ตอนที่ 109

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เช้าหากว่าพวกท่านสนใจก็จงนำสิ่งของมา ข้าพร้อมจะแลกเปลี่ยนกะหล่ำปลีกับต้นอ่อนกะหล่ำ”

มู่เหลียงวางตะเกียบลง ก่อนที่จะพูดจบการเจรจาครั้งนี้

ทุกอย่างเป็นไปตามที่มู่เหลียงวางแผนเอาไว้ คนเหล่านี้ยังคงหวาดระแวงอยู่ และไม่เชื่อใจเขาเต็มร้อย เพราะงั้นไม่สามารถทำอะไรรีบร้อนได้ หรือสร้างข้อเสนอใหญ่กับคนเหล่านี้ได้

“ตกลง”

หว่านเอ่อตู้พยักหน้า

“สาวน้อย เก็บทุกอย่างให้เรียบร้อย เราจะกลับแล้ว”

มู่เหลียงหันไปทางมินโฮก่อนที่จะพูดขึ้น

“ค่ะ”

มินโฮ เว่ยหยูหลันรีบเก็บทุกอย่างบนโต๊ะลงกล่องอย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะราวกับฝึกฝนมาอย่างดี

มู่เหลียงลุกขึ้นและเดินนำออกไปก่อน ในขณะที่เว่ยกังและคนอื่นๆ ก็เดินตามหลังไป พร้อมกับของสัมภาระต่างๆ

หยู่ฉินหลานลุกขึ้นอย่างช้าๆ เธอตั้งใจที่จะอยู่รั้งท้าย และเดินผ่านเยี่ยลี่ยี่ และส่งสายตาพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงความหมายอะไรสักอย่างไว้

“?????”

เยี่ยลี่ยี่ถึงกับมึนงง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายขยิบตาให้ทำไม

เจ้าเมืองคนอื่นที่เห็นฉากนี้ก็เริ่มครุ่นคิดทันที

สิ่งที่หญิงสาวคนนี้ทำหมายถึงอะไร? สองคนนี้มีอะไรกันรึป่าว?

มู่เหลียงที่เดินนำหน้ากลุ่มอยู่นั้น เดินกลับมาถึงเต่าทมิฬน้อยอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาที่จับจ้อง

หยู่ฉินหลานรีบวิ่งตามไปติดๆ และขึ้นไปยืนข้างๆ มู่เหลียง

“เป็นเช่นไร เธอคิดว่าพวกเขาจะตกหลุมพรางเราไหม”

มู่เหลียงถามพร้อมกับแสยะยิ้มเล็กน้อย

“เด็กสาวคนนั้น จะทำให้เห็นเองว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร”

หยู่ฉินหลานพูดพร้อมกับม้วนผมเล่นที่ข้างหู

“ดูจากสภาพแล้ว เด็กสาวนั้นคงอยู่ในสถานะที่เลวร้ายไม่ใช่น้อย”

มู่เหลียงพูดขึ้นและนึกถึงเด็กสาวที่อยู่ในกระโจมแห่งนั้น

“ใช่แต่เวลานนี้เธอกำลังจะได้รับการเอ็นดูเป็นพิเศษเลยล่ะ”

หยู่ฉินหลานฉีกยิ้มถึงมุมปาก

การเล่นหูเล่นตาของหยู่ฉินหลานได้ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัย

และตราบใดที่ข้อสงสัยนี้ไม่ถูกไขกระจ่าง เรื่องนี้ก็จะถูกสืบและคิดทบทวนมากขึ้นเรื่อยๆ

“ดูเหมือนว่าเธอรู้แล้วสินะ ว่าจะทำยังไงต่อจากนี้”

มู่เหลียงมองไปยังใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ของหยู่ฉินหลานที่ดูมีความเจ้าเล่ห์

เธอช่างเป็นสตรีที่งดงามและมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่จริงๆ

“นั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

หยู่ฉินหลานเอียงหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะมองสบตากับมู่เหลียงอย่างเป็นประกาย

เมื่อเธอรู้ว่ามู่เหลียงเองก็มองเธออยู่หน้าของเธอแดงขึ้นมาทันที และอุทานขึ้น

“มองแบบนั้นทำไม?!”

“ก็เปล่า มีคนสวยอยู่ข้างๆ ก็ต้องมองเป็นธรรมดาไม่ใช่หรอ?”

