ตอนที่ 56

มินโฮพยายามที่จะระงับความเขินอายที่ต้องรับบทเป็นสาวใช้ของมู่เหลียง

ก่อนที่เธอจะหยิบกล่องไม้อีกอันออกมาจากห่อ ซึ่งเป็นกล่องที่บรรจุใบชา กาน้ำชา และในนั้นก็มีถ้วยชาเล็กๆ สองใบ

เริ่มจากใส่ใบชา และเติมน้ำร้อน รอสักพักก่อนที่จะเริ่มรินน้ำชาด้วยท่าทางที่ดูอ่อนช้อย

ขณะที่มินโฮกำลังรินน้ำชา เธอนั้นเอาแต่ก้มหน้าตลอด และพยายามสนใจที่ถ้วยชาอย่างเดียว

แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นนั้นมันคือการเพ่งสมาธิขั้นสูง และดูเป็นพิธีการอย่างมาก

“เชิญ จิบชาประกายแสงดู”

มู่เหลี่ยงผายมือเพื่อให้หยูเฟ่ยหยานลองชิมน้ำชาดู

“ได้”

หยูเฟ่ยหยานมองไปยังถ้วยน้ำชา ก่อนที่จะค่อยๆ ยกขึ้นจิบ

รสขมเป็นสิ่งแรกที่สัมผัสได้ ทำให้เธอคิดว่าความคิดของเธอนั้นถูกต้อง ชานั้นมีแต่รสขมไม่มีทางหวานได้ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีรสหวานอ่อนๆ ที่ปลายลิ้นของเธอ ก่อนที่เธอจะหลับตาพลิ้มด้วยความเคลิบเคลิ้ม

และในพร้อมๆ กันจิตวิญญาณของเธอราวกับพบธารน้ำที่ชุ่มฉ่ำ ส่วนร่างกายนั้นกลับรู้สึกอบอุ่นราวกับนอนตากแดดอุ่นๆ ในตอนเช้า

สัมผัสรสชาติทั้งสามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่มีทางที่ใครจะต้านทานได้

“อ้าาา….”

หยูเฟ่ยหยานเปิดปากออกมาเล็กน้อยเพื่อหายใจออก และเปล่งเสียงออกมาราวกับเธอนั้นได้ปลดเปลื้องทุกอย่าง

“รสชาติมันดีขนาดนั้นเลยงั้นหรอ!”

หลู่ชวนถึงกับตกตะลึงกับปฏิกิริยาของหยูเฟ่ยหยานหลังจากที่เธอจิบชาเข้าไป หรือนี้คือผลของการดื่มชาประกายแสง? แล้วไหนบอกว่าชานี้หากยากแต่กลับเอาออกมาง่ายๆ แบบนี้?

หรือว่าจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าชานี้สามารถทำให้อายุยืนยาวขึ้น

หลู่ชวนได้แต่ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง จนมันได้ไปกระตุ้นต่อมอยากรู้ของเขา และเมื่อยิ่งเห็นสีหน้าและท่าทางของหยูเฟ่ยหยานแล้ว มันยิ่งทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้กับเรื่องชานี้มากขึ้นไปอีก

“ฟู่วววว….ทุกครั้งที่ดื่มชานี้จะทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลาย”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับจิบน้ำชาในถ้วย โดยที่ไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของหลู่ชวนเลย

“ชานี้มันวิเศษมาก เป็นชาที่รสชาติดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเลย”

หยู่เฟ่ยหยานนั้นยกถ้วยซดน้ำชาที่เหลือจนหมด ก่อนที่จะจ้องมองไปยังถ้วยชาที่ว่างเปล่าด้วยนัยน์ตาสีแดงสดใส

จะมีความสุขแค่ไหนหากได้ดื่มชาแบบนี้ทุกวัน

“รู้สึกเช่นไร หลังจากได้ดื่มชาประกายแสงแล้ว”

มู่เหลียงรินชาเพิ่มให้กับสาวผมแดง

“เห็นไหมว่า กระผมไม่ได้พูดเกินจริง”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดโพล่งขึ้นมาทันที

“ถ้าได้ดื่มชาแบบนี้ทุกวัน ไม่แปลกเลยที่จะอายุยืนยาว!!”

