ตอนที่ 245

ในตอนเช้า ภายในตำหนักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ

“ถึงเวลามื้อเช้าแล้ว!”

มินโฮเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับถ้วยแก้วที่ใส่ซุปมะเขือเทศเอาไว้ และอาหารจารผักหลายอย่างบนโต๊ะ

นอกจากซุปแล้วยังมีหมี่เปรี้ยวเผ็ดอีกด้วย ส่วนจานเนื้อก็ยังเป็นทอดมันเนื้ออสูร 8 เขี้ยว

เว่ยหยูหลันมาจัดจานและโต๊ะอาหาร และวางซุปไว้ตรงหน้ามู่เหลียงกับหยู่เฟ่ยหยาน และคนอื่นๆ อย่างนอบน้อม

“....”

มู่เหลียงนั่งลง และยกถ้วยซุปขึ้นซดเล็กน้อย และมองดูอาหารบนโต๊ะก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆ

ในฐานะผู้มาจากอีกโลก เขานั้นเคยชินกับอาหารสำเร็จรูป และอาหารเลิศรสหลายอย่าง แต่โลกเดิมของเขาไม่เคยต้องกินอะไรแบบเดิมๆ ซ้ำมาเป็นเวลาครึ่งเเดือนแบบนี้

แม้แต่อาหารในกองทัพก้ยังไม่เลวร้ายเพราะมีคนดูแลเรื่องอาหารอย่างดี

หยู่ฉินหลานกระพริบตาสีฟ้าของเธอและถามเบาๆ

“มู่เหลียงเป็นอะไรรึป่าว”

“เปล่าเลย”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับฝืนยิ้มให้ และคีบผักขึ้นมากิน

มินโฮที่นั่งข้างๆ ก็พูดขึ้นอย่างขี้เล่น

“บางทีเขาอาจจะเบื่ออาหารอีกแล้วก็ได้”

“อะแฮ่ม!! ถึงเวลาที่จะต้องทำอาหารจานใหม่แล้ว”

มู่เหลียงกระแอมสองสามครั้ง

อาหารเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา แต่สำหรับโลกนี้นั้นไม่ได้สนใจเรื่องความซ้ำซากขอเพียงแค่มีกินก็พอแล้ว

“รอบนี้จะทำอะไรงั้นหรอ!”

มินโฮพูดด้วยแววตาที่เป็นประกาย

“มีหลายอย่างเลย แต่มันถูกจำกัดด้วยวัตถุดิบ ทำให้ทำได้ไม่กี่อย่าง”

มู่เหลียงผายมือออกและยักไหล่

“มู่เหลียงจะออกไปล่าสัตว์งั้นหรอ?”

หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างกระตือรือร้น

“มีสัตว์อสูรมากมายในป่าแห่งนี้ เราสามารถออกไปล่ามันได้”

“ใช่แล้ว”

แววตาของมู่เหลียงเป็นประกาย เขาเองก็ไม่ได้ออกล่าสัตว์มานานแล้ว

“ถ้าจะไปล่าสัตว์ ฉันขอไปด้วย”

หยู่เฟ่ยหยานยกมือเสนอตัวทันที

“เธอใช้เกราะกับพัดหงส์เพลิงคล่องแล้วงั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามพร้อมกับรอยยิ้ม

หยู่ฟ่ยหยานพยักหน้าอย่างจริงจัง และตอบ

“ใช่ เกือบจะคล่องแล้ว”

ตั้งแต่เธอได้เกราะกับพัดหงส์เพลิงไป เธอก็ฝึกใช้มันทั้งวันทั้งคืน และแทบไม่ได้บินลงมาจากท้องฟ้าเลย หากว่าไม่หมดแรงก่อน

“ก็ได้ ให้เธอไปด้วย”

มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย

เพียงแค่ใช้คล่องคงไม่พอ ต้องรู้ว่าจะเอามาใช้ต่อสู้จริงเช่นไร เพื่อทำให้คุ้นเคยกับยุทธภัณฑ์วิญญาณมากขึ้น

หยู่ฉินหลานเหลือบไปมองลูกสาว และพูดเตือนด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“จำไว้ว่าอย่าได้สร้างปัญหาให้กับมู่เหลียงเข้าใจไหม”

“อะไรแม่! หนูไม่ทำแบบนั้นหรอก”

หยู่เฟ่ยหยานตอบพร้อมกับทำหน้ามุ่ย

หยู่ฉินหลานเหลือบไปมองพัดหงส์เพลิงที่เหน็บอยู่ที่เอวลูกสาว จากนั้นก็มองมู่เหลียงด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

มู่เหลียงยิ้มเจือนๆ หากว่าเกล็ดของปลาอัญมณีเอามาจากยุทธภัณฑ์วิญญาณได้ เขาจะลองทำให้เธอสักชิ้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา สาวๆ ที่มีหน้าที่หรืองานก็แยกย้ายกันไปทำสิ่งที่ต้องทำ

มู่เหลียงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบายๆ และดูดี

การออกล่าครั้งนี้คนที่ไปด้วยคือ หยู่เฟ่ยหยาน ลี่เยว่ กับหยานปิง

ทุกคนติดอาวุธครบผม และหยู่เฟ่ยหยานก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้ารอแล้ว

“ไปกันเถอะ”

มู่เหลียงพูดเสียงดัง

“อือ!”

