แม้จะถูกไล่ล่าจากกลุ่มเคราโลหิต แต่ทั้งสองปีนลงจากเขาโดยไม่รีบร้อนอะไรเลย และใช้ความมืดในการพรางตัว ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น
แล้วแมงมุมผีแดงก็พาไปยังจุดที่มันซ่อนของเอาไว้
“นี้นาย…เอาไปเยอะขนาดไหนเนี่ย”
ลี่เยว่ถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่ายังมีของอย่างอื่นที่มู่เหลียงขโมยมาอีก
“ก็อยากได้มากกว่านี้ แต่เวลาไม่ค่อยมี”
มู่เหลียงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เสียดาย
เนื้อตากแห้งที่อยู่ในนั้นสามารถเลี้ยงคนพันคนได้ทั้งเดือน แต่เขากลับเอามาได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ
“......”
ลี่เยว่มองมู่เหลียง ด้วยสายตาที่เอือมระอา
“มาช่วยกันถือหน่อยสิ!”
มู่เหลียงหันไปแล้วพูดขึ้นกับลี่เยว่
“เดี๋ยวคืนนี้เธอพักที่บ้านฉันก็ได้ ถือว่าช่วยงาน”
“ใครจะช่วยนาย!!”
ลี่เยว่พูดด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคืองก่อนที่จะพ่นน้ำเสียงที่เย็นชาออกมา
“แต่.....หากว่าฉันยอมช่วยนายขนของพวกนี้ นายจะมอบดอกไม้นั้นให้ฉันไหมล่ะ”
ลี่เยว่นั้นไม่มีทางพักบ้านคนแปลกหน้าที่เจอกันไม่ถึงวันแน่นอน และเธอเองเป็นโรคผีมายา ลี่เยว่คงไม่กล้าพักอยู่กับใคร
“ได้แล้วอยู่”
มู่เหลียงตอบ เขาไม่ได้ต่อรองอะไรอีกเลย และไม่สนใจด้วยว่าหญิงสาวจะตอบรับหรือไม่
เขาเอาบอลใยแมงมุมขึ้นไปบนหลังของเสี่ยวไกเพิ่ม จนตอนนี้บนหลังของเสี่ยวไกนั้นไม่ต่างจากกองภูเขาเล็กๆ
แต่กิ้งก่าสามสีระดับ 4 แข็งแรงพอที่จะแบกของที่เท่ากับน้ำหนักตัวของมันได้ ซึ่งมันแบกของได้มากกว่าหนึ่งตัน
เซียวหงเองก็แบกของได้แต่ไม่เยอะเท่า แต่ก็แบกบอลใยแมงมุมไปมากมายเหมือนกัน
“งั้นก็ช่วยหน่อยแล้วกัน”
มู่เหลียงเอาบอลใยแมงมุมห้อยไปบนหลังของลี่เยว่โดยไม่ถามอะไรเธอสักคำ
ลี่เยว่เมื่อรับรู้ถึงน้ำหนักก็พูดขึ้นว่า
“ก็ไม่หนักเท่าไร ฉันสามารถแบกได้อีก”
หญิงสาวคนนี้สูงเพียง 160 เซนติเมตร ซึ่งจากสายตาของมู่เหลียงแล้วลี่เยว่แค่อุ้มแมว 2 3 ตัวก็น่าจะเต็มกลืนแล้ว
“ไม่ต้องพูดเยอะ ฉันจัดของเอง”
มู่เหลียงเอาบอลใยแมงมุมห้อยบนแขนของเธออีกสองลูก และอีกสองลูกไว้ที่หลัง
“พร้อมแล้ว กลับบ้านได้”
ภายใต้สายตาที่มึนงงของหญิงสาว มู่เหลียงเดินออกไปพร้อมกับเสี่ยวไกและเซียวหง หน้าตาเฉยโดยไม่สนเลยว่าลี่เยว่จะคิดยังไง
“เป็นคนที่แปลกดีจริงๆ”
ลี่เยว่บ่นกับตัวเอง ก่อนที่จะเดินตามหลังไปติดๆ
ในค่ำคืนที่มืดแบบนี้ มู่เหลียงต้องพึ่งการนำทางจากเสี่ยวไกกับเซียวหง
ทั้งหมดเดินทางกันเงียบๆ โดยไม่พูดคุยอะไรกันเลย
มู่เหลียงไม่ได้อยากคุยอะไรอยู่แล้ว เขาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่รอบๆ มากกว่า และระวังตัวจากสัตว์อสูรแถวนี้
ลี่เยว่เองก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับมู่เหลียง แม้ว่าเธออยากจะหาเรื่องคุยกับมู่เหลียงสักเรื่องก็ตาม
โครง!!!
