที่ทักทายนั้นดูนอบน้อมขึ้น

ตาซื่อถอยไปหนึ่งก้าวและไปยืนอยู่ด้านหลังของหวาเอ่อกัง

เขาไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเห็นมู่เหลียงเขารู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย

“ได้ยินมาว่าอยากเอาสัตว์อสูรไป่หลิวมาแลกเปลี่ยนงั้นหรอ?”

มู่เหลียงลดมือลงและถามเข้าประเด็นทันที

ท่าทางของมู่เหลียงทำให้ทั้งสองสั่นไปทั้งตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ และราวกับถูกกดขี่อย่างบอกไม่ถูก

“ใช่ครับ”

หวาเอ่อกังเอากรงไม้ที่ใส่อสูรไป่หลิวออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“อสูรไป่หลิว จัดเป็นอสูรวิญญาณที่หายากในโลก เท่าที่ผมรู้มีเพียงสองตัวเท่านั้นที่ปรากฏตัวขึ้นมาตอนนี้”

“โอ้…ถ้ามันเป็นอสูรหายากแบบนั้น ทำไมถึงอยากแลกเปลี่ยนมันซะล่ะ?”

“เราเลี้ยงต่อไปไม่ไหวแล้ว”

หวาเอ่อกังพูดพร้อมกับรอยยิ้มอันขมขื่นและแสดงท่าทางที่หนักใจ

มู่เหลียงเลยจ้องมองไปที่กรงไม้และถามต่ออย่างใจเย็น

“แล้วมันกินอะไรเป็นอาหาร”

“พวกแร่กับเนื้อครับ”

หวาเอ่อกังเข้าไปวางกรงไม้ที่โต๊ะของมู่เหลียง

“แร่กับเนื้อก็ไม่ได้หายากไม่ใช่งั้นหรอ?”

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูโทนต่ำลง

เขาเหยียดมือไปเคาะที่กรงไม้เบาๆ ทำให้อสูรไป่หลิวที่หลับอยู่ตื่น

“งั้นต้องการแลกเปลี่ยนกับอะไร”

มู่เหลียงเงยหน้าถามอย่างสุขุม

หวาเอ่อกังเมื่อได้ยินคำถามที่เข้าทางก็ตอบทันที

“ต้องการแลกกับแมลงเต่าทองแสงสองร้อยตัว”

“....?”

ตาซื่อถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ตัวแข็งทื่อและมองไปทางหวาเอ่อกัง

มู่เหลียงเหลือบมองทั้งสองคน ก่อนที่จะโบกมือ

“ลี่เยว่ พาแขกกลับไปซะ”

“ค่ะ”

ลี่เยว่ที่อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาทันที

“ช้าก่อนท่าน….เราคุยกันเรื่องนี้ได้”

หวาเอ่อกังรีบพูดขึ้นทันที

“มากสุดแค่หนึ่งร้อยตัวเท่านั้น ถ้าไม่ได้ก็ลืมเรื่องนี้ไปซะ”

มู่เหลียงกล่าวราวกับเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์

แววตาของหวาเอ่อกังฉายออกถึงความเจ็บช้ำ ความหวังที่เขาต้องการถูกทำลายและเหลือเพียงครึ่งเดียว

“ก็ได้ครับ ตกลง ร้อยตัวก็ร้อยตัว”

แต่เขาก็ยอมและรีบแลกเปลี่ยนกลัวว่ามู่เหลียงจะเปลี่ยนใจและลดจำนวนลงอีก

“งั้นก็พาทั้งสองไป แต่อสูรไป่หลิวทิ้งไว้ที่นี่”

ก่อนที่เขาจะยิ้มมุมปากและพูดต่อ

“แล้วก็พาพวกเขาไปเอาแมลงเต่าทองด้วย”

“รับทราบค่ะ”

ลี่เยว่ขานรับเบาๆ

“มากับฉัน”

เธอมองไปที่หวาเอ่อกังกับตาซื่ออย่างไม่แยแส

หวาเอ่อกังหยุดก่อนที่จะพูดขึ้น

“คือพวกเรายังพอมีผลึกสัตว์อสูรอยู่ จะขอซื้อแมลงเต่าทองให้ครบ 200 ตัวด้วย”

หวาเอ่อกังแกะถุงผ้าหนังสัตว์ออกมา และเผยให้เห็นผลึกสัตว์อสูรหลายประเภทในนั้น

ลี่เยว่มองไปที่มู่เหลียงก่อนเพื่อรอคำตอบ

“ได้”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับโบกมือ

ลี่เยว่พยักหน้า และพาทั้งหวาเอ่อกังกับตาซื่อออกไป

ปัง

เมื่อประตูห้องปิดลง

มู่เหลียงมองดูอสูรไป่หลิวอย่างจริงจัง

“มันน่ารักมากเลย ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้มันกลัวอยู่งั้นหรอ?”

