ตัวของเต่าทมิฬนั้นสูงขึ้นเป็นร้อยเมตร ลำตัวยาวถึง 330 เมตร และกว้างถึง 300 เมตร มันได้กลายเป็นสัตว์อสูรยักษ์อย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว!
มู่เหลียงรับรู้รูปร่างของเต่าทมิฬผ่านการสัมผัสทางกระแสจิต ทำให้เขาถึงกับประหลาดใจเหมือนกัน
ถ้าหากว่าเต่าทมิฬน้อยยังเติบโตไปแบบนี้เรื่อยๆ สักวันคำว่า น้อย ในชื่อของมันคงหายไป และกลายเป็นเต่าทมิฬเทพแห่งทิศเหนืออย่างแท้จริง หรือมหานครเดินได้!
“เอายังไงต่อ เราจะไปที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เลยไหม?”
ลี่เยว่ถามขึ้นพร้อมกับมองออกไปดูผืนฟ้าที่เริ่มจะสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ต้องรีบร้อน….ถ้าตั้งใจจะหลอกคนแล้ว ก็ต้องจัดฉากให้พร้อมเสียก่อน!”
มู่เหลียงพูดอย่างเจ้าเล่ห์
เขาจำสิ่งที่พูดกับหยู่เฟ่ยหยานได้ ตอนที่ทำการซื้อขายใบชาประกายแสง
ตอนนี้มู่เหลียงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง *เมืองเต่าทมิฬ* แม้หลายอย่างยังไม่มีในตอนนี้ แต่สักวันก็ต้องมีให้ได้
อย่าทำให้คำพูดของตัวเองกลายเป็นคำลวงโลก
“แล้วใครขอให้นายปั้นสร้างเรื่องขึ้นมาล่ะ!”
ลี่เยว่ประชด พร้อมกับแสยะยิ้มเยาะเย้ย
“เอ้าน่า ก็เพื่อที่จะทำให้ใบชาประกายแสงมีราคาสูง”
มู่เหลียงถอนหายใจกับคำพูดของลี่เยว่ ก่อนที่เขาจะดีดตัวเองขึ้นมายืนอีกครั้ง
ใครมันจะไปคิดว่าจากคนแปลกหน้า ที่เขาต้องการขายใบชาให้เฉยๆ จะกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มของเขา
“แล้วจะทำไง..หึ…ไอ้เอกสารรายงาน ที่เรียกว่าหนังสือพิมพ์นั้นเราก็ไม่มี”
ลี่เยว่ยิ้มและหัวเราะอย่างขบขัน และพูดอย่างสนุกปาก
“แล้วไหนจะอาหารสุดแสนแปลกประหลาดของนายอีก!”
“ตอนนี้ยังไม่มี แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า วันข้างหน้าจะไม่มี!”
มู่เหลียงตบหน้าผากตัวเองด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจ เมื่อเจอคำพูดเยาะเย้ยของลี่เยว่ ก่อนที่เขาจะมองไปยังสวน
แล้วตอนนั้นเองที่มู่เหลียงก็แสยะยิ้มออกมา
“แต่ถึงอย่างงั้นตอนนี้เราก็มีสองสิ่งที่แน่นอน”
“ต้นชาเขียวประกายงั้นหรอ?”
ลี่เยว่มองไปตามสายตาของมู่เหลียง และอุทานขึ้น
ก่อนที่เธอจะถามต่อทันทีด้วยความสงสัย
“แล้วอีกอย่างคืออะไร!”
“หึๆ ก็ปลาอัญมณีไงล่ะ! ตราบใดที่มีน้ำเธอคิดหรอว่าจะซื้อใจคนไม่ได้!”