บางครั้งจะได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ไม่รู้จักดังมาจากที่ไกลๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ดึงดูดความสนใจอย่างมาก
ลี่เยว่เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเดินมานานแค่ไหนแล้ว
“ถึงแล้ว”
อยู่ๆ มู่เหลียงก็พูดขึ้น ทำให้ลี่เยว่ได้สติกลับมาอีกครั้ง
“ที่นี่ที่ไหน แล้วไหนบ้านของนาย?”
นัยน์ตาสีน้ำเงินของหญิงสาวสาดส่องไปรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย มีแต่หินขนาดใหญ่ที่เหมือนภูเขาลูกเล็กๆ และไม่มีถ้ำหรือกระท่อมคน
“รอเดี๋ยว”
มู่เหลียงพูดขึ้น และส่งกระแสจิตไปหาเต่าทมิฬ
“เอ๊ะ!?”
ตอนนั้นเองลี่เยว่ก็ถึงกับตกใจที่ว่าอยู่ๆ ก็มีหินผุดขึ้นมาจากพื้นและเป็นบันไดสูงต่อหน้าต่อตา
“มา!! บ้านฉันอยู่ข้างบน”
มู่เหลียงเดินนำขึ้นบันไดไป
ลี่เยว่กระพริบตาหลายครั้งด้วยความมึนงง ก่อนที่จะอุทานออกมา
“นี้มันบ้ามาก เขาทำได้ไง!?”
กี้!!
เสี่ยวไกร้องให้หญิงสาวตามขึ้นมา และตบหางเรียกหลายครั้ง
“ขอโทษ!! ขอโทษ!! ไปแล้ว”
ลี่เยว่ที่ได้สติก็รีบเดินขึ้นบันไดตามไปทันที
เมื่อเธอเดินขึ้นมาก็เห็นว่ามู่เหลียงยืนรออยู่แล้ว
“นี้คือบ้านของฉัน”
มู่เหลียงพูดขึ้นเพื่อแนะนำบ้านของตัวเอง
โดยที่ไม่ทันที่ลี่เยว่จะตอบอะไรเขาก็ตะโกนขึ้น
“มินโฮฉันกลับมาแล้ว!!”
“......”
ลี่เยว่ได้แต่อึ้งจนใบ้กิน
ตูม!!
เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากในบ้านที่สาดส่องออกมา
มีร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูก่อนจะวิ่งเข้ามาหามู่เหลียง
“เป็นไงบ้าง!! บาดเจ็บตรงไหนรึป่าว!”
มินโฮวิ่งออกมา พร้อมกับสำรวจร่างกายของมู่เหลียงอย่างละเอียด
“ไม่เป็นไร ฉันปลอดภัยดี”
มู่เหลียงตอบอย่างอ่อนโยน
“ปลอดภัยก็ดีแล้ว”
มินโฮถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะเอาบอลใยแมงมุมออกจากแขนของมู่เหลียง
มินโฮได้พูดขึ้นอย่างกระตืนรือร้น
“เมื่อกี้…เสี่ยวไกเอาของมาเก็บแล้วรอบหนึ่ง หากว่าไม่รู้รหัสลับ ฉันคงกลัวจนทำอะไรไม่ถูก”
“เสี่ยวไก! เก่งมากเจ้าหนู!”
มู่เหลียงออกปากชมเสี่ยวไกอย่างออกหน้าออกตา
“เออ….คือฉัน….”
