ตอนที่ 39

เมื่อมู่เหลียงกลับมา เต่าทมิฬก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง และทุกย่างก้าวของมันได้ใช้พลังควบคุมปฐพี เพื่อลบรอยเท้าของมันออกไปด้วย

ลี่เยว่นั้นยืนอยู่ข้างนอกบ้านเพียงคนเดียวและมองไปรอบๆ

“มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ….ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยากที่จะเชื่อ”

ลี่เยว่นั้นจับไปบนหินที่เป็นเหมือนรั้วบนหลังกระดอง และมองไปยังสิ่งต่างๆ ที่เริ่มไกลออกไปจากตัวของเธอ

ก่อนที่ลี่เยว่จะหันกลับไปมองยังบ้านเพราะได้ยินเสียงบทสนทนาที่น่าสนใจ

“มู่เหลียง…นายจะสร้างอะไร?”

มินโฮนั่งยองๆ อยู่บนเก้าอี้ และมองว่ามู่เหลียงกำลังวาดอะไรสักอย่างบนพื้น

“ฉันจะสร้างที่เก็บของ มันคงดีกว่าหากว่าเรามีที่เก็บของเป็นสัดเป็นส่วน และไม่เอามากองรวมไว้ในห้องโถงแบบนี้”

ขณะที่ตอบมู่เหลียงเองก็เงยหน้าขึ้น และเห็นว่าลี่เยว่เดินกลับเข้ามาในบ้านแล้ว

ก่อนที่เขาจะสอนเรื่องความปลอดภัยพื้นฐานให้กับมินโฮต่อ

“อีกอย่างของพวกนี้มันอยู่ใกล้กองไฟเกินไป หากว่าฟืนมันแตกจากความร้อนแล้วมีเศษลูกไฟเล็กๆ ปลิวกระเด็นไปโดนของพวกนี้เข้า มันจะลุกและเผาบ้านทั้งหลัง”

“เข้าใจแล้ว เดียวฉันจะรีบขนของไปข้างนอกก่อน”

มินโฮเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงพูด

“ไม่ต้องรีบ ให้สร้างห้องเก็บของเสร็จก่อน!!”

มู่เหลียงคว้าแขนของมินโฮเอาไว้เพื่อให้เด็กสาวหยุด

และเขาก็เริ่มอธิบายส่วนต่างๆ ของห้องเก็บของให้มินโฮฟัง

“เราต้องทำหลายอย่างทั้งธรณีประตูเพื่อกันแมลงบางชนิดมุดเข้าไป เราจะไม่ให้อะไรเข้าไปในห้องได้เด็ดขาด”

“อ้า”

มินโฮตอบพร้อมกับคิดตามไปด้วย

“แล้วต้องจัดเป็นพื้นที่และสร้างให้เหมาะกับการเก็บของแต่ละประเภทด้วย”

มู่เหลียงชี้ลงไปบนแปลนบ้านที่เขาวาดขึ้น พร้อมกับอธิบาย

“อือ!! เข้าใจแล้ว!”

มินโฮขานรับและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

“งั้นเรื่องสร้างห้องเก็บของ…จะให้มินโฮเป็นคนจัดการแล้วกัน”

มู่เหลียงลุกขึ้นและเอาผ้าออกมาวาดแบบแปลนก่อนที่จะส่งให้มินโฮ

“รับทราบ เชื่อมือได้เลย”

มินโฮรับแบบแปลนมาด้วยท่าทีที่ขึงขัง

ก่อนที่มินโฮจะน่าแดงขึ้นมาเล็กน้อยและถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

“มู่เหลียงหลังจากสร้างห้องเก็บของเสร็จแล้ว ฉัน…ขอผ้านี้ได้ไหม?”

“อยากได้แบบแปลนงั้นหรอ?”

สิ่งนี้ทำให้มู่เหลียงประหลาดใจอย่างมาก

“แล้วก็ขอพวกรูปก่อนหน้านี้ด้วย”

นัยน์ตาสีฟ้าของมินโฮนั้นดูเป็นประกายขึ้นมาทันที ราวกับคาดหวังคำตอบ

“เอาสิ อยากได้อะไรก็เอาไปเถอะ”

มู่เหลียงยิ้มก่อนจะตอบกลับไป

เขาไม่ถามว่ามินโฮจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร เพราะเด็กน้อยเองก็คงมีความลับอะไรสักอย่างที่ไม่อยากให้ใครรู้เหมือนกัน

“ดีเลย!! หลังจากสร้างห้องเก็บของเสร็จแล้ว ฉันขอผ้านี้ไปละกันนะ”

มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงพร้อมกับดูแปลนในมือ และวิ่งออกไปทำห้องเก็บของทันที

“ดูมินโฮจะดูกระตือรือร้น และดูร่าเริงมากกว่าปกติ”

มู่เหลียงมองไปที่แผ่นหลังของมินโฮด้วยสายตาที่เอ็นดู

“มีอะไรให้ช่วยไหม?”