ทุกครั้งที่ดื่มชาจะมีความสุขขนาดนี้ไม่แปลกเลยที่จะอายุยืนยาว

หยูเฟ่ยหยานนั้นจิบชาในถ้วยอีกครั้ง และไม่สามารถปิดกั้นความอยากได้อีกต่อไป

“ช่วยขายใบชาประกายแสงให้ฉันหน่อยเถอะ”

“คงจะไม่ได้ เพราะกระผมเองก็ไม่ได้ขาดเหลือสิ่งใด”

มู่เหลี่ยงปฏิเสธทันทีอย่างสุภาพ

“ฉันไม่คิดเช่นนั้น นายต้องขาดหรือไม่มีอะไรสักอย่าง เพราะนายไม่พกอะไรมาเลย”

หยูเฟ่ยหยานนั้นชำเลืองมองไปทางเด็กสาวที่มีหูกระต่ายข้างๆ มู่เหลียงพร้อมกับรอยยิ้ม

“ยังไงกลุ่มของนายก็คงจะเดินทางต่อ คงมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากได้เพิ่มบ้างล่ะ”

มู่เหลียงแสดงสีหน้าครุ่นคิด และเอียงหัวเล็กน้อยไปทางลี่เยว่

“องครักษ์เยว่ เราเหลือผลึกสัตว์อสูรกี่ชิ้น”

“นายท่าน…ผลึกอสูรที่มีตอนนี้ หมดไปกับค่ายที่เราไปถึงก่อนหน้าแล้ว”

ลี่เยว่นั้นไหลตามน้ำอย่างชาญฉลาด เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอย่างมาก

“นอกจากนี้ เพื่อตามหาสตรีนางนั้น เราเองก็คงต้องมีของรางวัลไว้ด้วย”

ลี่เยว่รู้ว่าหยูเฟ่ยหยานนั้นมีประสาทสัมผัสที่ทรงพลังพอที่จะได้ยินสิ่งที่เธอกระซิบกับมู่เหลียง และไม่มีทางที่หยูเฟ่ยหยานจะไม่งับเหยื่อชิ้นนี้

และเป็นไปอย่างที่เธอคาดหวังหยูเฟ่ยหยานได้ยินอย่างชัดเจน

“ฉันสามารถจ่ายให้นายเป็นผลึกสัตว์อสูรได้ เพื่อแลกกับใบชาประกายแสง”

“งั้นชุดชาประกายแสงกล่องนี้ คุณหนูจะให้ราคาเท่าไหร่”

มู่เหลียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก

“10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด”

หยูเฟ่ยหยานนั้นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมา

“น้อยเกินไป”

มู่เหลี่ยงส่ายหัวเบาๆ และพูดอย่างสุขุม

“ชุดชาประกายแสงนี้ กระผมว่าสัก 100 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอดจะสมราคามากกว่า”

เขาไม่ใช่ไอ้โง่คนเดิมที่พึ่งจะมาถึงโลกใบนี้อีกแล้ว หลังจากที่ได้พูดคุยกับลี่เยว่บ่อยครั้งทำให้เขาได้รู้เรื่องพื้นฐานต่างๆ ของโลกใบนี้มากขึ้น

สัตว์อสูรนั้นแบ่งออกเป็นสามชั้น ต้น กลาง สูง

และแต่ละชั้นก็แบ่งระดับย่อยลงมาอีกเป็น ต่ำ ทั่วไป สุดยอด

เพราะแบบนั้นมู่เหลียงจึงเพิ่มราคาของใบชาไปอีกสิบเท่า

“ได้!”

หยูเฟ่ยหยานนั้นตอบอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“????”

มู่เหลียงถึงกับอึ้งจนนิ่งไป

เขาเริ่มคิดแล้วว่าราคาที่เสนอไปอาจจะผิดพลาดก็ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่คิดแม้แต่จะต่อราคา

หรือเขาเรียกราคาต่ำเกินไป?