ลี่เยว่ที่มองอยู่ก็ถึงกับพูดไม่ออก และรู้สึกประหม่าอย่างมากเมื่อเห็นภาพนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงออกมาด้วยความลำบากใจ
“อ๋อ โทษทีลืมเธอไปเลย”
เมื่อมู่เหลียงได้ยินเสียงจากข้างๆ ตัวของเขา ก็เลยรีบหันกลับไป และพูดว่า
“เชิญๆ เข้ามาก่อน”
“ขอรบกวนด้วยแล้วกัน”
ลี่เยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินคำเชิญ ก่อนที่จะเดินตามทั้งสองเข้าบ้านไป
หลังจากเข้าบ้านไป ลี่เยว่ก็ต้องตกใจอีกครั้ง
บ้านนี้ถูกจัดเป็นสัดส่วนดีมาก และดูสะอาดสะอ้าน กองไฟมีหม้อที่ต้มอะไรสักอย่างอยู่ และเลยห้องโถงใหญ่ไปก็มีห้องสองห้อง โดยห้องหนึ่งมีประตูอีกห้องไม่มี
มันดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตัวของมู่เหลียงั้นดูสะอาดอย่างมาก กลับกันลี่เยว่มองดูตัวเองก็เห็นว่าตัวเองสกปรกขนาดไหน และเกือบจะถอยออกไปด้วยความรู้สึกเกรงใจ
“นั่งก่อน”
มู่เหลียงเชิญให้ลี่เยว่นั่ง
“อะ-อืม”
ลี่เยว่พยักหน้ารับ และอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองถังไม้ที่มู่เหลียงขนมา
“มินโฮ ช่วยเอาของออกจากตัวลี่เยว่หน่อยสิ”
มินโฮดูงุ่มง่ามอย่างบอกไม่ถูก
“ได้…”
มินโฮตอบก่อนที่จะเดินตัวแข็งเข้าไปหาลี่เยว่ แต่ค่อยๆ เดินก้าวสั้นๆ อย่างผิดปกติ
เธอเอามีดพกของเธอออกมา และเดินเข้าไปหาลี่เยว่ช้าๆ ด้วยสีหน้าแข็งๆ
ทำให้มู่เหลียงนั้นถึงกับแปลกใจทำไมมินโฮถึงแสดงท่าทางแบบนี้ และดูจากหูกระต่ายของเธอแล้ว มันดูแข็งกระด้างอย่างบอกไม่ถูก
มู่เหลียงไม่คิดว่ามินโฮจะแสดงออก ว่ากลัวคนแปลกหน้าแบบนี้
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ลี่เยว่นั้นปฏิเสธ และมองดูมินโฮ และเห็นว่าแววตาของเด็กน้อยนั้นดูแปลกๆ
ลี่เยว่ก้มตัวลง และพยายามเอาของออกจากตัวโดยที่ระวังไม่ให้มินโฮเห็นรอยแดงบนหน้าของเธอ
แน่นอนว่ามู่เหลียงเป็นคนเดียวที่ไม่รังเกียจโรคของเธอ
“มินโฮ ไปช่วยเสี่ยวไกกับเซียวหงขนของลงละกัน”
มู่เหลียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“อือ”
มินโฮถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไป
มินโฮดูไม่แข็งกระด้างเหมือนเมื่อครู่ และเดินเข้าไปหาสัตว์เลี้ยงของมู่เหลียงตามปกติ
มู่เหลียงจึงกระซิบเบาๆ ข้างๆ ลี่เยว่ ก่อนที่จะช่วยยกของออก
“ไม่เป็นไร มินโฮแค่กลัวคนแปลกหน้านิดหน่อย”
“ฉันสบายดีไม่ต้องห่วง”
ลี่เยว่ตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลง
มู่เหลียงมองดูลี่เยว่ด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ
เขาไม่คิดว่าการกระทำของมินโฮจะไปทำให้ลี่เยว่หนักใจ
จริงๆ ทั้งสองเป็นผู้หญิงไม่น่าจะมีปัญหากัน
มู่เหลียงทำได้เพียงแค่หันเหความสนใจได้เท่านั้น ก่อนที่จะพูดกับลี่เยว่อย่างใจเย็น
“เธอไม่อยากเห็นดอกไม้นั้นแล้วงั้นหรอ”
ลี่เยว่รีบเงยหน้าขึ้นและตอบทันที
“ไหนดอกไม้นั้นอยู่ไหน!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved