ตอนที่ 219

อู้ววววววว!!

ตกกลางดึกมีเสียงของสัตว์อสูรในป่าหว่านกู่ร้องคำรามขึ้นและส่งต่อกันเป็นทอดๆ

แต่เมื่อเต่าทมิฬน้อยปล่อยรัศมีพลังของมันออกไป เสียงทุกอย่างก็เงียบลง

ในตำหนักเจ้าเมือง ที่ห้องทดลองของมู่เหลียง

เวลานี้มู่เหลียงกำลังทดลองทำอาวุธใหม่โดยมีหยู่ฉินหลานช่วยเหลือเล็กน้อย

อย่างเช่นช่วยหยิบนู้นจับนี้ให้ จดบันทึกขั้นตอนการทำอาวุธวิญญาณ หรือกระทั่งป้อนน้ำให้ตอนที่มู่เหลียงมือไม่ว่าง

ตอนนี้มู่เหลียงกำลังจะสร้างโล่ให้กับทหารของเขา

เขาหยิบเลือกปีศาจหนอนเก้าส่วนออกมา และใช้มีดตัดเป็นชิ้นก่อนที่จะกรีดเป็นรูปวงกลม เขาทำแบบนี้ออกมาถึงสี่อัน

มู่เหลียงดัดรูปร่างของมันให้มีส่วนโค้งเว้าเล็กน้อย ให้เป็นทรงโล่กลม

การทำแบบนี้จะช่วยเบี่ยงการโจมตีบางชนิดได้ และช่วยทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องรับความเสียหายที่ไม่จำเป็น

เปลือกของปีศาจหนอนนั้นเบาแต่แข็ง เมื่อผ่านขั้นตอนการเตรียมพวกมันจะยิ่งทนทานมากขึ้น

หยู่ฉินหลานก้มหน้าก้มตาจดขั้นตอนการสร้างอยู่เงียบๆ พร้อมกับวาดรูปให้พอเข้าใจง่ายๆ

“ต้องผสมมันเข้ากับเหล็ก”

มู่เหลียงพูดกับตัวเอง

โล่ชิ้นนี้จะไม่ต้องทำขั้นตอนบรรลุวิญญาณเพื่อระบุผู้เป็นเจ้าของ มันจะต้องเป็นของที่ใครก็ได้สามารถใช้ได้

และทำให้ประหยัดผลึกสัตว์อสูรไปอีกด้วย และมู่เหลียงเองก็เตรียมก้อนเหล็กเอาไว้แล้วเพื่อที่จะผสานมันเข้ากับโล่เปลือกแมลง

มู่เหลียงเริ่มเอาเหล็กเข้าไปประกอบกับโล่ ทำสายรัดจากหนัง ช่วยทำให้โล่นี้ถูกสวมใส่ได้และไม่หลุดจากแขน อีกทั้งยังทำให้เคลื่อนไหวสะดวกด้วย

“เอาล่ะ โล่นี้น่าจะพอรับการโจมตีของผู้มีพลังขั้น 4 ได้”

มู่เหลียงตรวจสอบดูโล่ที่สร้างขึ้นมาอีกครั้ง และใช้พลังของตัวเองทดสอบมัน

โล่กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ด้วยความสูงเฉลี่ยของคนทั่วไป หากใช้โล่นี้และก้มหัวลง ก็พอแล้วที่โล่จะบังมิดทั้งตัว

หยู่ฉินหลานเอื้อมมือไปหยิบโล่มา และต่อยเข้าไปที่กลางโล่

เมื่อเธอดึงหมัดออกตัวโล่เองก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่

ก่อนที่เธอจะพยักหน้าและพูดขึ้น

“มันสามารถทนต่อการโจมตีขั้น 4 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

“ดี! เอาแบบการผลิตส่งไปที่โรงงานทางการทหาร และเริ่มผลิตในจำนวนมาก”

มู่เหลียงพูดขึ้นอย่างพึงพอใจ

“เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานตอบอย่างจริงจัง

เธอเก็บแบบการสร้าง และเตรียมจะส่งมันไปให้โรงงานผลิตอาวุธทันที

ตอนนี้ได้มีการเปิดพื้นที่ทางการทหารขึ้นมาแล้ว และคนที่จะเข้ามาทำงานจะต้องอยู่ภายในพลังของคำสั่งนางพญาของมู่เหลียง เพื่อมั่นใจว่าทั้งหมดจะรักษาความลับทางการทหารเอาไว้

เพราะนอกจากโล่กลมนี้แล้ว ยังมีหน้าไม้ที่มู่เหลียงส่งแบบไปให้โรงงานผลิตแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้สร้างขึ้นมาอย่างจริงๆ จังๆ