ในขณะที่มู่เหลียงกำลังทึ่งกับการตอบอย่างไม่คิดของหยูเฟ่ยหยานอยู่

“นายช่วยแบ่งใบชาให้ฉันสักเล็กน้อยได้ไหม แล้วเดี๋ยวคืนนี้…ฉันจะเอาผลึกสัตว์อสูรมาจ่ายให้ทั้งหมด”

หยูเฟ่ยหยานนั้นต้องการจะให้แม่ของเธอลองดื่มชานี้ก่อน เพื่อเธอจะได้ขอผลึกสัตว์อสูรมาแลกเปลี่ยนได้

“ตกลง”

มู่เหลียงพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ยังอึ้งอยู่ และแบ่งห่อใบชาให้เล็กน้อย

“งั้นฉันกลับก่อน แล้วคืนนี้เจอกัน”

หยูเฟ่ยหยานส่งห่อชาให้สาวใช้แล้วรีบกลับไปทันที

แต่ก่อนเธอจะไปก็ไม่ลืมที่จะจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ด้วย

เมื่อหลู่ชวนเห็นว่าหยูเฟ่ยหยานไปแล้ว เขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ และพูดขึ้น

“คือ….ข้าจะแลกเปลี่ยนใบชาประกายแสงนี้ด้วยได้ไหม?”

มู่เหลียงชำเลืองมองก่อนที่จะตอบอย่างใจเย็น

“ถ้าต้องการแลกเปลี่ยนกับใบชาประกายแสง งั้นเอาเป็นกล่องที่ใส่ผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด 150 ชิ้น”

“เอ้า! เจ้าพึ่งจะตกลงแลกเปลี่ยนในราคา 100 ชิ้นเองไม่ใช่งั้นหรอ?”

“นี้คือกล่องสุดท้ายของกระผมแล้ว”

มู่เหลียงตอบอย่างลำบากใจ

“จะเอาไม่เอา ถ้าไม่เอากระผมจะได้เก็บไว้ชงดื่มเอง”

“เอาสิ เอา!”

หลู่ชวนนั้นกัดฟันแน่นพร้อมกับพูดออกมา

“งั้นรอข้ากลับไปเอาผลึกสัตว์อสูรก่อน”

ก่อนที่หลู่ชวนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าที่มืดมน

มู่เหลียงเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ จึงได้หันไปถามลี่เยว่

“นี้ลี่เยว่ ราคาที่บอกไปมันน้อยไปงั้นหรอ?”

“ไม่เลยราคาที่มู่เหลียงเสนอไปนั้นถือว่าแพงมาก และเยอะกว่าที่ฉันคาดคิดไว้เสียอีก”

ลี่เยว่ทำสายตามองบน พร้อมกับตอบคำถามนี้

เธอนั้นยังรู้สึกทึ่งอยู่เลยด้วยซ้ำ ว่าใบชาพวกนี้จะสามารถเอามาแลกกับผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด

100 ชิ้นได้ เพราะผลึกสัตว์อสูรขนาดนี้สามารถแลกเป็นเนื้อตากแห้งได้ 1 หมื่นชิ้น!

แม้แต่ในกลุ่มหรือเผ่าก็ไม่ค่อยมีใครกล้าแลกเปลี่ยนในจำนวนมากขนาดนี้

เพราะสุดท้ายแล้วผลึกสัตว์อสูรเองก็ยังเป็นส่วนผสมสำคัญในการปรุงยาทำยาอีกด้วย

“ก็แล้วไป…นึกว่าจะให้ราคาต่ำเกินไปเสียแล้ว ที่แท้ลูกสาวคนโตของกลุ่มนี้คงร่ำรวยน่าดู”

มู่เหลียงถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอลูกคุณหนูที่คุยง่ายแบบนี้ตั้งแต่วันแรก

มันทำให้เขารู้สึกว่างานนี้มันก็ไม่ได้ยากเกินไป

“แล้วเราจะทำอะไรต่อจากนี้ดี?”

มินโฮถามขึ้น

“อย่างแรกเลย คือทุกคนนั่งลงแล้วกินข้าวก่อน”

มู่เหลียงฉีกยิ้มขึ้นก่อนจะพูดต่อไป

“หลังจากกินข้าวมื้อนี้เสร็จแล้ว เราค่อยไปหาที่พักคืนนี้กัน”

ในคืนนี้เขาจะได้รับแต้มวิวัฒนาการจำนวนมาก และจะได้วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของเขาได้อีกครั้ง

ตอนนี้สัตว์อสูรระดับห้าอยู่แค่เอื้อมแล้ว