มู่เหลียงส่ายหัวพร้อมกับอมยิ้มที่มุมปาก

หูของหยู่ฉินหลานแดงขึ้นมาทันที เมื่อถูกชมอย่างกะทันหัน เธอนั้นตั้งตัวไม่ทัน ทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วและรัวมาก

ตั้งแต่ไม่ได้เป็นนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ ก็ไม่มีใครที่จะมาเอ่ยปากชมหรือยกย่องเธออีกเลย

ชิ!!!

เสียงไม่พอใจของมินโฮดังขึ้นลอยตามหลังมา

เมื่อเธอเห็นมู่เหลียงกำลังหยอกล้อกับหยู่ฉินหลานทำให้เธอไม่สบอารมณ์

“????”

เว่ยหยูหลันที่อยู่ข้างๆ ได้แต่สงสัยว่ามินโฮนั้นเป็นอะไร

สิ่งที่เธอเห็นคือมินโฮกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด้วยความโมโห

และได้ยินเสียงบ่นพึมพำเบาๆ ว่า ยัยป้าน่ารังเกียจ

เว่ยหยูหลันเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ ไม่ขอรับรู้อะไรอีกเลย เธอเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ทันที และแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ใบหน้าของเธอกับแสดงออกถึงความประหลาดใจ

ปกติมินโฮนั้นเป็นเด็กสาวขี้อายมากๆ แต่ไหนกลับกล้าเรียกหยู่ฉินหลานว่ายัยป้าได้หน้าตาเฉย

“เฮ้อ…สงสัยฉันจะหูฝาดตาลาย”

หยู่ฉินหลานจากที่ใบหน้าเขินอายกลับแข็งขึ้นมาทันที เพราะได้ยินสิ่งที่มินโฮพูด

ในระยะแค่นนี้ไม่มีทางที่หูของผู้ตื่นขั้น 6 จะไม่ได้ยินเสียงก่นด่าของมินโฮ

“อะแฮม”

มู่เหลียงกระแอมเบาๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร

มู่เหลียงเร่งฝีเท้าขึ้น และเดินไปหยุดตรงเท้าของเต่าทมิฬน้อย และมองขึ้นไปด้านบน แม้ว่าจะมืดแล้วก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกว่ามีใครสักคนจ้องมองเขาอยู่ในมุมมืด

“มีอะไรงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของมู่เหลียงประหลาดไป

“มีคนแอบมองเราอยู่”

-มู่เหลียงตอบ และมั่นใจในสัญชาตญาณของเขา

“ดูท่าแล้วคืนนี้มีคนหลายคนให้ความสนใจพวกเราไม่น้อย”

หยู่ฉินหลานมองไปรอบๆ อย่างสงสัย และเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองมา

“ก็น่าจะ….”

มู่เหลียงคิดว่าเป็นแค่พวกอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น

“มู่เหลียง รอเดี๋ยว”

มีเสียงที่ดูเย็นชาร้องเรียกมู่เหลียงจากความมืด

“นั้น….ลี่เยว่ไม่ใช่งั้นหรอ?!”

แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายทันที เขาจำเสียงของลี่เยว่ได้

“ลี่เยว่…เราจะไปตรงนั้นจริงๆ งั้นหรอ”

เสียงของผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยท่าทางร้อนรน และดูสับสน

“ใช่ เราไม่จำเป็นต้องปีนขึ้นไปแล้ว”

แล้วลี่เย่วก็ลากลี่ลี่ออกมาจากมุมมืด

ก่อนหน้านี้เธอคิดจะปีนขึ้นไปบนเมืองเต่าทมิฬเอง แต่เมื่อเห็นว่ามู่เหลียงกลับมาพอดีเลยใช้จังหวะนี้ติดตามขึ้นไปด้วย

“แต่เธอไม่ได้บอกว่าจะมีคนเยอะแบบนี้!”

ลี่ลี่ที่่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของลี่เยว่พูดด้วยความหวาดระแวง และมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้า

จากนั้นก็บ่นออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แล้วอีกอย่าง เธอไม่ได้บอกว่าคนที่เธอชอบเป็นเจ้านายของสัตว์อสูรยักษ์น่ากลัวนี้!”

ทั้งสองนั้นเห็นเต่าทมิฬน้อยตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องโหย่วเฟ่ย ลี่ลี่เองก็คงไม่รู้อะไรจากลี่เยว่เลยแม้แต่นิดเดียวเกี่ยวกับเรื่องนี้

“หยุดพูดมากเสียที”

ลี่เยว่บ่นด้วยสีหน้าเขินอาย

เธอกลัวว่าสิ่งที่เพื่อนของเธอพูดทุกคนจะได้ยินโดยเฉพาะมู่เหลียง มันถึงทำให้เธอเขินอายเล็กน้อย

“ฮึ่ม!!! ลี่เยว่ตอนนี้เธอยิ่งทำตัวแย่กว่าเดิมอีกรู้ไหม!”