“มู่เหลียง แต่เปลือกของปีศาจหนอนเก้าส่วนเรามีไม่มากพอ”

หยู่ฉินหลานทักท้วงขึ้นด้วยความหนักใจ

มู่เหลียงเองก็รู้ปัญหาข้อนี้ดีเหมือนกัน เขาจึงตอบอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันจะไปขอร้องให้ราชาหมาป่าจันทราล่าวพวกมันมาให้”

“ถ้ามีแผนการรองรับแล้วก็ดี”

หยู่ฉินหลานพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวล

มู่เหลียงยิ้มขึ้นก่อนที่จะยกมือและพูดต่อ

“งั้นส่งกระดูกของสัตว์อสูรนั้นให้หน่อย”

“รับ”

หยู่ฉินหลานเอาซี่โครงของสัตว์อสูรส่งให้มู่เหลียง

และถามด้วยความสงสัย

“ทีนี้จะสร้างอะไรอีก”

มู่เหลียงจึงเริ่มอธิบาย

“ตอนนี้โรงงานผลิตทางการทหารยังขาดแคลนเครื่องมือดีๆ และไม่มีเครื่องมือวัดที่แม่นยำ”

“แบบนี้เอง คิดจะสร้างเครื่องมือวัดมาตรฐานขึ้นมาสินะ”

หยู่ฉินหลานเข้าใจได้เล็กน้อยทันที

ทั้งความยาว น้ำหนัก และปริมาณของวัตถุดิบนั้นไม่เคยบันทึกเอาไว้หรือบอกเป็นหน่วยที่ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ มู่เหลียงได้สร้างหน่วยวัดมาตรฐานให้กับเสื้อผ้าและรองเท้า แต่ตอนนี้เขาจะสร้างเครื่องมือวัดสำหรับสิ่งงอื่นเพิ่ม

“ใช่”

มู่เหลียงยิ้มและพยักหน้าตอบ

เขาจะเอากระดูกของสัตว์อสูรตัวนี้มาสร้างเป็นไม้บรรทัดแบบที่เขาเคยใช้ที่โลกเดิมของเขา

มู่เหลียงดัดกระดูกให้ตรงและใช้มีดกรีดเส้นลงบนกระดูกโดยมีหน่วยย่อยสุดเป็นมิลลิเมตรและขึ้นมาเป็นเซนติเมตร

และเริ่มกรีดเส้นไล่ขึ้นมาในระยะห่างที่พอกัน จนเต็มความยาวของกระดูก

แล้วก็เรียบร้อยไม้บรรทัดกระดูกถูกสร้างขึ้นแล้ว

มู่เหลียงยังเอาผลึกสัตว์อสูรชิ้นเล็กๆ ฝั่งเข้าไปในไม้บรรทัดด้วยให้มันกลายเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลาง

“นี่เป็นแค่ตัววัดความยาวเท่านั้นงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานถึงกับพูดไม่ออก

เขาทำอาวุธวิญญาณออกมาเพื่อใช้วัดระยะเท่านั้น นี้มันสิ้นเปลืองเกินไป

“ถูกต้อง”

มู่เหลียงวาไม้บรรทัดลงและเตรียมทำเครื่องมือชิ้นอื่นๆ ต่อ

เขาพบว่าชิ้นส่วนของหนังงูนั้นมีความเหนียว เมื่อถอดเกล็ดออกแล้วก็มีความอ่อนตัวและไม่ยืดหด แต่ก็ยังแข็งคงสภาพได้

มู่เหลียงจึงเอาหนังงูมากรีดเป็นสายเหมือนกับเส้น และยังกรีดบอกระยะบนหนังงูต่อ

“มู่เหลียงสิ่งนี้คือ?”

หยู่ฉินหลานถามด้วยความสงสัย

“ตลับเมตร”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับอธิบายต่อ

“มันมีหน้าที่เหมือนกับไม้บรรทัด แต่มันใช้งานได้หลายรูปแบบกว่า”

มู่เหลียงจึงสาธิตวิธีการใช้โดยตลับเมตรวัดทาบลงไปกับแขนซ้ายของตัวเองและบิดงอแขนไปมา และสายตลับเมตรก็ไปตามการบิดงอของแขน

“เข้าใจแล้ว มันสะดวกจริงๆ ด้วย”

แววตาของหยู่ฉินหลานมองดูด้วยความประหลาดใจ

ไม้บรรทัดเหมาะกับงานที่ใช้วัดพื้นเรียบ ตลับเมตรเหมาะกับของที่มีทรงรูปร่างไม่เรียบ

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ และทำให้ตลับเมตรกลายเป็นอาวุธวิญญาณด้วย

ต่อไปเครื่องมือวัดพวกนี้จะต้องอยู่ในมือของผู้ชำนาญการเท่านั้น

หลังจากที่มู่เหลียงสอนการวัดและค่ามาตรฐานต่างๆ ให้แล้วแม้แต่คนธรรมดาๆ ก็สามารถใช้ได้ และเขาจะเผยแพร่หน่วยวัดนี้ไปทั่วโลก

“นายทำให้มันเป็นอาวุธวิญญาณอีกแล้วหรอ!”

มุมปากของหยู่ฉินหลานกระตุก

เธอคิดกับตัวเองว่า ตลับเมตรนี้หากมันถูกใช้เป็นแส้ได้ด้วย มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเกินไป

“เรายังไม่ได้ทำไม้โปรแทรกเตอร์ แล้วก็วงเวียน ยังมีไม้เวอร์เนียอีก”

มู่เหลียงพูดออกมาหลายอย่าง

การทำไม้โปรแทรกเตอร์นั้นไม่ยากเย็นอะไร ก็คล้ายกับไม้บรรทัดกระดูก

โดยเอากระดูกมาเหล่าให้บาง และใช้มีดกรีดแกะสลักเป็นเส้นบอกระยะ และองศา

“บรรลุวิญญาณ”

มู่เหลียงฝังผลึกสัตว์อสูรลงไป พร้อมกับหยดเลือดปลุกวิญญาณขึ้นมาทันที

“อาวุธระดับกลางอีกแล้ว”

การแสดงออกของหยู่ฉินหลานเริ่มที่จะรับไม่ไหว

“ต่อไปก็วงเวียนจากกระดูกสัตว์อสูร”

มู่เหลียงเริ่มสร้างวงเวียนจากแท่งกระดูก

วงเวียนนั้นยิ่งสร้างง่ายเลยด้วยซ้ำ เพียงเอาหนามจากดอกพันหนามมาเป็นเข็ม ติดไว้ที่ปลายกระดูกหนึ่งแท่ง และกระดูกอีกแท่งก็ทำที่ใส่ดินสอถ่านก่อนที่จะเอามาประกบกันต่อกันสร้างข้อหมุนให้มัน

“อันนี้ไว้ใช้ทำอะไร?”

หยู่ฉินหลานมองดูราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา และถามเป็นระยะ

“สิ่งนี้เอาไว้วาดวงกลม”

มู่เหลียงอธิบายและเริ่มแสดงวิธีการใช้งาน

เขาเอาดินสอถ่านไว้ที่อีกฝั่งของแท่งวงเวียนและเอาฝั่งที่มีหนามจุดลงไปบนกระดาษหลังจากนั้นก็กางฝั่งดินสอลากเส้นไปโดยมีจุดศูนย์กลางมาจากจุดที่เข็มปักเอาไว้

“มันใช้แบบนี้เอง”

หยู่ฉินหลานเข้าใจได้ทันที

ตอนนี้เธอรู้สึกชื่นชมในความฉลาดของมู่เหลียง ที่เขาสามารถคิดค้นเครื่องมือในการวัดได้หลายอย่างแบบนี้

“ที่จริงยังมีถ้วยตวงอีกอัน”

มู่เหลียงเริ่มค้นลงไปในความทรงจำของเขาเกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือวัดหน่วย

ถ้วยตวงนั้นทำได้ง่ายเพียงแต่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากหยู่เฟ่ยหยานในการสร้างถ้วยแก้วขึ้น

“แต่เอาไว้ทำถ้วยตวงที่หลัง”

มู่เหลียงคิดอยู่ครุ่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา

“งั้นเรามาทำตราชั่งก่อนละกัน”

“ตราชั่งคืออะไร?”

“มันเป็นเครื่องมือเอาไว้วัดเปรียบเทียบน้ำหนักของสิ่งของ”

มู่เหลีนงอธิบาย

ตอนนี้เราต้องการสร้างตราชั่งแบบตุ้มถ่วงน้ำหนัก

ตัวคานกับที่ชั่งทำไม่ยาก เริ่มจากการแกะสลักกระดูกให้เป็นแท่งเรียวยาวพร้อมกับทำเป็นค้อเอาไว้เกี่ยวรับของ

“แล้วใช้งานยังไง?”

หยู่ฉินหลานถามต่อ เครื่องมือชิ้นอื่นๆ เมื่อมองดูก็ยังพอเข้าใจได้ แต่สิ่งนี้เธอไม่อาจจะเข้าใจ

“หลักการทำงานของมันคือการถ่วงและสมดุลระหว่างของสองสิ่ง เดี๋ยวฉันจะอธิบายไปด้วยระหว่างสร้างมันขึ้นมา หากไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้”

มู่เหลียงตอบ

“...เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าตอบ พร้อมกับเม้มปากและจดบันทึกสิ่งที่มู่เหลียงพูดอย่างตั้งใจ