ลี่เยว่และหยานปิงล่องหนหายตัวไปทันที และตามมู่เหลียงไปติดๆ

มู่เหลียงควบคุมแรงโน้มถ่วงก่อนที่จะกระโดดกระโจนออกไป และตกลงที่นอกเมือง

เมื่อตอนที่เขาผ่านกำแพงแก้วออกมา ทั้งฝุ่นและทรายก็พัดปะทะกับใบหน้าของเขา

และมู่เหลียงก็เริ่มเปลี่ยนความคิด ก่อนที่จะเรียกราชาหมาป่าจันทรา และให้ตามหมาป่ามาอีกสองตัว

บรู๊ว!

หมาป่าจันทราเอาหัวเข้ามาถูตัวมู่เหลียงอย่างออดอ้อน

“ฮ่าๆๆ เด็กดีๆ วันนี้เราออกไปล่ากันเถอะ”

มู่เหลียงลูบหัวของหมาป่าจันทรา และรู้สึกว่าขนของมันยาวขึ้น และรู้สึกดีมากขึ้นด้วยเมื่อได้ลูบขนของมัน

บรู๊ว!

ราชาหมาป่าจันทราพยักหน้าราวกับเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูด

มู่เหลียงพลิกตัวขึ้นไปนั่งบนหลังของราชาหมาป่าทันที

ลี่เยว่กับหยางปิงก็ขึ้นขี่หมาป่าจันทราอีกสองตัว

“สวมหมวกกันน็อคด้วย!”

มู่เหลียงยกมือขึ้นและสร้างหมวกแก้วขึ้นมาคลุมหัวของทุกคนเอาไว้

“มู่เหลียง เจ้าสิ่งนี้ดีมาก มันช่วยทำให้การเดินทางในป่าแห่งนี้ง่ายขึ้น หลายคนที่จะเดินทางในป่าหมื่นไพรศาลหรือป่าหว่านกู่จะต้องชอบมันแน่ๆ”

เสียงของลี่เยว่ดังขึ้นข้างตัวมู่เหลียง

“ถ้างั้นไว้กลับมาแล้วให้เสี่ยวไป่เป็นคนจัดการแล้วกัน”

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ

“แล้วตอนนี้เราจะไปทางไหน”

เสียงของหยางปิงดังขึ้นที่อีกข้างของมู่เหลียง

มู่เหลียงเพียงยักไหล่และหัวเราะเล็กน้อย

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าไปทางตะวันออกก่อนล่ะกัน”

เขามองไปทิศทางที่อยากจะไป และบังคับให้ราชาหมาป่าจันทราหันหน้าไปทางทิศทางที่เขาต้องการจะไป ก่อนที่จะสั่งให้ราชาหมาป่าวิ่งออกไป

บนท้องฟ้าหยู่เฟ่ยหยานได้บินนำหน้าไปทางทิศตะวันออกก่อนทันที เพื่อสำรวจเส้นทาง

เธอบินไปมาระหว่างเสาหินสูง กระแสลมและทรายที่พัดมาโดนตัวเธอจนเกิดเสียงดังไปหมด

มู่เหลียงยกมือขึ้นและก้มดูนาฬิกาของเขา เป็นเวลากว่ายี่สิบนาทีแล้วตั้งแต่ออกมาจากเมืองเต่าทมิฬ แต่เขายังไม่เจอสัตว์สักตัว

“แปลกมาก ไม่มีร่องรอยของสัตว์สักตัวเลย”

ลี่เยว่และหยางปิงหยุดเหมือนกัน และสะบัดทรายออกจากหัว

ฟิ้ว!

หยู่เฟ่ยหยานลงมาจากท้องฟ้าและมายืนข้างมู่เหลียง

“ฉันก็ไม่เห็นสัตว์อสูรแถวนี้เลยเหมือนกัน”

เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่ไม่มีโอกาสได้ลองใช้ชุดเกราะกับพัดหงส์เพลิงต่อสู้จริง

“อาจจะเป็นเพราะกลิ่นไอของราชาหมาป่าจันทราทำให้พวกมันกลัว”

หยู่เฟ่ยหยานคาดเดา

“ไม่น่าใช่”

มู่เหลียงส่ายหัวและพูดอย่างใจเย็น

“ราชาหมาป่าจันทราเก็บซ่อนกลิ่นไอของตัวเองแล้วไม่น่าเป็นไปได้”

บรู๊ว! บรู๊ว!

หมาป่าจันทราหอนขึ้นมาสองครั้ง

มันเป็นถึงสัตว์อสูรนักล่า ไม่มีทางที่พวกมันจะไม่รู้วิธีการลบกลิ่นไอตัวเอง

“เฟ่ยหยานไปดูรอบๆ แต่อย่าได้ไปไกลจากเรามากนัก”

มู่เหลียงเริ่มออกคำสั่ง

“เข้าใจแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานเปิดใช้งานเกราะหงส์เพลิงและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที และบินวนเป็นวงกลมรอบๆ ที่มู่เหลียงอยู่

สิบนาทีต่อมา หยู่เฟ่ยหยานก็กลับมา

“มู่เหลียงฉันเจอ ต้นไม้แปลกๆ เข้า”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น

“มันแปลกยังไง?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วถามเพราะนอกจากไม่เจอสัตว์อสูรแล้ว กลับเจอต้นไม้แปลกๆ แทน

“มันเป็นต้นไม้ที่มีผลเป็นระเบิด”

หยู่เฟ่ยหยานทำท่าทางประกอบและเล่าไปด้วย

“ตอนที่ฉันบินอยู่ ฉันเห็นมีต้นไม้แปลกๆ และที่กิ่งของมันมีผลอยู่ด้วย พอผลของมันตกลงพื้นก็ระเบิดขึ้น”

“น่าสนใจ พาฉันไปดูที”

มู่เหลียงเริ่มสนใจ และคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาฝึกต้นไม้ระเบิดนี้ได้

“ได้ มันอยู่ข้างหน้านี้เอง แต่ไกลอยู่พอตัว”

หยู่เฟ่ยหยานบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และนำทางจากเบื้องบน

“ทุกคนตามมา”

มู่เหลียงพูดขึ้นและตบเบาๆ ไปที่ข้างคอของราชาหมาป่าจันทรา

บรู๊ว!

ราชาหมาป่าจันทราหอนขึ้น ก่อนที่จะวิ่งตามหยู่เฟ่ยหยานไป

และหมาป่าจันทราอีกสองตัวก็ไล่ตามไปติดๆ มันเร็วมากจนทำให้ทั้งหยางปิงและลี่เยว่ต้องโน้มตัวไปด้านหน้า เพื่อลดแรงต้านลม

ห้านาทีต่อมา ร่างสีแดงบนฟ้าก็หยุดลง

“มู่เหลียง!!! มันอยู่ตรงนั้น”

หยู่เฟ่ยหยานตะโกนลงมา ก่อนที่จะลดระดับลง

“ดี”

มู่เหลียงพูดขึ้น และให้ราชาหมาป่าช้าลง

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เห็นทุกอย่างกว้างขึ้น และเห็นต้นไม้สีเทาอยู่ท่ามกลางเสาหิน

ต้นของมันสูงห้าเมตร มีกิ่งก้านมากมาย และบนกิ่งนั้นเต็มไปด้วยผลไม้สีดำ

ผลไม้พวกนี้มีขนาดเท่ากับกำปั้นผู้ใหญ่สองกำปั้นรวมกัน รูปร่างเหมือนกับมังคุดจากโลกเดิมของเขา แต่ผิวดูเรียบเนียนกว่า

ตอนนั้นเองที่กระแสลมพัดมาแรงกว่าปกติ ทำให้ผลของต้นหลุดออกจากกิ่งแล้วร่วงลงมา

เมื่อมันกระทบกับพื้น มันก็ปล่อยน้ำกระเซ็นออกมา และตามมาด้วยแรงระเบิดที่มากกว่าแรงระเบิดจากระเบิดมือเสียอีก

หมาป่าที่ลี่เยว่กับหยางปิงขี่อยู่ถึงกับถอยออกไปสองสามก้าว

“น้ำของมันระเบิดได้ น่าสนใจ!”

แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายทันที เขาลงมาจากหลังของราชาหมาป่า และเดินเข้าไปใกล้ๆ ต้นไม้แปลกๆ ต้นนี้

แคร้ก!

ใต้ต้นไม้มีกระดูกของสัตว์อสูรกองอยู่มากมาย ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นสีเหลือง

“มู่เหลียงระวังตัวด้วย!”

หยู่เฟ่ยหยานตะโกนเสียงดังจนลืมระวังตัว

“....”

ลี่เยว่ได้แต่เม้มริมฝีปาก เมื่อเห็นพลังระเบิดเมื่อครู่ แต่ก็มั่นใจว่ามันทำอะไรผู้มีพลังขั้น 8 อย่างมู่เหลียงไม่ได้อยู่แล้ว

มู่เหลียงโบกมือให้ โดยที่ไม่หันกลับมามอง เพื่อบอกว่าเขารู้แล้ว

-ตรวจพบพืชที่ฝึกฝนได้ ต้องการฝึกฝนหรือไม่-

อยู่ๆ มีเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นภายในใจของมู่เหลียง

“ฝึก”

มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น

-ทำการฝึกต้นผลระเบิดระดับ 1 ทำการฝึก-

-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม ฝึกฝนสำเร็จ-

-ต้องการสืบทอดความสามารถ ปะทุหรือไม่-

“รับ”

มู่เหลียงตอบกับตัวเองเบาๆ

-ถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย….ปรับปรุง…สำเร็จ-