มู่เหลียงตอบก่อนที่จะเดินไปที่สวน
เขาใช้พลังรื้อกำแพงหินที่คลุมสวนอยู่ออก เผยให้เห็นต้นไม้ พืชผลที่ปลูกเอาไว้
“ถึงเวลาทำงานแล้วระบบ”
มู่เหลียงวางมือลงบนต้นชาเขียวประกาย และออกคำสั่งภายในใจ
“วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 6”
-ติ๊ง!! เริ่มทำการวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกาย-
-ติ๊ง!! วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 6 สำเร็จ-
-ถ่ายทอดพลัง ปรับปรุงอาณาเขตแสงดาว…..ปรับแต่งเสร็จสิ้น-
แล้วอยู่ๆ ต้นชาเขียวประกายก็สูงใหญ่ขึ้นถึง 16 เมตรทันที่ ลำต้นของมันกว้างขนาดสองคนโอบ
“ทักษะของต้นชาเขียวประกายยังคงเป็นอาณาเขตแสงดาวอยู่รึป่าวนะ”
มู่เหลียงหลังจากได้รับพลังจากการวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายแล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย และรู้สึกถึงอานุภาพของความสามารถที่เพิ่มขึ้น
เมื่อถึงระดับ 6 เขาสามารถรับรู้ข้อมูลและความสามารถสิ่งที่ฝึกฝนได้อย่างชัดเจนขึ้น
“ความสามารถยังคงเหมือนเดิม แต่ต้นชาเขียวประกายจะเปล่งแสงของอาณาเขตดวงดาวเพิ่มขึ้นจากเดิมสองครั้งเป็นหกครั้งแทน”
แววตาของมู่เหลียงดูใสและเปล่งประกายขึ้น ในขณะที่เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง
“มันยังช่วยฟอกอากาศ และปรับปรุงสภาพดินอีกด้วย!”
“ว้าว!! แม้แต่ต้นชาเขียวประกายก็ใหญ่ขึ้น”
มินโฮวิ่งตามเข้ามาดู และแหงนหน้ามองดูต้นชาอย่างตื่นเต้น
เธอมองอยู่พักหนึ่งก่อนที่แววตาของเธอจะดูเศร้าลง
“ตอนนี้ใบชาอยู่สูงมาก ฉันคงขึ้นไปเก็บได้ยากกว่าเดิม”
“มินโฮก็ปีนขึ้นไปเก็บสิ”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับตบไหล่ของมินโฮ
“มู่เหลียงปีนต้นไม้เป็นด้วยงั้นหรอ!?”
มินโฮถามด้วยแววตาใสซื่อ และสนใจอย่างมาก
“แน่นอน ตอนเป็นเด็กทุกคนก็ต้องปีนต้นไม้เป็นทั้งนั้น ไม่งั้นคงจะเรียกว่าผ่านวัยเด็กมาได้แบบไม่เต็มปาก”
มู่เหลียงพูดอย่างติดตลก พร้อมกับให้กำลังใจมินโฮ
“อือ!! ต่อไปฉันจะปีนขึ้นไปเก็บใบชาพวกนี้เอง”
มินโฮตอบอย่างกระตือรือร้น
“เด็กปีนต้นไม้กันเป็นทุกคน…..?”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในคำพูดของมู่เหลียง
ก่อนที่เธอจะมองไปยังต้นชาเขียวประกาย และอยากจะลองปีนมันขึ้นไปดู เพื่อรับรู้ถึงวัยเด็ก
“ช่างเป็นผู้ตื่นที่ทรงพลังจริงๆ !!”
โหย่วเฟ่ยนั้นเดินมารวมกลุ่มที่ใต้ต้นชาเขียวประกายด้วยอีกคน
พร้อมกับแตะไปที่ลำต้นของมัน และวนดูรอบๆ อย่างละเอียด
“โหย่วเฟ่ย!! ระวัง!!”
ลี่เยว่ร้องตะโกนขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุ
“ระวังจะเหยียบดอกปีกนางฟ้า!!”
“ไหน!! ดอกปีกนางฟ้าอยู่ไหน!”