ลี่เยว่เม้มริมฝีปากอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

ตัวเธอเองไม่อยากจะกินนอนในบ้านคนอื่นเฉยๆ อย่างน้อยได้ทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนบ้างก็ยังดี

มู่เหลียงทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดออกไป

“งั้นก็ไปช่วยมินโฮสร้างห้องเก็บของแล้วกัน แล้วก็สร้างอีกห้องระหว่างทางเดินตรงโถงนี้ด้วย”

มู่เหลียงคิดว่าหากปล่อยให้สองสาวนี้อยู่ด้วยกันคงทำให้สนิทกันมากขึ้น

“ได้”

ลี่เยว่พยักหน้าและรับปากก่อนที่จะเดินไปหามินโฮ

“ถ้าเป็นแบบนี้เราควรคิดถึงเรื่องพื้นที่เพาะปลูกด้วย”

มู่เหลียงคิดว่าพืชผักหลายชนิดกำลังจะตาย เขาจำเป็นต้องหาที่ปลูกมันโดยเร็ว

ก่อนที่เขาจะส่งกระแสจิตไปสั่งงานกับเต่าทมิฬ

“เต่าน้อยหาเนินเขาหรือเขาหินใกล้ๆ สักแห่งแล้วเก็บหินมาสร้างเป็นอิฐให้ที”

แอ๊!!

เต่าทมิฬได้ส่งเสียงร้องกลับมาผ่านกระแสจิต ก่อนที่มันจะเดินหาเนินผาและเขาหินใกล้ๆ

ไม่นานมันก็เจอเนินผาหินสูงสิบเมตรได้ แล้วเต่าทมิฬก็ได้ใช้พลังของมันเปลี่ยนหินให้กลายเป็นก้อนอิฐในเวลาไม่กี่นาที

อิฐมากมายถูกเรียงกองพะเนินเทินทึก และถูกลำเลียงขึ้นมาบนหลังของเต่าทมิฬ

ในเวลานั้นเองที่สองสาวกำลังขีดเส้นแปลนห้องตามแบบที่ได้มา ก็ต้องหยุดชะงักกับภาพกองอิฐมากมายที่ไหลขึ้นมากองบนลานบ้าน

ลี่เยว่กระพริบตาหลายครั้งราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น และพูดด้วยน้ำเสียงที่เขินๆ และแผ่วเบากับมินโฮ

“เขาชอบทำอะไรอลังการแบบนี้เสมอเลยงั้นหรอ”

“อะแฮ่ม..”

มินโฮกลืนน้ำลายก่อนที่จะไอเบาๆ

เธอพยายามไม่แสดงอาการว่าตกใจ และพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉย

“ก็ไม่นะ ปกติมู่เหลียงก็ทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เขาชอบทำอะไรให้ยุ่งยากและดูอลังการไว้ก่อน”

“แปลกคนจริงๆ”

ลี่เยว่พูดขึ้นและได้แต่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดเช้านี้ วันนี้วันเดียวมู่เหลียงทำให้เธอประหลาดใจไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

“มินโฮอยู่กับมู่เหลียงได้คงต้องเตรียมใจที่จะต้องเจออะไรแบบนี้ตลอดสินะ”

“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ปกติมู่เหลียงก็ชอบทำให้คนอื่นประหลาดใจอยู่แล้ว”

มินโฮพยายามที่จะพูดเข้าข้างมู่เหลียงแต่น้ำเสียงของเธอดูอ่อนแรงเหลือเกิน

“...”