เขายื่นมือเข้าไปในกรงและจับอสูรไป่หลิวออกมา

แต่ความจริงแล้วที่มันนิ่งๆ ดูสภาพแย่แบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไร มันกำลังหวาดกลัวต่อรัศมีพลังขั้น 7 ของเต่าทมิฬ

“ระบบฝึกฝน”

มู่เหลียงสั่งภายในใจ

-ตรวจพบ อสูรไป่หลิวระดับ 3 ทำการฝึก-

-ติ๊ง!! ฝึกฝนสำเร็จใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม ทำการฝึกอสูรไป่หลิวระดับ 3 แล้ว-

ขนสีขาวของอสูรไป่หลิวสั่นไหวแม้ว่าจะไม่มีลมก็ตาม และสีของมันก็ดูผ่องใสมากขึ้น อาการที่ดูสั่นกลัวของมันหายไป และแววตาที่กรอกไปมา เพื่อดูรอบๆ

-ต้องการจะสืบทอดความสามารถของอสูรไป่หลิว สร้างแก้วหรือไม่-

“รับ”

มู่เหลียงตอบเบาๆ

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับแต่ง….สำเร็จ-

“แก้ว?”

มู่เหลียงวางอสูรไป่หลิวลงกับโต๊ะ

เขาลองเหยียบนิ้วออกไป และด้วยความคิดของเขาสั่งให้ระบบใช้งาน สร้างแก้ว แล้วนิ้วของเขาก็กลายเป็นแก้วทันที

มู่เหลียงยกมือขึ้นและหมุนไปมา นิ้วของเขาแข็งกว่าเนื้อหนังปกติ แต่ไม่ดีเท่าเกล็ดสามสี

“มันดูกิ้กก็อกไปหน่อย”

มู่เหลียงบ่นออกมา

“ระบบเพิ่มระดับให้อสูรไป่หลิวเป็นระดับ 7”

มู่เหลียงสั่งระบบอีกครั้ง

-ติ๊ง! ทำการเพิ่มระดับอสูรไป่หลิวจากระดับ 3 ไป 7 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 1,111,000 แต้ม-

-เพิ่มระดับสำเร็จ อสูรไป่หลิวระดับ 7-

-ความสามารถเกิดการวิวัฒนาการ สร้างแก้ว กลายเป็น ควบคุมผลึก-

-ทำการถ่ายทอดพลังสู่ร่างเจ้านาย….ปรับแต่ง….สำเร็จ-

มู่เหลียงรู้สึกได้ถึงกระแสน้ำอุ่นที่ไหลผ่านร่างมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหายไป

ดูเหมือนว่ามันจะทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

จี๊ด!

ร่างกายของอสูรไป่หลิวเปล่งแสงสีขาวออกมา ขนของมันเริ่มเปลี่ยนไป ร่างกายก็ใหญ่โตขึ้น และหางของมันก็งอกอออกมาเป็นสามหาง

หลังจากที่แสงสีขาวจางหายไป อสูรไป่หลิวก็มีขนาดตัวยาวสามเมตร และสูงถึงหกเมตร

ขนของมันขาวดุจหิมะ และสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปเลยของร่างกายมันคือดวงตาที่สดใสราวกับผลึกแก้ว

“ขนของแกดูดีมากเลย เหมือนกับขนตัวพังพอนเลย”

แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายเมื่อเห็น

จี้ด

อยู่ๆ ดูเหมือนอสูรไป่หลิวจะสะบัดขนอย่างรวดเร็วราวกับไม่พอใจคำพูดของมู่เหลียง

“ฉันล้อเล่นน่า อย่าคิดมากสิ”

มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือยังไงดี ทำได้เพียงแค่ปลอบใจอสูรไป่หลิวก่อนเท่านั้น

จี้ด

อสูรไป่หลิวเข้ามาเอาตัวถูกับใบหน้าของมู่เหลียงอย่างออดอ้อน ทำให้มู่เหลียงรู้ว่าขนของมันนุ่มมากราวกับผ้าไหม และไม่ระคายเคืองผิวเลย

“อยากได้ขนของแกไปทำเสื้อผ้าสักสองสามตัวจัง”

มู่เหลียงพูดอย่างติดตลก

จี้ด…..

อสูรไป่หลิวหูตก และทำหน้าตาน่าสงสารทันที

“ล้อเล่นๆ”

มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะลูบหัวของมันด้วยความเอ็นดู

และพูดอย่างอ่อนโยน

“เนื่องจากขนของแกมีสีขาว งั้นต่อจากนี้ฉันจะเรียกแกว่า เสี่ยวไป่”

จี้ด!

ดูเหมือนว่าอสูรไป่หลิวจะชอบชื่อนี้

“ต่อจากนี้ แกก็ต้องทำตัวดีๆ และอยู่ในพื้นที่เนินสูง หรือจะไปอยู่ใต้ต้นของต้นชาเขียวประกายก็ได้”

มู่เหลียงบอกกับมัน

อสูรไป่หลิวมีขนาดกลางๆ ดังนั้นมันจึงอยู่ที่ไหนก็ได้ของเนินสูง