โหย่วเฟ่ยนั้นชะงักไปทันที และมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
“ห่างจากเท้าขวาเธอไปหนึ่งเมตร”
ลี่เยว่ชี้และเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปและหยิกแก้มของโหย่วเฟ่ย และบ่นด่า
“นี้มันอยู่ตรงนี้ จำให้ดี!! ดอกปีกนางฟ้าอยู่ตรงนี้! ครั้งหน้าระวังเท้าของเธอด้วย!”
“โอ้ยๆ เจ็บๆ ลี่เยว่น้อย!! ใจเย็นก่อน”
โหย่วเฟ่ยนั้นยิ้มออกมา แม้ว่าจะโดนหยิกแก้มอยู่ก็ตาม
“จำให้ดี และขึ้นใจด้วย แล้วเวลามาเดินในสวนต้องระวังทุกฝีก้าว!!”
“เข้าใจแล้ว!! เข้าใจแล้ว”
แววตาของโหย่วเฟ่ยนั้นมองไปยังดอกปีกนางฟ้าตาเป็นมัน และมันเต็มไปด้วยประกายแสงของความอยากรู้อยากเห็น
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาศึกษามัน”
ลี่เยว่พูดดักคอโหย่วเฟ่ยทันที และปล่อยมือจากแก้มของโหย่วเฟ่ย
“เอ้า…ไหนงั้นล่ะ”
โหย่วเฟ่ยกระพริบตาด้วยความสงสัย และถามต่อทันที
“แล้วฉันจะได้ศึกษามันเมื่อไร”
ลี่เยว่ชี้ออกไปนอกสวน และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุ
“เราต้องเอาต้นไม้ พวกนั้นมาปลูกให้หมดเสียก่อน!”
“ก็ได้…”
โหย่วเฟ่ยพูดอย่างเสียดาย ก่อนที่จะมองดอกปีกนางฟ้าอย่างผิดหวัง
หากว่ามู่เหลียงไม่ได้บอกเสี่ยวไกก่อน เกรงว่ามันคงกระโจนใส่โหย่วเฟ่ยไปแล้ว ตามคำสั่งของมู่เหลียงที่ห้ามใครเข้าสวนนอกจากเขา และสองสาว
เพราะหน้าที่ของเสี่ยวไกคือเฝ้าสวนแห่งนี้เอาไว้ และเขาก็ได้เพิ่มชื่อของโหย่วเฟ่ยเข้าไปในรายชื่อคนที่เข้าออกสวนแห่งนี้ได้
“ต่อไปก็ปลาอัญมณี”
มู่เหลียงเดินมาอีกฝั่งของต้นชาเขียวประกาย
ก่อนเขาจะเคลื่อนย้ายแปลงดินออกไป และสร้างหลุมขนาดสิบเมตรขึ้นมา
“เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว ที่จะทำเป็นสระสำหรับเก็บน้ำ”
มู่เหลียงยืนมองอยู่อย่างพินิจพิจารณา
ก่อนที่เขาจะใช้พลังของเขาขุดหลุมนี้ให้ลึกลงไปอีก 5 เมตร และสร้างทางน้ำไหลออกไปในสวนของเขา เพื่อที่จะง่ายต่อการรดน้ำ
“ในเมื่อมีน้ำไหลผ่านแล้ว ก็ต้องมีสิ่งปลูกสร้างสักอย่าง”
มู่เหลียงหันไปมองยังบ้านหลังแรกที่เขาสร้างขึ้น และมีความคิดที่อยากจะย้ายบ้านมาไว้ใต้ต้นชาเขียวประกาย
หากว่าทำแบบนั้นจะกลายเป็นว่าต้นชาเขียวประกายก็จะปลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง ในขณะที่พื้นที่รอบๆ เขาจะให้ครอบครัวของนักล่าอยู่อาศัย
ยังไงก็ต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ตามความสำคัญ เพื่อง่ายต่อการดูแลและควบคุม
“เอ้าล่ะ!! ขอลองอะไรดูสักหน่อย!”