ลี่เยว่เมื่อพูดจบก็นึกถึงเรื่องที่มู่เหลียงป้อนน้ำตานางฟ้าให้เธอเมื่อคืน มันทำให้หน้าของเธอแดงขึ้นมาเล็กน้อย

ก่อนที่ลี่เยว่จะก้มหน้าลงและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงแสดงกิริยาแบบนี้

มู่เหลียงเฝ้ามองดูสองสาวโดยไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังนินทาเขาอยู่

แต่ที่ทั้งสองไม่รู้เรื่องการขยายตัวของเต่าทมิฬนั้น เพราะมู่เหลียงกลัวไปรบกวนเวลานอนของทั้งสองเลยให้เต่าทมิฬหยุดเคลื่อนไหว

ก่อนที่มู่เหลียงจะใช้พลังเคลื่อนย้ายก้อนอิฐทั้งหมดไปยังลานกว้างที่สุดของกระดองเต่า

ด้วยพลังควบคุมปฐพีทำให้การจัดเรียงก้อนอิฐนั้นง่ายมาก ไม่กี่นาทีกำแพงอิฐสูงหนึ่งเมตรล้อมเป็นกรอบสี่เหลี่ยมก็ถูกสร้างขึ้น

“เซียวหง กางใยคลุมพื้นที่รอบกำแพงนี้”

มู่เหลียงให้แมงมุมผีแดงกางใยไปรอบๆ เอาไว้เป็นตัวเตือนภัย หากมีอะไรเข้ามาใกล้

จี้!!

แมงมุมผีแดงตอบกลับพร้อมกับกางใยไปรอบๆ

“ต่อไปก็ระบบน้ำ”

มู่เหลียงมองไปยังตำแหน่งของห้องน้ำ และสระน้ำที่เขาขุดขึ้น

ก่อนที่จะตัดสินใจเคลื่อนย้ายทั้งแปลงไปไว้ใกล้กับสระน้ำ

จะได้ง่ายและสะดวกต่อการรดน้ำพืชผล

ไม่นานมู่เหลียงก็จัดแจงแปลงดินของเขาจนเสร็จ

“ใกล้จะถึงเวลาเอาพืชลงดินแล้ว”

มู่เหลียงมองไปยังแปลงปลูกผักนี้ด้วยสายตาที่พึงพอใจ

ก่อนที่เขาจะไปเอาถังไม้ทั้งสิบสองใบออกมา พร้อมกับต้นไม้ที่ห่ออยู่ในใยแมงมุมด้วย

“ไม่คิดว่าเราจะได้เอาความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาห้าพันปีของโลกเราในเรื่องการเพาะปลูก มาใช้ที่โลกแห่งนี้”

มู่เหลียงเริ่มเอาต้นไม้และพืชผักลงไปปลูกในแปลงแห่งนี้

เขาไม่ลืมที่จะสร้างราวให้มะเขือเทศยึดเกาะและเลื้อยใบ

อีกทั้งดอกปีกนางฟ้ายังถูกปลูกถัดจากต้นชาอีกด้วย

“เสร็จสักที ไม่คิดว่าการปลูกพืชปลูกผักจะลำบากขนาดนี้ แล้วยังไม่รู้เลยว่ามันกินได้รึป่าว”

มู่เหลียงนั่งยองๆ ข้างแปลงปลูกผัก และมองไปยังพืชที่เหี่ยวเฉา

เขาเห็นดอกปีกนางฟ้านั้นพริ้วไหวไปตามลม และทันใดก็นึกขึ้นได้ว่าเพราะรับดอกปีกนางฟ้ามาฝึกฝน ทำให้มันฟื้นกลับมาอีกครั้ง

“ถ้าเกิด…เราต้องการจะปลูกพวกมันให้รอดจริงๆ เพียงแค่ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม….”

มู่เหลียงถึงกับคิ้วขมวด

เขาสามารถฝึกพวกมันได้ยกเว้นแต่ดอกกะหล่ำกับมะเขือเทศ

ไม่ใช่ว่าจะรับทั้งหมดมาฝึกไม่ไหว แต่มันไม่คุ้มค่าแต้มที่จะจ่ายออกไป

ฝึกกะหล่ำเนี้ยนะ….แค่ตัดมันก็ตายแล้ว

“ฝึกต้นชายังดูมีประโยชน์มากกว่า เรายังสามารถผลิตใบชาได้เรื่อยๆ”

หลายวันมานี้เขาก็เริ่มคิดแล้วว่าการกินเนื้อทุกวัน คงไม่ใช่เรื่องดีกับร่างกายของเขาในอนาคต

การได้ดื่มชาและกินพืชผักอื่นๆ ให้ได้รับสารอาหารเพิ่มจะดีต่อร่างกายกว่า