ลี่ลี่หยิกเอวของลี่เยว่ด้วยความไม่พอใจ

“โอ๊ยหยุดเลย เดี๋ยวฉันจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังทีหลัง”

ลี่เยว่งอตัวไปตามมือของลี่ลี่ ก่อนที่จะลากตัวของลี่ลี่มาหากลุ่มมู่เหลียง

ทำให้มู่เหลียงและคนอื่นๆ เห็นทั้งสองได้ชัดขึ้น

ลี่เยว่รีบเก็บอาการ และเข้าไปสวมกอดมู่เหลียงอย่างคุ้นเคย ต่อหน้าต่อตาลี่ลี่

“ยินดีต้อนรับกลับ”

มู่เหลียงกล่าวอย่างแผ่วเบา

“อือ กลับมาแล้ว”

หัวใจของลี่เยว่พองโต และอบอุ่นขึ้นมาทันที ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปเป็นปลิดทิ้ง

ลี่ลี่ที่ตามหลังมาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ ได้แต่ยืนมองผู้ชายที่ดูภูมิฐานที่เพื่อนของเธอเข้าไปกอด

ตัวของเขาสูงสง่า

-นัยนต์ตาดูบริสุทธิ์เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่เจอสิ่งแปลกปลอมบนร่างเลยแม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่เธอเคยคิดเกี่ยวกับผู้ชายที่เพื่อนของเธอชอบนั้น ไม่ตรงอะไรกับผู้ชายที่อยู่ตรงนี้เลย

แต่ยังไงเธอก็ต้องใช้เวลาเพื่อตรวจสอบเขาอีกที

“ลี่เยว่คนนี้คือเพื่อนที่เธอไปตามหางั้นหรอ”

มู่เหลียงถามขึ้นพร้อมกับมองไปยังลี่ลี่

“ใช่เธอชื่อลี่ลี่ เป็นคนขี้อายนิดหน่อยนะ”

ลี่เยว่พูดขึ้น พร้อมกับพยายามที่จะดันให้ลี่ลี่มาแนะนำตัว แต่ลี่ลี่ก็รั้งตัวของลี่เยว่เอาไว้แน่น

-ลี่เยว่ยิ้มออกมาอย่างแห้งๆ และพูดขึ้น

“แต่หากสนิทด้วยเมื่อไร รับรองว่าเธอพูดไม่หยุดแน่”

“ไม่ใช่นะ ฉันพูดเฉพาะเรื่องที่ควรพูดเท่านั้น!”

ลี่ลี่เถียงด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“จ้า!”

ลี่เยว่ตอบอย่างประชด

“เอาไว้คุยกันหลังจากกลับไปที่บ้านแล้วดีกว่า ข้างนอกกลางคืนอากาศหนาวเย็นเดียวไม่สบาย”

มู่เหลียงยิ้มและห้ามทั้งสองคน

ก่อนที่เขาจะเหลือบมองไปยังมินโฮที่เริ่มทำตัวดีขึ้น

บางทีลี่ลี่กับมินโฮอาจจะเป็นเพื่อนเล่นกันได้ เพราะมีนิสัยคล้ายๆ กัน

“ได้”

ลี่เยว่ตอบด้วยท่าทางผ่อนคลาย

“งั้นขึ้นไปกันเถอะ”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับกระทืบพื้นไปหนึ่งที และแผ่นหินก็ถูกสร้างขึ้นพาทุกขึ้นกลับไปบนหลังเต่าทมิฬ

“ผู้ตื่นพลังปฐพีงั้นหรอ!?”

ลี่ลี่ตกใจและมองไปยังมู่เหลียง

ชายคนนี้มีพลังมากกว่าที่เธอคิด และทำให้เธอรู้สึกทึ่งไม่น้อย

ผู้หญิงแบบไหนถึงจะได้ครอบครองผู้ชายแบบนี้กัน แล้วทำไมถึงมาชอบผู้หญิงที่ติดโรคผีมายาด้วย?

สิ่งนี้มันดูไม่สมเหตุสมผลเลยในความคิดของเธอ

ดังนั้นลี่ลี่จึงใคร่รู้และสงสัย จึงตั้งใจจะจับตาดูอีกฝ่าย และดูว่าเขามาหลอกเพื่อนของเธอรึป่าว

ลี่ลี่พยายามระงับสีหน้าสงสัย และติดตามชายคนนี้ไปอย่างเงียบๆ