มู่เหลียงตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง
เขาได้ใช้ความสามารถของควบคุมปฐพี กับ ศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้น ทำการเคลื่อนย้ายบ้านของเขาออกจากพื้นอย่างง่ายดาย ภาพที่เห็นคือบ้านที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนผิวดินราวกับลอยอยู่ในกระแสน้ำ
ก่อนที่บ้านทั้งหลังจะมาหยุดตรงที่ใต้ต้นชาเขียวประกาย
“เราต้องการหินมาสร้างอิฐจำนวนมาก เอาไว้ปรับปรุงบ้านและพื้นที่รอบๆ”
มู่เหลียงตั้งใจที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาได้คุยกับหยู่เฟ่ยหยานเอาไว้ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องลงมือมากกว่านี้
เขาได้ส่งกระแสจิตไปบอกเต่าทมิฬน้อย
“เต่าทมิฬน้อย ขนหินและดินขึ้นมาบนหลังของแกหน่อย ขอเยอะๆ เลย”
แอ๊!!
เต่าทมิฬส่งเสียงคำรามก่อนที่มันจะใช้พลังของมันดันหินและดินขึ้นมาจากพื้น และนำมาไว้บนหลังของมัน
อยู่ๆ ก็มีอะไรสักอย่างมาบดบังแสงอาทิตย์
เด็กสาวทั้งสามเงยหน้าขึ้นไปดูก็เห็นกับคลื่นยกของดินและหินที่โถมขึ้นมาบนหลังของเต่าทมิฬ ก่อนที่ทั้งดินและหินจะเปลี่ยนเป็นอิฐ และก่อรูปขึ้นเป็นกำแพงรอบลานกว้าง
“ฟู้วว!! ดีที่ว่ามีเต่าทมิฬช่วย ไม่งั้นงานนี้เหนื่อยแน่”
มู่เหลียงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาได้ใช้พลังคู่กับพลังของเต่าทมิฬ ในการสร้างกำแพงสูงสี่เมตร และหนาสองเมตรรอบกระดองของเต่าทมิฬ
จากนั้นก็เริ่มมีโครงสร้างบ้านง่ายๆ ขึ้นมาตามแนวหลังกำแพง มันถูกสร้างจากดินและหินที่นำขึ้นมา
“เสร็จแล้ว!! ที่เหลือก็แค่ตกแต่งประตู หน้าต่างให้เท่านั้น”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับปัดฝุ่นออกจากมือ และปาดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผากของเขา
การสร้างโครงบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่มีดินและหินที่มากพอ การสร้างบ้านเล็กๆ เรียงเป็นแถวก็สำเร็จได้ในพริบตา
“.....”
ลี่เยว่ มินโฮ และโหย่วเฟ่ยนั้นยืนมองด้วยสีหน้าโง่งม และรู้สึกทึ่งไปกับการกระทำของมู่เหลียง
นัยน์ตาสีทองของโหย่วเฟ่ยนั้นดูใสและเป็นประกายกว่าทุกครั้งที่มองมู่เหลียง ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปถามเพื่อนของเธอ
“ลี่เยว่…เขามักจะทำอะไรอลังการแบบนี้เสมอเลยงั้นหรอ?”
“ฉันว่า….ไม่น่าจะใช่นะ…”
ลี่เยว่เองก็ตอบไม่ได้เต็มปากเหมือนกัน และเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องพลังของมู่เหลียง
ตอนนี้มู่เหลียงได้สร้างหมู่บ้านขนาดเล็กๆ ขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว
“เอ๋…มันยังขาดอะไรไปอยู่นะ”
มู่เหลียงเดินไปมาและมองไปยังสวนของเขา และก็หันกลับมามองรอบๆ
“มู่เหลียงต่อไปพวกเราจะอาศัยอยู่ใต้ต้นชางั้นหรอ!”
มินโฮถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ และวิ่งเข้าไปหา
“ใช่ พื้นที่รอบนอก เราจะให้คนอื่นอยู่ ส่วนพวกเราจะอยู่ภายใน”
มู่เหลียงชี้ไปยังบ้านแถวเล็กๆ ที่เขาสร้างขึ้น
“ถ้างั้นเราก็ต้องสร้างรั้วรอบบ้านของเรา”
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ใต้เท้าตัวเอง และแสดงสีหน้าที่ดูกังวลใจ
“ไม่งั้นใครก็จะเข้ามาเอาใบชาไปได้”
“จริงด้วย”
ในที่สุดมู่เหลียงก็คิดออกว่ามันขาดอะไรไป เขาลืมอะไรง่ายๆ แบบนี้ไปได้ยังไงกัน
หากว่าเขาไม่สร้างอะไรปิดไว้เลย เวลาทำอะไรคนอื่นก็จะเห็นทั้งหมด และเห็นว่าภายในสวนปลูกอะไรบ้าง
“เอาแบบนี้ดีกว่าไม่จำเป็นต้องสร้างรั้วหรอก ดูนี่!”
มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อย
ก่อนที่เขาจะวางมือลงบนพื้น และเริ่มประสานพลังกับเต่าทมิฬน้อยอีกครั้ง และยกพื้นที่บ้านของเขาให้สูงกว่าจุดอื่นสี่เมตร
“ว้าย!!”
มินโฮนั้นก้มตัวลงกับพื้นทันทีด้วยความตกใจ
หลังจากทุกอย่างสงบลง มินโฮก็ลุกขึ้นพร้อมกับภาพวิวที่แปลกตาไป เหมือนกับยืนอยู่บนเนินเขาและมองลงไปยังพื้นที่ด้านล่าง
“หากทำแบบนี้ บ้านของเราจะอยู่สูงกว่าบ้านหลังอื่น และอยู่เหนือกำแพง”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับมองลงไปเบื้องล่าง มันทำให้เขารู้สึกยิ่งใหญ่
พื้นที่ต่ำกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนทั่วไป ส่วนพื้นที่ภายในที่อยู่สูงกว่าจะอยู่ได้เฉพาะกลุ่มของมู่เหลียงเท่านั้น
ฟิ้ว!
ลี่เยว่กระโดดขึ้นมาพร้อมกับถือต้นอ่อนของพืชผลขึ้นมาด้วย โดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจแต่อย่างใด และเดินเข้าไปในสวนเพื่อปลูกต้นอ่อนเเหล่านี้
ฟิ้ว!
โหย่วเฟ่ยนั้นก็กระโดดตามมา ด้วยสีหน้าสับสนเล็กน้อย พร้อมกับถุงที่ใส่ต้นสมุนไพรสองถุง
วันนี้เธอเจอแต่เรื่องประหลาดใจไม่หยุดเลย แต่เธอไม่รู้แล้วว่าจะตกใจหรือทึ่งกับอะไรก่อนดี
“ดูเหมือนว่าเราลืมเก็บรายละเอียดอะไรบางอย่าง”
มู่เหลียงพูดด้วยความเขินอายเล็กน้อย
เขาพึ่งคิดได้ว่าตัวเองลืมสร้างทางขึ้น และเขาจำเป็นต้องทำเส้นทางจากสระเก็บน้ำของเขาไปพื้นที่รอบๆ
มู่เหลียงสร้างบันไดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และสร้างทางน้ำใหม่ ให้ไหลไปถึงรอบนอก และสร้างสระน้ำอีกแห่งขึ้นมาไว้เก็บน้ำ
แปะๆ
“เสร็จสักที”
มู่เหลียงปัดมือ และยืนมองดูทุกอย่างด้วยความรู้สึกภูมิใจ
หลังจากนี้เขาก็แค่เอาปลาอัญมณีมาใส่ไว้ในสระน้ำใหญ่หลังบ้าน เมื่อน้ำเต็มมันก็จะไหลต่อไปยังสระที่อยู่ข้างล่างอีกสระ
ในเวลานี้มู่เหลียงพร้อมแล้ว และได้สั่งให้เต่าทมิฬน้อยมุ่งหน้าไปยังหน้าค่ายของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์
พร้อมแล้วที่จะแนะนำเมืองเต่าทมิฬให้หยู่จูรู้จัก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved